"ข้าเคยอ่านตำราโอสถมาบ้างเล็กน้อย"
"โอ้ว!..อย่างงั้นรึ? ข้าคงต้องขอชมดูความสามารถเล็กน้อยนั่นเสียหน่อย"
เสี่ยวหลิน ไม่เชื่อในคำกล่าวของเซียวเย่แม้แต่น้อย คนที่สามารถบอกคุณภาพของโอสถได้แม่นยำเช่นนี้เพียงแค่การััและสูดดมจะเป็เพียงเพราะว่าศึกษามาเล็กน้อยได้อย่างไรกัน เสี่ยวหลินค่อนข้างมั่นใจว่าเซียวเย่ต้องเคยศึกษาการหลอมโอสถมานานแล้ว เมื่อคิดเช่นนั้นก็โบกมือ วัตถุดิบก็ปรากฎออกมาจากแหวนมิติ
เซียวเย่นั่งลงขัดสมาธิ ควบคุมลมหายใจเข้าออก เพ่งนึกถึงตอนที่เสี่ยวหลินหลอมโอสถก่อนหน้านี้ ภาพการกระทำซ้อนทับบวกกับการอ่านตำราโอรถมากมายหลายพันเล่ม ทฤษฎีเพียบพร้อบเหลือเพียงการปฏิบัติ เซียวเย่เริ่มกระทำเหมือนเสี่ยวหลินก่อนหน้านี้ทุกอย่าง 1 ชั่วยามผ่านไป ก็ปรากฎโอสถสีน้ำตาลอ่อนขึ้นมาในเตา เซียวเย่เพ่งมองเตาหลอมโอสถอยู่อย่างนั้น นั่งกอดอก ครุ่นคิดสักครู่ ก็หันหน้ามาทางเสี่ยวหลินกล่าวออกมา
"ศิษย์พี่เสี่ยวหลิน ทำไมการหลอมโอสถถึงต้องใช้เตาหลอมโอสถด้วยเล่า? ใช้พลังเต๋าธาตุอัคคีแทนได้หรือไม่?"
เสี่ยวหลินกล่าวตอบในทันที ไม่ต้องคิดก่อนตอบแม้แต่น้อย
"ก็ได้เช่นกัน แต่ไม่ใช่สำหรับเด็กหัดเรียนอย่างเ้า การใช้เตาหลอมสามารถควบคุมวัตถุดิบได้ดีกว่า เพราะเราจะไม่ต้องกังวลในการควบคุมพลังเต๋าไปด้วย จับปลาสองมือหน่ะ ปลาจะหลุดมือทั้งคู่เอาได้นะ"
"อย่างนี้นี่เอง งั้นคำถามต่อไป ทำไมวัตถุดิบต้องใส่ลงไปในเตาหลอมทีละอย่างด้วย ใส่พร้อมกันไปเลยไม่ได้เลยหรือ?"
“การเผาไหม้วัตถุดิบแต่ละครั้งมันจะมีกากไหม้ของวัตถุดิบออกมาด้วยเวลาที่ทำการเผา เ้าก็เห็นแล้วว่าตอนหลอมเราจะต้องแยกกากไหม้ออกมาด้วย ถ้าเราเทวัตถุดิบลงเตาหลอมพร้อมกัน จะยิ่งยุ่งยากมากขึ้นกว่าเก่า”
เสี่ยวหลินกล่าวตอบคำถามอีกครั้ง
"อ่อ…ศิษย์พี่เสี่ยวหลิน ท่านไม่เคยคิดว่าที่วัตถุดิบมันมีกากไหม้ออกมาเพราะว่าเราใช้เตาหลอมโอสถบ้างเลยรึ?
“……ข้าก็เคยอ่านเจอในตำราเล่มเก่าแก่มาบ้างว่า วัตถุดิบทั้งหลายล้วนมีค่าทั้งหมด การหลอมโอสถที่แท้จริงจะไม่มีกากวัตถุดิบออกมา หลังจากที่ข้าได้อ่านตำราเก่าแก่เล่มนั้นข้าก็ลองไปถามอาจารย์ดู ท่านอาจารย์บอกกับข้าว่า การหลอมวัตถุดิบโดยไม่ให้มีกากไหม้นั้นสามารถทำได้ แต่จะต้องใช้เต๋าของตนเอง ถ้าผู้หลอมสามารถแยกประสาทััในหัวออกมา เพื่อควบคุมเต๋า ควบคุมวัตถุดิบ ควบคุมพลังอัคคีในการหลอม ควบคุมพลังปราณที่สร้างเป็เตาหลอมขึ้นมา ก็อาจสามารถกระทำการหลอมโอสถแบบนั้นขึ้นมาได้ เ้าไม่คิดว่ามันเป็เื่ตลกอย่างงั้นรึ…..ถ้าคนเราต้องแยกประสาทััขนาดนั้น หัวไม่ต้องโตกว่าบ้านหรือไงกัน”
เสี่ยวหลินบอกกล่าวติดตลกเล็กน้อย นางคิดว่ามันไม่มีทางมีอยู่จริง
"ไม่หลอก มันอาจสามารถเกิดขึ้นได้จริงๆ"
เซียวเย่นั่งปรับสมาธิอีกครั้ง เสี่ยวหลินคิดว่าเซียวเย่พูดไปพล่อยๆ ไม่ได้คิดจริงจังอะไร หยิบขวดโอสถที่เซียวเย่หลอมออกมาดู หวังจะตรวจสอบให้คะแนน เปิดฝาจุกเทลงมือสูดดมเล็กน้อย ดวงตาเปิดขว้าง จ้องมองเซียวเย่ตาเขม็ง กล่าวออกมา
“เด็กน้อย เ้าหลอกข้าสนุกมากหรือไม่ เ้าหลอมโอสถเป็อยู่แล้ว จะต้องให้ข้ามาสอนทำไมกันหรือว่าเวลาของเ้ามันว่างมากเกินไปถึงได้คิดละเล่นเช่นนี้”
“ท่านพูดเื่อะไรกัน ข้าฟังแล้วไม่เข้าใจ”
เสี่ยวหลินยื่นมือที่มีโอสถอยู่ออกมา กล่าวเสียงไม่พอใจเล็กน้อย
"คุณภาพของโอสถเม็ดนี้คือ9ใน10ส่วน เ้าหลอมได้ดีกว่าข้าเสียอีก แล้วเ้าจะเป็เด็กหัดเรียนได้อย่างไรกัน"
"ข้าไม่ได้โกหกท่านเสียหน่อย มันก็แค่ยาโอสถปราณทั่วไป มีอะไรน่าภูมิใจกัน…ช่างเถอะ ข้าขอลองอะไรหน่อย เงียบสักครู่…"
เซี่ยวเย่หลับตาควบคุมพลังปราณ พลังปราณที่ถูกควบคุมลอยออกมา มันถูกเซียวเย่เพ่งบังคับให้กลายเป็รูปร่างคล้ายเตาหลอมทีละน้อย ทีละน้อย
จนในที่สุดเตาหลอมปราณก็ปรากฎขึ้นมาให้เห็นในสายตาของทั้งคู่
“เด็กน้อย...ไม่สิ เซียวเย่..ข้าเข้าใจความคิดของเ้านะ แต่แบบนี้ข้าก็สามารถทำได้เช่นกัน การที่จะควบคุมหลายๆสิ่งคนธรรมดาอย่างพวกเร-..”
"เงียบก่อน!!"
เซียวเย่ตะคอกเบา คล้าย้าสมาธิมาก
"น-นี่เ้า ข้าแค่หวังดีไม่อยากให้เ้าเสียเวลาเสียพลังโดยเปล่าประโยชน์แค่นั้นเอง ข้าอุตส่าห์มองข้ามเื่ที่เ้าโกหกข้า เื่ที่ไม่เคยหลอมโอสถแล้ว เ้ายังจะมาท-…."
“ถ้าหากท่านยังไม่เงียบ ข้าจะเอาปากของข้าอุดปากท่านเดี๋ยวนี้เลย ไม่เชื่อจะลองดูก็ได้!”
เสี่ยวหลินเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็หยุดปากตนเอง พึ่งรู้ตัวว่าตนเองกำลังรบกวนเซียวเย่อยู่ เป็ถึงนักหลอมโอสถจะทำผิกกฎซะเองได้อย่างไร แต่เมื่อนึกถึงคำกล่าวของเซียวเย่ ที่พูดจะล่วงเกินตนนั้น แล้วจะไม่ให้เสี่ยวหลินโมโหได้อย่างไร เสี่ยวหลินทำได้เพียงแค่หน้าแดงและหายใจเข้าออกรุนแรงเพียงแค่นั้น
‘ข้าจะรอให้เ้าทำการหลอมล้มเหลวเสียก่อน แล้วข้าก็จะได้คิดบัญชีกับเ้าเสียที’
เมื่อเห็นว่าเสี่ยวหลินเงียบลงแล้ว เซียวเย่ก็เพ่งสมาธิทั้งหมดไปที่การหลอมได้เสียที เมื่อสร้างเตาหลอมปราณขึ้นมาได้แล้ว เซี่ยวเย่ก็แยกประสาทส่วนหนึ่งออกมาควบคุมพลังปราณบังคับวัตถุดิบให้ลอยขึ้น
เสี่ยวหลินเห็นการกระทำเช่นนั้น ก็ได้แต่เอามาปิดปากตนเองเอาไว้ เพราะว่ากลัวใจนเผลอร้องออกมา เพราะว่าที่เสี่ยวหลินเห็นนั้น เซียวเย่ไม่ได้บังคับวัตถุดิบอยู่แค่ทีละอย่าง แต่เซียวเย่ตั้งใจจะหลอมวัตถุดิบทั้งหมดพร้อมกัน จนมันกลายเป็โอสถไปเลยในครั้งเดียว
‘เ้าหนูนี่บ้าไปแล้ว!!’
เสี่ยวหลินที่เห็นความบ้าของเซียวเย่ก็ทำได้เพียงชมดูจนจบเท่านั้น
เซียวเย่ควบคุมวัตถุดิบทั้งหมดลอยเข้าไปในเตาหลอมปราณ แล้วจึงแยกประสาทััอีกครั้ง เพื่อเข้าควบคุมพลังเต๋า จุดเพลิงอัคคีขึ้นมาในเตาหลอมปราณ เพลิงอัคคีเหมือนมีชีวิต มันเข้าควบคุมวัตถุดิบทั้งหมดเอาไว้ เผาไหม้มันพร้อมกัน วัตถุดิบเริ่มละลายลง ไม่มีควันที่เกิดจากเผาไหม้แม้แต่น้อย วัตถุดิบเริ่มที่จะละลายกลายเป็ของเหลวทีละน้อย ทีละน้อย…
เวลาผ่านไปเพียง 1 ก้านธูป
วัตถุดิบทั้งหมดในเตาหลอมปราณก็ละลายลงทั้งหมด มันประกอบไปด้วยของเหลวหลายสีสัน เซียวเย่ก็แยกประสาทััอีกครั้ง เข้าควบคุมพลังปราณบังคับบีบอัดของเหลวทั้งหมดเข้าด้วยกัน ของเหลวทั้งหมดถูดบีบอัดแล้ว บีบอัดเล่า จนมันเริ่มที่จะเกาะกลุ่มกันกลายเป็เม็ดยาโอสถขึ้นมาทีละน้อย
ผ่านไปเพียงชั่วครู่ มันก็หลอมรวมเข้าด้วยกันในที่สุด ปรากฎเม็ดโอสถออกมาไม่ใช่เพียงแค่เม็ดเดียวแต่มีด้วยกันถึงสามเม็ด!!
เป็เพราะว่าเซียวเย่หลอมโดยการเผาไหม้วัตถุดิบพร้อมกัน ไม่มีส่วนไหนที่ถูกใช้โดยเปล่าประโยชน์ ไม่มีกากไหม้ของวัตุดิบอีกด้วย เซียวเย่ถอนหายใจออกมา ควบคุมลมปราณบังคับเม็ดยาใส่เข้าไปในขวดแก้วใส แต่ยังไม่ทันจะปิดจุกฝา เสี่ยวหลินก็เข้ามาแย่งเอาไปอย่างรวดเร็ว
เสี่ยวหลินเทโอสถทั้งสามลงมาบนมือที่ขาวสวย ััพร้อมสูดดม ก็ถึงกลับตาเบิกกว้าง จ้องเซียวเย่ตาเขม็ง หน้าแดง หายใจเข้าถี่แรง
เซียวเย่เห็นเช่นนั้นก็แปลกใจ หรือว่าศิษย์พี่เสียวหลินไม่ค่อยสบายกัน กล่าวถามออกมาด้วยความเป็ห่วง
“ศิษย์พี่ ท่านยังสบายดีอยู่หรือไม่?”
เสี่ยวหลิน เหมือนจะไม่ได้ยินคำพูดของเซียวเย่แม้แต่น้อย นางเดินเข้ามาใกล้ชิดเซี่ยวเย่คิดเรื่อยๆ นางเอามือทั้งสองข้างจับแขนทั้งสองข้างเซียวเย่เอาไว้ กล่าวออกมาเสียงดัง
"เซียวเย่! เ้า เ้า เ้าทำได้อย่างไรกัน คุณภาพเม็ดยาทั้ง3เม็ดมีอยู่ถึง9ใน10ส่วน เ้าสามารถแยกประสาทััออกมาได้หลายครั้งโดยที่ยังควบคุมสติอยู่ได้อย่างไร เ้าทำได้อย่างไร?"
เสี่ยวหลินนางใมากจนเกินไป นางเขย่าเซียวเย่ด้วยแขนทั้งสองข้างอย่างแรง จนเซียวเย่ต้องตัวกระตุกไปมาตามแรงเขย่า
“เดี๋ยวๆๆๆ ศิษย์พี่!! ท่านใจเย็นเข้าไว้ หยุดเขย่าข้าก่อน”
เสี่ยวหลินเหมือนพึ่งได้สติของตนเองกลับมา รีบปล่อยมือจากเซียวเย่ ถอยหลังออกมาหลายก้าวพร้อมสูดหายใจเข้าออกหลายครั้ง จ้องมองที่เซียวเย่ เหมือนจะอยากได้คำตอบจากเซียวเย่ให้ได้
“ศิษย์พี่..คำถามที่ท่านถามข้าก่อนหน้านี้ ข้าจะตอบตามความเข้าใจของข้าก็แล้วกัน อ-แฮ่ม! ข้าก็แยกประสาทััเข้าควบคุมพวกมันทีเดียวพร้อมๆกันอย่างไรล่ะ เป็ไง ง่ายหรือไม่”
“ง่ายบ้านเ้าสิ! ถ้าการแยกประสาทััมันง่ายถึงเพียงนั้น ใครๆมันก็ทำได้กันหมดแล้วสิ แล้วมันจะมีเพียงแค่บันทึกเอาไว้ในตำราทำไมกัน อาจารย์ของข้ายังทำไม่ได้แม้แต่ขั้นตอนที่สามด้วยซ้ำ แต่เ้ากับ…ทำมันสำเร็จทั้งหมด”
"โอ้วงั้นหรือ อ่อ..ศิษย์พี่ข้าอยากจะขอวัตถุดิบ หลอมโอสถเสียหน่อยได้หรือไม่ ขออยากจะทดลองอะไรเสียหน่อย ข้าอยากได้หญ้า……….."
อยู่ๆเซียวเย่ก็พล่ามชื่อวัตถุออกมาเสียอย่างนั้น ทำเอาเสี่ยวหลินที่ตื่นใอยู่ ต้องรีบจดบันทึกเกือบไม่ทัน เมื่อจดบันทึกใส่กระดาษแล้วก็รีบส่งให้คนข้างนอกห้องไปรวบรวมวัตถุดิบให้ เสี่ยวหลินยังคงไม่หายใ รับเดินเข้ามาหาเซียวเย่กล่าวออกมา
“เซียวเย่…คุณชายเซียวเย่ ท่านช่วยสอนข้าหลอมโอสถได้หรือไม่”
เซียวเย่เมื่อได้ยินเช่นนั้นก็หัวเราะลั่นออกมา พร้อมกล่าว
“ฮ่า!ฮ่า!ฮ่า! ศิษย์พี่เสี่ยวหลินท่านไม่ต้องเรียกข้าเป็ทางการขนาดนั้นก็ได้ เรียกเช่นเดิมเถอะ ข้าจะช่วยสอนท่านสักเล็กน้อยก็ได้ แต่ก็ต้องมีข้อแม้ด้วยเช่นเดียวกัน”
“ได้เลยเซียวเย่ ไม่ว่าข้อแม้อะไรข้าก็จะตกลงทุกข้อ”
เสี่ยวหลินตอบไม่โดยไม่ครุ่นคิดแม้แต่น้อย การหลอมโอสถเหมือนชีวิตสำหรับนาง ถ้านางทำแบบเซียวเย่ได้ นางจะพัฒนาไปได้ไกลแค่ไหนกัน