ตอน 24 เป็เด็กดีของข้าได้หรือยัง
หลังที่เหตุการณ์ร้ายๆเกิดขึ้นกับจิ่นเฟยจนเสียขวัญเพื่อเอาใจภรรยาสุดที่รัก คนคลั่งเมียอย่างเขาก็ไม่วายหาสิ่งที่จะให้นางประหลาดใจ
จะใหญ่ไม่ใหญ่ไม่รู้ ถึงขั้นออกคำสั่งเอ่ยปากขอต่อรองกับฝ่าาให้จัดงานรัวรั่วเพื่อให้ภรรยาของตนได้สำราญใจ
*งานรัวรั่ว หมายถึงวันที่ทุกคนในเมืองต้องให้ความสำคัญกับดอกไม้เป็วันมงคลที่ทุกบ้านต้องมีดอกไม้นานาชนิดประดับเพื่อเพิ่มความเป็สิริมงคล*
ทุกวันเทศกาลรัวรั่วของปี ทั่วลั่วหยาง จะมีกลิ่นหอมไกลกว่าสิบลี้ (5,000เมตร) ดึงดูดคนชนเผ่าต่างๆให้เข้ามาร่วมเฉลิมฉลอง
จะกล่าวอีกนัยหนึ่ง เทศกาลรัวรั่วก็เหมือนเป็การเรียกหนุ่มสาวต่างแดนของแต่ละหัวมุมเมืองให้เข้ามายังลั่วหยางเพิ่มโอกาสให้หนุ่มสาวในเมืองได้พบรักกับคนต่างถิ่นพบเนื้อคู่ประสานรักกันอย่างชื่นมื่น
"เติ้งถู สหายข้า เ้า้าให้ข้าออกราชโองการจัดงานรัวรั่วก่อนกำหนดไปเพื่ออะไรกัน"ฝ่าางงเป็ไก่ตาแตกทันทีที่ได้ฟังคำร้องขอ
"ฟังดูแล้ว มันช่างมิสมเหตุสมผลเท่าไหร่หากจะแลกกับการที่ข้าส่งเ้าไปออกรบแล้วล่ะก็ มิสู้เ้าขอเงินทองยศศักดิ์มิดีหรอกหรือ" ผู้เป็ฝ่าากล่าวถามเพื่อนคนนี้ เพราะความแปลกใจ
"ฝ่าา...ข้านั้นมิได้เป็คนมักใหญ่ใฝ่สูง ลืมไปแล้วหรืออย่างไรว่าการที่ข้าเข้ามาพัวพันกับราชสำนัก เดิมทีก็เพราะหาความมั่นคงให้ภรรยาข้า" เติ้งถูพูดแบบหน้าตาเฉย ว่าทุกอย่างในชีวิตล้วนทำเพื่อเมียหายใจเข้าก็เมีย หายใจออกก็เพื่อเมีย
"เืเนื้อของข้ากำลังแรงกายของข้า ที่จะใช้ไปในการรบมิสู้แลกกับการจัดงานใหญ่โตเช่นนี้ให้นางสำราญใจแค่นี้ก็เพียงพอใจของข้ายิ่งนัก" โม่เติ้งถูผู้สุดแสนเ็าพูดจบประโยคก็ไม่ลืมที่จะหลุดยิ้มออกมา แววตาเปี่ยมด้วยประการแห่งความสุข
"ภรรยาพึงพอใจเป็สิ่งที่ข้าแสนปรารถนาเงินทองมีมากโข10 คันรถหากภรรยาของข้าต้องอยู่เยี่ยงปลาไหลในหีบ ให้ข้าตายเสียยังจะดีกว่า" คำพูดชี้แจงของโม่เติ้งถูช่างซึ้งกินใจนักเป็จังหวะที่องค์หญิงเยว่ชางกับต้าเชียงเข้ามาได้ยินพอดี
"ท่านแม่ทัพใหญ่สมกับที่ท่านเป็วีรบุรุษในใจข้าจริงๆ ขุนนางในราชสำนักต่าง้ายศอำนาจ มากเมียมอมเมาสุรานารีไม่ขาดปาก "
"เห็นเพียงแต่ท่านผู้เดียวที่มีปณิธานแน่วแน่หนักแน่นดั่งหินผา ตลอดเวลาเกือบยี่สิบปี ข้าไม่แปลกใจเลยว่าเหตุใดภรรยาของข้าถึงได้ชมชอบท่านนัก"ต้าเชียงกล่าวชื่นชมเติ้งถูด้วยความเลื่อมใส
"ราชครักษ์ต้าเชียงเองหรือนี่กล่าวหนักเกินไปแล้ว ข้านี้ไหนเลยจะมอมเมาสตรีข้านั้นเอาท่านเป็เยี่ยงอย่างมาแต่ไหนแต่ไรท่านเองก็มีใจรักมั่นองค์หญิงเยว่ชางมานานโขไม่เปลี่ยนแปลง" เติ้งถูเองตอบกลับอย่างถ่อมตน
"เอาล่ะๆ พวกเ้าอย่าเอาแต่ยกยอกันไปมา ยังเห็นข้านั่งหัวโด่อยู่นี่หรือไม่ เห๊อะ!!อย่างกับข้าเป็อากาศ" อิเต้เริ่มงอนละ ไม่มีใครสนใจนาง 555+
"ไอ๊หย๊า เสด็จพี่ ไม่ใช่อย่างนั้นเสียหน่อยข้ากับสามี มาที่นี่ก็เพื่ออยากจะขอบคุณท่านกับ แม่ทัพเติ้งถู "เยว่ชางเข้าเจาะแจะประจบประแจง อ้อนพี่ใหญ่ของนาง ทำเช่นนี้เหมือนตอนเด็กๆ
นี่ละนะ ที่ว่ากันว่าพี่น้องท้องเดียวกันตัดยังไงก็ตัดไม่ขาด
"เยว่ชาง เ้าหายโกรธข้าแล้วใช่หรือไม่... "
"ไม่ใช่ว่าเ้าอยากแต่งกับโม่เติ้งถูมาโดยตลอดมิใช่หรือ" ฝ่าาไบโพล่าจะแดกเพราะอิน้องตัวดีนี่แหละ เดียววีน เดี๋ยวดี เดี๋ยวร้าย เดี๋ยวอ้อน โอ๊ย หัวจะปวด
"ใช่ นั่นมันเป็เมื่อก่อนนานหลายปีที่เยว่ชางจมปลัก โชคดีที่ได้พบต้าเชียง ไม่เช่นนั้นเยว่ชางก็คงจะเป็คนที่หลงผิดในรัก"เยว่ชางั้แ่ยอมเปิดใจรักคนอื่นบ้างก็คลั่งรักไม่เบา ยอมตัดใจจากโม่เติ้งถูได้ 100%
"เอาเถอะ สหายข้า กว่าคนไร้ใจเช่นเ้าจะเอ่ยปากร้องขอนั้นไม่ใช่เื่ง่ายหากสิ่งที่เ้าปรารถนามีเช่นนั้นจริงๆ มีหรือที่ข้าผู้นี้จะให้ไม่ได้"ลู่เปียนยังเห็นเติ้งถูเป็เพื่อนสนิทเสมอ ไม่เคยถือตัวว่าตัวเองใหญ่โตกว่าอะไรๆก็ตามใจตลอด
"ขอบคุณฝ่าาที่เมตตาเช่นนั้นข้าก็คงต้องขอตัวไปซ้อมรบให้พลทหารก่อน เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับศึกใหญ่ที่จะมาถึง" เติ้งถูคำนับ และทูลลา
********************
1 วันก่อนออกรบ
ณ จวนโม่
"ฮูหยินวันนี้ข้าจะทำให้เป็วันที่เ้าสุขใจที่สุดไปแต่งตัวให้งามเถอะ ทุ่งดอกไม้ที่แสนงดงามรอเ้าอยู่" แม่ทัพใหญ่อย่างเขา แม้ภารกิจงานรัดตัวจนแทบไม่มีเวลาทานข้าวก็ยังหาเวลามาสร้างความบันเทิงใจให้ภรรยา
ทว่าศึกใหญ่นอกเมืองกำลังจะมาถึง ตัวเองจะไปออกรบพรุ่งนี้แท้ๆหลิวจิ่นเฟยยังไม่รู้อะไรเลยสักอย่าง
โม่เติ้งถูพาจิ่นเฟยควบม้าขาวตัวเดิมออกจากเขตเมือง ไป ณดินแดนอันไกลโพ้น สุดลูกหูลูกตาปกคลุมไปด้วยต้นไม้ดอกไม้สีสันงดงามเป็ร้อยๆชนิด
"เติ้งถู ที่นี่มันคือที่ไหนมันมีสถานที่เช่นนี้บนลั่วหยางด้วยหรือข้าไม่เคยเห็นสถานที่ไหนงดงามขนาดนี้มาก่อน" หลิวจิ่นเฟยโคตรดีใจตื่นเต้นแน่นอนว่าผู้หญิงสวยๆก็ต้องคู่กับดอกไม้
หลิวจิ่นเฟยวิ่งไปตามทุ่งดอกไม้อย่างสำราญใจ กิริยาของนางไม่ต่างอะไรกับเด็กวัยสามขวบที่ได้ของเล่น
"เติ้งถู มาสิ ตามข้ามาเ้าโง่สถานที่ดีขนาดนี้จะมัวยืนมองเฉยๆได้ยังไง"เติ้งถูยืนมองภรรยาที่ร่าเริงวิ่งไปมาในทุ่งดอกไม้ ตัวเขาเองก็สุขใจไม่น้อยเลยแม้จะไม่ค่อยได้แสดงออกทางสีหน้าก็ตาม
หลิวจิ่นเฟยะโเรียกสามีให้มาวิ่งเล่นด้วยกันหลายครั้ง
"ข้าเป็บุรุษไม่ได้ชมชอบความงามของดอกไม้.... จะชมชอบก็มีแต่ความงามของเ้าเท่านั้น" สามีผู้คลั่งรักะโตอบกลับไปจนนางต้องหยุดวิ่งไปชั่วครู่
"ดูสิ ดูท่าทีที่เหมือนกับก้อนหินของเ้าสิแบบนั้นมันจะไปสนุกได้ยังไง วันนี้ข้าจะพาท่านทำเื่สนุกๆเอง"จิ่นเฟยจอมซนวิ่งกลับเขาหาสามีที่ยืนรออยู่นอกทุ่งดอกไม้ จับมือแนบนิ้วกระชากแขนของเขาเข้าไปกลางทุ่งกลายเป็ว่าโม่เติ้งถูผู้เ็าเริ่มก้าวขาวิ่งเล่นตามนางในใจค่อยๆััได้ถึงความสุข ความสนุกสนานที่ไม่เคยเป็มาก่อน
เป็เวลาพอสมควร ที่สองสามีภรรยาวิ่งเล่นเหมือนเด็กกระทั่งเหนื่อยหอบแห๊กๆ แล้วมองหน้ากัน พวกเขาไม่พูดอะไร
ทันทีที่สบตา ก็หลุดหัวเราะออกมาพร้อมกันเสียงดังจนนกที่ทำรังอยู่บนต้นไม้ใโผบินหนี
พวกเขาเอนตัวลงนอนทับต้นดอกไม้เล็กๆนั่นโดยไม่มีท่าทีว่าจะทะนุถนอม....เพราะความเหนื่อยล้าแดดที่กำลังเคลื่อนส่องมา แต่ยังดีที่ตรงนั้นมีต้นไม้ใหญ่กำบังเป็ร่มเงา
อยู่ดีๆ บรรยากาศพาไปหรืออย่างไรไม่แน่ใจนักโม่เติ้งถูกลับกล้าที่จะเปิดใจพูดมากขึ้น
"หลิวจิ่นเฟย...ขอบคุณเ้า ที่เข้ามาเป็ความสดใสในชีวิตข้า บนโลกนี้ข้าไม่คาดคิดมาก่อน ว่าจะมีเื่สนุกเช่นนี้ด้วย"
"ั้แ่ยังไม่เสียสกุลโม่ไปข้าต้องแบกรับภาระหน้าที่อันใหญ่หลวง เป็คุณชายใหญ่สกุลโม่แบกรับที่จะสืบทอดเป็แม่ทัพใหญ่ของสกุลที่สืบทอดกันมารุ่นต่อรุ่น ต้องฝึกวิชาดาบฝึกวิชายุทธ ฝึกตำราเป็ว่าเล่น ข้านั้นไม่มีเวลาที่จะไปละเล่นสนุกเหมือนบุรุษจวนอื่น"
"ั้แ่เด็กไม่ว่าคุณชายน้อยสกุลไหน ต่างไม่ต้อนรับข้าพวกเขามองว่าสกุลโม่ของเราเอาแต่สังหารคน"
"ข้านั้นปฏิเสธไม่ได้จริงๆทว่าการที่สกุลโม่ของเราสังหารคน ก็สังหารแค่ในสนามรบเท่านั้น นอกสนามรบเราจะสังหารก็เพียงแต่คนชั่วที่เป็ฏต่อบ้านเมืองวัยเด็กของข้าสุดแสนเหี่ยวเฉา"
"ไหนเลยจะรู้ว่าก๋านลู่เปียนวัยเด็ก ครั้งที่ยังเป็เพียงแค่องค์รัชทายาท ก็มีชะตาเช่นเดียวกับข้ามิหนำซ้ำเขายังถูกจำกัดจำเขี่ยการใช้ชีวิตมากกว่าข้าเสียอีก เพราะเหตุนี้เองเราสองคนเข้าใจกันดี และกลายมาเป็สหายเพียงคนเดียวของกันและกัน" โม่เติ้งถูเล่าให้ภรรยาฟังอย่างตั้งใจเพราะเขาเองก็ไม่อยากมีเื่ปิดบังนางแม้แต่เื่เดียว
"โม่เติ้งถู.... หากพวกท่านเป็สหายสนิทกันเหตุใดทุกครั้งที่ข้าเห็นพวกท่านอยู่ต่อหน้า ดูไม่ค่อยลงรอยกันสักเท่าไหร่"จิ่นเฟยที่นอนเอนกายอยู่ข้างๆ กล้าเอ่ยถามเพราะสงสัยในใจมาโดยตลอด
"เดิมทีการถูกสังหารยกหมู่ของสกุลโม่มีคำสั่งของฮ่องเต้พระองค์ก่อนเป็หลัก ข้ารู้ดีว่าเื่นี้ต้องมีเงื่อนงำแน่เพราะหากข้าจำไม่ผิดล่ะก็ ความสัมฟันของสกุลโม่กับฝ่าามีความสัมพันอันดีมาโดยตลอด ไม่น่าเป็ไปได้ที่อยู่ดีๆฝ่าาจะสังหารสกุลของข้าอย่างไร้เหตุผลโดยไม่มีคนคอยยุแยง"
"ข้าต้องรู้ให้ได้ว่าผู้ใดเป็ผู้คอยยุแยง"โม่เติ้งถูพูดคุยกับนางอยู่นานโขสองสามีภรรยาแลกเปลี่ยนเื่ราวของกันและกันถือว่าครั้งนี้เติ้งถูประสบความสำเร็จในการเอาใจสตรีไปหนึ่งขั้น