บทที่ 3
เป็เช่นนี้เอง
เช้าในวันสดใส กลับไม่ใช่เช้าแสนสดใสสำหรับจางฮุ่ยเหมยนัก กลายเป็ความสดใสของจางหนิงเทียนกับจางหนิงเฉิงมากกว่าเ้าก้อนซาลาเปาเนื้อแน่นสองลูกออกฤทธิ์ได้ออกฤทธิ์ดีในยามราตรีส่งเสียงร้องเรียกมารดาในค่ำคืนที่ผ่านมาไม่หยุดหย่อน
เพียงเพราะพวกเขาอยากกินนม
.
.
ใช่...เ้าเด็กอวบแสนนุ่มนิ่มทั้งสองแค่อยากดื่มกินนมจากอกของมารดาเท่านั้นกินอิ่มใช่ว่าจะนอนหลับลงง่ายเสียเมื่อไร ชวนกันชูแข้งชูขายื่นมือป้อมอ้วนไปหามารดาสภาพกึ่งหลับกึ่งตื่นคล้ายว่าช่วยพูดคุยกับพวกเขาหน่อยจางฮุ่ยเหมยพลันอ่อนอกอ่อนใจจะให้ดุพวกเขาหรือก็ใช่เหตุสองซาลาเปาตัวป่วนตัวเล็กจ้อยขนาดนี้คนเป็มารดาเช่นนางมีหรือจะไม่ตามใจเ้าก้อนแป้งทั้งสอง กล่อมอยู่นานจนเด็กทารกตัวน้อยเข้าสู่ห้วงนิทราโดยดีใช้เวลาปราบเ้าแฝดไปเกือบหนึ่งชั่วยาม เล่นเอาพลังงานในร่างกายของนางทรุดฮวบเข้าขั้นสุด
ดังนั้นหากจางฮุ่ยเหมยมีสภาพอิดโรยแต่เช้าคงไม่ใช่เื่แปลกอันใดใต้ตาของนางมีร่องรอยหมองคล้ำลงไปบ้างเพราะฝีมือของเ้าตัวน้อย แต่ยังคงความงดงามของใบหน้าทั้งห้าองคาพยพพร้อมความอวบอิ่มมีน้ำมีนวลเพื่อเ้าก้อนแป้งทั้งสองของนาง
มากกว่านี้แม่ทำได้...นั่นแหละคือจางฮุ่ยเหมย
เจียวซือช่วยนายหญิงอาบน้ำแต่งตัวให้คุณชายน้อยทั้งสองอย่างแข็งขันเด็กน้อยตัวอวบ ผิวตึง เนื้อแน่น โดยเฉพาะแก้มนุ่มฟูคล้ายก้อนซาลาเปายิ้มทีดันเนื้อแก้มแทบปิดตาหยีของตัวเองทุกครั้งส่งเสียงหัวเราะคิกคักด้วยความชอบใจที่ได้ลงเล่นน้ำทั้งสองเอาแขนป้อมเป็มัดของตัวเองตีน้ำในอ่างเสียสาดกระเซ็นออกมาข้างนอกจางฮุ่ยเหมยกับเจียวซืออยากบอกเ้าตัวน้อยเหลือเกินว่าไม่ได้พามาเล่นนะลูก
ขนาดยังนั่งไม่ได้ ตัวอ่อนปวกเปียก คอพับคออ่อนเช่นนี้แต่แรงกำลังบ่งบอกสุขภาพแข็งแรงและความซนเกินวัยของฝาแฝดจางหนิงเทียนกับจางหนิงเฉิงพอทำให้คนเป็มารดาสบายใจได้เปลาะหนึ่งว่าพวกเขาทั้งสองกำลังเติบโตอย่างแข็งแรงแน่นอน
"...เฮ้อ กว่าจะแต่งตัวเสร็จนะ"จางฮุ่ยเหมยมองหัวผักกาดน้อยอวบขาวสองหัว ซึ่งก็คือบุตรชายของนางเอง
ทั้งสองถูกจัดการอยู่ในห่อผ้าเนื้อหนาชั้นดีจนไม่สามารถดิ้นดุกดิกได้อีกมีเพียงศีรษะโผล่ออกมาจากห่อผ้าสีแดงและสีน้ำเงินเข้มส่งดวงตาสดใสเข้ากระแทกใจมารดาโดยไม่รู้ตัว ก่อนแย้มยิ้มเหงือกสวยเด่นมันวาวระคนอารมณ์ดี
จางฮุ่ยเหมยแทบอยากพูดออกมาว่า 'น่ารัก' ดังๆ เหลือเกินอีกใจคิดว่าอย่าเยินยอเ้าก้อนแป้งบ่อยๆแค่ฤทธิ์อาบน้ำวันนี้แทบทำให้นางกับเจียวซือเหงื่อไหลไคลย้อยทีเดียว
"เ้าไปอาบน้ำก่อนเถอะแล้วค่อยมาสลับดูแลคุณชายน้อยแทนข้า ข้าจะได้อาบน้ำแล้วมากินข้าวพร้อมเ้า"
"เ้าค่ะนายหญิง"
แผ่นหลังของเจียวซือหายไปอย่างรวดเร็วส่วนจางฮุ่ยเหมยหันมาสนใจสองแฝดตัวน้อยต่อความเหนื่อยเมื่อครู่จางหายไปอย่างรวดเร็วเพราะความใสซื่อและรอยยิ้มของเด็กน้อยทั้งสอง
ทั้งสี่คนเดินทางออกจากหมู่บ้านฮัวเป่ยด้วยรถเทียมเกวียนวัวของชาวบ้านในหมู่บ้าน โดยเฉพาะคนขับรถเทียมเกวียนวัวจางฮุ่ยเหมยคารวะชายชราและแนะนำตัวเองว่าเพิ่งมาอยู่ที่นี่พร้อมเ้าแฝดสองก้อนซึ่งให้ความร่วมมือกับมารดาเป็อย่างดีแย้มยิ้มทักทายอย่างสดใส ชาวบ้านซึ่งอาศัยสัญจรไปย่านการค้าเห็นความน่ารักกลมนุ่มฟูของจางหนิงเทียนกับจางหนิงเฉิงอดไม่ได้เข้ามาทักทายเ้าก้อนแป้งและจางฮุ่ยเหมย
หลายคนบอกว่าจางฮุ่ยเหมยวาสนาดีได้บุตรชายฝาแฝดทั้งสองคนในคราวเดียวส่วนใหญ่สตรีตั้งครรภ์แฝดยากนักจะคลอดลูกออกมาอย่างปลอดภัยทั้งแม่และเด็กพอมีคนถามถึงสามีของนาง จางฮุ่ยเหมยกลับตอบเพียงว่า...
"ตาย (ห่า) ไปแล้วเ้าค่ะ"แสร้งทำสีหน้าสลดจนคนนึกสงสาร ก่อนปลีกตัวขขึ้นเทียมเกวียนวัวไปพร้อมกับเจียวซือ
"วันนี้นายหญิงอยากไปที่ใดก่อนหรือเ้าคะ?"หลังได้ที่นั่งเสร็จสรรพ เจียวซืออดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากถาม
"ข้าว่าจะไปท่าเรือที่มีเรือสินค้าของชาวหงหมาวก่อน"
"ชาวหงหมาว?"
"ชาวผมแดงตาสีฟ้าอย่างไรเล่า..."จางฮุ่ยเหมยสะดุด เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเจียวซือไม่รู้จักชาวต่างชาติ"พวกเขาเป็ชาวต่างชาติ วัฒนธรรมและภาษาไม่เหมือนกับเรามีความรู้และความเจริญที่แตกต่างจากเรา"
จางฮุ่ยเหมยกล่าวเสริมเล็กน้อยด้วยคำอธิบายเรียบง่าย เหมือนที่เคยเรียนกับพี่ใหญ่ของนางมาเจียวซือทำท่าเข้าใจกึ่งไม่เข้าใจในที ยอมพยักหน้าไปทั้งอย่างนั้นกลัวว่าหากนายหญิงอธิบายล้ำลึกกว่านี้ นางอาจกลายเป็ตัวโง่งมไปเลยก็ได้
ชีวิตของนางอยู่แต่ในเรือนในจวนไม่เคยออกจากขอบเขตของบ่าวรับใช้สักครั้ง หนังสือก็ไม่ได้เรียนมีเพียงตัวอักษรพื้นฐานเท่านั้นที่ท่านโหวเคยสอน ยิ่งคนต่างชาตินางยิ่งไม่เคยเห็นคงไม่เข้าใจคำอธิบายของนายหญิงเท่าไรเว้นเพียงวันนี้นางกำลังจะได้เห็นชาวหงหมาวที่จางฮุ่ยเหมยกล่าวถึงแล้วจริงๆ
หลังมาถึงย่านการค้า จางฮุ่ยเหมยกับเจียวซือไม่รีรอรีบเดินตรงไปยังท่าเรืออาศัยความชอบซักชอบถามจากชาวบ้านว่าท่าเรืออยู่ตรงไหนห่างไกลจากย่านการค้ามากน้อยเพียงใดโชคดีท่าเรือกับย่านการค้าอยู่ห่างกันไม่มากนักจึงโอบอุ้มแฝดทั้งสองลัดเลาะเข้าที่ร่มเรื่อยมาจนถึงจุดหมายปลายทางสำเร็จ
จางฮุ่ยเหมยทอดสายตาไปยังบรรดาเรือสินค้าขนาดกลางไปจนถึงขนาดใหญ่อย่างตระการตาและรู้สึกตื่นเต้นในคราวเดียวกันสินค้าที่พวกเขานำมาขายล้วนแล้วแปลกตา สวยงาม และดูน่าค้นหาในตัวของพวกมันทว่านางต้องยับยั้งชังใจเสียก่อน
นอกจากชาวหงหมาว ยังมีชาวเยวี่ยนหนาน[1]ชาวรื่อเปิ่น[2]ชาวเฉาเซียน[3] และชาวเซียนลว่อ[4]ชาวต่างชาติเหล่านี้คล้ายหลุดออกมาจากในหนังสือเรียนอย่างไรอย่างนั้นแม้เครื่องแต่งกายจะต่างจากในหนังสือเล็กน้อยทว่าเห็นครั้งแรกก็รู้ได้ทันทีว่าเป็ชาวต่างชาติมาจากดินแดนอะไรอาจเพราะเอกลักษณ์ของชุดแต่งกายของพวกเขาที่บ่งบอกถึงตัวตนได้อย่างดี
ช่างน่าตื่นตาตื่นใจยามได้เห็นคนต่างชาติทั้งวัฒนธรรมและภาษาที่ออกจะฟังดูแปร่งๆ ไปบ้างพอสมควร จางฮุ่ยเหมยไม่ได้เก่งทุกภาษานักหากภาษาต่างชาติใดมีรากฐานคล้ายกับภาษาแคว้นฉินของนาง นางย่อมเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็วจะมีก็แต่ภาษาของชาวหงหมาวกับชาวเซียนลว่อซึ่งต่างจากภาษาของนางอย่างสิ้นเชิงจึงเรียนรู้ได้ช้าและกว่าจะเข้าใจก็ใช้เวลานานเหมือนกันแตกต่างจากพี่ใหญ่ของนางที่มักเรียนรู้เอาไว้ในยามฟังความจากศัตรูดังนั้นจุดประสงค์การเรียนรู้ของจางฮุ่ยเหมยกับแม่ทัพจางจึงต่างกัน
"มีแต่คนแต่งตัวแปลกๆอยู่บนเรือสำเภาทั้งนั้นเลยนะเ้าคะ" เจียวซือเองอดตื่นเต้นไม่ได้เหมือนกันความแปลกใหม่นี้ชวนให้น่าค้นหาและเปิดโลกใหม่อีกใบให้นางได้รู้จัก
"นั่นสิข้าไม่เคยเจอชาวต่างชาติเยอะแยะขนาดนี้มาก่อน" จางฮุ่ยเหมยยกยิ้มยินดี รู้สึกคิดถูกที่นางมาที่นี่จริงๆ"เราเข้าไปดูกันเถอะ ว่าพวกเขาเอาอะไรมาขายบ้าง"
"เ้าค่ะ"
จางฮุ่ยเหมยยังไม่ลงหลักกับร้านค้าใดร้านค้าหนึ่งบนเรือสำเภามากมายนางเดินทอดน่องดูสินค้าแต่ละลำเรือด้วยความสนใจมีสินค้ามากมายเรียกร้องความสนใจจากนางอยู่พอควร พอปรึกษากับเงินในถุงเงินดูแล้วรู้สึกว่าตัวเองควรลาขาดไปก่อนอยากได้อย่างไรกลับไม่อาจซื้อได้ ช่างทรมานจิตใจของนางเหลือเกิน
จางฮุ่ยเหมยกับเจียวซือพากันเดินแวะดูบางร้านแต่ก็ยิ้มให้กับชาวต่างชาติประปราย พลางสังเกตว่าส่วนใหญ่จะสามารถจำหน่ายสินค้าได้จำเป็ต้องมีคนมีฐานะพาล่ามมาทำการติดต่อซื้อขายด้วยผู้คนซึ่งไม่สามารถพูดคุยสื่อสารภาษาต่างชาติ ต่อให้สินค้าบนลำเรือมีราคาดีมากแค่ไหนยังถูกกีดขวางด้วยอุปสรรคที่เรียกว่าภาษาอยู่ดีบางร้านถึงขั้นลดราคายอมขาดทุนเพราะขายไม่ออกเลยก็มี น่าเห็นใจอยู่ไม่น้อย
พอดูร้านทุกร้านจนเป็ที่พอใจแล้วจางฮุ่ยเหมยจึงตัดสินใจตรงมาที่เรือสำเภาของชาวเซียนลว่อแทนด้วยบนลำเรือมีสินค้าจำพวกเครื่องปรุง สมุนไพร และต้นไม้หลากหลายจึงคิดว่าชาวเซียนลว่อน่าจะพอให้นางสอบถามเื่เพาะปลูกพืชผักได้
เ้าของเรือสินค้าเห็นมีลูกค้าเข้ามาดูสินค้าพอดีรีบออกมาต้อนรับด้วยความดีอกดีใจเขาเทียบท่าอยู่ที่เมืองเซียงโจวมาตั้งหลายวันเกือบอาทิตย์กว่าจะมีลูกค้าสักคนเข้าร้านแทบนับคนได้
"ยินดีต้อนรับขอรับแม่นาง"
"สวัสดีเ้าค่ะ"
เ้าของเรือสินค้าตะลึงพรึงเพลิดหลังได้ยินจางฮุ่ยเหมยตอบรับด้วยภาษาของเขาแทบยินดีปรีดาอย่างมาก น้อยครั้งนักจะเจอล่ามหรือคนพูดภาษาของเขามาเยือนเรือสำเภาของตน
"ข้าสนใจเมล็ดพันธุ์ผักแต่ไม่รู้ว่าจะมีผักชนิดใดบ้างสามารถปลูกบนดินเค็มได้ ท่านพอแนะนำได้หรือไม่เ้าคะ?"
"มีๆ ขอรับ แนะนำเป็พวกมะเขือเทศหัวผักกาด แตงเทศ ขอรับ"
"แตงเทศ?"
"เป็ผลไม้ขอรับแคว้นของท่านคงเรียกแตงเทศว่า ‘ฮามี่กวา[5]’ คล้ายๆ กับแตงโมหรือท่านรู้จักว่าชื่อซีกวาแต่เปลือกแข็งเป็สีเขียวอ่อนกว่า เนื้อด้านในหากสุกแล้วจะฉ่ำน้ำ หอมหวานรสชาติอร่อยขอรับ รับประทานตอนเนื้อเย็นๆ รับรองได้ว่าสดชื่นขอรับ"
ดวงตาของจางฮุ่ยเหมยทอประกาย ท่าทางของเขาคล้ายชำนาญเื่การแนะนำพันธุ์พืชสำหรับปลูกบนดินเค็มได้เป็อย่างดีขอนางลองถามอีกสักหน่อยเถอะ
"แล้วถ้าข้าอยากปรับสภาพดินให้พอสามารถปลูกผักชนิดอื่นได้เป็ไปได้ไหมเ้าคะ?"
"ทำได้ขอรับ"
เห็นความมั่นใจของพ่อค้าชาวเซียนลว่อผู้นี้ จางฮุ่ยเหมยจึงมั่นใจมากขึ้นกว่าเก่าว่านางจะได้กินผักกาดตามความคาดหวังหลังผิดหวังกับน้ำแกงยามฟื้นขึ้นมา จริงๆ ก็ชอบหัวผักกาดเช่นกันแต่นางเจริญอาหารกับผักกาดขาวมากกว่า
"ดินเค็มเป็ดินที่ดึงเกลือขึ้นมาจนทำให้ดินเหนียวและยากต่อการเพาะปลูกพืชผักให้หลากหลายฉะนั้นท่านควรสร้างร่องน้ำให้กับแปลงผักของท่านก่อนแล้วกักน้ำจืดในการลดทอนความเค็มของมัน แต่อาจใช้เวลานานมากในการลดความเค็มของดินเพื่อป้องกันไม่ให้ดินดูดซับน้ำทะเลท่านควรสร้างเนินสูงป้องกันน้ำทะเลด้วยนะขอรับ"
โอ้...ลดความเค็มของดินได้ด้วยวิธีนี้หรือนี่แต่นางก็ไม่อาจรอให้ดินหายเค็มเนิ่นนานขนาดนั้นเพราะเงินมันกำลังร้องเตือนว่ามันใกล้หมดเต็มทีแล้ว
"นอกจากใช้น้ำจืดชะล้างความเค็มมีวิธีอื่นหรือไม่เ้าค่ะ แบบว่าที่ดินของข้าห่างไกลจากน้ำทะเลพอสมควรอาจจะแห้งแข็งเล็กน้อย มีขุยเกลือขึ้นให้เห็นบ้างไม่ได้เป็ดินเหนียวเสียทีเดียว"
"อืม...ถ้าแห้งแข็งแล้วเกิดขุยเกลือท่านควรทำให้ดินชุ่มชื้นมากพอและใช้พวกปูนขาวหรือไม่ก็แกลบโรยหน้าดินเพื่อปรับปรุงดินให้ร่วนซุยพร้อมปลูกขอรับ"
"ปูนขาว?"
"หน้าตาเป็เช่นนี้ขอรับ"
พ่อค้าชาวเซียนลว่อใช้ทัพพีปากกรวยตักผงขาวจากถุงกระสอบหนึ่งให้จางฮุ่ยเหมยดูมันเป็ผงสีขาวละเอียดราวกับผงแป้ง ไม่มีกลิ่นใดๆ ให้รู้สึกัันางเพิ่งเคยเห็นสิ่งนี้ครั้งแรกเช่นกัน
"หากปรับสภาพดินจนร่วนซุยเป็ที่สังเกตได้ควรปลูกพวกตระกูลถั่วสลับกัน เพื่อเพิ่มสารอาหารให้กับดินด้วยนะขอรับ"
จางฮุ่ยเหมยแทบอยากปรบมือชื่นชมความใจกว้างของพ่อค้าชาวเซียวลว่อผู้นี้อย่างยิ่งไม่รอช้านางขอซื้อปูนขาวและแกลบอย่างละสองจิน[6]เมล็ดพันธุ์พืชจำพวกถั่ว หัวผักกาด มะเขือเทศ และแคนตาลูปอย่างละหนึ่งชั่ง[7]เบ็ดเสร็จค่าเสียหายหมดไปหนึ่งร้อยหกสิบอีแปะ ถือว่าเป็ราคาที่ถูกมากๆ ทั้งๆที่ความจริงของเหล่านี้น่าจะขายได้ราคาแพง
พ่อค้าชาวเซียนลว่อกล่าวว่าเพราะขายออกยากซ้ำล่ามภาษาประจำท่าเรือเมืองเซียงโจวที่รู้จักภาษาของเขามีน้อยมากทำให้ค้าขายแทบไม่ออก ราคาที่เคยตั้งไว้ตอนแรกจึงตกลงฮวบขนาดนี้เขายอมขาดทุน ดีกว่าปล่อยให้สินค้าบนเรือสำเภาเสียหายจนต้องเททิ้งลงทะเลเพราะเขาเสียดายด้วย ของค้าขายที่นำมาค้าขายที่ท่าเรือนี้ล้วนแต่เป็ของดำรงชีพในครัวเรือนของชาวริมทะเลด้วยอุปสรรคทางภาษาสินค้าจึงขายไม่ออกยอมลดราคาเข้าเนื้อขนาดนี้ก็มีแต่ลูกค้ามาด่อมๆ มองๆ แต่ไม่มีใครกล้าเข้ามาซื้อทำให้อดรู้สึกท้อไม่ไหว
"เอาเช่นนี้หรือไม่หากข้าปรับปรุงสภาพดินสำเร็จและสามารถปลูกผักผลไม้ที่ข้าซื้อจากท่านได้ข้าจะแนะนำท่านให้คนในหมู่บ้านที่ข้าอาศัยอยู่รับรู้ว่าท่านช่วยแนะนำเื่การปรับปรุงดิน"จางฮุ่ยเหมยแนะแนวทางช่วยเหลือให้กับเขา"หากคนในหมู่บ้านสนใจทำการเกษตรขึ้นมา พวกเขาคงยินดีไม่น้อยเพราะข้าวสารและธัญพืชของเมืองเซียงโจวราคาแพงยิ่งนักถ้าได้ท่านช่วยสอนการปรับปรุงหน้าดินและแนะนำการปลูกพืชผักคงดีไม่น้อย"
พ่อค้าชาวเซียนลว่อพลันดวงตาทอประกายวาววับราวกับเห็นหนทางบางอย่างที่หญิงสาวหยิบยื่นให้
"ท่านคิดค่าสอนวิธีปรับปรุงดินบวกกับข้าเป็ล่ามให้กับคนในหมู่บ้านแน่นอนว่าชาวเมืองเซียงโจวมีกำลังเงินพอสมควรแล้วชักจูงให้พวกเขาซื้อสินค้าบนลำเรือของท่านเท่านี้ท่านก็ไม่ต้องเทสินค้าที่มีค่าเหล่านี้ลงทะเลอย่างไร้ประโยชน์แล้ว"แขนเรียวพลางกระชับกอดบุตรชายในอ้อมแขนเล็กน้อยก่อนถามความสมัครใจของพ่อค้าหนุ่มว่า"ท่านเห็นว่าทางออกนี้เหมาะสมหรือไม่เ้าคะ?"
หมายความว่าตัวจางฮุ่ยเหมยจะเป็ลูกค้าทดลองวิธีปรับปรุงดินและปลูกพืชผักเป็คนแรกให้กับเขาหลังจากนั้นนางจะกลายเป็กระบอกเสียงให้ชาวบ้านในหมู่บ้านที่นางอาศัยรับรู้พวกเขาต้องรู้สึกสนใจ กอปรกับมีใจอยากปลูกพืชผักด้วยตัวเองมาเนิ่นนานเพราะข้าวสารและธัญพืชในย่านการค้ามีราคาแพงหลายเท่าตัว เผลอๆสูงกว่าราคาขายในเมืองหลวงด้วยซ้ำหากให้เลือกว่าถ้าสามารถปลูกและทำการเกษตรเองได้คงลดค่าใช้จ่ายและสร้างรายได้ในราคาเอื้อมถึงในเมืองนี้อย่างแน่นอน
และหากหมู่บ้านของนางสามารถทำการเพาะปลูกได้หมายความว่าหมู่บ้านอื่นๆ ของเมืองเซียงโจวย่อมต้องเดินทางมาหมู่บ้านฮัวเป่ยเพื่อสอบถามถึงวิธีปรับปรุงดินเค็มและอาจพากันมาพึ่งพาจางฮุ่ยเหมยให้เป็ล่าม นางย่อมได้ค่าล่ามไม่มากก็น้อยอีกทั้งชี้นำให้มาหาพ่อค้าชาวเซียนลว่อ ช่วยให้เขาสามารถขายสินค้าบนเรือตัวเองเรียกได้ว่าเป็การได้ลูกค้าจากกลุ่มเล็กๆ ก่อนขยายไปสู่กลุ่มใหญ่อีกทั้งสินค้าของเขาไม่ได้มีเฉพาะเมล็ดพันธุ์ผักหรือตัวช่วยในการเพาะปลูกเท่านั้นยังมีต้นไม้และเครื่องปรุงที่อาจจะได้รับความสนใจในภายภาคหน้าด้วย
เมื่อเห็นความเป็ไปได้ในอนาคต พ่อค้าชาวเซียนลว่อเช่นเขาย่อมอยากลองเสี่ยงการตัดสินใจครั้งนี้ไม่ได้ก็ต้องเสียซึ่งเป็หนทางที่มีให้เลือกสองทางอย่างแจ่มชัด หากสำเร็จย่อมคุ้มค่าหากไม่เป็ดั่งใจหวังเขาก็แค่ต้องเทสินค้าทั้งหมดทิ้งทะเลตามเดิมฉะนั้นคำตอบที่เขาจะให้กับจางฮุ่ยเหมยคือ
"เหมาะสมขอรับ รบกวนแม่นางด้วย"
จางฮุ่ยเหมยแย้มยิ้มด้วยความยินดีค้อมศีรษะให้กับพ่อค้าหนุ่มผู้มุ่งมั่นเล็กน้อย ก่อนเอ่ยกับพันธมิตรการค้าคนแรก
"ยินดีอย่างยิ่งเ้าค่ะ"
ไม่นานจางฮุ่ยเหมยกับเจียวซือเดินออกมาจากเรือสำเภาของพ่อค้าชาวเซียนลว่อพ่อค้าคนนั้นชื่อ 'คง' แล้วนางก็ได้ทำความรู้จักกับเขาเรียบร้อยแล้ว
ที่เหลือคือใช้หูให้คล่อง ใช้ตาให้ไวเพื่อสังเกตว่าล่ามนั้นมักได้ค่าจ้างราคาเท่าไร แน่นอนว่านางไม่อาจคิดค่าล่ามสำหรับชาวบ้านตามหมู่บ้านเล็กๆเท่ากับราคาที่พวกคนมีฐานะจ่ายค่าจ้างให้กับล่ามเ่าั้
จางฮุ่ยเหมยถือความมั่นใจว่านางรู้หลายภาษามากกว่าล่ามคนอื่นๆที่สื่อสารได้เฉพาะภาษาที่ใกล้เคียงกับภาษาแคว้นฉินและชาวหงหมาวแค่นี้นางก็ไม่รู้ว่าจะยิ้มอย่างไรไหวนางไม่สามารถหุบยิ้มชวนปวดแก้มของตัวเองได้จริงๆ
ดวงตาสวยคมเชิดประกายอ่อนหวานเหลือบแลเ้าก้อนแป้งสองก้อนซึ่งอยู่อย่างสงบเรียบร้อยระหว่างมารดาเจรจาการค้าหัวใจของจางฮุ่ยเหมยราวกับบุปผาเบ่งบานทอประกายรับแสงแดดลืมหมดสิ้นฤทธิ์แสบของเ้าก้อนแป้งยามค่ำคืน เอ่ยชมเสียงหวานให้กับบุตรชายทั้งสอง
"พวกเ้าช่างเป็ความโชคดีของแม่ยิ่งนักคอยดูนะ แม่จะขุนให้อ้วนจนใครๆ ก็อิจฉาลูกของแม่เลย"
เด็กน้อยทั้งสองมองมารดาตาใสแป๋วเอนศีรษะไปกันคนละทางแค่นั้น ััว่ามารดากำลังอารมณ์ดีแย้มยิ้มพวกเขาก็ยิ้มตามอย่างอารมณ์ดีโดยไม่ได้รับรู้อะไร
[1] เยวี่ยหนาน คำเรียกประเทศเวียดนาม
[2] รื่อเปิ่น คำเรียกประเทศญี่ปุ่น
[3] เฉาเซียน คำเรียกประเทศเกาหลี
[4] เซียนลว่อ คำเรียกประเทศสยาม
[5] ฮามี่กวา (哈密瓜) หมายถึงแคนตาลูป
[6] จิน หน่วยมาตราชั่งของจีน มีค่าเท่ากับ 500 กรัม
[7] ชั่ง หน่วยมาตราชั่งของจีน มีค่าเท่ากับ 600 กรัม