หลังออกจากร้านยาเซียนตัน โหยวเสี่ยวโม่ได้เงินสี่ร้อยสี่สิบตำลึงทองแล้วไปยังร้านเครื่องไม้บนถนนอีกเส้นหนึ่ง
ตอนได้ยินเ้าของร้านบอกราคาเขาใจเต้นไม่น้อย แทบจะขายยาเซียนตันที่เหลือทั้งหมดเสียให้ได้แต่ถ้าขายทีเดียวเยอะเกินไป เขาก็กังวล พอคิดๆ แล้วจึงเก็บไว้ก่อนไว้ลงเขาครั้งหน้าค่อยมาขาย
แต่ต้องดูราคาเมล็ดพันธุ์ก่อนถ้าจำนวนเงินนี้ไม่พอ คงต้องไปขายที่เหลือทั้งหมด
ณ ร้านเครื่องไม้ตามชื่อร้านซึ่งขายแต่ข้าวของเครื่องใช้นานาชนิดที่ทำจากไม้
ทั่วเมืองเหอผิงมีแค่ร้านเดียวหน้าร้านใหญ่โต มีพื้นที่เทียบเท่ากับสามร้าน ป้ายร้านโอ่อ่าเป็ที่สังเกตง่ายตอนโหยวเสี่ยวโม่หาร้าน ก็เห็นได้จากไกลๆ
ตู้ไม้ชุดใหม่ล่าสุดทั้งน้อยใหญ่ถูกวางเรียงรายตรงบันไดกล่องเก็บของหลากชั้น ทำมาจากต้นหยางมู่ (Aspen wood) ทั้งเลื่อมทั้งเงา
ในร้านมีลูกจ้างหลายคนต่างยุ่งอยู่กับลูกค้า ทว่าโหยวเสี่ยวโม่เหลือบเห็นคนอยู่ในมุมดูโดดเดี่ยว
“ตงจิ่ว มีแขกมาแน่ะยังไม่รีบไปบริการอีก”
ยังไม่ทันได้เอ่ยปากคนที่ใกล้เขาที่สุดก็เรียกลูกจ้างคนนั้นมา น้ำเสียงแฝงท่าทีชิงชังดูไม่ดีนัก
คนตรงมุมถึงกับสะดุ้งไม่คิดว่าจะถูกเรียก
เมื่อแหงนมองโหยวเสี่ยวโม่เห็นใบหน้าเด็กหนุ่ม อายุไม่น่าเกินสิบห้าปี ราวสิบสองสิบสามร่างกายซูบผอม ไม่ค่อยแข็งแรง รอยยิ้มเหนียมอาย มีลักยิ้มสองข้าง
ตงจิ่งเดินมาหาโหยวเสี่ยวโม่สองมือกุมอยู่ พูดติดอ่าง “คุณ คุณชาย ท่าน้าซื้อเครื่องไม้หรือขอรับ”
ไม่ทันไร ก็มีเสียงเย้ยหยันจากด้านข้าง ‘ชิ’ พร้อมเอ่ยประชด “มาร้านเครื่องไม้ก็ต้องซื้อเครื่องไม้สิ จะให้ซื้อยาเซียนตันทิพย์หรือไง”
ตงจิ่วหน้าเสีย
โหยวเสี่ยวโม่ทำตัวไม่ถูกได้แต่เอ่ยพร้อมชี้ไปยังตู้ไม้ด้านขวามือ “ตู้พวกนี้ขายอย่างไรหรือ”
ตงจิ่วใจลอยครู่หนึ่งจึงดึงสติกลับมาได้นี่คงเป็ครั้งแรกที่มีคนถามราคาก่อนที่จะถามเื่คุณภาพสินค้าเขาตอบอย่างเลิ่กลั่ก “ขะ ของพวกนั้นล้วนทำมาจากไม้ชั้นดี ช่างฝีมือประณีตอันเล็กราคาหนึ่งตำลึงทองกับอีกห้าสิบตำลึงเงิน ส่วนอันใหญ่นั่นสามตำลึงทองทั้งยังสั่งทำได้ด้วยขอรับ”
“งั้นข้าเอาอันใหญ่ อืมที่นี่มีแบบสำเร็จรูปกี่ตู้” โหยวเสี่ยวโม่คำนวณดูแล้วหนึ่งตู้สามตำลึงทองไม่แพงเท่าไร เขาสามารถซื้อหลายตู้หน่อยเพื่อไปใส่พวกหญ้าทิพย์และยาเซียนตัน
ลงเขาครั้งนี้การซื้อเครื่องใช้ไม้ก็อยู่ในแผนของเขาเช่นกัน
ทว่าเขาไม่ได้จะวางไว้ในห้องหากแต่เป็ในห้วงเวลา
จากที่เขาวางแผนเมื่อหญ้าทิพย์ทั้งหมดเติบโตพร้อมใช้ เขาไม่สามารถเก็บทั้งหมดไว้ในถุงเก็บของได้ถึงแม้จะสะดวก แต่ไม่ปลอดภัย ถ้าเกิดทำหายหรือว่าคนอื่นสังเกตเห็นผลลัพธ์ก็ไม่อาจคาดเดาได้
“จริงสิที่นี่มีเครื่องไม้เป็ชุดหรือไม่” โหยวเสี่ยวโม่พลางครุ่นคิดพลางถาม
ตงจิ่วไม่เคยเจอลูกค้าที่ใจป้ำแบบนี้มาก่อนถึงจะมีปกติก็โดนคนอื่นแย่งไปหมด กอปรกับปฏิกิริยาเขามักช้ากว่าคนอื่นฉะนั้นยอดขายของเขาในทุกเดือนก็จะอยู่ต่ำสุด
ตอนนี้เจอแล้วกลับทำให้เขารู้สึกราวกับฝันไป
“ข้าว่าคุณชายจดรายการที่้าซื้อออกมา ข้าจะตรวจสอบให้ สิ่งใดไม่มี ข้าจะได้แจ้งท่านท่านว่าดีหรือไม่” ตงจิ่วเอ่ยอย่างระวัง
“งั้นรบกวนเ้าหน่อยนะ” โหยวเสี่ยวโม่ยิ้มพร้อมตอบรับ
จากนั้นเขาก็ร่ายของใช้ที่้าออกมาและพบว่าเด็กหนุ่มตงจิ่วคนนี้ความจำไม่เลว พูดแค่รอบเดียวเด็กหนุ่มก็ท่องออกมาได้หมด ไม่ขาดตกแม้แต่ชิ้นเดียว
ที่โชคดีคือ ร้านนี้สิ่งที่เขา้าทั้งหมด
ทว่าสิ่งที่โหยวเสี่ยวโม่้าซื้อนั้นเยอะแยะมากมายรวมๆ กันก็มากกว่ายี่สิบตำลึงทอง สำหรับร้านเครื่องไม้แล้ว นี่คือการค้าก้อนใหญ่ด้วยเหตุนี้เ้าของร้านถึงกับใ
เ้าของร้านพอเห็นตงจิ่วรับแขกทรงคุณค่าเช่นนี้ถึงกับยิ้มไม่หุบเลยทีเดียวจากนั้นทั้งสองจึงจัดเตรียมสิ่งของที่โหยวเสี่ยวโม่้าเพราะว่ามีถุงเก็บของมาด้วย เมื่อนับของครบทุกชิ้นก็จัดแจงเก็บเข้าถุงเก็บของไม่ต้องเสียแรงขนให้เหนื่อย
เ้าของร้านคำนวณราคา ทั้งหมดเท่ากับยี่สิบหกตำลึงทอง
โหยวเสี่ยวโม่มีเงินแล้วของที่ซื้อก็ต้องเกรดดีทั้งนั้น ตอนจับจ่ายเลยไม่รู้สึกเสียดายเพราะเงินนั้นก็มีที่มาของมัน
หลังออกจากร้านเครื่องไม้โหยวเสี่ยวโม่เองไม่รู้เลยว่าตัวเองได้นำความโชคดีแค่ไหนมาให้ตงจิ่ว
ส่วนลูกจ้างที่ปล่อยโอกาสทำเงินฟรีๆให้กับตงจิ่ว ได้แต่กัดฟันกรอดๆ ตอนแรกเห็นโหยวเสี่ยวโม่แต่งกายธรรมดาทั่วไปคิดว่าคงไม่ได้ยอดอะไร พอดีกับตงจิ่วว่างอยู่ อยากให้เขาขายหน้าใครจะคิดว่านั่นกลับเป็ปลาตัวใหญ่ไปเสียได้
ตอนนี้อยากจะแก้แค้นตงจิ่วก็ไม่ทันเสียแล้วเพราะมุมมองของเ้าของร้านที่มีต่อตงจิ่วได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
เวลาเดียวกันนั้น ทางด้านหลินเซียวเกิดมีเหตุการณ์เกี่ยวพันความเป็ความตายขึ้น