"เฮ้ อาร์ตนายจะรีบไปไหนน่ะ" เสียงคอลลินตามไล่หลังมา "ประตูนั้นฉันก็อยากจะเข้านะเฟ้ย ฉันอยู่ใกล้กว่านายด้วยซ้ำจะมาแย่งกันทำไม"
ก็ต้องแย่งน่ะสิ ประตูมันมีไม่พอสำหรับทุกคนด้วยซ้ำ ถ้าไม่ได้เข้าประตูแล้วต้องติดอยู่ในมิตินี้ตลอดไปล่ะก็…ไม่อยากคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่ต่อให้บอกคอลลินไปมันก็ไม่มีประโยชน์ ในเมื่อประตูมันมีไม่พอไม่ว่ายังไงก็จะมีคนไม่ได้เข้า แม้ผมรู้จักทุกคนในห้องแต่นอกจากเบสแล้วผมก็ไม่ได้มีใครที่สนิทนัก
ผมหันไปมองเบสที่ยังหันมองเลือกประตูรอบๆ ตัว ยังไม่มีท่าทีว่าจะเดินซักก้าว หมอนี้รู้อะไรมากกว่านี้แล้วคิดอุบไว้อีกหรือเปล่า หรือว่ายังไม่รู้ว่าประตูมันไม่พอจำนวนคนจริงๆ ถ้าเป็แบบนั้นจริงเ้าแว่นนี่ไม่ได้เข้าประตูมาแน่ ต่อให้ผมไม่เคยได้เล่นเกม'สมรภูมิไร้ขอบเขต' แต่ผมก็พอรู้ว่านี่มันคือเกมเอาตัวรอด หลังจากนี้ไปข้อมูลจากเบสนั้นอาจจะช่วยได้ในจังหวะชี้เป็ชี้ตายในอนาคต
"เบส จะเข้าประตูไหนก็ได้รีบๆ เข้าไปเถอะน่า อย่าชักช้า" ทันทีที่วิ่งมาถึงหน้าประตูผมก็รีบะโก่อนที่จะเปิดประตูออกมา
ประตูที่ถูกเปิดค่อยๆ หลอมละลายกลายเป็แสงสีดำสนิทและค่อยๆ ห่อหุ้มรอบตัวผมราวกับเป็ไข่ใบใหญ่ ทุกอย่างภายในสายตาเริ่มปกคลุมไปด้วยสีดำสนิทก่อนที่ตัวอักษรต่างๆ ค่อยๆ โผล่ขึ้นมาให้เห็น มันคือค่าสเตตัสที่ไม่ต่างจากเกมทั่วๆ ไป
อาร์ต ลอส
พลังพิเศษ :????? (ยังไม่ผ่านการทดสอบ)
พลังกาย : 9
พลังเวท : 1
ประสาทัั : 5
นี่คือค่าสเตตัสของผมงั้นสินะ ต่อให้ผมไม่สามารถรู้ได้ว่าเลขเหล่านี้มันแทนค่าเป็พลังเท่าไหร่ แต่ตัวผมไม่ได้เป็นักกล้ามหรือคอออกกำลังกายที่ไหน ดังนั้นค่าพลังพวกนี้น่าอยู่ในระดับนักศึกษาชายมหาลัยทั่วๆ ไป ถ้าเป็คอลลินที่ออกกำลังกายทุกวันค่าสเตตัสน่าจะสูงกว่าผมพอสมควร ส่วนผู้หญิงค่าพลังกายอาจจะหล่นลงมาแถว 3-4
ระหว่างที่ผมคิดผมก็ยังได้ยินเสียงโวยวายจากภายนอก เสียงประตูเปิดออกดังขึ้นมา 6-7 หน นั่นย่อมแปลว่าตอนนี้มีประตูเหลืออยู่ 3-4 บานเท่านั้น
"เฮ้ เบส ประตูมันโผล่มาไม่ครบคนอะ จะมีประตูโผล่มาอีกไหม? ฉันไม่น่ายอมสละให้ชาล็อตเข้าไปก่อนเลย" เสียงต่ำทุ้มแบบนี้น่าจะเป็เสียงของจอร์จ หมอนี่มีน้ำหนักพอสมควรสมกับฉายาที่คนในห้องมักเรียกว่า'ลูกกลิ้งเดินได้' ผมไม่แปลกใจที่มันจะลำบากซักหน่อยในการเดินหาประตูในกำแพงเขาวงกต ในเมื่อเหลือประตูอีกไม่กี่บาน ตอนนี้ทุกคนเริ่มรู้แล้วว่าประตูนั้นมีไม่พอ
"คอลลินหลีกไป ให้ฉันได้เข้าก่อน ฉันรู้เนื้อเื่หลักแต่นายไม่รู้อะไร ฉันใช้พลังพิเศษได้ดีกว่านาย" เบสกล่าว น้ำเสียงที่เคยเปี่ยมด้วยความมั่นใจนั้นตอนนี้กลับเต็มไปด้วยความวิตก
ทั้งๆ ที่ผมเตือนมันแล้วแท้ๆ ว่าให้รีบๆ เนี่ยน้า แถมเสียงสั่นกลัวแบบนี้ใครๆ ก็รู้ว่านายกำลังกังวล ไม่มีใครยอมเสียสละให้หรอก
"เบส นายยังไม่ได้ตอบจอร์จเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับคนที่ไม่มีประตู ยิ่งไอ้อาร์ตมาแย่งประตูไปแล้วครั้งหนึ่ง อย่ามาขวางทางฉัน" คอลลินคำรามก้อง
"ถ้านายยอมให้ฉันไปก่อน อีกไม่นานจะมีประตูเกิดขึ้นมาเพิ่ม นี่มันไม่ใช่เื่ใหญ่อะไร"
"หึ ถ้างั้นนายจะรีบวิ่งอย่างนี้ทำไม อย่ามาหลอกกันซะให้ยาก"
"คอลลิน ทั้งๆ ที่เมื่อกี้นี้ฉันตอบคำถามนายไปทุกอย่าง นายจะมาทำอย่างนี้น่ะเหรอ หากฉันไม่บอกเื่ประตูพวกนายก็ได้แต่ยืนงงด้วยซ้ำ"
ยิ่งโต้เถียงกันทั้งคู่ก็มีอารมณ์รุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ คอลลินที่เดิมทีก็อารมณ์ร้อนอยู่แล้ว ในสถานการณ์คับขันเช่นนี้ความโกรธก็เพิ่มเป็ทวีคูณ
"หนวกหูโว้ย" คอลลินวิ่งตามมาถึงเบส เขาง้างมือกว้างก่อนจะกวาดกำปั้นลงไปที่ใบหน้า
ผัวะ!!
"อ้าากกกก" เบสร้องเสียงหลง กำปั้นของคอลลินโดนที่ใบหน้าเขาอย่างจัง คอลลินสูงกว่าเบสมากถึงเกือบ 20 ซม. แรงจากกำปั้นของเขาทำให้เบสปลิ่วไปไกล แว่นหนาที่เบสใส่นั้นแตกออก เศษกระจกบาดใบหน้าของเด็กหนุ่มทำให้เืกระเซ็นออกมา
ทุกคนในที่นี้นั้นเดิมทีก็เป็เพียงนักศึกษามหาลัยธรรมดา อยู่ในสังคมที่สงบสุข แม้จะรู้ว่าประตูไม่พอจำนวนคนทำให้แต่ละคนต่างก็รีบคลำหาทางมากขึ้น แต่ก็ไม่มีใครใช้กำลังใส่กัน แต่เมื่อได้ฟังเบสและคอลลินเถียงกันตรงหน้าอย่างรุนแรงพร้อมกับการโจมตีที่ป่าเถื่อน มันไปปลุกสัญชาตญาณบางอย่างให้ตื่นขึ้น
"กรี๊ด ช่วยด้วย"
“ไอ้เวร หลีกไป"
"อ้ากก มาต่อยฉันทำไม"
เหล่านักศึกษาที่เคยเป็เพื่อนกันต่างก็เริ่มวิ่งไปหาประตูอย่างไม่คิดชีวิต นอกจากนี้นักศึกษา 2-3 คนเริ่มตัดสินใจใช้กำลังต่อสู้ขัดขวางคนอื่นเหมือนคอลลิน ถ้าหากวิ่งไปเจอพวกเขาผู้ใดที่ไม่ต่อสู้หากโชคดีก็โดนเพียงผลักออกไปข้างหลัง หากโชคร้ายก็ถูกต่อยจนลงไปกองบนพื้น ในมิติเงียบๆ ที่มีแต่ความว่างเปล่ากลับเต็มไปด้วยเสียงโวยวายและกรีดร้อง
"โทมาส ไอ้เพื่อนทรยศ อุกก" โทมาสยกกำปั้นกระแทกลงไปบนใบหน้าของผู้เคยเป็เพื่อนอย่างไม่ยั้ง เขาเป็ชายหนุ่มขึ้นชื่อในด้านลบของมหาลัยมาตลอด ด้วยหน้าตาที่ดูดีเขาเป็ที่ดึงดูดของเหล่าสาวๆ ที่ชอบหนุ่มแนวแบดบอย ผลการเรียนนั้นไม่เคยเป็สิ่งที่อยู่ในสายตาของเขาและนั่นทำให้เขาเป็คนที่าุโที่สุดในชั้นเรียนเนื่องจากติด F มา 2 ปีซ้อน แต่สุราและนารีเป็สิ่งที่เขาชื่นชอบมากที่สุด การได้มาอยู่ในมิติใหม่ที่ไร้กฎเกณฑ์ใดๆ นั้นทำให้เขารู้สึกไม่ต่างจากปลาที่อยู่ในน้ำ "พลังพิเศษงั้นเหรอ.. หึหึ" ชายหนุ่มพึมพำก่อนจะเปิดประตูด้วยรอยยิ้มซุกซน ไม่สนชายผู้เคยเป็เพื่อนที่นอนกองอยู่ใต้ฝ่าเท้า
หลังจากเบสถูกคอลลินชกจนกระเด็นไปไกล เขาเสียการทรงตัวจนไม่สามารถที่จะขึ้นมาได้ ใบหน้าของเขาอาบไปด้วยเืทำให้เขาไม่สามารถมองเห็น แว่นของเขานั้นหลุดออกจากใบหน้า เศษกระจกบาดทั้งแขนและขาทำให้เจ็บไปทั่ว แต่ในโชคร้ายนี้ก็มีโชคดีที่ซ่อนอยู่เพราะแรงชกของคอลลินทำให้เขากระเด็นมาที่หน้าประตูพอดี แม้แทบจะทรงตัวไม่อยู่ แต่จากทิศทางที่ถูกชกเด็กหนุ่มก็พอจะเดาออกว่าตอนนี้เขาอยู่ใกล้ประตูแค่ไหน เขาเอื้อมมืออย่างสุดกำลังเพื่อจะเปิดประตู
"บัดซบ" คอลลินคำรามออกมาอีกครั้งด้วยความโกรธที่คุกรุ่น ไม่ถึงวินาทีที่เขาปะทะกำปั้นลงไปบนใบหน้าของเบสเขาก็รู้ตัวว่าเขานั้นทำพลาดครั้งใหญ่ แต่ตอนนี้เขาไม่มีแม้แต่เวลาที่จะเสียดายเพราะเหลือประตูอีกบานเดียวเท่านั้น