เช้าวันต่อมา..
ตึง ตึง ตึง ๆ ๆ!!!
“นี่เธอ! ปล่อยฉันออกไปนะ!! ช่วยด้วยยยย!!” เสียงเคาะประตูร้องขอความช่วยเหลือดังลั่นขึ้นจากมุมลึกในตึกของบริษัททิวลิป ริส เมเนจเม้นท์
“ขอโทษนะ งานนี้มันสำคัญกับฉันจริงๆ” มินตรากล่าวขอโทษขอโพยกับหญิงสาวที่ถูกล็อกอยู่ข้างใน ก่อนจะรีบวิ่งกลับออกไปยังตึกที่รอสัมภาษณ์เป็ผู้ช่วยของนายศาสตรา
ทั้งหมดทั้งมวลนี้เกิดขึ้นก็เพราะว่ายายพนักงานหน้าห้องของเขาบอกเธอว่าคนสมัครเต็มแล้ว.. เธอจะได้สัมภาษณ์ก็ต่อเมื่อมีคนไม่มาเท่านั้น.. มินตราไม่ยอมรอหรือเสี่ยงโชคชะตาใดๆ เธอจึงต้องหลอกหนึ่งในคนสมัครงานพวกนั้นให้ออกมากับเธอและ... ขังเอาไว้!
“ช่วยด้วยยยยยย” เสียงหญิงสาวผู้โชคร้ายยังดังก้องออกมาจากที่ไกลๆ มินตราขอโทษเธอในใจอย่างรู้สึกผิดเป็ครั้งที่ร้อย ก่อนจะให้สัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอเจอผู้หญิงคนนั้นอีก เธอจะต้องตอบแทนบุญคุณเธอคนนั้นแน่นอน
“คนต่อไป..”
“ฉันค่ะ” มินตรายืนกอดอกถือเอกสารสมัครงานของเธอเอาไว้ ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องของศาสตรา
ชายหนุ่มมองหญิงสาวที่เดินเข้ามาใหม่ด้วยความใเล็กน้อย ร่างสูงหันไปถามพนักงานของเขาอย่างไม่เข้าใจ “ผู้หญิงคนนี้สมัครเข้ามาเมื่อไหร่”
“เอ่อ.. คือบังเอิญว่ามีคนที่สมัครไม่มาหนึ่งคนเธอก็เลยสมัครเข้ามาเพิ่มค่ะ” พนักงานสาว
ศาสตรามองมินตราอย่างไม่ค่อยชอบใจนัก ั้แ่เมื่อวานผู้หญิงคนนี้ก็พาความวุ่นวายเข้ามาในชีวิตของเขา..
“เชิญ” เสียงทุ้มกล่าวสั้นห้วน
มินตราเดินเข้าไปหาเขาอย่างกล้าๆกลัวๆ ทั้งตื่นเต้น ทั้งกลัว คนสัมภาษณ์ก็เกือบยี่สิบคน.. ประสบการณ์ทำงานเธอเองก็ไม่มีสักนิด จะมีก็แต่พวกทำงานอาสาสมัคร ไปปลูกป่า สร้างบ้าน.. ซึ่งเธอไม่รู้เลยว่าอะไรจะทำให้เธอได้งานนี้..
ร่างบางเดินเข้าไปนั่งตรงหน้าชายหนุ่ม ก่อนจะหยิบเอกสารออกจากแฟ้มของเธอแล้วยื่นไปให้เขา ศาสตราเปรยตาเปิดอ่านประวัติเอกสารของเธออย่างไม่ใส่ใจ
มินตรา.. ธราธรภักดี
ร่างสูงมองผ่านชื่อเธอ ก่อนจะพูดสั้นๆ “ไม่ผ่าน”
เห็นท่าทางดังกล่าวทำให้สาวเ้าถึงกับลุกขึ้นผาง! ด้วยความโมโห..
เขาไม่ได้อ่านแม้แต่ชื่อของเธอด้วยซ้ำ!
“เดี๋ยวนะ.. คุณจะไม่ถามอะไรฉันสักคำเหรอคะ” เสียงหวานเอ่ยด้วยความร้อนรน.. งานนี้มันเดิมพันกับความฝันทั้งชีวิตของเธอ เธอจะไม่ยอมให้มันพังเพราะผู้ชายคนนี้เด็ดขาด!
ศาสตราปรายตามองผู้หญิงที่ลุกขึ้นอย่างร้อนรน ร่างสูงลุกขึ้นก่อนจะมองหน้าเธออย่างท้าทาย
“คุณคงจะลืมไป.. ว่างานที่จะทำ..คือผู้ช่วยของผม.. และผม..คือคนตัดสินใจ” ชายหนุ่มมองเธอด้วยสายตาของผู้ชนะ ก่อนจะหันไปบอกพนักงานที่ยืนอยู่ใกล้ๆ
“ส่งแขกด้วย ให้คนถัดไปเข้ามา”
“เอ่อ.. ค่ะ แต่ว่าคุณศาสตราคะ.. คุณมินตราเป็คนสมัครคนสุดท้ายของรอบนี้ค่ะ” พนักงานสาวกล่าว ก่อนจะเดินไปยังมินตราเพื่อเชิญหญิงสาวให้กลับออกไป
“เปิดรับสมัครใหม่ ฉันไม่รีบ” ชายหนุ่มตอบนิ่งๆ
ปึ่ง!!
“แต่ฉันรีบ!” มินตราตบโต๊ะของชายหนุ่มอย่างไม่กลัวเกรง ศาสตราเงยหน้ามองหญิงสาวด้วยอารมณ์ที่เริ่มคุกรุ่น ใบหน้านิ่งเริ่มส่อแววโมโห..
เขาคิดไม่ผิดจริงๆที่ไล่แม่นี่ออกไปั้แ่ตอนนี้ ผู้หญิงคนนี้มีสิทธิ์อะไรมาวางอำนาจกับเขา ต่อหน้าพนักงานของเขา ในที่ทำงานของเขา!!!!
“คุณคิดว่าคุณมีสิทธิ์อะไรมาตบโต๊ะผม?” ศาสตราพูดเสียงดัง
“ก็คุณมันไม่แฟร์นี่! คนอื่นสัมภาษณ์ตั้งยี่สิบสามสิบนาที ฉันเข้ามายังไม่ถึงสองนาที ประวัติฉันคุณยังไม่อ่านด้วยซ้ำ!! นี่เมื่อวานฉันก็อุตส่าช่วยคุณจากพวกกลุ่มนักข่าวนั่นนะ!!!” มินตราเริ่มขึ้นเสียง เธอกล่าวด้วยความโมโห พร้อมทวงบุญคุณเขาเพื่อที่เขาอาจจะเห็นประโยชน์ในตัวเธอขึ้นมาบ้าง
แต่เปล่าเลย.. สิ่งที่เธอพูดยิ่งทำให้อารมณ์ของศาสตราเดือดเข้าไปอีก
“ตรงไหนที่เรียกว่าช่วย? เรียกพวกนั้นให้มารุมผมเนี่ยนะ!” ชายหนุ่มถลึงตาใส่เธอ น้ำเสียงเกือบจะตะคอก
“คุณเนตร ผมรบกวนเชิญผู้หญิงคนนี้ออกไปหน่อยครับ และบอกรปภ.ด้วยว่า ห้ามผู้หญิงคนนี้เข้ามาในบริษัทอีก!!!” ว่าแล้วชายหนุ่มก็หันไปสั่งพนักงานสาวรวดเดียวจบด้วยอารมณ์ที่กำลังจะปะทุอยู่เต็มที่
ศาสตรามองมินตราด้วยสายตาที่จะกินเืกินเนื้อ ขณะที่รปภ.รีบวิ่งเข้ามาเพื่อพาเธอออกไป
“ไม่! ปล่อยฉันนะ!! คุณศาสตรา จำเอาไว้! ไม่ว่าอย่างไงฉันต้องเป็ผู้ช่วยของคุณให้ได้ นี่ปล่อยนะ!!! ปล่อยฉ้านน” ร่างบางดิ้นไม่หยุดขณะที่โดนอุ้มออกไป
ศาสตรามองตามหญิงสาวที่ถูดลากออกไป ก่อนจะกลับนั่งลงบนเก้าอี้ของเขา ร่างสูงถอนหายใจเฮือกใหญ่ เพื่อพยายามระงับอารมณ์หงุดหงิด แม้ว่าคิ้วดกยังคงขมวดกันยุ่งอย่างยากที่จะเอาออก
“ปล่อยฉันได้แล้ว!!” หญิงสาวยังคงดิ้นต่อไป จนกระทั่งถูกปล่อยลงที่ด้านหน้าทางเข้าของบริษัท รปภ.สองคนยังคงยืนเฝ้าเพื่อป้องกันไม่ให้เธอเข้าไปในบริษัทได้อีก
“ให้ตายสิ! หมอนั่นคงทำบ่อยละสิ ไม่พอใจอะไร เอะอะๆก็ไล่ก็ไล่ ชิ! อย่าคิดนะว่าแค่นี้ฉันจะยอม!!!”
มินตราถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะค้อนมองรปภ.ทั้งสอง ร่างบางยกมือกอดอกก่อนจะสะบัดหน้าอย่างไม่สบอารมณ์
“เข้าบริษัทไม่ได้.. เจอที่บ้านเลยก็แล้วกัน!!!”
บ้านธราธรภักดี
“ไอ่มินหายไปสองวันละ จะไหวเร้อ” ภูวกฤษณ์น้องชายคนสุดท้องของบ้านพูดขึ้นขณะที่กำลังเดินลงบันไดมา เมื่อเห็นพี่ชายคนกลางของเขากำลังนั่งจิบกาแฟอย่างสะใจ
ก้องหล้าวางกาแฟลงอย่างเบามือ ก่อนจะมองไปยังน้องชาย แล้วยักไหล่หัวเราะเบาๆ
“นี่เฮียหัวเราะทำไม” ชายหนุ่มมองพี่ชายอย่างงงๆ ก่อนจะเดินเข้ามาร่วมวงโต๊ะน้ำชาด้วย
“ก็แค่สองวันเอ๊ง.. เอ้อ เห็นบอกว่าไอ่ตามมากรุงเทพ ก็คงไม่พ้นไปคลุกอยู่กับหมอนั่น” ก้องหล้ากล่าวถึงบุคคลที่สามอย่างสบายๆ.. แม้ว่าตามธรรม์จะเป็ผู้ชาย ทุกคนในบ้านธราธรภักดีรู้ดีว่า ตามธรรม์ก็เปรียบเหมือนน้องชายของเขาคนหนึ่งเพราะรู้จักกันมาั้แ่เด็กๆ.. อีกอย่าง น้องสาวของเขาก็โดนห้อมล้อมด้วยผู้ชายมาตลอด มันจึงไม่แปลกที่เธอจะใช้ชีวิตสบายๆท่ามกลางผู้ชายอย่างเช่นพี่ชายทั้งสามอย่างพวกเขาเป็ต้น..
“แต่..”
เมื่อเห็นน้องชายกำลังจะเถียง เขาจึงพูดเสริม
“ฉันว่าพวกเราต้องปล่อยให้ไอ่มินมันหัดใช้ชีวิตเองบ้างล่ะ.. ถึงมันจะเป็น้องสาวคนเดียวของพวกเราก็เถอะ”
ภูกฤษณ์ไม่ตอบอะไร.. ได้เพียงแต่มองพี่ชายที่จิบกาแฟต่ออย่างสบายใจ ซึ่งแตกต่างกับเขา..ที่ตอนนี้เริ่มกังวลเื่สาวน้อยตัวป่วนซะแล้ว..
คอนโดของตามธรรม์
“งานเป็ไง” ชายหนุ่มเดินเข้ามา หลังจากกลับจากทำธุระ จึงเอ่ยทักเพื่อนสาวที่นั่งแกร่วอยู่หน้าโทรทัศน์
“เฟล” มินตราตอบอย่างเซ็งๆ “ผู้ชายอะไร นิสัยแย่ชะมัด” สาวน้อยบ่นต่อ
“เกิดอะไรขึ้นล่ะ” ตามธรรม์เดินมานั่งข้างๆหญิงสาว เมื่อเห็นเธอทำหน้ามุ้ย
มินตรามองหน้าชายหนุ่มก่อนจะทำหน้ามุ้ยเข้าไปอีก “ก็หมอนั่นน่ะสิ.. ยังไม่ทันอ่านชื่อฉันด้วยซ้ำ ก็บอกว่าไม่ผ่านซะแล้ว” ตามธรรม์หัวเราะร่วนก่อนจะปลอบใจเธอ
“ก็แกเล่นไปป่วนเขาไว้.. เป็ฉันฉันก็ไม่เอา!” ..จะเรียกว่าปลอบใจได้ไหมนะ..
มินตราค้อนชายหนุ่มทันที
“ฉันป่วนตรงไหน ฉันช่วยหมอนั่นไว้ด้วยซ้ำ!” หญิงสาวเถียง
ถ้าเธอไม่เบี่ยงเบนความสนใจของนักข่าว.. หมอนั่นไม่มีทางหนีรอดแน่นอน
“แต่สุดท้ายแกก็ทำเื่ให้เขาอยู่ดี”.. ตามธรรม์เถียงกลับ..
มีอย่างที่ไหน ไล่นักข่าวไป แล้วก็ะโเรียกกลับมา.. ยายเปี๊ยกนี่มันจริงๆเล้ย!
“ตาม! ทำไมแกไม่เข้าข้างฉันเล่า!!” มินตราเริ่มงอแง เมื่อเถียงไม่ชนะ ชายหนุ่มได้ยินดังนั้นก็ขำในความเป็เด็กของเพื่อนสาว
“ก็ฉันพูดความจริง.. แล้วนี่แกจะเอายังไงต่อ? ล้มเลิกฟาร์มแกะ?” ตามธรรม์หลิ่วตามองปฏิกิริยาของเธอ
“ไม่มีทาง!” มินตราลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว ก่อนจะชูกำปั้นให้อีกฝ่าย
“มินตราคนนี้ ขอสาบานว่า ไม่ว่าอย่างไรซะ ฉันก็ต้องเป็ผู้ช่วยของนายศาสตราจอมหยิ่งคนนั้นให้ได้!!!”
บ่ายวันถัดมา..
หลังจากที่มินตราเฝ้าดักรอนายศาสตราอยู่ั้แ่เช้า ในที่สุดร่างสูงในชุดสูทสีดำลายทางก็ก้าวออกมาจากบริษัทขึ้นรถคันหรูที่เธอเห็นในวันแรก แตกต่างเพียงแค่วันนี้เขามีคนขับรถเท่านั้น.. มินตราโบกแท็กซี่เพื่อนั่งรถตามเขาไปทันที
เพียงไม่นานเธอก็ตามมาถึงบ้านหลังหนึ่งในหมู่บ้านใจกลางเมือง ร่างบางลงจากแท็กซี่ ก่อนจะเดินชะเง้อมองเข้าไปภายในตัวบ้าน..สำหรับมินตรามันผิดคาดเล็กน้อย เพราะเธอจินตนาการถึงบ้านหลังใหญ่เหมือนพระราชวังในละคร ที่พวกคนรวยๆชอบอยู่กัน
“ไม่ทราบว่าคุณมาหาใครคะ” หญิงสาวคนหนึ่งที่ดูเหมือนจะเป็เด็กรับใช้ในบ้าน วิ่งปรูดเข้ามาหาเธอทันทีที่เห็น
“เอ่อ.. ฉันมาหา..”
“นี่เธออีกแล้วเหรอ!?” พูดยังไม่ทันจบ ร่างบางก็ต้องสะดุ้งกับเสียงดุๆที่ตามมากับสายลม.. ศาสตราปรากฎตัวขึ้นทันทีหลังจากนั้นไม่นาน
“นี่ตามผมมาเหรอ? จะให้แจ้งตำรวจจับข้อหาวิกลจริต และรุกรานความเป็ส่วนตัวใช่มั้ย”
มินตราได้ฟังดังนั้น ถึงกับถลึงตาใส่อีกฝ่าย.. หน็อย หาว่าเธอโรคจิตงั้นเหรอ!!
“นี่ว่าใครโรคจิตห้ะ!?” หญิงสาวกล่าวอย่างโมโห ศาสตราที่กำลังทำท่าจะเดินกลับเข้าบ้าน หันกลับมาหาหญิงสาวอีกครั้ง
“สะกดรอยตาม.. แถมยังบุกมาถึงบ้าน.. ไม่เรียกโรคจิต แล้วเรียกอะไร?” ศาสตราตอบกึ่งกวนประสาท กึ่งรำคาญ และเนื่องจากเป็ความจริงตามที่เขาว่า มินตราจึงเถียงไม่ออก
“คุณก็รับฉันปะ...”
ยังพูดไม่ทันจบ ความสนใจของทุกคนก็ถูกดึงไปยังรถสปอร์ตอีกคันที่เพิ่งขับเข้ามาจอด
ปัง!
เสียงเปิดประตูรถดังขึ้นจากฝั่งคนขับ
“เลออง..” ศาสตราเรียกชื่อคนมาใหม่โดยไม่รู้ตัว
เลอองเปิดประตูเดินลงจากรถของเขา เมื่อรู้สึกได้ถึงความวุ่นวายบริเวณประตูทางเข้า..
“แทน.. แกมายืนทำอะไรที่ประตู... เอ๊ะ!..คุณ..” ร่างสูงเดินเข้าไปทักศาสตราทันทีเมื่อเห็นหน้า.. แต่ยังพูดไม่ทันจบ ก็ต้องแทรกประโยคอื่นขึ้นมา เมื่อสายตาไปประสบเข้ากับมินตรา
หญิงสาวขมวดคิ้วเมื่อเห็นหน้าชายหนุ่มมาใหม่..
คุ้นๆแฮะ..
“ไม่มีอะไรหรอก.. นายไปขับรถเข้ามาเถอะ ชิน เชนน์ ส่งแขก..” ศาสตราบอกเลออง ก่อนจะหันไปะโสั่งลูกน้องคนสนิททั้งสองที่เพิ่งจะกลับมาจากพักร้อน
“อ้ะ! ไม่นะคุณศาสตรา.. ให้โอกาสฉันเถอะนะคะ!” มินตรารีบบอกอย่างร้อนรน เมื่อรู้ตัวว่ากำลังจะต้องกลับไปมือเปล่าอีกครั้ง
“3 เดือน!! แค่ 3 เดือนจริงๆนะ ขอให้ฉันเป็ผู้ช่วยคุณเถอะ” ร่างบางเกาะแนบประตูเหล็ก ขณะที่พูดอย่างจริงจัง
เลอองมองหญิงสาวอย่างงุนงงสลับกับใบหน้าของคนที่เขาถือได้ว่าเป็น้องชายต่างสายเื
“จะ 3 เดือน 3 วัน 3 นาทีผมก็ไม่มีทางยอมให้คุณเข้ามาวุ่นวายกับชีวิตผมเด็ดขาด!” ศาสตราตอบเรียบๆ ก่อนจะหันหน้าไปเร่งลูกน้องของเขาให้รีบมาพาผู้หญิงคนนี้ออกไปจากบริเวณบ้าน
ชินและเชนน์ รีบวิ่งกรูกันมาที่ประตู เพื่อจะพามินตราออกไป แต่ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อได้ยินเสียงค้านของเลออง
“เดี๋ยวหยุดก่อน! แทนฉันขอคุยอะไรด้วยหน่อย” เลอองเดินตรงไปยังช่องประตูเล็กสำหรับคนเดิน ก่อนจะเข้าไปอีกฝ่ายของประตูรั้ว ศาสตรามองเลอองอย่างไม่เข้าใจ และไม่ค่อยจะสบอารมณ์เท่าไหร่นักแต่ก็เดินไปหาเขา
“คือ..”
เลอองเล่าเื่ที่เจอมินตราที่สนามบิน และเหตุการณ์ที่ชนกันให้ชายหนุ่มฟัง ก่อนจะบอกเหตุผลที่เขามาหาศาสตราที่บ้านวันนี้ ร่างสูงได้ฟังเื่ทั้งหมดก็เริ่มจะพอเข้าใจ.. เขามองหน้าพี่ชายต่างสายเืก่อนจะใช้ความคิดอยู่ครู่หนึ่ง และออกคำสั่งให้ลูกน้องของเขาปล่อยหญิงสาวที่ยืนงงอยู่
“พาผู้หญิงเข้ามา” ศาสตราสั่ง ในขณะที่มินตราเบิกตากว้างอย่างใ
“อะไรนะ.. ให้ฉันเอ่อ..” ยังไม่ทันจะหายงง เธอก็พบกว่าบอดี้การ์ดทั้งสองจัดแจงพาเธอเดินตามชายหนุ่มทั้งสองคนเข้าไปในบ้านเรียบร้อยแล้ว..