ตอนที่ 3 สูญเสียและเกิดใหม่ (1)
ครึ่งชั่วโมงผ่านไป……
เพ่ง! เพ่ง! เพ่ง!!
ตึง ตึง ตึง ตึง!
“ท่านพันผาขอรับ! เกิดเหตุที่ไม่ดีขึ้นในหลุมหลบภัยของคุณหญิงจันทรแล้วขอรับ”ในขณะที่พันผากำลังต่อสู้อย่างดุเดือดอยู่นั้นทหารนายหนึ่งก็วิ่งเข้ามาด้วยสีหน้าร้อนใจ และกล่าวรายงานเกี่ยวกับเหตุผลปกติที่หลุมหลบภัยของภรรยาเขา………
“หือ? ! เกิดเหตุอันใดขึ้น!มึงจงเร่งบอกกูมาบัดเดี๋ยวนี้! ” เมื่อพันผาได้ยินรายงานสีหน้าของเขาก็ซีดลงอย่างเห็นได้ชัด…….
“น้ำขอรับ! น้ำไหลเข้าท่วมหลุมหลบภัยของคุณหญิงจันทรจนเกือบจะมิดหลุมแล้วขอรับ!”
น้ำ? !
“ไปเถอะขอรับท่านพัน! ตรงนี้ปล่อยให้พวกข้าต้านเอาไว้เอง!”
“ใช่แล้วขอรับ! ตรงนี้ปล่อยให้พวกเราจัดการเองท่านรีบเร่งไปช่วยคุณหญิงจันทรเถอะขอรับ!”
ทหารคนสนิทของพันผากล่าวแทรกขึ้นมาทันทีเพื่อบอกให้พันผาไปช่วยภรรยาของเขา เดี๋ยวพวกตนจะต้านทัพั์ตรงนี้เอาไว้เอง……
“กูขอบน้ำใจพวกมึงมาก! ถ้ากูช่วยแม่หญิงจันทรเสร็จเมื่อใดกูจักรีบกลับมาช่วยพวกมึงทันที!”
ไป!
ยะ! ยะ!
ฮี้ๆ ฮี้ๆ ฮี้ๆ
กุบกรับ! กุบกรับ! กุบกรับ!
ถึงแม้พันผาจะรู้สึกเ็ปที่ต้องทิ้งทหารเอาไว้ แต่ภรรยาและลูกของตนก็สำคัญเช่นกันเขาจึงตัดสินใจยากที่จะเลือกระหว่างคนของตนหรือครอบครัวแต่เพราะเสียงทหารคนสนิทส่วนใหญ่อยากให้ตนไปช่วยครอบครัวพันผาจึงต้องจากไปอย่างไม่เต็มใจนัก…….
ณ หลุมหลบภัยที่คุณหญิงจันทรอยู่…….
ด้วยฝนที่ตกอย่างหนักไม่หยุด จึงทำให้น้ำไหลเข้าไปในหลุมหลบภัยอย่างต่อเนื่องจนทำให้น้ำขึ้นสูงถึงระดับหน้าอกของคุณหญิงจันทรแล้วในตอนนี้……
“ช่วยด้วย! ช่วยเราด้วย! มีใครได้ยินไหม!? อ๊ะ! โอ้ยเจ็บ!!เจ็บท้องอะไรอย่างนี้ โอ้ย! ” เสียงร้องของคุณหญิงจันทรดังขึ้นหลังจากที่เธอพยายามจะหนีออกไปจากหลุมหลบภัยแต่เพราะว่าตนท้องแก่มากแล้ว จึงไม่อาจที่จะเคลื่อนไหวไปไหนได้มากนักที่ได้มากสุดก็เพียงแค่หาที่สูงเพื่อหลบน้ำที่ไหลเข้ามาเพิ่มมากขึ้น……..
“สงสัยเราจักใกล้คลอดแล้วเป็แน่แท้! ทำไงยังดี หมอตำแยก็ไม่ได้อยู่ด้วย คนอื่นๆก็ออกไปต้านพวกั์กับอสุรกายเอาไว้ อ๊ะ! โอ้ย! ” ยิ่งเวลาผ่านไปความเ็ปก็เริ่มเพิ่มมากขึ้น เพราะตอนนี้มันจวนเวลาใกล้คลอดแล้วด้วย…….
แต่เพราะทุกคนต้องออกไปช่วยกันข้างนอกจึงทำให้ไม่มีใครอยู่ช่วยเธอเลยในตอนนี้ ส่วนหมอตำแยนั้นก็อยู่คนละหลุมหลบภัยกันและเพราะน้ำที่ท่วมสูงขึ้นจึงทำให้ชาวบ้านและหมอตำแยหนีไปแล้วมันจึงไม่มีใครที่จะอยู่ช่วยเธอคลอด…….
โอ้ย!!
จะไม่ไหวแล้ว!
จะคลอดแล้ว!!! ”
พี่พันขา!!
กรี๊ดดดดดดดด!!!
แม่จันทร!!
ซึ่งในตอนที่พันผากำลังควบม้ากลับไปที่หมู่บ้านนั้นเขาก็พลันได้ยินเสียงร้องะโที่ไหลผ่านอากาศมา ซึ่งมีเพียงเขาที่ได้ยินมันเพราะสายสัมพันธ์ที่ตนมีกำลังภรรยาและเพราะแบบนั้นเองมันจึงทำให้พันผารู้สึกร้อนใจมากยิ่งขึ้น…….
“เร็วเข้า! เร่งฝีเท้าม้าเร็ว!”
ขอรับท่านพัน!
ย๊ะ! ย๊ะ! ย๊ะ!
สิบนาทีผ่านไป…….
กรี๊ดดดดดดดด!!
อ๊า!
ฟู่ว! ฟู่ว! ฟู่ว!
อือ! อือ! อือ!
โอ้ยยยยยยย!!
หลังจากที่เวลาผ่านไปราวๆ สิบนาที คุณหญิงจันทรก็มิอาจทนต่อความเ็ปจากการใกล้คลอดได้ซึ่งเธอพยายามที่จะหนีทั้งน้ำและพยายามประคองท้องตนเองไว้แต่สุดท้ายแล้วเธอก็ไม่อาจอุ้มท้องต่อไปและเบ่งคลอดด้วยตนเอง………
“อูแว้! “อูแว้! “อูแว้!
“ละ……ละ……..ลูกแม่!”
อึ๊บ! ฉับ!
ซึ่งเด็กที่คลอดออกมานั้นเป็ผู้ชายร่างกายของเขาสมบูรณ์ไม่มีส่วนใดไม่ดี หรือเจ็บป่วยตรงไหนเพราะเสียงร้องที่เขาเปล่งออกมานั้นแสดงให้เห็นว่าเขานั้นแข็งแรงคุณหญิงจันทรไม่รอช้ารีบนำลูกของตนออกมาอยู่ตรงกลางหลุมเพื่อที่จะให้ลูกโดนน้ำฝนที่สะอาดที่สุดไม่มีโคลนเจือปนมือหนึ่งชูเด็กขึ้นไว้อีกมือหนึ่งก็ล้วงเอามีดพกติดตัวออกมาและได้ทำการตัดสายรกเด็กทันทีน้ำฝนที่สะอาดบริสุทธิ์ก็ได้ชะล้างทารกน้อยสะอาดจนหมดจด…..
อะ!
โอ้ย!!
“อดทนเอาหน่อยนะลูกของแม่ แม่จักพาเ้าออกจากที่นี่ให้จงได้”
แควก! แควก!
อึบ! อึบ!
คุณหญิงจันทรได้ทำการฉีกผ้าคลุมหัวตัวเองออกเป็ชิ้นๆแล้วมัดต่อกันให้ยาวผูกกับรากไม้ จากนั้นจึงโยนขึ้นมาบนปากหลุมหลบภัยเพื่อหวังที่จะให้ไปเกี่ยวกับอะไรสักอย่าง เผื่อจะได้ดึงตัวเองและลูกขึ้นไปได้ทว่าในตอนนั้นเืของเธอก็ไหลออกมาเป็จำนวนมากพร้อมกับเธอจะต้องออกแรงเหวี่ยงกิ่งไม้ขึ้นมาบนปากหลุมครั้งแล้วครั้งเล่า มันจึงทำให้เธอรู้สึกเหมือนจะหน้ามืดและหมดสติไปแต่เพราะเธอยังมีลูกอยู่ แม่จันทรจึงต้องพยายามต่อไป…….
สามสิบนาทีผ่านไป………
ในที่สุดพันผาก็มาถึงหลุมหลบภัยของคุณหญิงจันทรอยู่และเมื่อมาถึงเขาก็ไม่รอช้าที่จะชะโงกหน้าลงไปดูในหลุม ซึ่งภาพที่เขาได้เห็นก็คือภาพของภรรยาตนเองติดอยู่ในหลุมที่เต็มไปด้วยน้ำท่วมสูงถึงระดับปลายจมูกและมือทั้งสองข้างกำลังชูลูกของตนไว้เหนือศีรษะ เพื่อที่จะให้พ้นระดับความสูงของน้ำแถมสภาพของนางยังหมดเรี่ยวแรงและมีสีหน้าที่ซีดเซียว ปากสั้นเพราะนางได้แช่อยู่ในน้ำที่เย็นและยังเสียเืเป็เวลานานเกินไป…….
“แม่จันทร!! แม่จันทร! พี่มาช่วยเ้าแล้ว! ”
“พี่พัน! ช่วยพวกเราด้วย!” หลังจากที่แม่จันทรได้ยินเสียงของพันผา สีหน้าของเธอก็ดูดีขึ้นก่อนจะส่งเสียงร้องะโกลับไปด้วยความยินดี……..
อะ! อะ!
“แม่จันทรจงเร่งโยนเชือกขึ้นมาเร็วเข้า! พี่จักรับมันเอาไว้เอง”
เ้าค่ะ!
ฟั่บ! อึ๊บ! อึ๊บ!
“จงจับเชือกเอาไว้ให้มั่นอย่าได้ปล่อยมือเด็ดขาดนะแม่จันทรข้าจักค่อยๆดึงขึ้น! ”
หลังจากที่แม่จันทรได้ยินคำของพันผาเธอก็ทำการโยนเชือกที่เธอทำขึ้นจากผ้าคลุมหัวของเธอขึ้นมาที่ปากหลุมโดยมีพันผารอรับอยู่ และเมื่อพันผารับเชือกที่ทำจากผ้าได้แล้วเขาก็บอกให้แม่จันทรจับมันไว้ให้แน่นๆแล้วค่อยดึงทั้งสองแม่ลูกขึ้นมาด้วยแรงที่มีทั้งหมด…….
อื๊ด! อ๊า! อื๊ด!
ตู้มมมมมมม!!
ตึ้ง ตึ้ง ตึ้ง ตึ้ง!!
“ฮู่ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า! ”
“ไอ้ขี้ขลาด! มึงมาหลบอยู่ตรงนี้นี่เองรึ!”
ในขณะนั้นเองเสียงฝีเท้าที่ดังสนั่นและเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งก็ดังขึ้นซึ่งเ้าของเสียงนี้ก็คือั์ชั้นพันผู้แม่ทัพกองทัพั์นั้นเองเนื่องจากกองทัพที่ต้านอยู่ในป่าได้แตกพ่ายแล้ว……
ตึก ตึก ตึก!!
“ท่านพันผาขอรับ! ทัพของเราแตกพ่ายแล้วขอรับ!ท่านจงเร่งช่วยแม่หญิงจันทรและรีบหนีไปจากที่นี่เถอะขอรับพวกกระผมทั้งสามคนจะต้านเ้าั์แม่ทัพตนนี้เอาไว้เอง! ” และวินาทีเดียวกันเหล่าทหารคนสนิทผู้มีฝีมือกล้าแกร่งของพันผาก็ได้วิ่งเข้ามาเพื่อบอกถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นว่าตอนนี้ทัพในป่าได้แตกพ่ายไปแล้ว…….
“แพ้แล้ว? เฮ้อ! เช่นนั้นพวกมึงมาช่วยแม่หญิงจันทรกับลูกของกูเดี๋ยวกูจักออกไปต้านั์แม่ทัพตนนั้นเอง หากเป็พวกมึงทั้งสามคงมิพ้นถูกมันฆ่าเสีย!”ทว่าพันผากลับไม่ยอมให้ทหารคนสนิทออกไปสู้ เพราะฝีมือมันต่างกันเกินไปสู้ให้ตนไปต้านยื้อเวลาเอาไว้ดีกว่า……
“พวกเราเข้าใจดีขอรับท่านพัน! แต่ชาตินี้เกิดมาทั้งทีใยจักต้องกลัวตายด้วย ยังไงคนเราเกิดมาก็ต้องตายอยู่แล้วอยู่ที่ว่าการตายนั้นได้ตายเยี่ยงไร!”
“ถูกต้องอย่างที่อ้ายสมิงมันพูดขอรับท่านพัน! กระผมเองก็อยากที่จะตอบแทนคุณท่านพันเช่นกันขอรับอย่างน้อยถึงพวกเราตายไปก็จักมีท่านพันคอยช่วยแก้แค้นให้พวกเรา!”
“ท่านพันจงเร่งช่วยแม่หญิงจันทรเถิด กระผมอ้ายสมิงและอ้ายห้าว จะยื้อเวลาให้เอง!”
ย๊า!!!
“เข้ามาเลยไอ้ั์ตูดใหญ่เมนูเย็นนี้พวกข้าทั้งสามจักได้กินสะเต็กเนื้อั์กับละโว้ย! ” อ้ายสมิงส่งเสียร้องะโขึ้นเพื่อปลุกใจตนเองมิให้หวาดกลัวก่อนจะวิ่งเข้าใส่ั์ชั้นพันด้วยอาวุธคู่กายที่ใช้ฆ่าและตัดร่างของอสูรกายมานับไม่ถ้วน……..
ย้าก!
หลังจากที่ททารคนสนิทพูดจบพวกเขาทั้งสามก็ไม่รอข้าที่จะพุ่งเข้าใส่ั์แม่ทัพอย่างไม่เกรงกลัวต่อความตายเพราะทั้งสามได้ตกลงและตัดสินใจไปแล้วว่าจะช่วยให้พันผาและภรรยารอดไปให้ได้ถือว่านี่เป็การตอบแทนคุณที่พันพาช่วยพวกตนเอาไว้แต่ก่อนหน้านี้……..
หึ!
“ไอ้พวกมนุษย์อวดดี! เป็แค่ทหารเลวคิดจักสู้กับข้าชั้นพันผู้นี้รึ!”ั์ชั้นพันเห็นทหารคนสนิทของพันผาทั้งสามคนวิ่งเข้ามาหามันก็พลันพ่นลมหายใจอย่างดูถูกออกมาก่อนจะกล่าวด้วยวาจาเย้ยหยันและยิ้มขึ้นที่มุมปากอย่างชั่วร้าย……..
ตึง ตึง ตึง ตึง!
เพ่ง! เพ่ง! เพ่ง!!
เอื้อออออออ!
ในขณะที่พันผากำลังช่วยเหลือเมียและลูกของตนอยู่นั้นั์ผู้ที่เป็แม่ทัพใหญ่ก็ได้ติดตามพันผามาจนถึงหลุมหลบภัยมันไม่รอช้ารีบเร่งกะจะฆ่าพ่อแม่ลูกทั้งสามให้ตายเสียทันทีแต่ทว่านายทหารทั้งสามก็ได้เข้าต่อสู้กันมัน พร้อมกับบอกให้พันผาและคุณหญิงจันทรจงรีบเร่งหนีไป ซึ่งนายทหารทั้งสามก็ได้ล้มตายลงอย่างกล้าหาญไปทีละคน……
“พวกมึง! ขอบน้ำใจพวกมึงมากดูจักมิทำให้สิ่งที่พวกมึงได้กระทำไปต้องเสียเปล่า!”พันผารู้สึกซาบซึ้งใจต่อทหารคนสนิทของเขามากเพราะทุกคนยอมเสียสละเพื่อเขาและครอบครัว ดังนั้น พันผาจึงต้องเร่งช่วยภรรยาและหนีไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด……..
“แม่จันทรส่งลูกมาก่อนเร็ว!”
เ้าค่ะ!
อุแว๊! อุแว๊! อุแว๊!
หมับ!
“เหลือเอ็งละแม่จันทร ยื่นมือมาให้ข้าเร็ว! ”
เ้าค่ะ!
หลังจากที่รับลูกของตนได้แล้วพันผาก็หันกลับไปเพื่อช่วยเหลือภรรยาของตนต่อ แต่ในขณะที่พันผาได้ออกแรงดึงคุณหญิงจันทรอยู่นั้นอีกระยะประมาณแค่ข้อศอกเดียวเท่านั้นแม่จันก็จะถึงปากทางออกแล้วแต่ทว่าสีหน้าและเรี่ยวแรงที่จะจับเชือกของเธอได้ลดน้อยลง…..
“พี่พัน! ข้าไม่ไหวแล้วพี่!ข้าขึ้นต่อไปไม่ไหวแล้ว พี่จงปลอยมือและพาลูกของเราหนีไปเถอะพี่!อย่าได้เสียเวลาอีกเลย มิเช่นนั้นพวกเราจักตายกันหมด” แม่หญิงจันทรรู้ตัวเองดีว่ามิไหวที่จะทนฝืนดึงมือให้ตนเองขึ้นไปบนปากหลุมได้เธอจึงบอกให้พันพาปล่อยมือและพาลูกน้อยหนีไปจากที่แห่งนี้มิเช่นนั้นทั้งสามจะตายกันหมด…….
“ไม่! ถึงอย่างไรข้าก็จักมิปล่อยมือแน่แม่จันทร!เ้าอย่าได้พูดมากเลย เร่งส่งมากขึ้นมา ข้าจักเป็คนดึงเ้าด้วยกำลังที่ข้ามีเอง!!”แน่นอนว่าพันผาไม่คิดที่จะยอมปล่อยมือแน่เพราะอีกเพียงไม่กี่ศอกก็จะสามารถช่วยแม่จันทรได้แล้วไฉนเลยเขาจึงต้องยอมปล่อยมือด้วย……
“ไปเถอะพี่! หากชาติหน้ามีจริงฉันใดข้าขอให้เราทั้งสองได้คู่ครองกันอีกครั้งอย่างมีความสุข! ข้าจักคอยดูพี่กับลูกอยู่ข้างบนนั้นและจักคอยเป็กำลังใจให้พวกท่านตลอดไป!” แม่จันทรกล่าวพร้อมทั้งน้ำตาที่ไหลรินอาบสองแก้มของเธอถึงแม้ว่าฝนจะตกหนักแต่มันก็ไม่อาจที่จะหลบรอยน้ำตาเ่าั้ออกไปได้……..
“ไม่! พี่จะไม่ยอมปล่อยเ้า!”
อึ๊บ! อึ๊บ! อึ๊บ!
“ข้ารักพี่นะ! ฝากพี่ดูแลลูกชายแทนข้าด้วยส่วนชื่อของลูกชายของเรา ข้าอยากให้เขาชื่อ “กล้วย! ” เพราะข้าชอบกินกล้วยมากหรือถ้าพี่ไม่ชอบพี่เปลี่ยนชื่อให้เขาก็ได้นะ” แม่จันทรยังคงยิ้มอย่างมีความสุขเธออยากให้ลูกของเธอชื่อนี้ เพราะเธอชอบกินกล้วยมาก……
“ข้าจะให้ลูกของเราชื่อ “กล้วย” อย่างที่เ้าว่าแต่ก่อนอื่นเ้าเร่งส่งมือมาเถอะ!” ในตอนนี้พันผาไม่คิดอะไรแล้วนอกจากช่วยภรรยาของตนให้ได้เขาจึงตอบตกลงให้ลูกชายของเขาชื่อกล้วยอย่างที่ภรรยาของเขา้า……
“กล้วยลูกแม่! แม่คงไม่ได้อยู่ดูเ้าเดิมใหญ่เสียแล้วแม่รักเ้าและพ่อขอเ้ามาก แม่จักอยู่ในใจเ้าเสมอ ลาก่อนลูกแม่! ลาก่อนพี่พัน!!”
พรึบ!
ตู้มมมม
ซ้า! ซ้า! ซ้า!
ไม่!!!