ภายในจำนวนยี่สิบเข็มแรก เีเ่ฝังเข็มได้อย่างง่ายดายทว่าเมื่อชายหนุ่มเริ่มปรากฏเม็ดเหงื่อบนหน้าผากมือซ้ายที่ใช้คีบจับเข็มเงินก็เริ่มสั่นสะท้านการเคลื่อนไหวล้วนแต่ชะลอเชื่องช้าลง ่แรกในการฝัง ชายหนุ่มสามารถฝังเข็มหนึ่งเล่มต่อการหายใจหนึ่งครั้งและค่อยใช้เวลาเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ในแต่ละเข็ม...หลังผ่านไปสามสิบเข็มความเคลื่อนไหวของร่างกายยิ่งมายิ่งเชื่องช้าลง
หากเซี่ยชิงเยว่หันกลับมา นางอาจสังเกตเห็นว่าเีเ่ใช้มือซ้ายในการฝังเข็มชายหนุ่มใช้มือซ้ายตลอดเวลาทั้งที่มือซ้ายของชายหนุ่มมิได้เชี่ยวชาญต่อการฝังเข็มกว่ามือขวาแม้แต่น้อยอันที่จริง มือข้างที่เีเ่ถนัดคือมือขวา ทั้งนี้สืบเนื่องจากไข่มุกพิษ์ในมือซ้ายนั่นเอง
เมื่อใดก็ตามที่เข็มเงินถูกแทรกลงไปไข่มุกพิษ์บนฝ่ามือซ้ายจะเปล่งประกายเล็กน้อยสิ่งที่สอดแทรกเข้ามาอย่างเร้นลับใต้ิัของเซี่ยชิงเยว่พร้อมกับเข็มเงินคือพลังของไข่มุกพิษ์ แน่นอน พลังที่แทรกเข้ามานี้มิใช่พิษทว่าเป็คลื่นพลังบริสุทธิ์ไข่มุกพิษ์มีความสามารถขจัดพิษนับร้อยนับพันชนิดบนโลก นอกจากนี้ “พิษ”มิได้หมายความถึงพิษฆ่าคนเท่านั้นยังรวมไปถึงพิษที่ทำลายภายในร่างกายผู้คนและสิ่งแปดเปื้อนทั้งหลายแหล่ อย่างไรก็ดีทั้งหมดนี้มิใช่เื่ง่ายดายดุจดังเช่นการเชือดเอ็นตัดกระดูกการที่เีเ่สิ้นเปลืองคารมและสมองมากมายในวันนี้หลอกลวงเซี่ยชิงเยว่เพื่อฝังเข็มล้วนเนื่องจาก้าใช้พลังของไข่มุกพิษ์ต่อนาง
การขับคลื่นพลังความเย็นและเปิดจุดเส้นชีพจรล้วนเป็เพียงผลข้างเคียงและคำลวงสิ่งที่ชายหนุ่ม้าทำจริงๆ ก็คือการ “เปิดช่องลมปราณ” ให้แก่เซี่ยชิงเยว่
หนึ่งนาทีผ่านไป...สิบนาที...สิบห้านาที
คลื่นพลังความเย็นค่อยๆ ลอยออกมาจากเข็มแต่ละเล่มหลังผ่านไปครึ่งชั่วโมงเต็มแผ่นหลังของเซี่ยชิงเยว่ล้วนปักเต็มไปด้วยเข็มเงินทั้งหมดห้าสิบสี่เล่มมือของเีเ่จึงได้หยุดเคลื่อนไหว หลังจากนั้นไม่ถึงครึ่งนาทีเขายื่นแขนออกไปอีกครั้งเพื่อถอนเข็มเงินออกจากแผ่นหลังของเซี่ยชิงเยว่อย่างรวดเร็วสองมือเคลื่อนไหวรวดเร็วประดุจร่ายรำ ในชั่วพริบตาเข็มเงินทั้งห้าสิบสี่ล้วนอันตรธานจากแผ่นหลังของหญิงสาว
แผ่นหลังขาวนวลเนียนประดุจหยกของเซี่ยชิงเยว่ยังคงส่องประกายบริสุทธิ์สูงส่งภายใต้ทักษะการฝังเข็มที่เลิศล้ำของเีเ่ การฝังเข็มไม่หลงเหลือรอยตำหนิแม้เพียงนิด
“เรียบร้อยแล้ว...”เีเ่จัดเก็บเข็มเงินและถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
เมื่อเข็มเงินถูกถอดออกจนหมดสิ้น ชั่วขณะนั้นเซี่ยชิงเยว่รู้สึกประดุจดั่งลอยล่องขึ้นสู์ทั่วทั้งร่างกายให้ความรู้สึกอบอุ่นนุ่มนวล ทำให้นางแทบมึนงงด้วยไม่อยากเชื่อว่านี่คือร่างกายของนางจริงๆ
หญิงสาวสวมใส่เสื้อผ้าอย่างรวดเร็วพร้อมทั้งทดลองเดินลมปราณในทันทีเมื่อเคล็ดวิชาเมฆาเยือกแข็งโคจรโลดแล่น แทบทำให้นางะโลุกขึ้นด้วยความตระหนกเนื่องจากพลังลมปราณเคลื่อนไหวตามความคิดความเร็วในการโคจรลมปราณที่รวดเร็วกว่าเดิมหลายเท่าคือสาเหตุที่นางยินดีถึงเพียงนี้
แม้จะฝึกฝนเคล็ดวิชาเมฆาเยือกแข็งมากว่าสี่ปีหญิงสาวยังคงมีบางเวลาที่ไม่สามารถควบคุมลมปราณได้ดังใจปรารถนา ทว่า ณ ขณะนี้ความรู้สึกที่ลมปราณเมฆาเยือกแข็งโคจรไหลเวียนไปทั่วทั้งร่างบ่งบอกว่าด้วยสภาพร่างกายของนางในปัจจุบันนี้ นางสามารถควบคุมลมปราณได้ตามใจระดับความเร็วของการโคจรลมปราณเมฆาเยือกแข็งเองถึงกับเพิ่มพูนขึ้นไปอีกขอบเขต!
เซี่ยชิงเยว่มิได้ตั้งความหวังไว้สูงในชั้นต้นดังนั้นนางจึงค่อนข้างตื่นเต้นยินดีจากก้นบึ้งของจิตใจต่อผลลัพธ์เช่นนี้ในขณะเดียวกัน นางถึงกับแตกตื่นตระหนกอย่างใหญ่หลวง...ความแตกตื่นตระหนกจากการรับรู้ว่าทุกสิ่งที่เีเ่ได้บ่งบอกไว้ล้วนบรรลุผลสำเร็จตามคำพูด!ยิ่งกว่านั้น ผลลัพธ์ที่ได้ยังเหนือกว่าที่ชายหนุ่มได้พูดไว้อย่างมาก!
นางถึงกับเชื่อมั่นว่าสภาพร่างกายของนางในขณะนี้สามารถสร้างความตื่นตระหนกให้ได้แม้แต่กับท่านอาจารย์ของนางเอง!
“ตอนนี้...ท่านเชื่อข้าแล้วหรือไม่?”
สุ้มเสียงของเีเ่ดังสะท้อนอยู่ข้างใบหูของนางทว่าฟังดูทั้งแหบพร่าทั้งอ่อนแรง เซี่ยชิงเยว่พลันได้สติ เมื่อมองไปที่เีเ่ นางพบว่าชายหนุ่มกลับเอนพิงอยู่กับพนักหัวเตียงอย่างหมดสิ้นเรี่ยวแรงทั้งหน้าผากและเสื้อผ้าล้วนชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อ สีหน้าซีดเซียวจนแทบสั่นขวัญผู้คนประดุจดังผู้ป่วยตรีทูตผู้ซึ่งรอดผ่านการตายมาได้อย่างหวุดหวิด
เมื่อหวนคิดว่าทุกการลงเข็มล้วนต้องสอดแทรกพลังลมปราณหัวใจของเซี่ยชิงเยว่พลันรู้สึกเหมือนถูกบีบรัด...ความรู้สึกประดุจดวงใจถูกแทงทะลุสร้างความสับสนว้าวุ่นแก่นางอย่างใหญ่หลวงเนื่องจากนางไม่สมควรมีความรู้สึกเ็ปใจใดๆ ต่อคนผู้นี้ผู้ซึ่งนางเพียงผ่านพิธีแต่งงานแต่เพียงในนาม ไม่มีอย่างอื่นแอบแฝง
“ข้าเชื่อท่าน...ข้าเชื่อว่าท่านเป็แพทย์เทวะจริงๆ”เซี่ยชิงเยว่จับจ้องไปที่เีเ่ด้วยแววตาแฝงความรู้สึกอันซับซ้อน“นี่กลับกลายเป็ว่าท่าน...ผู้ซึ่งถูกผู้คนทุกผู้ในเมืองเมฆาล่องดูแคลนกลับมีความสามารถซ่อนเร้นอันใหญ่หลวง...ทว่า ท่านเองก็รู้ดีว่าข้าไม่มีความรู้สึกฉันชู้สาวกับท่านหลังจากนี้เป็เวลาหนึ่งเดือนข้ายังคงต้องจากท่านไปตลอดกาล...เหตุใดท่านจึงเปิดเผยเื่นี้ต่อข้า? เหตุใดท่านจึงสร้างหนี้น้ำใจแก่ข้าถึงเพียงนี้?...เหตุใดท่านจึงต้องทุ่มเทขนาดนี้...เพื่อข้า?”
หนี้น้ำใจ...นี่จึงเป็หนี้น้ำใจอันยิ่งใหญ่อย่างมิอาจเทียบเปรียบได้
“สามเหตุผล”เีเ่อ้าปากหอบหายใจเพื่อสูดอากาศอย่างไร้เรี่ยวแรงทว่าชายหนุ่มยังคงแย้มยิ้มเต็มใบหน้า “แทบทุกผู้คนล้วนดูถูกข้าตัวท่านยิ่งมีเหตุผลที่ดูิ่ข้าพเ้า แต่ท่านไม่กลับกันท่านยังพยายามปกป้องศักดิ์ศรีน่าสมเพชของข้าอย่างเต็มกำลัง...เมื่อคืนท่านออกไปตามหาข้าเพราะท่านเป็ห่วงเป็ใยข้าทั้งยังนำผ้าห่มไปให้แก่ข้า...ใครก็ตามที่ปฏิบัติต่อข้าด้วยดีข้าจะตอบแทนคนผู้นั้นให้ดียิ่งกว่า!”
เซี่ยชิงเยว่ “....”
“เหตุผลประการสอง...เหนือสิ่งอื่นใด...ท่าน...ยังคงเป็ภรรยาของข้า”
เซี่ยชิงเยว่คิดเปิดปากพูดสองสามครั้งทว่านางยังคงไม่สามารถหาคำพูดใดมาโต้ตอบได้
“เหตุผลประการที่สามเป็เหตุผลที่สำคัญที่สุด...”สีหน้ายิ้มแย้มของเีเ่พลันแปรเปลี่ยนเป็เคร่งเครียดจริงจัง
“ข้าคาดว่าสภาพเปล่าเปลือยของท่านต้องน่าดูเป็อย่างยิ่ง”
“...”เมื่อใดก็ตามที่เีเ่รุกรานนางด้วยปากอันไม่อยู่สุขของเขานางตอบโต้ด้วยความเ็าเสมอมา หากทว่าในครั้งนี้เมื่อมองเห็นรอยยิ้มอ่อนแรงบนใบหน้าซีดขาวไร้สีเืนางกลับไม่สามารถบังเกิดความขุ่นเคืองขึ้นได้
“การอธิบายจบแล้ว”เีเ่ยื่นมือไปยังหม้อต้มยาที่ตนเองนำมา “ชิงเยว่ฮูหยินข้า ท่านเทยาในหม้อยาออกมาดื่มเถอะ”
เซี่ยชิงเยว่จ้องมองไปยังเีเ่ด้วยแววตาลุ่มลึกนางเดินไปที่โถบรรจุยาโดยมิได้เอ่ยปากถามถึงคุณสมบัติของยาหญิงสาวเทยาจากโถแล้วดื่มลงไปภายในคำเดียว
“นี่เพียงเป็การรักษาขั้นแรกหากท่าน้าคงสภาวะร่างกายในปัจจุบันนี้ไว้ตลอดไปแล้วละก็ท่านต้องทำการรักษาทั้งหมดเจ็ดครั้ง ่เวลาที่ดีที่สุดคือทุกๆ วันเวลาตีสามซึ่งเป็เวลาที่พลังหยินในกายรุนแรงที่สุดและให้ผลลัพธ์ทางการักษาที่ดีที่สุดเช่นกันแน่นอนว่า การดำเนินการรักษาต่อหรือไม่นั้น การตัดสินใจล้วนขึ้นอยู่กับท่าน”
หลังจากจบคำพูดทั้งหมดเีเ่ปิดเปลือกตาลงด้วยความอ่อนเพลีย นี่ล้วนไม่ใช่การแสร้งแสดงเีเ่ใช้พลังแรงกายจนเกินขีดจำกัดเพื่อการรักษานี้
“ท่านพักผ่อนเถอะ” สายตาของเซี่ยชิงเยว่กลับกลายเป็สลับซับซ้อนยิ่งขึ้นเมื่อนางพูดจบ นางก้าวเดินไปทางเบื้องนอกพร้อมปิดประตูอย่างแ่เบา
เมื่อเดินไปถึงกึ่งกลางสวนเซี่ยชิงเยว่ยกฝ่ามือของนางขึ้นจดจ้อง แววตาแปรเลี่ยนเป็พร่าเลือน
...เขาเป็คนเยี่ยงไรกันแน่?
อย่างน้อยที่สุด ข้าดูเขาผิดไปตลอดมา...ผู้คนทั่วทั้งเมืองเมฆาล่องต่างมองเขาผิดไป...
เมื่อเซี่ยชิงเยว่จากไปเีเ่ที่เอนพิงอยู่กับหัวเตียงพลันทรุดร่างลงนอนขดลงบนเตียงอย่างเต็มตัวชายหนุ่มนอนแน่นิ่ง ไม่้าเคลื่อนไหวใดๆ ทั้งสิ้นริมฝีปากบางครั้งคราวล้วนพึมพำออกมาอย่างคลุมเครือว่า
“ฮึๆ...ความแข็งแรงของร่างกายข้ายังจำกัดข้าแทบต้องหมดสติเพียงเพราะการเปิดจุดชีพจร...”
“หากท่านอาจารย์รับรู้ว่าข้าให้ผู้อื่นถอดเสื้อผ้าเกือบหมดสิ้นท่านอาจารย์คงต้องโกรธเคืองถึงขั้นโดดลงมาจาก์เพื่อสั่งสอนข้าแน่นอน...ยังไงซะ...ข้าก็สำเร็จวิชาการฝังเข็มผ่านชั้นเสื้อผ้าได้ั้แ่อายุสิบสามปี...บรรลุขั้นปิดตาฝังเข็มผ่านเสื้อได้ตอนอายุสิบห้าปี...ฮุๆ...ง่วงนอนจริง...”
……………………
บรรยากาศภายในตระกูลเซียวที่แปรเปลี่ยนจากหน้ามือเป็หลังมือล้วนครอบคลุมไปทั่วทุกบริเวณนับั้แ่การได้รับสาส์นจากพรรคตระกูลเซียวทั้งผู้นำตระกูลและเหล่าผู้าุโล้วนปฏิบัติหน้าที่ของตนอย่างขยันขันแข็งจากเช้าจรดเย็น พวกมันต่างเตรียมพร้อมในการต้อนรับคณะผู้มาเยือนตลอดเวลาด้วยกลัวจะขาดตกบกพร่องอันใดเหล่าผู้เยาว์เองล้วนฝึกฝนวิชาอย่างหนักพวกมันล้วนแต่เพ้อฝันว่าจะสามารถมีการทะลุทะลวงลมปราณได้ในเร็ววันนี้เพื่อที่จะเพิ่มโอกาสในการถูกเลือกตัวจากพรรคตระกูลเซียว
อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดทั้งมวลเหล่านี้ล้วนไม่เกี่ยวข้องอันใดต่อเีเ่
วันนี้ ณ ูเาหลังบ้านตระกูลเซียว
นี่คือบริเวณสุสานตระกูลเซียวที่ตั้งอยู่ในเขตูเาหลังหลังจากสมาชิกใดในตระกูลตกตาย พวกมันล้วนต้องถูกนำมาฝังไว้ในที่นี้
เซียวเล่ยยืนอย่างเงียบงันต่อหน้าป้ายหลุมศพเส้นผมขาวโพลนอันเป็เครื่องหมายบ่งชี้ถึงประสบการณ์ความเปลี่ยนแปลงทั้งหลายทั้งมวลในชีวิตโบกปลิวไปตามแรงลมเสียงลมครวญหวีดหวิว ทุกสิ่งแลดูรกร้างว่างเปล่า
บนป้ายสุสานนี้ ตัวอักษร “เซียวยิง” ถูกสลักไว้
“...ลูกยิง ข้ารู้ดีว่าั้แ่เ้ายังเล็กเ้าใฝ่ฝันบรรลุความตั้งใจของท่านบรรพชนและกลับสู่พรรคตระกูลเซียวเพื่อลบล้างสายเืที่ถูกเนรเทศนี้ของพวกเรา ตอนนี้ โอกาสมาถึงแล้ว เพียงแต่...โอกาสนี้ล้วนมาช้าไปสิบหกปีเต็ม”
ในดวงตาของเซียวเล่ยเต็มไปด้วยประกายน้ำตา ชายชรายืนแน่วนิ่งริมฝีปากเปล่งเสียงพึมพำอันไม่ยินยอมพร้อมใจ
“ข้ารู้ว่าแม้จะผ่านมาเป็เวลานาน เ้ายังคงเป็ห่วง...เส้นชีพจรของลูกเช่อล้วนพิการแต่เล็ก...นี่ไม่ใช่ปัญหาใดแม้ว่าลูกเช่อจะถูกลิขิตให้ต้องมีชีวิตอย่างคนธรรมดา ทว่าหากไม่มีการกระทำย่อมไม่มีข้อขัดแย้งหรือความแค้นอันใด ตอนนี้ลูกเช่อล้วนแต่งงานแล้วข้าหวังว่าเขาจะมีชีวิตสุขสงบนับจากนี้ไป...แม้ว่าเขาจะไม่ใช่เืเนื้อเชื้อไขของเ้าเขายังคงเป็เด็กที่เ้าสองคนเสี่ยงชีวิต ทั้งยังใช้ชีวิตของบุตรชายของเ้าแลกมาข้าจะปกป้องลูกเช่ออย่างสุดความสามารถ...”
แกร่ก
เสียงแกรกดังแ่เบาแทรกเข้ามาในหูของเซียวเล่ยสร้างความตระหนกแก่เขา เซียวเล่ยรวบรวมสมาธิกลับมาในฉับพลันและหันหน้าไปะโเสียงต่ำ “นั่นใคร”
หลังจากเสียงะโเซียวยู่หลงพลันปรากฏกายเดินออกมาจากหลังต้นไม้สูงใหญ่ที่มุมของสุสานต้นหนึ่งชายหนุ่มมองไปที่เซียวเล่ยอย่างยุ่งยากใจสาวเท้าก้าวไปข้างหน้าสองสามก้าวพร้อมค้อมคำนับตามหลักาุโก่อนกล่าวว่า“ยู่หลงคารวะผู้าุโห้า...ข้าคาดไม่ถึงจริงๆ ว่าผู้าุโห้าเองก็มาที่นี่? ข้ามารบกวนท่านหรือไม่?”
จิตใจของเซียวเล่ยวุ่นวายสับสน..เขาพลันมีความรู้สึกสำนึกเสียใจและท้อแท้สิ้นหวังขึ้นมาครู่หนึ่ง นี่เป็เื่เหนือความคาดหมายที่เขาไม่สามารถสังเกตพบเมื่อมีคนเข้ามาในรัศมีของสุสานนี้เซียวเล่ยไม่ทราบว่าเซียวยู่หลงอาจได้ยินคำพูดอะไรไปบ้าง เขาขมวดคิ้วและถามว่า“ยู่หลง เ้ามาทำอะไรที่นี่?”
เซียวยู่หลงตอบในทันทีว่า“ทูตจากพรรคตระกูลเซียวอาจมาถึงในวันพรุ่งนี้ท่านพ่อคาดการณ์ว่านี้อาจเป็เหตุการณ์สำคัญที่จะชี้ชะตาตระกูลเซียวเราและเชื่อว่าท่านสมควรมาบอกต่อท่านปู่ ดังนั้นท่านจึงให้ข้ามาที่นี่...ต้องมารบกวนท่านผู้าุโห้าโดยไม่ตั้งใจ...ยู่หลงผิดไปแล้ว”
“เช่นนั้นเ้าได้ยินที่ข้าเพิ่งพูดออกไปหรือไม่?”สุ้มเสียงของเซียวเล่ยพลันแปรเปลี่ยนเป็เ็าะเืส่งรังสีอำมหิตไปทางเซียวยู่หลง
ความแข็งแกร่งของบุคคลระดับสูงสุดในขอบเขตลมปราณจิตมากมายเกินกว่าสภาพร่างกายในปัจจุบันของเซียวยู่หลงจะทนทานรับได้ด้วยสีหน้าที่แปรเปลี่ยนเป็ซีดเซียว ชายหนุ่มสั่นศีรษะปฏิเสธอย่างรวดเร็ว“ยู่หลงเพียงเพิ่งมาถึง หากมิใช่ผู้าุโห้าเอ่ยปากทัก ยู่หลงคงไม่ทันพบเห็นผู้าุโแน่นอนว่ายิ่งไม่อาจได้ยินข้อความใด...หากผู้าุโห้าไม่้าถูกรบกวน ยู่หลงจะจากไปในบัดดล! ”
เซียวเล่ยไม่สามารถหาข้อพิรุธใดๆ จากท่าทางของเซียวยู่หลงได้เขาวางใจลงเล็กน้อยและถอนพลังกดดันกลับมา ชายชราผ่อนคลายสีหน้าพร้อมกล่าวว่า“ช่างเถอะ ไม่มีอะไรหรอก ทูตจากพรรคตระกูลเซียวกำลังจะมาถึงพรุ่งนี้บุคคลที่มีโอกาสถูกคัดเลือกมากที่สุดสมควรเป็เ้า เมื่อถึงเวลานั้นเ้าจะกลายเป็ความหวังสูงสุดของตระกูลเรา”
“ผู้าุโห้าพูดหนักเกินไป ยู่หลงไม่คู่ควรถึงเพียงนั้น”เซียวยู่หลงกล่าวด้วยความถ่อมตัว
เซียวเล่ยผงกศีรษะรับและหมุนตัวจากไป
เมื่อเซียวเล่ยลับตาไป สีหน้าของเซียวยู่หลงค่อยๆ แปรเปลี่ยนชายหนุ่มยกมือขวาขึ้นลูบคางพร้อมขมวดคิ้วพึมพำว่า “อย่าบอกนะว่านี่เป็เื่จริง...ถ้าเป็ความจริงละก็...ช่างน่าสนใจจริงๆ”
==============================
ตลกตัวเองอ่ะ
ใครเป็เหมือนเราบ้างที่อ่านบทแปลตอนฝังเข็มแล้วคิดลึกอ่ะ
หรือมีเราคิดคนเเดียว เราทะลึ่งคนเดียวรึเปล่า 555 อับอายเล็กน้อย
แปลเองเขินเองคนเดียว
บ้าจริงๆ นี่นั่งพิมพ์อยู่ยังยิ้มอยู่เลยนะเนี่ย
สปอยล์ให้ว่าตอนหน้ามีชื่อตอนว่า"ร่วมเรียงเคียงหมอน" นะจ๊ะ
ลุ้นๆ