ตอนที่ 6 น้ำหวาน
“พี่ใหญ่” เฉินเสี่ยวไช่เห็นเฉินเสี่ยวหมี่กลับมาก็แอบกระตุกแขนเสื้อของพี่ชาย
เฉินเสี่ยวหมี่มองสีหน้าเคร่งเครียดของเฉินเสี่ยวไช่แวบหนึ่ง ถามว่า “มีอะไรหรือ”
“เสี่ยวม่ายบอกว่า ลู่หลินผู้นั้นแอบกินน้ำหวาน” เฉินเสี่ยวไช่บอกด้วยท่าทางลึกลับ
พอเฉินเสี่ยวไช่รู้ว่าลู่หลินแอบกินน้ำหวานก็ประหลาดใจมาก เพราะในบ้านไม่มีน้ำตาล หรือว่าลู่หลินแอบเอาน้ำตาลมาด้วย แล้วนำมาละลายน้ำดื่ม
แต่เฉินเสี่ยวไช่ถามไปมากมาย เฉินเสี่ยวม่ายก็พูดไม่ชัดเจน เพียงแค่แสดงความดีใจมากบอกว่าน้ำหวานอร่อยมาก ถามไปถามมา เฉินเสี่ยวม่ายก็เอาแต่แสดงความดีใจว่าน้ำหวานอร่อยมาก เป็ของอร่อยที่สุดที่เขาเคยดื่มเลยทีเดียว
เฉินเสี่ยวไช่เป็เด็กที่ยังไม่โตเต็มที่ แม้รู้สึกสงสัยต่อสิ่งที่น้องสามบอกว่าอร่อยมาก แต่ยังรู้สึกตะขิดตะขวงใจที่จะไปถามลู่หลิน
เมื่อเฉินเสี่ยวหมี่กลับมา ลู่หลินก็อาการดีขึ้นมากแล้ว
เขามองเฉินเสี่ยวหมี่อย่างสำรวจ รู้สึกประหลาดใจกับรูปร่างหน้าตาของอีกฝ่ายอยู่บ้าง
เ้าของร่างเดิมเป็คนเงียบขรึมไม่พูดจา ตอนเดินมักก้มศีรษะตลอด จึงพบปะพูดคุยกับผู้คนไม่มากนัก
ไม่กี่ปีมานี้เ้าของร่างเดิมไม่เคยพบเฉินเสี่ยวหมี่เลย ดังนั้นลู่หลินจึงไม่รู้จักรูปร่างหน้าตาของเฉินเสี่ยวหมี่จากในความทรงจำของเ้าของร่างเดิม
เนื่องจากภายนอกเฉินเสี่ยวหมี่มีชื่อเสียงเื่ความโหดร้าย หน้าตาของอีกฝ่ายที่ประทับอยู่ในความทรงจำของเ้าของร่างเดิมจึงดุร้ายดุจั์มาร ทว่าความจริงนั้นเขากลับดูสดใสมาก ท่าทางอายุก็ไม่มากนัก ทั้งยังน่ารักเล็กน้อย มีดวงตากลมโตดำขลับเป็ประกายสุกใสอย่างยิ่ง คล้ายกับเด็กหนุ่มน่ารักที่ทำตัวเป็อันธพาล ในใจลู่หลินรู้สึกขัดแย้งอยู่รางๆ
ลู่หลินแอบคิดในใจ ‘ข่าวลือพูดกันซะเกินจริงขนาดนั้น แต่พูดไปแล้วเขาก็เป็แค่เด็กที่เพิ่งโตเป็ผู้ใหญ่เท่านั้น’
ลู่หลินถูกหามมาบนไม้กระดาน หลังจากส่งตัวมาเฉินเสี่ยวหมี่ก็เอาผ้าห่มขาดๆ ผืนหนึ่งมาห่มให้ลู่หลิน แล้วไม่สนใจอีก
พอตกกลางคืน ลู่หลินคิดฟุ้งซ่านอยู่บ้าง เขาแต่งเข้าบ้านมาแล้ว ถึงแม้จะแต่งแบบลวกๆ อยู่บ้าง แต่พวกเขาถือว่าเป็คู่แต่งงานใหม่ บางทีควรคิดถึงเื่เข้าหอได้แล้ว
ชาติก่อนลู่หลินเป็เกย์ แม้ว่าสังคมจะเปิดกว้างมากแล้ว แต่ยังมีคนจำนวนมากที่ยอมรับพวกเกย์ไม่ได้
หลังจากเข้าทำงานในบริษัท ลู่หลินก็ปิดบังรสนิยมทางเพศของตนมาตลอด รอโอกาสที่เหมาะสมค่อยหาคนที่มีความชอบแบบเดียวกันสักคน
ผลปรากฏว่า ฟ้าไม่เป็ใจ มีสาวน้อยคนหนึ่งถูกตาต้องใจเขาเข้า ไล่ตามจีบเขาอยู่นาน ลู่หลินปฏิเสธไปหลายครั้งแต่อีกฝ่ายยิ่งตามตื๊อหนักกว่าเดิม
ลู่หลินจนปัญญา ได้แต่บอกสาวน้อยคนนั้นว่าเขาไม่ชอบผู้หญิง อีกฝ่ายถึงจากไปอย่างไม่อยากเชื่อนัก วันรุ่งขึ้นลู่หลินได้รับหนังสือไล่ออกจากบริษัทด้วยเหตุผลที่ว่าเขามี ‘พฤติกรรมส่วนตัวไม่เหมาะสม’ ไม่ต้องคิดก็รู้ว่าสาวน้อยที่ตามจีบเขามาตลอดเป็คนไปฟ้องบริษัท
ลู่หลินได้แต่ทอดถอนใจ ผู้หญิงเวลาเปลี่ยนใจอย่างไร้ความปรานีช่างน่ากลัวจริงๆ เขาออกจากบริษัท กลับไปเฝ้าร้านขายของชำเล็กๆ ในชนบทที่บิดามารดาทิ้งไว้ให้
กิจการของร้านขายของก็ไม่ดีไม่แย่ นับว่าพอเลี้ยงปากเลี้ยงท้องได้
เฉินเสี่ยวหมี่กลับมาก็ไปทำอาหารเย็นทันที แล้วให้เฉินเสี่ยวไช่ยกโจ๊กถ้วยหนึ่งมาให้เขา ยังมีน่องไก่อีกน่องหนึ่ง
ลู่หลินรู้สึกประหลาดใจอยู่บ้างเมื่อเห็นน่องไก่ ก่อนหน้านี้ป้าสะใภ้ใหญ่บอกว่า แต่งเข้าบ้านเฉินเสี่ยวหมี่แล้วจะมีเนื้อกิน นึกไม่ถึงว่าจะมีเนื้อให้กินจริงๆ
ลู่หลินแทะน่องไก่จนเกลี้ยง ฝีมือของเฉินเสี่ยวหมี่ไม่ดีนัก น่องไก่จืดชืดไร้รสชาติ แต่พอนึกได้ว่าเครื่องปรุงรสในบ้านมีแค่เกลือ เขาก็รู้สึกได้ว่าไม่อาจเรียกร้องมากเกินไป
เฉินเสี่ยวไช่เห็นลู่หลินกินน่องไก่จนหมดโดยไม่พูดเกรงอกเกรงใจสักคำก็รู้สึกอึดอัดใจอยู่บ้าง รู้สึกว่ารับสินค้าขาดทุนเข้ามาเสียแล้ว
เฉินเสี่ยวหมี่กับเฉินเสี่ยวไช่เก็บกวาดทำความสะอาดเสร็จก็กลับไปนอนบนเตียง
ลู่หลินรออยู่ครู่หนึ่ง จนได้ยินเสียงกรนสูงต่ำของพวกเฉินเสี่ยวหมี่ ก็ได้แต่แอบทอดถอนใจเงียบๆ ว่าตนเองในฐานะที่เป็ลูกผู้ชายที่แต่งเข้าบ้านมาเป็ได้แค่ของประดับบ้านจริงๆ ด้วย!
ลู่หลินกะพริบตาปริบๆ นึกในใจว่า ‘บ้านหลังนี้โกโรโกโสเกินไปแล้ว ห้องครัวใช้ร่วมกับห้องโถงใหญ่ สามคนพี่น้องนอนรวมกันในห้องนอนเล็กดูอึดอัดเกินไปหน่อย ตอนนี้ยังมีเขาที่ปูพื้นนอนเข้ามาอีกคน’
ยังดีที่หน้าตาของเฉินเสี่ยวหมี่ตรงกับความชอบของลู่หลินพอดี เขารู้สึกดีใจอยู่เงียบๆ
ชาติก่อนเป็หนุ่มซิงมาเกือบสามสิบปี ชาตินี้ลู่หลินยังคาดหวังว่าจะมี ‘ความสุขในชีวิต[1]’ กับเขาบ้าง แต่จากสภาพการณ์ตรงหน้านี้ ในเวลาสั้นๆ น่าจะเป็ไปได้ยาก เฉินเสี่ยวหมี่แค่้าหาเครื่องมือเลี่ยงภาษีเท่านั้น
นอกจากนี้ข้างกายเฉินเสี่ยวหมี่ยังมีหลอดไฟ[2] อีกสองดวง เฉินเสี่ยวไช่ผู้นั้นดูท่าจะจัดการได้ยาก เพราะเ้าหนูนี่ไม่ชอบหน้าเขามากทีเดียว
ลู่หลินเองก็รู้สึกว่าเ้าของร่างเดิมโง่ไปหน่อย แค่แต่งเข้าบ้านซวงเอ๋อร์คนหนึ่งเท่านั้น ถึงขั้นคิดไม่ตกะโน้ำฆ่าตัวตายเสียได้ ขนาดมดปลวกยังรักชีวิต จะคิดมากเพียงนี้ไปทำไม ทั้งที่เ้าหมอนี่อยู่ในบ้านตระกูลลู่ก็มีชีวิตอนาถมาก จะอนาถยิ่งกว่านี้ได้อีกหรือ
ลู่หลินคิดสักครู่ก็รู้สึกง่วงขึ้นมา จึงหลับไปด้วยความสะลึมสะลืออีกครั้ง
เชิงอรรถ
^ ในที่นี้หมายถึง มีความสุขในชีวิตคู่ สื่อถึงการมีเซ็กซ์^ ในที่นี้หมายถึง ก้างขวางคอ