“ห๊ะ!.. เธอนี่ทำให้ฉันแปลกใจได้ตลอดเลยนะ ฮ่าๆๆ..” ชีหลงกล่าวพร้อมกับหัวเราะออกมา ยิ่งคุยกับพ่อหนุ่มคนนี้มากเท่าไร เขาก็ยิ่งประหลาดใจมากขึ้นเท่านั้น และมันทำให้เขาอยากที่จะรู้ว่าชายหนุ่มคนนี้กำลังคิดหรืออยากจะทำอะไร เพราะเขาเดาไม่ออกเลยจากสีหน้าของพลที่แสดงออกมา
“..เออ.. มันถือว่าเป็คำชมหรือเปล่าครับ แฮ่ๆ แล้วถ้าผมจะขอเท่านี้ คุณชีหลงพอจะทำให้ได้ไหมครับ” พลกล่าวแบบเขินๆ จริงๆแล้วเขาก็แค่้าชีวิตที่แสนจะสะดวกสบาย ถ้าไม่มีเื่งานเลี้ยงรุ่นนี้ เขาก็จะไม่รีบร้อนใช้เงิน หรือหางานขนาดนี้..
“แน่นอน!.. ได้อยู่แล้ว แต่ว่าฉันเองก็อยากจะทราบเหตุผลว่าทำไมถึงขอเื่งานกับฉันล่ะ แถมยังแค่ 7 วันอีก ต้องยอมรับตามตรงเลยว่าฉันไม่สามารถเข้าถึงความคิดของเธอได้เลยว่าเธอกำลังคิดจะทำอะไรกันแน่.. ช่วยบอกกับฉันหน่อยได้ไหม” ชีหลงกล่าวถามอย่างสุภาพ พลที่ได้ยินอย่างนั้นก็เกาหัวของตัวเองก่อนจะยิ้มออกมาอย่างเขินๆ
“จะว่ายังไงดีล่ะครับ.. คือเื่ของเื่ในวันเสาร์ที่จะถึงนี้ ผมต้องกลับไปงานเลี้ยงรุ่นที่โรงเรียนน่ะครับ แล้วคุณเองก็น่าจะรู้ดีว่าการเข้าสังคมจำพวกนี้ การพบเจอเพื่อนเก่าๆ พวกเขามักจะถามหรือคุยเื่ไม่กี่เื่เท่านั้น เื่การงานมาก่อนอันดับแรก ต่อมาก็คือเื่เงินหรือทรัพย์สินที่มี..” พลกล่าวถึงเหตุพลที่ทำให้ชีหลงถึงกับมองบนอีกครั้ง
‘เพียงแค่เื่เท่านี้เนี้ยนะ เด็กคนนี้กำลังคิดอะไรอยู่..’ ชีหลงบ่นภายในจิตใจ
“เฮ้ออ ถ้าอย่างนั้นมันจะไม่ดีกว่าเหรอ ถ้าเธอจะทำงานกับฉันไปตลอดแบบมีสัญญาจ้างเป็รายปีที่ชัดเจนน่ะ ถึงอย่างไรฉันก็เชื่อว่าคนดีๆอย่างเธอเป็สิ่งที่มีค่าต่อองค์กรของเรา.. ฉันคิดว่านี่จะทำให้ไม่มีใครสามารถดูถูกเธอได้อีก” ชีหลงกล่าว
“มันก็ดีกว่าจริงๆนั่นแหละครับ แต่จะว่ายังไงอีกดีล่ะครับ คือว่าผมไม่ได้มีปัญหา หรือความเดือดร้อนเื่การเงินสักเท่าไรน่ะครับ และถ้าไม่มีเื่งานเลี้ยงรุ่นนี้ ผมก็คงไม่ต้องเดือดร้อนหางานทำหรอกครับ.. จริงๆผมก็แค่อยากจะใช้ชีวิตชิลๆไปตามประสาคนว่างน่ะครับ ฮ่าๆ..” พลกล่าวพร้อมกับหัวเราะเบาๆ
“เฮ้อออ เธอนี่แปลกคนจริงๆ อื้มม.. ถ้าอย่างนั้นฉันจะหาตำแหน่งที่กำลังว่างชั่วคราวให้กับเธอก็แล้วกัน จริงๆเธอก็ไม่จำเป็ต้องทำงานอะไรหรอกนะ ก็แค่ไปนั่งบนเก้าอี้ในห้องที่จัดเตรียมเอาไว้ก็พอ จะเล่นเกมหรือดูหนังอะไรก็แล้วแต่เธอเลย.. เมื่อครบ 7 วันแล้ว เธอก็จะลาออกใช่ไหมล่ะ แบบนี้น่าจะดีที่สุด” ชีหลงกล่าว
“แบบนั้นก็ไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ของผมสิครับคุณชีหลง.. คุณรู้ไหมว่าเดี๋ยวนี้มันมีเพื่อนๆที่ชอบเผือกเื่ชาวบ้านอยู่เพียบ พวกเขาจะเริ่มขุดเื่ราวที่ผมพูดว่ามันเป็อย่างนั้นจริงๆไหม ถ้าพวกเขาไม่เห็นว่ามีการเคลื่อนไหวตามโซเชียลของผมล่ะก็ พวกเขาจะคิดว่าผมโกหกเอาได้” พลกล่าวพร้อมกับหันมาทำหน้าจริงจัง
“ดังนั้นผมขอให้คุณหาตำแหน่งที่มันต้องทำงานจริงๆ ยิ่งเป็งานที่ทำหน้างานเยอะเท่าไรยิ่งดี ผมจะได้มีรูปถ่ายเก็บเอาไว้เยอะๆ.. อีกอย่างผมก็จะขอรับเงินสำหรับการทำงานแค่ 7 วันก็พอนะครับ คุณจะคิดตามฐานเงินเดือนแล้วเฉลี่ยเป็รายวันก็ได้ หรือจะจ่ายเหมาสำหรับ 7 วันเลยก็ไม่มีปัญหา.. คือผมไม่ชอบเอาเปรียบใครน่ะครับ..”
พลกล่าวจบเขาก็ยิ้มออกมาให้กับชีหลง แน่นอนว่าชีหลงที่เห็นดังนั้นเขาก็ยิ้มตาม ไม่รู้ว่าทำไมแต่ยิ่งได้คุยเขาก็ยิ่งชอบเด็กหนุ่มคนนี้มากขึ้นเรื่อยๆ ถ้าเป็คนอื่นๆที่อยู่ในสถานการณ์เดียวกันคงจะขอเขามากกว่านี้ไปแล้ว แต่เด็กคนนี้กลับไม่ทำอย่างนั้น มันทำให้เขาประทับใจไม่น้อย และด้วยนิสัยเสียที่ติดตัวมาของชีหลง เขาจึงอยากจะทดสอบอะไรบางอย่างกับเด็กหนุ่มคนนี้..
“เอาอย่างนั้นก็ได้.. จริงๆถ้าจะขอให้ฉันมอบหุ้นส่วนในเครือห้างให้เลยก็ยังได้.. แต่ว่าเธอกลับไม่ทำ และดูเหมือนจะไม่สนใจมันด้วยสินะ.. เฮ้ออ..” ชีหลงกล่าว
“ก็นะครับ!.. ผมไม่ชอบความวุ่นวายในชีวิตสักเท่าไรน่ะครับ อยู่อย่างสงบๆสบายๆดีกว่าเป็ไหนๆ”
พลกล่าวพร้อมกับรอยยิ้ม ทั้งๆที่เมื่อก่อนเป้าหมายในชีวิตของเขาคือการหางาน หาเงินให้ได้เยอะๆเหมือนกับพนักงานเงินเดือนทั่วๆไป ไม่ได้โดดเด่นอะไร แต่ทว่าั้แ่ที่เขามีพลังวิเศษที่ได้รับมอบมา ความคิดของเขาก็เปลี่ยนไป เขาอยากจะมีภรรยาที่น่ารักสักคน ใช้ชีวิตแบบไม่ต้องคิดหรือมีอะไรให้ปวดหัว อยากจะไปไหนก็ไปได้ ไม่มีอะไรให้ผูกมัด แค่คิดก็สุขหัวใจแล้ว..
“.. มันก็เป็เป้าหมายของชีวิตจริงๆของคนเรานั่นแหละนะ ทำงานเพื่อหาเงิน ใช้เงินเพื่อหาความสุขหาความสบาย.. แต่ว่าถ้าเธอเงินหมดกระเป๋าขึ้นมา เธอจะทำยังไง?.. ยังไงก็ต้องกลับมาทำงานเหมือนเดิมจริงไหม..” ชีหลงกล่าวเตือนแบบอ้อมๆให้กับพลฟัง
“ผมเข้าใจสิ่งที่คุณชีหลงกล่าวแนะนำนะครับ แต่ว่าเื่นั้นไม่จำเป็ต้องเป็ห่วงหรอกครับ เห็นอย่างนี้ผมก็สามารถอยู่เฉยๆไม่ต้องทำงานอะไรก็มีเงินเข้ากระเป๋าได้หลายแสนบาทต่อเดือนเลยนะครับ..” พลกล่าว
“เฮ้ออ ฉันล่ะยอมใจเธอจริงๆ..เอาล่ะๆ เรามาคุยเื่งานที่เธอจะต้องทำดีกว่า.. อื้มม..”
ชีหลงกล่าว พลที่เห็นสีหน้าของคุณชีหลง เขาก็ใไม่น้อย เพราะมันเป็เพียงไม่กี่เสี้ยววินาทีเท่านั้นที่คุณชีหลงทำ มันเป็ใบหน้าของคนที่มีเลศนัยบางอย่าง ราวกับตาแก่จอมเ้าเล่ห์ในละครหลังข่าว แต่พลก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร เขาคิดว่าเขาคงตาฝาดไปเองเท่านั้น..
“อื้มม..จริงสิ! เมื่อไม่นานมานี้เครือห้างยูเรียเซียของเราเพิ่งเปิดห้างแบบ Outlet ที่นอกเมือง แต่ว่ามันก็มีปัญหาอยู่ไม่น้อย ถ้าเธออยากทำงานจริงๆ ยังไงก็ช่วยแก้สถานการณ์สักหน่อยจะได้ไหม..” ชีหลงกล่าวด้วยสีหน้าที่ท้อแท้ เขาดูเศร้าเมื่อพูดถึงมัน พลที่ได้ยินก็รู้สึกไม่ชอบมาพากลสักเท่าไร แต่เขาก็ยังคงฟังอยู่เงียบๆ
‘Eurasia Outlet Premium’ ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อวัตถุประสงค์ในการระบายสินค้าที่ค้างสต็อกของเครือห้างสรรพสินค้ายูเรียเซียทั้งหมด และสินค้าทุกชิ้นยังคงเป็สินค้ามือหนึ่ง เพียงแต่มันเป็สินค้าที่นับว่าตกรุ่นไม่ทันกระแส หรือไม่ทันเทรนโลก ในราคาต่ำกว่าป้ายบนห้าง 30-70 เปอร์เซ็นต์
ซึ่งโปรเจคการสร้าง Eurasia Outlet Premium เปิดให้บริการมาแล้วกว่า 2 อาทิตย์ แต่ปัญหาเดิมก็ยังไม่ถูกแก้ไข มันเหมือนกับการที่พวกเขาเพียงแค่ย้ายของที่ตกรุ่นออกมาไว้ที่โกดังเก็บของที่มีคนเฝ้าเท่านั้น แม้ว่าการค้าขายบนห้างสรรพสินค้ายังได้กำไรเท่าๆเดิม แต่หากต้องนับรวมถึงการเปิดเอ้าเลทเพิ่มด้วยแล้ว มันเรียกว่าขาดทุนมากกว่าเดิมราวๆ 10-15 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว
ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นก็คือเื่ของผู้ใช้บริการที่น้อยเกินไป พื้นที่ของห้าง Outlet นี้มีอยู่ราวๆ 12 ไร่ โซนร้าน Outlet จำพวกแบรนด์เสื้อผ้า รองเท้า มีให้บริการกว่า 36 ร้านค้า ร้านอาหารแบรนด์ดัง และแบรนด์ย่อยมีให้บริการอีกกว่า 20 ร้าน นอกจากนี้ยังมีซุปเปอร์มาเก็ตอย่าง TOP Market ให้บริการอีกด้วย
ถึงแม้ว่าจำนวนผู้คนที่มีเข้ามาใช้บริการในวันเสาร์-อาทิตย์จะค่อนข้างเยอะ แต่ทว่าในวันธรรมดาจันทร์ถึงศุกร์นั้นกลับเงียบเหงาราวกับป่าช้า จนคู่ค้าที่สัญญาเช่าของ Eurasia Outlet Premium ต่างก็บ่นกันเป็เสียงเดียวกันว่ามันไม่คุ้มค่าสักเท่าไร
สินค้าที่มีอยู่ในสต็อกระบายออกไปไม่ทัน นอกจากนี้ยังมีเื่ของผลกำไร และการขาดทุนเข้ามาอยู่เรื่อยๆ (ค่าเช่า+ค่าไฟฟ้า+ค่าน้ำ+ค่าพนักงาน) กลุ่มค่าสัญญาเช่าที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือกลุ่มอาหาร วัตถุดิบที่พวกเขาใช้บางร้านถึงกับสั่งมาจากเมืองนอกเมืองนา แต่ก็ต้องโยนพวกมันทิ้งไปเพียงเพราะไม่มีลูกค้าที่มากพอ แน่นอนว่ามันจึงเดือดร้อนมาถึงเครือห้างยูเรียเซียที่เป็เ้าของ..
“เฮิออ ก็อย่างที่ว่ามานั่นแหละนะ.. ออฟฟิศของยูเรียเซียเอาท์เลทก็ถูกร้องเรียนมากขึ้นทุกวัน ผู้จัดการที่ดูแลที่นั่นก็ไม่รู้จะทำยังไง ผู้เช่าก็เริ่มไม่พอใจกันมากแล้ว บางรายถึงกับ้ายกเลิกสัญญาเชียวล่ะ.. ฉันก็ไม่รู้หรอกนะว่าเธอพอจะมีวิธีแก้ไขสถานการณ์นี้ได้หรือเปล่า ถ้าได้จะเป็การดีมากเลยล่ะ..” ชีหลงกล่าวพร้อมกับถอนหายใจออกมาอย่างท้อแท้
“อื้มม.. อย่างนั้นเหรอครับ จริงๆมันก็พอจะมีวิธีอยู่บ้างนะครับ.. แต่ว่าผมคงจะช่วยไม่ได้ในเื่นี้ อย่างแรกเลยคือเื่ของเวลา การแก้ไขปัญหานี้ไม่สามารถแก้ไขได้ภายในเวลาที่ผมกำหนดครับ..”
พลกล่าวปฏิเสธพร้อมกับให้เหตุ และผลของตัวเอง มันเป็ไปไม่ได้เลยที่จะทำมันในเวลาเพียงเท่านั้น แม้ว่าเขาจะมีไอเดียที่พอจะทำอะไรได้ แต่มันก็ต้องใช้เวลาสักระยะถึงจะเห็นผล นอกจากนี้ยังมีอีกหลายสิ่งที่ควรจะคำนึกถึง และพวกมันเป็ตัวแปรสำคัญของการเปลี่ยนแปลงนี้
‘คุณชีหลงกำลังทดสอบเราอยู่.. เหรอ?..’ พลกล่าวคิดในใจ ในขณะที่มองหน้าเปื้อนยิ้มของชีหลง
“โอ้!.. อย่าเพิ่งปฏิเสธฉันเลยนะ ฉันสามารถจ้างเธอเพิ่มได้นะถ้าเธอมีไอเดียดีๆ..” ชีหลงกล่าว
“คุณชีหลงครับ.. อย่าหาว่าผมมองโลกในแง่ร้ายเลย แต่ผมไม่เข้าใจความคิดของคุณ ในกรณีที่คุณคิดจะจ้างผมเกินกว่ากำหนด 7 วันนั้น ผมก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรหรอกนะ เพียงแต่ผมไม่เข้าใจว่าการที่คุณใช้เงินจำนวนนั้นไปกับแค่ผมคนเดียว แทนที่คุณสามารถจ้างพวกนักการตลาดมืออาชีพได้อย่างสบายๆ..” พลกล่าวพร้อมกับหันไปมองหน้าของชีหลง ก่อนจะกดเน้นเสียงจริงจังในประโยคถัดไป
“อีกอย่างห้างของคุณก็ออกจะใหญ่โต จะไม่มีนักพัฒนาการตลาดเก่งๆสักคนเชียวหรือ.. มันผิดวิสัยของคนที่เป็นักธุรกิจใหญ่อย่างคุณจริงๆ ในกรณีอย่างนี้มันสามารถตีความได้อยู่ไม่กี่ความหมาย .. คุณยังไม่แม้แต่จะรู้หรือจะถามเลยว่าผมนั้นเรียนจบสาขาวิชาอะไรมา ถึงอย่างนั้นคุณกลับไว้ใจให้ผมทำงานนี้ คุณดูมั่นใจเกินไปหรือเปล่า หรือมันเป็เพราะผมช่วยชีวิตคุณเอาไว้.. ก็เลยหาวิธีตอบแทนผมเท่านั้น”
“..และถ้ามันเป็อย่างนั้นล่ะก็.. ไม่เท่ากับว่าคุณกำลังดูถูกผมอย่างนั้นเหรอครับ”
สีหน้าของเขาในเวลามันน่าเกลียดน่ากลัวเอามากๆ สิ่งที่เขาเกลียดมากที่สุดก็คือมีคนมาดูถูกเขา และเขาจะไม่เสียเวลาอีกต่อไปที่จะสนทนากับพวกเขาเ่าั้ น้ำเสียงที่แม้จะดูเรียบๆของพล แต่มันเป็เสียงที่เหมือนราวกับมีมีดที่คมเฉียบเฉือนเข้าไปยังหัวใจของผู้ที่ได้รับฟัง แม้แต่นักธุรกิจใหญ่อย่างชีหลงที่ผ่านสมรภูมิรบมามากแล้วก็ยังต้องหวั่นเกรง
“ฮ่าๆๆ.. ฉันขอโทษๆ เผลอทดสอบเธอไปจนได้ มันเป็นิสัยที่แก้ไม่หายของฉันน่ะ.. แต่ไม่ใช่ว่าฉันคิดจะดูถูกเธอหรอกนะ แค่อยากรู้ว่าเธอจะตอบว่าอะไรเท่านั้น.. แต่ก็เหนือความคาดหมายของฉันนิดหน่อย ถูกต้อง! มันถูกอย่างที่เธอกล่าวมานั่นแหละนะ ถึงแม้ว่าจะมีคนที่ให้ใช้งานได้ แต่ก็ไม่รู้ว่าพวกเขาจะเป็ของอีกฝ่ายที่จ้องจะเล่นงานฉันหรือเปล่า แต่ก็นะ..เธอผ่าน!..” ชีหลงกล่าว
“เฮ้อออ ก็ช่วยไม่ได้ล่ะนะ คุณไม่ได้มีความตั้งใจที่จะดูถูกผมซะทีเดียว ดังนั้นจะยอมยกโทษให้สักครั้งก็แล้วกัน.. แต่มันก็ยังเป็เหมือนการดูถูกผมทางอ้อมอยู่ดี คำพูดของคุณมันมีความหมายไม่ต่างจากประโยคที่ว่า ‘ไอ้เด็กเวรคนนี้เหรอมันจะทำได้’ อะไรทำนองนั้นเลยต้องทดสอบเสียหน่อย.. แม้ว่าคุณจะมีปัญหาภายในหรือไม่ก็ตาม แต่ผมก็ไม่สนหรอกนะ..” พลกล่าวขึ้นมาลอยๆ ก่อนจะหันมองหน้าของชีหลงอีกครั้ง
“..และไอ้เด็กเวรอย่างผมคนนี้แหละ.. จะพิสูจน์ให้คุณเห็นว่าผมทำอะไรได้บ้าง.. ดังนั้นผมรับงานนี้”