ทว่าเห็นเพียงเฟิ่งเฉี่ยนคลี่ยิ้มบางๆ กระพริบตาปริบๆนัยน์ตางดงามของนางทอประกายวับวาว นางพูดเนิบๆ“ที่พวกเจ้าสงสัยว่าข้าซ่อนใบไม้ทองคำเอาไว้ก็เพราะพวกเจ้าไม่เชื่อว่าข้ากำลังอ่านตำราแพทย์อยู่จริงๆ ใช่หรือไม่”
นางจับประเด็นสำคัญได้อย่างรวดเร็ว
เป็นเพราะพฤติกรรมแปลกประหลาดเกินไปของนางเป็นสาเหตุให้ผู้คนคาดเดากันไปต่างๆนานา หากนางพิสูจน์ได้ว่านางอ่านตำราจริงๆ เช่นนั้นสถานการณ์ย่อมต่างออกไป
“ถูกต้อง!” ผู้อาวุโสกล่าว “การพลิกเปิดตำราด้วยความเร็วเช่นที่เจ้ากระทำเมื่อสักครู่นี้ไม่มีทางที่จะอ่านรายละเอียดในตำราได้ดังนั้นการอ่านตำราแพทย์เป็นเพียงแค่ข้ออ้างข้อหนึ่งเท่านั้น!”
“เช่นนั้นหากข้าท่องจำรายละเอียดในตำราแพทย์ได้เล่า” เฟิ่งเฉี่ยนถาม
ผู้อาวุโสตกตะลึง “อะไรนะ ท่องออกมาหรือ”
คนอื่นๆ พากันตกตะลึงเช่นกัน
หลันเยว่หรูหรี่ตาลงเล็กน้อยในใจของนางมีเสียงเตือนขึ้น ไม่รู้ว่าเฟิ่งเฉี่ยนจะมาไม้ไหนอีก
เฟิ่งเฉี่ยนยกยิ้ม “ถูกต้อง! ท่องออกมา! ท่านผู้อาวุโสเลือกตำราเล่มใดเล่มหนึ่งมาก็ได้ข้าจะอ่านตำราด้วยความเร็วเช่นเมื่อสักครู่หากข้าท่องออกมาได้โดยไม่ตกหล่นแม้แต่คำเดียวพวกเจ้าก็หยุดใส่ร้ายป้ายสีว่าข้าซ่อนใบไม้ทองคำ!”
“เจ้ากำลังจะบอกว่า เจ้าจะท่องจำตำราแพทย์ทั้งเล่มเช่นนั้นหรือ” ผู้อาวุโสคิดว่าตนเองฟังผิด คำพูดนี้โอ้อวดเกินจริงเหลือเกิน
เฟิ่งเฉี่ยนพยักหน้ายืนยัน “ท่องกลับหลังก็ไม่มีปัญหา!”
ทุกคนที่อยู่ในที่นั้นเงียบงันจากนั้นครู่หนึ่งก็มีเสียงหัวเราะระเบิดออกมาพร้อมกัน
“ฮ่าๆๆ โอ้อวดอันใดกันเล่า”
“ช่างน่าขันนัก!”
“ล้อเล่นหนักไปหรือไม่”
“ท่องจำปกติก็แทบจะเป็นไม่ได้อยู่แล้ว ยังจะต้องท่องกลับหลังมาอีก ล้อพวกเราเล่นกระมัง”
“นางชอบโอ้อวด ก็ให้นางโอ้อวดไป!”
หากท่องออกมาไม่ได้ ก็ให้ตบบ้องหูตัวเอง!
มู่ชิงเซียวรีบก้าวขึ้นข้างหน้าเพื่อกระตุกชายแขนเสื้อของเฟิ่งเฉี่ยนเขาเตือนสติเสียงเบา “แม่นางเฟิง ต้องระมัดระวังคำพูดที่กล่าวออกไปท่านผู้อาวุโสเป็นคนที่ชอบเอาชนะคนหนึ่ง เขาจะถือเป็นจริงเป็นจังนะ!”
เฟิ่งเฉี่ยนหันไปคลี่ยิ้มบางๆ ให้เขาและพูดเสียงดังว่า “วางใจเถิดข้าไม่มีทางปล่อยให้คนที่ต้องการใส่ร้ายป้ายสีข้าเหล่านั้นสมปรารถนาหรอก!”
แววตาเหี้ยมโหดพาดผ่านเมื่อหลันเยว่หรูพูดเสียงเย็น“ในเมื่อแม่นางเฟิงมีความมั่นใจถึงเพียงนี้ เช่นนั้นยังรออะไรอยู่อีก ก็ให้ความจริงพิสูจน์ทุกอย่างไปเลย!”
ท่ามกลางการพัดโหมกระหน่ำของหลันเยว่หรูบรรดาศิษย์หนุ่มต่างร้องตะโกนตามนาง
“ให้นางท่อง!”
“ให้นางท่อง!”
“...”
ท่านผู้อาวุโสโกรธจนต้องหัวเราะออกมา เขาลูบหนวดเคราขาวโพลนของตนก่อนกล่าวว่า“ในเมื่อเจ้าอยากท่อง เช่นนั้นก็ท่องเถิด”
เขาหยิบตำราจากชั้นวางหนังสือลงมาเล่มหนึ่ง หน้าปกของตำราเล่มนั้นเขียนว่า 《หวาง เหล่า จิง》ส่งให้นาง “ท่องเล่มนี้ก็แล้วกัน! 《หวาง เหล่า จิง》เป็นตำราที่ว่าด้วยการบำเพ็ญตน เป็นหนึ่งในคัมภีร์อายุวัฒนะ”
เฟิ่งเฉี่ยนรับตำราไป นางไม่รีบร้อนเปิดตำราอ่านแต่กลับหันไปมองทุกคนและกล่าวว่า “พวกเจ้าเตรียมพร้อมแล้วใช่หรือไม่”
คนทั้งหมดแทบจะกระอักเลือดคำพูดนี้ควรจะเป็นพวกเขาที่เป็นฝ่ายเอ่ยถามจึงจะถูก เหตุใดทำไปทำมานางดูไม่ตื่นเต้นกลับกลายเป็นพวกเขาที่ตื่นเต้น
ทว่าพวกเขาค้นพบอย่างรวดเร็วว่าพวกเขาเป็นฝ่ายผิดเรื่องนี้ตั้งแต่ต้นจนจบคนที่ตื่นเต้นก็คือพวกเขาจริงๆ!
เห็นเพียงเฟิ่งเฉี่ยนถือตำราด้วยมือซ้าย มือขวาพลิกเปิด...
สวบๆๆๆ สวบๆๆๆๆ...
นิ้วมือของนางไม่หยุดเคลื่อนไหว ราวกับมือล่องหนความเร็วในการอ่านตำราเร็วกว่าก่อนหน้านี้
คนทั้งหมดมองตามการเคลื่อนไหวของนิ้วมือนางแล้วกระพริบตาปริบๆ ล้วนแต่ตกตะลึง
ไม่ต้องกล่าวถึงว่านางจะท่องได้หรือไม่ลำพังแค่วิธีการเปิดตำราของนางก็ทำให้ผู้คนได้เปิดหูเปิดตาแล้ว นางอ่านตำราเร็วมากทว่าเป็นความเร็วที่ไม่สับสน ไม่ได้เปิดซ้ำและไม่ตกหล่นหน้าใดหน้าหนึ่ง
ไม่นานหนักมือของนางก็หยุดลง นางปิดตำรายื่นมันคืนให้กับท่านอาวุโสนางพูดด้วยน้ำเสียงมั่นอกมั่นใจ “ข้าเตรียมตัวเสร็จแล้ว!”
ท่านผู้อาวุโสไม่เชื่อว่านางจะท่องรายละเอียดในตำราได้หมดภายในระยะอันสั้นเช่นนี้จึงเปิดส่งๆ ไปหน้าแรกของตำรา “ได้ เจ้าท่องเถิด!”
พูดแล้วเขาก็ปิดตำราลงอย่างไม่แยแส
เฟิ่งเฉี่ยนไม่ได้รับผลกระทบใดๆ จากท่าทีของเขานางกระแอมกระไอให้โล่งคอแล้วเริ่มท่อง “กฎของธรรมชาติ ขึ้นอยู่กับสรรพสิ่งบนโลกนี้กฎของมนุษย์ ขึ้นอยู่กับรูป จิต และการดับสูญ จากจิตสู่วิญญาณ รูปกำเนิดวิญญาณวิญญาณกำเนิดจิต ไม่ใช้วิญญาณ คือกฎธรรมชาติ ไม่ใช้จิต ทว่าสามารถ...”
เมื่อเริ่มท่องแล้วก็หยุดไม่ได้อีกเลย นางแทบจะไม่หยุดหายใจ ท่องติดๆกันหลายย่อหน้าและยังคงท่องต่อไป!
เดิมทีท่านผู้อาวุโสปิดตำราไปแล้ว แต่เมื่อฟังไปพักหนึ่งรู้สึกว่าไม่ถูกต้อง เนื้อหาที่ท่องออกมาดูเหมือนจะเป็นเช่นนั้น...
ตำราเล่มนี้เขาเคยอ่านมาแล้วรอบหนึ่ง ทว่าไม่อาจจดจำได้ทุกตัวอักษรเขารีบเปิดตำราเพื่อเปรียบเทียบเนื้อหาที่นางท่องออกมา ตรวจสอบประโยคต่อประโยคไม่ตรวจสอบยังดี เพราะทันทีที่ตรวจสอบ เขาถึงกับอึ้งไปเลย!
นาง...นางท่องจำออกมาได้จริงๆ อีกทั้งท่องได้อย่างไหลรื่นไม่ตกหล่นสักตัวอักษร!
สีหน้าท่าทางของท่านผู้อาวุโสจากเริ่มแรกที่ไม่แยแส มาถึงตะลึง เหลือเชื่อสุดท้ายไม่อยากจะเชื่อและหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก...
คนอื่นๆ ไม่คุ้นเคยกับ 《หวาง เหล่า จิง》จึงไม่เชื่อว่านางจะท่องออกมาได้ ได้แต่นั่งส่ายหน้ารอชมเรื่องสนุกๆทว่าเมื่อเห็นสีหน้าท่าทางของท่านผู้อาวุโสแล้ว พวกเขาได้แต่คลางแคลงใจ
“ท่านผู้อาวุโสเป็นอย่างไรบ้าง ท่องผิดใช่หรือไม่”
“จะต้องท่องผิดแน่ๆ เลย! ท่านผู้อาวุโสจึงได้โมโหถึงเพียงนี้!”
“แต่ดูเหมือนไม่ใช่นะ!”
หลันเยว่หรูมีสีหน้าตกตะลึงเช่นกัน หากว่ากันตามเหตุผลแล้ว เฟิ่งเฉี่ยนไม่มีทางจดจำตำราเล่มหนึ่งได้ในระยะเวลาอันสั้นเช่นนี้ทว่าเหตุใดนางจึงท่องได้อย่างคล่องแคล่วสีหน้าท่าทีของท่านผู้อาวุโสหมายความอย่างไรกัน หัวใจของนางราวกับถูกบีบรัดด้วยคำถามมากมายที่ติดค้างในใจส่งผลให้นางไม่อาจสงบใจลงได้
มู่ชิงเซียวกำหมัดแน่น เขาปาดเหงื่อแทนเฟิ่งเฉี่ยนเนื้อหาที่นางท่องออกมาถูกต้องหรือไม่ เขาพบว่านาทีนี้เขาตื่นเต้นกว่าตอนที่ตัวเขาเข้าร่วมการสอบเสียอีก!
ทางด้านนั้น เฟิ่งเฉี่ยนยังคงท่องต่อไป “ผู้ที่ดับสูญด้วยรูป เช่นศพจิตและรูปจะแยกจากกัน กลุ่มที่สอง เหมือนนกที่บินสู่ท้องทะเลตามฤดูสารทผู้ที่ดับสูญด้วยลม อาจไปกำเนิดใหม่ในสถานที่แตกต่างออกไป ผู้ที่ดับสูญด้วยรูปก็เฉกเช่นเดียวกัน...”
ท่านผู้อาวุโสยกมือขึ้นปาดเหงื่ออย่างแค้นเคือง และกล่าวตัดบทนาง “พอ พอได้แล้ว เจ้าไม่ต้องท่องแล้ว!”
เฟิ่งเฉี่ยนหยุดท่องทันที นางพยักเพยิดปลายคาง จ้องหน้าท่านผู้อาวุโสพร้อมกับถามว่า“ท่านผู้อาวุโส ข้าท่องถูกต้องหรือไม่”
คนอื่นๆ มองไปทางท่านผู้อาวุโสเป็นตาเดียว ด้วยร้อนใจอยากได้คำตอบ
ท่านผู้อาวุโสมีสีหน้าหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก เขาทำเพียงผายมือ
คนทั้งหมดพรูลมหายใจโล่งอกทันที
“ที่แท้ก็ท่องผิด ทำให้ข้าตกใจหมด!”
“ข้าก็ตกใจเหมือนกัน! หากทำแบบนี้แล้วท่องออกมาได้ก็เกินไปแล้ว!”
“หากนางท่องถูกต้อง ข้าจะเอาศีรษะชนกำแพง นี่มันเหลือเชื่อ! แต่ว่า โชคดี โชคดี...
“
ยังไม่รอให้พวกเขาโล่งอกโล่งใจ ท่านผู้อาวุโสเอ่ยขึ้นมาอีกว่า“ใครบอกว่าไม่ถูกต้องเล่า นางท่องถูก อีกทั้งไม่ตกหล่นแม้แต่คำเดียว!”
พ่างงงง!
ในสมองของทุกคนราวกับมีอะไรบางอย่างระเบิดออกมา
บรรยากาศพลันเงียบสงัดลงทันตา!
นัยน์ตาของแต่ละคนดูเหมือนจะถลนออกมาอยู่แล้ว!
เฟิ่งเฉี่ยนยิ้มน้อยๆ นางรู้แต่แรกแล้วว่าพวกเขาจะต้องมีปฏิกิริยาเช่นนี้!
หลังจากความเงียบงันผ่านพ้นไป พวกเขาทั้งหมดจึงได้สติคืนมา ตื่นเต้นจนอยากวิ่งชนกำแพง!
“ให้ตาย! ถึงกับท่องออกมาได้ ไม่ใช่คนแน่ๆ!”
“เหลือเชื่อเกินไป! นี่ยังเป็นคนปกติหรือไม่”
“สะเทือนใจอย่างรุนแรง! ยังจะให้ทางคนอื่นเดินหรือไม่”
หลันเยว่หรูรู้สึกว่าเบื้องหน้ามืดสนิท ร่างของนางสั่นเทิ้ม โยกไปข้างหน้าเอนไปด้านหลังจนแทบจะยืนไม่อยู่
“เป็นไปไม่ได้! นี่เป็นไปไม่ได้! ต้องมีการโกง! ถูกต้อง นางจะต้องโกงแน่ๆ”นางกรีดร้องเสียงเหลม
ด้วยเป็นเพราะอารมณ์ เสียงของนางที่ดังขึ้นท่ามกลางผู้คนจึงแหลมสูง
เฟิ่งเฉี่ยนกวาดตามองผ่านไป ถลึงตากล่าวกับนางว่า “หลันเยว่หรูเจ้ากล่าวหาว่าข้าโกง จำเป็นต้องมีหลักฐาน หาไม่แล้วข้าจะร้องเรียนว่าเจ้าหมิ่นประมาท!”