“ไม่...ไม่!!!!”
ยูดาสสะดุ้งตื่นขึ้นมา เขามองไปรอบๆตัวของเขา มือของเขาเรืองแสงสีเขียวออกมา ก่อนที่แสงนั้นจะยืดออกไป แสงที่มือของเขากลายเป็ดาบยาวราวๆหนึ่งเมตร เขามองไปรอบๆพบว่าตอนนี้เขานั้นอยู่ในห้องที่ล้อมไปด้วยโลหะอะไรบางอย่าง ดูจากลักษณะแล้วน่าจะเป็ห้องคุมขัง
ถึงแม้ว่ายูดาสจะไม่เคยเห็นดีไซน์ห้องขังแบบนี้มาก่อน แต่แค่การมอบแวบแรกก็รู้แล้วว่านี่คือห้องอะไร ไว้ใช้สำหรับอะไร
เขานั้นไม่ได้กังวลว่าเขาถูกจับกุมหรืออะไร เขามีสิ่งที่ต้องกังวลมากกว่านี้อยู่
“ไม่ได้การ เราจะอยู่ที่นี่นานกว่านี้ไม่ได้ หากเราไม่รีบไปบอกกับท่านพ่อถึงกองทัพที่รอดักซุ่มอยู่ละก็ กองทัพของท่านพ่อจะต้องแตกพ่าย และ เอสเพอร์เรียก็จะแพ้า”
ยูดาสนึกถึงใบหน้าของเพื่อนๆของเขา นึกถึงใบหน้าของพ่อแม่และน้องสาวของเขา เขาได้แต่กัดฟัน เขาจะต้องกลับไปให้ได้
ยูดาสมองไปรอบๆ ตอนนี้ไม่พบคนในห้อง เขาทำการหลับตาลงและเพ่งกระแสจิต เขามองไปยังผนังห้องมุมหนึ่งที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไร เขาเดินตรงไปยังผนังห้องนั้น ก่อนที่จะมองไปที่มันและพูดอะไรบางอย่าง
ผนังห้องที่ยูดาสมองอยู่นั้นไม่ใช่ผนังห้องธรรมดา แต่เป็ผนังห้องที่ทำขึ้นมาเพื่อที่คนข้างนอกนั้นจะสามารถสังเกตคนข้างในได้ โดยที่อีกฝ่ายไม่รู้ตัว
ผนังนี้หากใช้กับคนทั่วไปละก็ แน่นอนมันคงไม่มีปัญหา แต่ผนังห้องนี้ต่อให้ไม่ว่าจะทำยังไงก็ไม่มีทางที่จะป้องกันพลังของเด็กหนุ่มได้
ภายในห้องข้างๆกับห้องขังของยูดาส ปรากฏเป็หญิงสาวผู้หนึ่ง เธอนั้นมีผิวสีขาวกระจ่างใส ผมสีบลอนทองธรรมชาติ ผมของเธอนั้นยาวสลวย ทิ้งดิ่งลงมาตามทรวดทรงองเอวของเธอ ดวงตาของเธอมีสีฟ้าอ่อนราวกับท้องฟ้า หากแต่ไม่ใช่ท้องฟ้าในเวลานี้
เธออยู่ในชุดเครื่องแบบรัดรูป หน้าอกของเธอนั้นใหญ่มาก คัพ G เห็นจะได้
เธอในตอนนี้มองไปที่เด็กหนุ่มหน้าตาดีในชุดคลุมสีขาว เธอนั้นรู้สึกว่าเขานั้นมีความพิเศษอยู่ ไม่ใช่เพียงแค่เขานั้นจะสามารถใช้พลังอะไรบางอย่างได้ หรือมองเห็นพวกเธอผ่านทะลุกำแพง แววตาของเขา แววตาของเขานั้นเต็มไปด้วยประสบการณ์ แววตาของนักรบที่ไม่เคยมีในแววตาของคนทั่วๆไป
“เปิดประตูห้อง”
“แต่ว่าหัวหน้าไดอันน่า พวกเรายังไม่รู้ว่าเขานั้นอันตรายแค่ไหน”
หญิงสาวแสนสวยผู้นี้แท้จริงแล้วก็คือไดอันน่า ผู้ที่เบื้องบนของฐานที่มั่นหลักนี้ไว้ใจให้ดูแล ยูดาส บุคคลที่คาดว่ามีพลังวิเศษ
ไดอันน่ามองไปที่ลูกน้องของเธอ ก่อนที่จะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เ็า
“เปิดประตู”
ไม่เคยมีใครให้ไดอันน่าพูดเกินสองครั้ง เพราะครั้งที่สามไม่ว่าใครก็ตามจะถูกเธอเล่นงานอย่างหนักหน่วง เธอไม่จำเป็ต้องใช้กำลัง เธอมีหลายร้อยวิธีที่จะจัดการใครก็ตามที่ขัดขวางเธอ
ลูกน้องของเธอได้แต่กลืนน้ำลายก่อนที่จะยอมเปิดประตูแต่โดยดี ประตูนั้นถูกฝั่งอยู่กับกำแพงซ่อนได้อย่างมิดชิด หากไม่มองดีๆไม่มีทางรู้เลยว่าห้องนี้มีประตูอยู่
ยูดาสสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เขานั้นหยุดใช้แมจิคซอร์ดทันที ดาบเรืองแสงสีเขียวสลายหายไป ยูดาสเดินออกไปจากในห้องทันที เขานั้นรู้ว่ามีคนกำลังเดินมาหาเขา
ยูดาสเดินออกมาจากห้องแล้วก็ยังคงอยู่ในส่วนของสถานกักกัน เขามองไปยังด้านซ้ายของเขา พบว่ามีประตูห้องข้างๆเขานั้นเปิดออก
เขานั้นยืนรอจนคนข้างในนั้นเดินออกมา และทันทีที่เธอเดินออกมานั้น ยูดาสถึงกับกำเดาไหล เขามองไปที่ไดอันน่า เธอนั้นมีรูปร่างที่สมส่วน มีใบหน้าที่งดงามชนิดที่เรียกได้ว่าน่ากลัวเลยทีเดียว
เขามองที่หน้าของเธอก่อนที่จะมองไปที่หน้าอก กลืนน้ำลาย เขาไม่เคยเห็นใครมีหน้าอกที่ใหญ่ขนาดนี้มาก่อน ที่เขาเห็นว่าใหญ่สุดคงจะเป็องค์ราชินีแห่งอนาจักรเอสเพอร์เรีย
นอกนั้นผู้คนแทบจะไม่มีหน้าอก หรือมีก็ไม่มีทางที่จะใหญ่ขนาดนี้
ไดอันน่าเดินออกมาจากในห้อง เมื่อเธอเห็นว่าเด็กวัยรุ่นนั้นไม่ได้มองมาที่เธอ แต่เป็ที่หน้าอกของเธอ แววตาของเธอนั้นเ็าขึ้น เธอมองไปที่เขาก่อนที่จะพูด
“หยุดมองที่หน้าอกฉันได้แล้ว”
ยูดาสเลิกมองหน้าอกของเธอราวกับว่าเขานั้นเข้าใจที่เธอพูด มันอาจจะเป็เพราะสัญชาตญาณก็เป็ได้
“เธอเข้าใจที่ฉันพูดใช่ไหม”
ยูดาไม่เข้าใจที่เธอพูดในครั้งนี้ เขาทำเหมือนเดิมเหมือนกับที่ทำกับวิล ทอมสัน เขานั้นทำการติดต่อเธอผ่านทางโทรจิต
“เมื่อกี้เ้าว่ายังไงนะ”
ไดอันน่าคิ้วกระตุก สำเนียงการพูดของยูดาสนั้นหลุดโลกมากๆ เขานั้นพูดด้วยน้ำเสียงและทำนองราวกับเขาออกมาจากในนิยายของเชคสเปียร์ เธอนั้นฉลาดกว่าวิล ทอมสันแน่นอนเพราะเธอนั้นไม่ได้พูดออกมาโดยใช้ปาก
“ฉันถามว่าเธอเข้าใจที่ฉันพูดไหม”
“ถ้าพูดจากทางริมฝีปาก ข้าไม่อาจจะเข้าใจได้ แต่ถ้าผ่านทางโทรจิตข้าสามารถที่จะพูดคุยกับทุกสิ่งได้ แม้แต่มอนสเตอร์”
มอนสเตอร์ คำศัพท์ที่ไม่ได้แปลกใหม่แต่ไม่มีใครเขาใช้กัน หากเป็มิวแทนท์อาจจะมี
“เอาละยูดาสซินะ จากนี้ไปเธอจะอยู่ภายใต้การดูแลของฉัน เตรียมตัวไว้”
“ภายใต้การดูแลของเ้า ไม่ข้าไม่มีเวลามากมายขนาดนั้น ข้าจำเป็ต้องกลับไปยังเอสเพอร์เรียโดยด่วน”
ไดอันน่านวดขมับของตัวเองก่อนที่จะพูดขึ้น
“ขอประธานโทษนะคุณหนูน้อย ไออนาจักรเอสเพอร์เรียของเธอนะมันอยู่ที่ไหน”
ยูดาสคิ้วขมวดเข้าด้วยกันก่อนที่จะพูดขึ้น
“มันไม่ได้อยู่ที่นี่ ที่โลกนี้ แต่ข้าจะหาวิธีกลับไปที่นั่น”
“วิธีไหน”
“เื่อะไรข้าจะต้องบอกเ้าด้วย”
หืม ไดอันน่าได้แต่ยิ่มออกมาหลังจากนั้น รอยยิ้มของเธอไม่เหมือนรอยยิ้มเท่าไหร่นัก
“ถ้าอย่างนั้นเอาแบบนี้ก็แล้วกัน ฉันจะให้เธอดูอะไรเกี่ยวกับโลกนี้ แล้วมาดูกันว่าเธอจะยังอยากออกไปจากที่นี่อยู่อีกไหม”
ไดอันน่าจากก็เดินจากไป ยูดาสรู้ด้วยตัวของเขาว่าต้องตามเธอ เธอจะต้องมีข้อมูลอะไรสำคัญบอกกับเขาอย่างแน่นอน