ตอนที่ 155 สองอัจฉริยะสัประยุทธ์
“เริ่มได้!” เสียงของอารากะเป็นดั่งระฆังศึก
คำพูดของนิทานได้ไปสะกิดต่อมบางอย่างของโฮโจเข้าอย่างจัง ยิ่งใบหน้าของนิทานที่เห็นได้ชัดว่ากำลังท้าทายเขาอยู่ ในฐานะของอัจฉริยะที่มีแต่คนสรรเสริญเช่นโฮโจแล้ว บางอย่างในจิตใจของเขาปะทุออกมาอย่างรวดเร็ว
ร่างของโฮโจพุ่งออกไปราวกับพยัคฆ์ ไม่ทราบว่าบนมือของโฮโจปรากฏธนูยาวตั้งแต่เมื่อใด เขาใช้ธนูยาวนั้นดั่งดาบ ฟาดจากทางด้านข้างใส่ลำตัวของนิทาน
นิทานเลิกคิ้วอย่างแปลกใจกับวิธีการต่อสู้ของโฮโจ เขาเพียงสะบัดร่มเหล็กกล้าที่เขายืมมาจากกลุ่มการค้าอิสึกะขวางทางของคันธนู เป็นการนำเอาสองอุปกรณ์ที่ใช้ผิดวัตถุประสงค์มาปะทะกันโดยตรง
ร่างของโฮโจเรืองแสงบางเบา ร่างของเขาพลันย้อนกลับไปเล็กน้อย ราวกับเวลาทวนย้อนกลับ ร่างของเขากลายเป็นห่างจากนิทานสามก้าวแทนที่จะเป็นระยะปะทะกัน
“คำแห่งพลังสายเวลา หายากนะครับเนี่ย” เพชฌฆาตเอ่ยขึ้นอย่างสนุกสนาน คนรอบข้างที่มุงดูต่างชื่นชมพลังหายากที่เห็นได้ไม่บ่อยนัก
“โฮโจค้นพบคำแห่งพลังคำนี้เมื่อไม่กี่ปีก่อนหน้านี้เองครับ และเขายังใช้มันได้คล่องมือมากด้วย” อิซึมิพูดด้วยรอยยิ้ม
ด้วยจังหวะที่ยอดเยี่ยมของโฮโจ เขาเลือกย้อนร่างพริบตาก่อนที่อาวุธทั้งสองจะปะทะกัน เกิดเป็นจังหวะที่นิทานหวดลม โฮโจฉวยโอกาสน้าวสายธนูอย่างรวดเร็ว ย่อตัวลงเล็กน้อยราวกับแท่นยิง ศรสายฟ้าก่อกำเนิดจากความว่างเปล่าวางพาดลงในชั่วพริบตา เมื่อน้าวจนสุดสาย ศรนั้นก็ถูกยิงออกมาในระยะประชิด
รวดเร็วยิ่งกว่าการกะพริบตา ศรที่รวดเร็วนั้นแหวกฝ่าอากาศในระยะไม่ถึงเมตรพุ่งเข้าใส่ร่างของนิทาน
เหมือนของคุณราตรีเลย สร้างศรได้จากความว่างเปล่า นิทานวิเคราะห์อย่างรวดเร็ว แม้เขาจะทึ่งกับความคล่องแคล่วของโฮโจที่สามารถง้างธนูยิงได้ในช่วงเวลาสั้น ๆ เพียงการกะพริบตาหากเขาก็ไม่หวาดหวั่นแต่อย่างใด
ร่มเหล็กกางออกอย่างรวดเร็ว กลายเป็นโล่ยักษ์ที่ปัดป้องศรสายฟ้าไว้ได้อย่างสมบูรณ์ โฮโจสะบัดข้อมือเบา ศรสายฟ้าที่เข้าปะทะนั้นก็ระเบิดออก เกิดเป็นม่านควันมหึมาที่ปกคลุมทุกสิ่งไว้ภายใน
“ซ้อนแผนด้วยค่ะ ประสบการณ์การต่อสู้ไม่น้อยเลยนะคะเนี่ย” เลโอกล่าวชม เธอเป็นผู้ที่ได้รับภารกิจออกภาคสนามจากไลล่าอยู่บ่อย ๆ ดังนั้นเธอจึงเห็นได้ว่าโฮโจเชี่ยวชาญการต่อสู้เพียงใด
คนทั้งหมดที่รายล้อมต่างมองม่านควันที่ระเบิดปะทุ แม้ยากจะมองเห็นรายละเอียดแต่ก็ยังสามารถเห็นภาพโดยรวม
“คุณตาอารากะเลี้ยงยังไงคะเนี่ย” องค์หญิงไพลินกล่าวแซว หนุ่มรูปงามอย่างโฮโจกลับมีประสบการณ์การต่อสู้มากมายถึงเพียงนี้
“โฮโจชื่นชอบการประลองครับ และเขาฝึกยิงธนูอยู่ทุกวัน” อารากะกล่าวยิ้ม ๆ
“ผู้เชี่ยวชาญการโจมตีระยะไกล ในภายภาคหน้าเขาจะต้องกลายเป็นฝันร้ายของเหล่าศัตรูของกลุ่มการค้าอิสึกะแน่นอนครับ” เพชฌฆาตหัวเราะ
อารากะมิได้ตอบสิ่งใด เพียงยิ้มอย่างภูมิใจจับจ้องไปยังสนามประลองต่อไป
พริบตาหลังจากม่านควันระเบิดออก โฮโจกระโจนร่างทิ้งระยะออกมา คราวนี้ศรเหล็กกล้าที่เปล่งประกายปรากฏขึ้นในมือ เขาทาบมันลงกับสายอย่างรวดเร็ว สายธนูถูกง้างออกด้วยกำลังมหาศาล หากคราวนี้กลับไม่ง่ายดังครั้งก่อน เส้นเลือดที่แขนและกล้ามเนื้อที่เกร็งกระตุกบนแขนของโฮโจแสดงให้เห็นถึงภาระต่อร่างกายที่ศรนั้นส่งผลถึง
เมื่อศรนั้นถูกน้าวจนสุด ประกายเรืองรองก็เจิดจ้าขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ศรเหล็กกล้านั้นถูกห่อหุ้มไปด้วยข่ายอาคมบางอย่าง
ม่านควันยังไม่จางหายแต่โฮโจกลับสามารถจับจ้องเป้าหมายในควันได้อย่างชัดเจน นิ้วที่เหนี่ยวรั้งสายไว้ถูกปล่อยออก หากศรกลับไม่พุ่งออกไปตามแรงของสายอย่างที่ควรจะเป็น
ไม่ใช่เพราะความผิดพลาด หากเป็นเพราะโฮโจไม่อาจปล่อยนิ้วออกจากสายธนูได้! นิ้วของเขาถูกเชื่อมติดกับสายธนูอย่างน่าประหลาด!
จังหวะเดียวกันนั้นเองที่ร่างหนึ่งพุ่งออกมาจากม่านควันด้วยรอยยิ้ม มือซ้ายกำเป็นหมัด มือขวาเอื้อมไปข้างหน้า เผยให้เห็นแสงเรืองรองบนฝ่ามือที่เล็งไปยังโฮโจ
โฮโจม่านตาหดวูบ เขาพลันนึกถึงพลังแรงดึงดูดของนิทานที่หมีขนมรกตโดน สมองหมุนเร็วราวเครื่องจักร โฮโจรีบใช้ลูกศรที่ไม่อาจหลุดจากนิ้วดั่งหอก ตั้งท่าแทงไว้เบื้องหน้าตน
หากนิทานดึงร่างของเขาไป ศรนี้จะทิ่มแทงร่างของนิทานเอง!
“พลิกแพลงได้ยอดเยี่ยม!” อิซึมิกล่าวเสียงดังด้วยสีหน้าชื่นชม ไม่มีใครแน่ใจว่าเขากล่าวชมผู้ใด ไม่ว่าจะเป็นการใช้พลังเชื่อมโยงหยุดนิ้วของโฮโจเพื่อยกเลิกการยิงศรหรือการนำศรนั้นมาใช้แทนหอกเพื่อป้องกันพลังดึงนั้นต่างยอดเยี่ยม เป็นการชิงไหวชิงพริบที่แสดงให้เห็นถึงทักษะของทั้งสองอย่างชัดเจน
“โห คิดมาดีนะคะเนี่ย เห็นนิทานสู้แค่ครั้งเดียวเองแท้ ๆ” องค์หญิงไพลินกล่าวชม เธอหยิบขนมออกมาจากกระเป๋าบรรจุวังแล้วจึงเริ่มเคี้ยวกินอย่างเอร็ดอร่อย
“แต่คุณนิทานก็สุดยอดมากเลยนะคะ เวลาแค่นั้นกลับเลือกจุดบอดอย่างนิ้วมือของคุณโฮโจได้รวดเร็วขนาดนั้น” เลโอพยักหน้ารับ ในสายตาของเธอ เป้าหมายเล็กแค่นั้นและในเวลาเช่นนี้ การจะควบคุมพลังให้ละเอียดเพียงนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เธอไม่รู้ว่าคำแห่งพลังของนิทานคือสิ่งใด แต่สิ่งผิดปกตินั้นเกิดขึ้นที่นิ้วของโฮโจอย่างแน่นอน แค่นั้นก็มากพอที่จะทำให้เธอมั่นใจแล้วว่านิทานเล็งเป้าหมายเป็นนิ้วมือนั้น
นิทานเผยรอยยิ้มเมื่อเห็นวิธีการรับมือของโฮโจ เขากำมือข้างขวาลง พลังจากอักษรบนฝ่ามือจางหายไป ร่างของเขาทะยานไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วหวังต้องการเข้าประชิดตัว ร่มเหล็กถูกเก็บขึ้นหลัง หากก็พร้อมกางออกได้ทุกเมื่อ
โฮโจเป่าปากอย่างโล่งอกเมื่อเห็นว่าเขาสามารถยกเลิกการใช้พลังดึงของนิทานได้ เขาฉวยจังหวะนั้นกระโดดถอยออก หวังทิ้งระยะเพิ่มในจังหวะที่นิทานยังไม่อาจประชิดตัว หากคราวนี้ขาของเขากลับหนักอึ้ง ซ้ำร้ายยังเชื่อมติดกับพื้นดิน
เขาถูกเชื่อมโยงอีกครั้ง!
โฮโจราวกับเตรียมการรับมือไว้แล้ว เมื่อเป้าหมายเชื่อมโยงกลายเป็นเท้าของเขา โฮโจจึงนำศรทาบกับธนู ตั้งท่ายิงสวนอย่างรวดเร็วในขณะเดียวกันกับที่ถูกจับขา เป็นการตอบสนองฉับไวที่ทำให้นิทานมิอาจยกเลิกพลังทัน
“พอพลังถูกกำหนดไปไว้ที่ขา ก็เลยรีบยิงสวนเพราะพลังที่นิ้วคลายออก ปฏิกิริยาตอบสนองระดับปีศาจเลยนะครับเนี่ย” เพชฌฆาตผิวปากหวิว การตอบสนองและการตัดสินใจของโฮโจนั้นยอดเยี่ยมอย่างแท้จริง
“จับจุดบอดได้เร็วมากเลยนะคะ สมแล้วล่ะค่ะที่ทุกคนยกย่องให้เป็นคลื่นลูกใหม่ของตระกูลอิสึกะ” เลโอกล่าวด้วยรอยยิ้ม
หากเมื่อศรถูกปล่อยออกจากคันธนู ร่างตรงหน้ากลับหายไปราวกับเงา ราวกับถูกยางลบลบออกไปจากโลก โฮโจชะงักไปเมื่ออยู่ ๆ นิทานก็ล่องหนไปเสียอย่างนั้น หากก็กลั้นใจยิงออกไปยังตำแหน่งล่าสุด
ศรนั้นพลาดเป้าไปอย่างง่ายดายเมื่อโฮโจไม่อาจพบเป้าหมาย เพียงพริบตาหลังจากศรถูกยิงออก ร่างของนิทานก็ปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง หมัดของนิทานพุ่งเข้าประชิดอย่างรวดเร็ว
โอ๊ะ พลังนี้ไม่เคยเห็น จด ๆ อาจจะเป็นการพลิกแพลงพลังที่นิทานถนัดหรือไม่ก็คำแห่งพลังที่เรายังไม่เคยเห็นก็ได้ องค์หญิงไพลินจับสังเกต จางหาย ได้อย่างรวดเร็ว เธอบรรจงจดข้อมูลใหม่ลงสมุดเล่มเล็กของเธอ
โฮโจเผยรอยยิ้มกว้าง เมื่อนิทานเข้าประชิดเพียงนี้ ทั่วทั้งร่างของเขาก็คลุมไปด้วยไอพลังอีกครั้ง ร่างของเขาพลันถูกย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้นของการประลองทางด้านหลังของนิทาน
ราวกับการเล่นไล่จับ นิทานพยายามมุ่งเข้าหาอย่างรวดเร็วและเฉียบคม แต่โฮโจก็สามารถหลุดรอดได้ทุกครั้งไป ยิ่งโฮโจเชี่ยวชาญการโจมตีระยะไกล ผู้โจมตีจึงยังเป็นโฮโจ
“ติดกับของโฮโจเข้าเต็มเปาเลยนะคะนั่น” เลโอพูดอย่างอึ้ง ๆ แม้โฮโจจะเป็นเพียงผู้เรียนรู้ที่ระดับขั้นในฐานะผู้ขีดเขียนชะตาจะอ่อนด้อยกว่านิทานอยู่ขั้นหนึ่ง หากพรสวรรค์ในการต่อสู้อาจจะเหนือกว่าเสียอีก
หลายคนในที่นั้นพยักหน้ารับช้า ๆ เห็นด้วยกับคำพูดของเลโอ มีเพียงองค์หญิงไพลินที่ยิ้มน้อย ๆ
นิทานไม่ได้มีประสาทตอบสนองช้ากว่ากันแม้แต่น้อย พริบตาที่ร่างของโฮโจย้อนกลับไป ร่างของเขาก็หันกลับไปรวดเร็วพอ ๆ กันกับร่างของโฮโจที่ปรากฏขึ้นทางด้านหลัง ฝ่ามือขวาของนิทานยื่นออกอีกครั้ง แสงเจิดจ้าเรืองรอง
โฮโจเผยรอยยิ้ม คราวนี้ศรที่เขาสร้างกลายเป็นดั่งหอกขนาดยักษ์ จากหนึ่งศรกลายเป็นสองศร กลายเป็นสี่ศร กลายเป็นหกศร แล้วจึงเพิ่มจำนวนขึ้นจนกลายเป็นโล่หอกอันแหลมคมที่ประกอบจากศรหอกขนาดใหญ่นับสิบ โล่ศรนี้ถูกโฮโจตั้งไว้ด้านหน้าตน รอให้นิทานดึงร่างของเขาเข้าไปอีกครั้ง
นิทานขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิด กำมือขวากลายเป็นหมัดอีกครั้ง โฮโจเห็นดังนั้นก็สลายหอกยักษ์จนโล่หอกนั้นมลายหายไป ศรบางส่วนถูกมือขวาของโฮโจดูดเข้าไปรวมกับศรสีขาวในมือ ศรนั้นก่อเกิดเป็นศรผลึกสีรุ้งที่หมุนวนอย่างรุนแรง คราวนี้เพื่อต่อต้านพลังเชื่อมโยงของนิทาน โฮโจสวมปลอกนิ้วขนาดเล็กไว้ที่นิ้ว หากนิทานเชื่อมปลอกนิ้วของเขากับสายอีกครั้ง เขาจะถอดปลอกนิ้วออกเพื่อให้ศรถูกยิงได้เช่นเดิม
ทางด้านหลังของเขามีลูกธนูเหล็กกล้าขนาดใหญ่ดันหลังของเขาให้ตั้งเฉียงกับพื้นดิน เป็นดั่งคานงัดที่ป้องกันแรงผลักสุดวิสัย
ศรผลึกสีรุ้งนี้สาดประกายแสงอย่างรุนแรง พลังที่แผ่ออกมาไม่ด้อยไปกว่าระดับนักสลักเอกหน้าไหน ๆ แม้แต่คนที่มองดูอยู่ยังทึ่งไปกับพลังของศรที่ถูกสร้างขึ้นโดยผู้เรียนรู้คนหนึ่ง
สีหน้าของนิทานปรากฏความเคร่งเครียด เขาคว้ามือไปด้านหลังเพื่อจะหยิบร่ม หากร่มคันนี้ไม่ใช่ร่มปกปักหทัยคู่มือของเขา ร่มคันนี้ทำจากเหล็ก คุณภาพค่อนข้างดีเพราะเป็นของตระกูลอิสึกะ หากก็ไม่มีทางเทียบกับร่มปกปักหทัยได้ เมื่อประเมินแล้วว่าไม่อาจป้องกันจึงได้แต่กัดฟันเร่งความเร็วขึ้นไปอีกระดับ
“วางแผนทิ้งระยะออกมาด้วยการย้อนร่างกลับ ปิดตายพลังดึงครั้งแรกด้วยหอกยักษ์ ฉวยโอกาสยิงศรก่อนที่นิทานจะยื่นฝ่ามือไปข้างหน้าได้อีกครั้ง ระหว่างนั้นก็ใช้ศรอีกอันหนึ่งค้ำร่างตนป้องกันการผลัก กลายเป็นสามารถโจมตีได้โดยที่นิทานหมดทางขัดขวาง” เพชฌฆาตพูดช้า ๆ อธิบายสิ่งที่เกิดขึ้น เขาประทับใจกับวิธีการต่อสู้ของโฮโจอย่างแท้จริง
เขาวางแผนรับมือกับพลังของนิทาน ทิ้งระยะเพื่อให้ตนสามารถได้เปรียบเรื่องระยะโจมตีและตัดข้อเสียเปรียบด้านกำลังกายที่ตนด้อยกว่า
แล้วสุดท้ายจึงลากการต่อสู้มาอยู่ในจุดที่ตนสามารถปล่อยการโจมตีที่รุนแรงที่สุดโดยที่นิทานไม่อาจขัดขวางได้
“คุณนิทานยังมีระยะห่างอีกระดับหนึ่ง ดึงไม่ทันและผลักไม่ได้ ร่มเหล็กนั้นก็ป้องกันไม่ไหวแน่ ๆ เช่นนั้นต้องหลบอย่างเดียวแล้วล่ะค่ะ” เลโอกล่าวเสียงเครียด เธอจมไปกับการประลองนี้อย่างแท้จริง
“หลบไม่พ้นหรอกครับ ศรนั้นเป็นท่าที่โฮโจคิดค้นขึ้นมาอย่างยากลำบาก เมื่อยิงออกย่อมโดนเป้าหมายแน่นอน” อารากะยิ้มบางเบา แม้นิทานจะสามารถใช้ร่มปกปักหทัยป้องกันศรนี้ได้ในการต่อสู้จริง แต่ในสายตาของหลาย ๆ คน ยามนี้นิทานที่ไม่มีสมบัติคู่กาย เขาจะต้องยอมเจ็บตัวเพื่อรับศรนี้ และนั่นก็จะทำให้ข่ายอาคมถูกเปิดใช้งาน
กฎการประลองถูกระบุไว้ชัดเจน โฮโจจะเป็นผู้ชนะในการประลองกระชับมิตรครั้งนี้ แม้จะเป็นเพียงการประลองกระชับมิตร แต่มันก็มากพอแล้วที่จะทำให้ชื่อเสียงของโฮโจและกลุ่มการค้าอิสึกะทะยานขึ้นไปอีกระดับ
โฮโจเผยรอยยิ้มอีกครั้ง นัยน์ตาตื่นเต้นอย่างแท้จริง แม้เขาจะไม่สามารถเอาชนะได้โดยตรง หากศรนี้สามารถทำให้นิทานบาดเจ็บจนข่ายอาคมทำงานได้ก็มากเกินพอแล้ว! ชัยชนะเป็นของเขา!
วินาทีก่อนที่โฮโจจะปล่อยศร สีหน้าเคร่งเครียดของนิทานกลับกลายเป็นรอยยิ้ม มือขวาที่กำเป็นหมัดหลังยกเลิกพลังดึงนั้นยามนี้อยู่ข้างเอวนิทาน ไม่ได้ยื่นไปข้างหน้าเพื่อตั้งท่าสำหรับการดึงอย่างที่เขาทำมาตลอด หากมันกลับส่องแสงเรืองรองอย่างแรงกล้า ร่างของโฮโจพลันถูกฉุดเข้ามาอยู่ด้านหน้านิทานในชั่วพริบตา
"อ๊ะ!" ผู้ชมทั้งหลายที่เฝ้ามองอยู่ร้องอย่างตกใจเมื่อร่างของโฮโจยามนี้ถูกดูดเข้าไปแนบชิดกับนิทานในระดับตาประสานตา สมาชิกกลุ่มขุดค้นที่เหลือพลันเข้าใจทันทีว่าเกิดอะไร
องค์หญิงไพลินเผยรอยยิ้ม เธอจำได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่นิทานลองใช้พลัง เขาไม่จำเป็นต้องยื่นฝ่ามือไปทางเป้าหมายเพื่อดึงแม้แต่น้อย ทั้งหมดที่ทำก่อนหน้านั้นเป็นการหลอกล่อ!
ศรสีรุ้งนั้นพลันพาดกับไหล่ของนิทาน เป็นระยะใกล้ชิดที่เขาไม่อาจยิงศรได้อีกต่อไป หมัดขวาของนิทานที่เปล่งแสงเรืองรองชกออกอย่างรวดเร็ว ใบหน้าของโฮโจแข็งค้างไปในเสี้ยววินาทีนั้น ระยะห่างระหว่างหมัดและใบหน้านั้นไม่ถึงคืบ มีเพียงอาคมเบาบางที่ขวางกั้นทั้งสองเอาไว้ไม่ให้ปะทะกัน
เมื่ออาคมปรากฏขึ้น นิทานก็กระโดดถอยร่างออกมา เผยรอยยิ้มน้อย ๆ ให้โฮโจที่ขาอ่อนนั่งลงกับพื้น มือขวายื่นออกไปข้างหน้า ครั้งนี้ไม่ได้แบหรือกำเพื่อหลอกลวงอีกต่อไป เป็นเพียงท่าของการจับมือเท่านั้น
“เกือบแล้วนะครับ” นิทานยิ้มกว้าง