"เมื่อไหร่จะโผล่หัวออกมาทำงานสักที นังตัวี้เี…เ้าจะรอให้ย่าแก่ๆของเ้าหาข้าวหาน้ำมาป้อนใส่ปากให้เ้าหรือไงกัน? สายจนป่านนี้แล้วยังไม่ลุกขึ้นมาทำงานอีก!!!" นางหวังซื่อร้องะโด่าทออยู่หน้าประตูไม้ผุๆั้แ่เช้า ทำให้คนที่กำลังนอนหลับเพราะไม่สบายมาหลายวันอย่างหลิวเหมยลี่ใตื่นขึ้นมา
หลิวเหมยลี่นอนขมวดคิ้วอยู่บนเตียงไม้เก่าๆอย่างรำคาญใจ นางมาเกิดใหม่ในร่างนี้ได้สามวันแล้ว แน่นอนว่าร่างกายตอนนี้แข็งแรงดีแล้ว แต่นางยังแสร้งป่วยเพราะอยากจะคิดทบทวนความทรงจำของเ้าของร่างนี้ และคิดหาทางเอาตัวรอดและรับมือกับย่ามหาภัยอย่างนางหวังซื่อผู้นี้!
'มารดามันเถิด! ให้ฉันมาเกิดใหม่ทั้งทีดันมาเกิดในครอบครัวที่มีย่ามหาภัยเช่นนี้ทำไม? ไหนจะครอบครัวของลุงใหญ่ ลุงรองอีกเล่า คนพวกนี้ไม่ใช่ตัวดีสักคนเลยจริงๆ!!'
เฟียสหรือก็คือหลิวเหมยลี่ในเวลานี้ลุกขึ้นนมานั่งพลางถอนหายใจหนักๆออกมาครั้งหนึ่งอย่างอดกลั้นไม่ให้ตัวเองลุกขึ้นไปปะทะฝีปากกับท่านย่ามหาภัยด้านนอก 'ใจเย็นๆไว้ อย่าถือสาคนแก่ เธอพึ่งมาอยู่ที่นี่…ใจเย็นๆ ใจเย็นๆ!'
"ยังไม่รีบไสหัวออกมาอีก นังตัวไร้ประโยชน์ รีบออกมาทำงานซะ หากวันนี้เ้าไม่ทำงานก็อย่าหวังว่าจะได้กินข้าวเลย!!" นางหวังซื่อยังคงร้องะโเรียกหลิวเหมยลี่ออกมาทำงานอย่างไม่ย่อท้อ
ส่วนหลิวเหมยลี่ก็ยังคงนั่งถอนหายใจอย่างอดทนเช่นเดียวกัน เอาสิ!! หากข้าไม่อยากทำใครจะมาบังคับข้าได้ กะอีแค่น้ำข้าวที่มองไม่เห็นแม้แต่เม็ดข้าวสักเม็ดเดียวแบบนั้นใครอยากจะกินกัน!
นางสวีซื่อที่กำลังถือถังผ้าเดินไปที่ลำธารท้ายหมู่บ้านพลันชะงักเมื่อได้ยินเสียงด่าทอบุตรสาวของแม่สามี ด้วยความเป็ห่วงบุตรสาวคนเล็กสวีซื่อจึงตัดสินใจรีบวิ่งกลับมาบ้านด้วยความร้อนใจ นางเห็นแม่สามีกำลังจะยกไม้ฟืนขึ้นไปทุบที่ประตูบ้านหลังเล็กๆของครอบครัวสามก็รีบเดินเข้าไปด้วยความรวดเร็ว
"ท่านแม่! เหมยเออร์ยังไม่สบายอยู่ ท่านให้นางพักผ่อนอีกสักวันเถิดเ้าค่ะ งานที่เหลือข้าจะเป็คนทำแทนนางเอง" สวีซื่อเอ่ยขึ้นด้วยความรวดเร็ว ในใจก็กังวลและเป็ห่วงกลัวว่าแม่สามีจะทำร้ายบุตรสาวของนางอีก
"ข้าวบ้านข้าไม่ได้มีไว้เลี้ยงตัวไร้ประโยชน์ หากวันนี้นังคนไร้ประโยชน์ไม่ลุกขึ้นมาทำงานก็อย่าหวังว่าจะได้กินข้าว หึ!!" พูดจบนางหวังซื่อก็ผลักสวีซื่อออกไปให้พ้นทางก่อนจะเดินอาดๆกลับเรือนของตนเองไป
ชาวบ้านระแวกใกล้เคียงล้วนชินชากับนิสัยนี้ของนางหวังซื่อแล้ว นางหวังซื่อที่ลำเอียงไปทางบ้านใหญ่กับบ้านรองมาแต่ไหนแต่ไรและมักจะเอาเปรียบบ้านสามของหลิวห่าวอู๋อยู่เป็ประจำ เรียกง่ายๆบ้านสามไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ต่างก็เป็ดั่งแรงงานให้กับนางหวังซื่อและบุตรชายทั้งสองอย่างหลิวซีห่าวและหลิวอู๋ซวนเท่านั้น
คล้อยหลังนางหวังซื่อเดินเข้าเรือนไปแล้ว สวีซื่อก็รีบเข้าไปดูบุตรสาวในบ้านด้วยความเป็ห่วง เมื่อเข้ามาในห้องนอนเล็กๆที่คนทั้งครอบครัวต่างก็นอนร่วมกัน นางเห็นว่าตอนนี้หลิวเหมยลี่กำลังนั่งอยู่บนเตียงมองมาที่นาง สวีซื่อมองสำรวจบุตรสาวจนทั่วเมื่อเห็นว่านางยังปลอดภัยดีก็ถอนหายใจอออกมาอย่างโล่งอก
"เหมยเออร์ตื่นแล้วหรือ? รู้สึกเป็อย่างไรบ้าง?" นางสวีซื่อเอ่ยถามออกไปด้วยความเป็ห่วง
"ท่านแม่ ข้าไม่เป็อะไรแล้วเ้าค่ะ ตอนนี้รู้สึกว่าร่างกายแข็งแรงขึ้นมากแล้ว" หลิวเหมยลี่เอ่ยตอบมารดาในชีวิตใหม่เสียงอ่อน ในใจก็รู้สึกอบอุ่นขึ้นมาอย่างท่วมท้นที่ได้รับความรักและความห่วงใยจากมารดา
"แบบนี้ก็ดีแล้ว วันนี้ลูกก็นอนพักผ่อนอีกสักวันเถิด แม่จะรีบเอาผ้าไปซักที่ลำธารท้ายหมู่บ้านก่อน เสร็จแล้วจะรีบกลับมา เ้านอนพักผ่อนดีๆอย่าได้ออกไปให้ท่านย่าเห็นหน้าเ้า ข้าวของเ้าแม่แอบเอามาให้เ้าแล้ว วางอยู่ตรงนั้น…หากหิวลูกก็รีบกินแล้วรีบนอนพักเสียนะ" นางสวีซื่อพูดกับบุตรสาวอย่างอ่อนโยนก่อนจะเดินออกจากบ้านไป
ั้แ่ที่เฟียสฟื้นตื่นขึ้นมาในร่างของหลิวเหมยลี่ เธอก็เข้าใจได้ทันทีว่าตัวเธอได้ตายจากโลกนั้นแล้ว และมาเกิดใหม่ในร่างของหลิวเหมยลี่ที่มีอายุเพียงสิบสามปีผู้นี้ หลังจากได้รับรู้ความทรงจำของเ้าของร่างเดิมแล้วก็ทำให้เธอถึงกับไม่รู้จะเอื้อนเอ่ยคำพูดใดออกมาดี?
ครอบครัวหลิวนี้ถือได้ว่าเป็ครอบครัวใหญ่อีกครอบครัวหนึ่ง ตอนนี้ปู่หลิวได้ตายไปแล้วเมื่อสามปีก่อน เหลือแต่ท่านย่าหรือก็คือหวังเริ่นเจิน นางหวังซื่อมีบุตรชายทั้งหมดสามคนและบุตรสาวหนึ่งคน หลังจากที่ปู่หลิวตายจากไป ท่านย่าของนางก็ได้แยกบ้านแต่ทุกคนยังอยู่ในรั้วบ้านเดียวกัน
ครอบครัวของลุงใหญ่หรือก็คือหลิวซีห่าวนั้นอาศัยอยู่ในบ้านใหญ่กับท่านย่า ส่วนครอบครัวรองของหลิวอู๋ซวนและครอบครัวสามของหลิวห่าวอู๋นั้นแยกตัวออกมาสร้างเรือนอยู่ต่างหาก เรือนของบ้านรองนั้นได้สร้างใหม่จากอิฐดินทั้งหลัง ส่วนบ้านสามของหลิวเหมยลี่นั้นท่านย่าของนางอ้างว่าไม่มีเงินเหลือแล้วจึงให้ครอบครัวสามไปอยู่ที่ห้องเก็บฟืนไปก่อนชั่วคราว!
ในตอนนั้นท่านย่าบอกว่ารอให้มีเงินก่อนค่อยสร้างเรือนให้บ้านสามดีๆ แต่จนถึงตอนนี้บ้านสามของพวกนางก็ยังคงอยู่ที่เรือนเก็บฟืนนี้อยู่เลย!
ครอบครัวสามของนางั้แ่ท่านพ่อ ท่านแม่ พี่ชายทั้งสองและพี่สาวคนที่สามหรือแม้กระทั่งนาง มีใครบ้างที่ไม่ต้องทำงานั้แ่เช้ายังเย็นย่ำแต่กลับได้กินเพียงน้ำต้มข้าวที่มองไม่เห็นเม็ดข้าว หรือไม่ก็แผ่นแป้งแข็งๆที่แทบจะเคี้ยวไม่ได้กัน?
ครอบครัวของลุงใหญ่กับลุงรองแทบไม่ต้องทำอะไร เรียกง่ายๆก็คือบ้านใหญ่บ้านรองไม่แตกต่างเ้านายโดยมีบ้านสามของหลิวห่าวอู๋เป็ดั่งครอบครัวบ่าวที่คอยรองมือรองเท้าทำทุกอย่างแทนพวกเขา เมื่อไหร่ที่พวกเขาไม่พอใจก็จะมาหาเื่ดุด่าพวกนางอย่างไร้เหตุผลมาตลอด
ครอบครัวสามอยู่ที่นี่ดั่งคนไร้ปากเสียงโดยแท้ หลิวเหมยลี่แค่คิดว่านางจะต้องมาใช้ชีวิตให้คนพวกนั้นโขลกสับเยี่ยงทาสแล้วก็ได้แต่ตั้งมั่นในใจว่านางจะต้องหาทางพาครอบครัวที่น่าสงสารนี้ออกจากตระกูลหลิวให้จงได้!!
"เหอะๆ! อีกไม่กี่เดือนก็เข้าหน้าฝนแล้วสินะ หลังคากระต๊อบนี้จะผ่านลมฟ้าลมฝนไปได้กี่วันกัน? ให้ตายสิ!! ทำไมฉันถึงรู้สึกว่าตัวเองกำลังลูก์ที่ไร้เมตตากลั่นแกล้งกันนะ หิวจะตายแล้วแม้แต่ข้าวสักเม็ดก็ยังไม่ได้กินเลย" เฟียสพูดกับตัวเองอย่างเจ็บใจ ในใจยังรู้สึกเคืองแค้นต่อ์ไม่น้อยที่ส่งนางมาที่นี่แต่ดันไม่ให้อะไรนางมาเพื่อใช้เอาตัวรอดได้บ้าง
ดวงตากลมโตกวาดตามองไปทั่วห้องนี้อย่างท้อแท้ นี่คือบ้านที่นางจะต้องทนอยู่ไปอีกนานแค่ไหนกัน? "ไม่ได้การแล้ว ต้องรีบหาทางออกจากที่นี่ให้เร็วแล้ว ขืนอยู่นานๆได้อดตายก่อนแก่ตายแน่ๆ!" พึมพำกับตนเองเสร็จก็ทิ้งตัวลงนอนเพราะเริ่มง่วงขึ้นมาหน่อยๆ ในเมื่อวันนี้นางยังแสร้งป่วยอยู่ก็ถือโอกาสนอนพักผ่อนเอาแรงหน่อยก็แล้วกัน ร่างกายนี้อ่อนแอเกินไปแล้ว
หลิวลี่ปี้พี่สาวของหลิวเหมยลี่กลับลงมาจากเขากลางยามเว่ย (13.00 - 14.59 นาที) ก็รีบเข้ามาดูน้องเล็กของนางก่อน เมื่อเห็นว่าหลิวเหมยลี่ยังคงนอนหลับอยู่ นางจึงหันหลังค่อยๆปิดประตูห้องเดินออกจากบ้านเอาตระกร้าผักป่าไปเก็บในครัวของบ้านใหญ่ ก่อนจะรีบหยิบถังน้ำแล้วไปตักน้ำมาเติมใส่โอ่งให้เต็ม
กว่าจะตักน้ำจนเต็มโอ่งก็เข้าปลายยามเซินแล้ว (15.00 - 16.59 นาที) หลิวลี่ปี้จึงต้องรีบไปทำอาหารเย็นให้ทุกคนกิน ซึ่งอาหารก็มีนางหงซื่อป้าสะใภ้ใหญ่คอยยืนควบคุมเพราะกลัวนางจะมือเติบทำมากเกินไปหรืออีกอย่างก็คือกลัวว่านางจะแอบขโมยอาหารเก็บไว้กินเอง
อาหาารที่หลิวลี่ปี้ทำก็มีเพียงแค่ผัดผักป่าที่นางหามาได้กับแผ่นแป้งย่างหกแผ่นที่เป็อาหารในส่วนของบ้านสามของนาง ส่วนบ้านใหญ่กับบ้านรองนั้นจะมีอาหารต่างออกไป แต่ก็ยังเป็หลิวลี่ปี้กับสวีซื่อเป็คนทำอาหารให้พวกเขาเหมือนเดิม
วันนี้ท่านย่าถึงกับควักเงินออกจากกระเป๋าให้ป้าสะใภ้ใหญ่ไปซื้อเนื้อจากในเมืองกลับมาทำอาหารเตรียมเอาไว้รอหลิวอี้หานบุตรชายคนโตของลุงใหญ่และป้าสะใภ้ใหญ่ที่จะกลับจากสำนักศึกษา หลิวลี่ปี้มองข้าวขาวและอาหารจานเนื้อตาละห้อย นางเป็คนทำอาหารวันนี้แต่อาหารที่นางและครอบครัวได้กินกลับมีเพียงผัดผักป่ากับแผ่นแป้งที่จืดชืดเท่านั้น!
"เ้ามองอะไร? อาหารของบ้านสามเสร็จแล้วก็รีบยกออกไปซะสิ!" นางเจียงซื่อป้าสะใภ้ใหญ่พูดขึ้นด้วยความไม่พอใจ
หลิวลี่ปี้ไม่พูดอะไร นางหันกลับมายกอาหารของบ้านสามแล้วรีบเดินออกจากครัวบ้านใหญ่ไปเงียบๆ ทุกวันก็มักจะเป็เช่นนี้ ซึ่งนางชินชาไปเสียแล้ว
"พี่สาว" หลิวเหมยลี่เรียกพี่สาวเบาๆเมื่อเห็นนางเดินเข้ามาในบ้านแล้ว
"เหมยเออร์ตื่นแล้วหรือ? เ้าหิวหรือไม่?" หลิวลี่ปี้หันมายิ้มให้น้องสาวอย่างอ่อนโยนพร้อมกับเอ่ยถามขึ้นด้วยความเป็ห่วง
"ข้ายังไม่หิวเ้าค่ะ พี่สาวกลับมาเหนื่อยๆรีบมานั่งพักก่อนเถอะเ้าค่ะ เดี๋ยวท่านพ่อ ท่านแม่กับพวกพี่ชายก็คงจะกลับมาถึงบ้านแล้ว" หลิวเหมยลี่ตอบกลับเสียงเบาทว่าเจือความห่วงใยพี่สาวอยู่ในที
หลิวลี่ปี้ที่เหน็ดเหนื่อยมาทั้งวันก็ไม่พูดอะไรมาก นางเดินไปนั่งพักเหนื่อยพร้อมกับพูดคุยถามไถ่อาการป่วยของน้องสาวอีกเล็กน้อยก็เห็นคนอื่นๆเดินเข้ามาในบ้านแล้ว ดังนั้นทุกคนจึงมานั่งรวมตัวกันกินมื้อเย็นก่อนจะรีบไปอาบน้ำแล้วกลับเข้ามาพักผ่อน
หลิวเหมยลี่นั่งมองทุกคนด้วยความสงสาร ครอบครัวนี้เป็ครอบครัวที่ดี ทุกคนต่างก็เป็คนที่ซื่อสัตย์และรักใคร่กลมเกลียวกันดียิ่ง แต่ปัญหาก็คือซื่อเกินไปนี่สิ!!
'เฮ้ออ! เอาเถอะ ต่อไปนี้หลิวเหมยลี่คนนี้จะพยายามหาทางพาทุกคนออกจากนรกแห่งนี้ให้ได้!'