รถหรูเคลื่อนตัวเข้ามาจอดเทียบท่าหน้าคฤหาสน์ส่วนตัวอย่างนิ่มนวลแต่บรรยากาศภายในรถกลับอวลไปด้วยกระแสความตึงเครียดและอารมณ์คุกรุ่นที่แผ่ออกมาจากร่างของแวมไพร์สาวลาเบลก้าวลงจากรถด้วยความหงุดหงิดไม่สบอารมณ์อย่างรุนแรง นานมากแล้วที่เธอไม่ได้รู้สึก"หงุดหงิด" หรือถูกเหยียดหยามเช่นนี้ การปรากฏตัวของทายาทฮันเตอร์เมื่อครู่เป็เครื่องยืนยันชั้นดีว่าพวกนักล่าเงาไหวตัวทันและล่วงรู้ความเคลื่อนไหวเื้ัเกี่ยวกับแผนการขยายเผ่าพันธุ์ที่พวกเธอกำลังดำเนินการอยู่ ความตระหนักว่าความลับกำลังรั่วไหลและแผนการถูกขัดขวางยิ่งจุดไฟเผาผลาญความหงุดหงิดในอกของเธอให้ทวีความรุนแรงขึ้น
ความโกรธเกรี้ยวและความเครียดมักมาคู่กับสัญชาตญาณดิบที่ตื่นตัวความกระหายเืที่ถูกสะกดไว้เริ่มแผ่ซ่านและแผดเผาร่างกายของเธออย่างรวดเร็วจนลมหายใจเริ่มร้อนรุ่มและั์ตาเริ่มฉายแววอันตราย ฟิลิกซ์ ที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ััได้ถึงรังสีความเย็นะเืและกลิ่นอายอันตรายที่แผ่ออกมาจากตัวเธอทันทีที่ก้าวเข้ามา
แม้จะจดจำคำเตือนของปู่ที่สั่งให้รักษาระยะห่างและระวังตัวแต่ในฐานะพ่อบ้านผู้ดูแลความเรียบร้อยเขารู้ดีว่าหากปล่อยให้ลาเบลจมอยู่กับความกระหายขั้นวิกฤติโดยไม่มีอะไรยับยั้งได้สถานการณ์อาจบานปลายจนเกิดเหตุร้าย เขาจึงไม่รอช้ารีบไปหยิบแก้วทรงสูงที่บรรจุเืสดใหม่คัดพิเศษจากห้องเก็บรักษาส่งให้แก่ลาเบลตรงหน้าประตูห้องโถงด้วยความนอบน้อมเพื่อหวังจะดับความพะว้าพะวังและระงับความกระหายที่กำลังคุกคามนายหญิงของตนในยามวิกาลนี้
แม้จะดื่มเืในแก้วจนหมดเกลี้ยงแต่ก็ยังไม่สามารถคลายความหงุดหงิดลงได้ ลาเบลก็ปัดแก้วในมือลงบนโต๊ะเบาๆก่อนจะหันมาออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"ฟิลิกซ์.....ไปเปิดน้ำร้อนให้เต็มอ่าง"
ฟิลิกซ์รีบพยักหน้ารับคำสั่งอย่างรวดเร็วเขาก้าวเข้าไปในห้องน้ำ จัดการเปิดน้ำอุ่นจัดใส่อ่าง จนไอน้ำพวยพุ่งคละคลุ้งไปทั่วห้องน้ำหรูหราก่อนจะรีบถอยฉากออกมารออยู่นอกม่าน
ลาเบลเปลื้องผ้าออก โดยไม่สนใจฟิลิกซ์ที่ยืนอยู่ตรงหน้าแม้แต่น้อยพ่อบ้านหนุ่มต้องเป็ฝ่ายหลบตาเมื่อลาเบลเดินเข้ามาในห้องน้ำและทิ้งตัวลงสู่ผืนน้ำเดือดจัดตามวิธีระบายอารมณ์อันเป็เอกลักษณ์ของเธอความลับอันน่าสะพรึงกลัวของเผ่าพันธุ์แวมไพร์พันปีก็ถูกเปิดเผยต่อหน้าพ่อบ้านหนุ่มที่ยืนแอบมองผ่านม่านที่ปิดไม่สนิท
ฟิลิกซ์เบิกตาโพลงด้วยความใสุดขีดเมื่อเห็นภาพตรงหน้าร่างกายเปลือยเปล่าของนายหญิงจมอยู่ท่ามกลางสายน้ำที่ร้อนระอุจนิัภายนอกพุพองและหลุดลอกออกมาเป็แผ่นๆด้วยความร้อนระดับที่มนุษย์ทั่วไปคงทนไม่ไหว แต่สิ่งที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่าคือไม่มีหยดเืสีแดงแม้แต่หยดเดียว
สิบนาทีหลังจากนั้น เมื่อลาเบลลุกขึ้นก้าวเท้าออกจากอ่างน้ำร้อนิัที่เคยหลุดลอกกลับสมานตัวและคืนสภาพกลับมาเนียนนุ่มไร้ริ้วรอยได้อย่างสมบูรณ์แบบราวกับว่าไม่มีความเสียหายใดๆ เกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย ฟิลิกซ์ยืนอ้าปากค้างแข้งขาอ่อนแรงจนแทบทรุดลงไปกองกับพื้น หัวใจเต้นระรัวด้วยความตะลึง ภาพความเ็ปที่ถูกลบล้างด้วยพลังการฟื้นฟูอันไร้ขีดจำกัดทำให้เขาตระหนักได้อย่างลึกซึ้งในวินาทีนั้น... นี่น่ะหรือคือพลังแห่งความะที่แท้จริงของสิ่งมีชีวิตที่เหนือกว่ามนุษย์
ท่ามกลางความตื่นตระหนกและภาพการฟื้นฟูร่างกายอันน่าอัศจรรย์ที่ยังคงติดตาฟิลิกซ์ซึ่งยืนแข็งค้างอยู่หน้าประตูกลับรู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงบางอย่างที่ตีรวนขึ้นมาในอกไม่ใช่ความหวาดกลัวแต่เป็กระแสความร้อนวูบวาบที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างอย่างกะทันหัน เมื่อลาเบลเดินก้าวเท้าออกจากอ่างน้ำร้อนโดยไม่ได้ใส่ใจจะปิดบังเรือนร่างเปลือยเปล่าอันงดงามสมบูรณ์แบบที่สะท้อนกับแสงไฟสลัวเธอหยิบชุดคลุมผ้าเนื้อดีมาสวมทับต่อหน้าเขาอย่างไม่นึกกังวลหรือระแวงว่าพ่อบ้านหนุ่มจะมองดูแต่อย่างใดชุดคลุมที่บางเฉียบนั้นไม่สามารถปิดปังเนื้อหนังด้านในด้านมันเปียกและแนบเนื้อจนสนิทเห็นด้านในทุกส่วนไม่ต่างจากการเปลือยกายเดิน
สำหรับแวมไพร์ผู้มีอายุหลายร้อยปีมนุษย์ก็เป็เพียงสิ่งมีชีวิตเผ่าพันธุ์อื่นที่ต่ำต้อยกว่า เธอจึงไม่ได้นึกถือสา หรือมองว่าฟิลิกซ์เป็ชายหนุ่มผู้มีตัวตนทางเพศในสายตา
แต่สำหรับฟิลิกซ์แล้วภาพเรือนร่างอันเย้ายวนและผิวพรรณเนียนนุ่มที่ปรากฏแก่สายตาเต็มๆกลับสร้างความสั่นคลอนให้กับจิตใจของชายหนุ่มอย่างรุนแรงหัวใจที่เต้นระรัวด้วยความใเมื่อครู่กลับแปรเปลี่ยนเป็ความหวั่นไหวที่เข้ามาจู่โจมอย่างดุดันจนแทบควบคุมไม่อยู่ เขารีบเบือนหน้าหนีและพยายามก้มมองพื้นเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์พยายามเตือนสติย้ำเตือนถึงกฎเหล็กข้อแรกที่ปู่สั่งสอนไว้ด้วยความเคร่งครัด ห้ามมีสัมพันธ์หรือหลงรักเธอเด็ดขาด
แต่มันก็ช่างยากเย็นเหลือเกินในทุกครั้งที่เขาพยายามหลบตาแรงดึงดูดอันแปลกประหลาดและเสน่ห์อันล้นเหลือของแวมไพร์สาวก็ดึงดูดให้เขากลับเผลอเหลือบสายตาไปมองเรือนร่างนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างไม่รู้ตัวท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างสัญชาตญาณความเป็มนุษย์กับคำเตือนตายตัวในความมืดมิดนี้
ทันทีที่สวมชุดคลุมเสร็จและอารมณ์คุกรุ่นเริ่มสงบลงลาเบลก็ตัดสินใจหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูขึ้นมาต่อสายตรงหา โรดิโก้หัวหน้าใหญ่แห่งภาคีแวมไพร์ทันที เธอจำเป็ต้องรีบแจ้งข่าวสำคัญให้ทางเบื้องบนรับรู้ว่าตอนนี้พวกนักล่าจากตระกูล
ฮันเตอร์ได้เคลื่อนไหวและจับตามองความเคลื่อนไหวของพวกเธออยู่แผนการลับทุกอย่างกำลังตกอยู่ในความเสี่ยง
แต่ ทันทีที่ปลายสายกดรับเสียงทุ้มต่ำและเ็าของโรดิโก้ก็ดังขึ้นขัดจังหวะความร้อนรนของเธอโดยไม่มีทีท่าว่าจะตื่นตระหนกใกับข่าวที่เธอรายงานเลยแม้แต่น้อยน้ำเสียงนั้นราบเรียบและแฝงไปด้วยความนิ่งสนิทราวกับว่าตัวเขาและภาคีแวมไพร์กลุ่มใหญ่ ล่วงรู้ถึงการมีอยู่ของพวกนักล่าและแผนการทั้งหมดมานานก่อนหน้านี้แล้วความจริงข้อนี้ทำให้ลาเบลชะงักไป ความเคลือบแคลงใจเกิดขึ้นในทันใด หรือเื้ัเื่นี้ยังมีเกมการเมืองอะไรที่เธอยังไม่ล่วงรู้ซ่อนอยู่อีกกันแน่
☾☼☽ ☾☼☽ ☾☼☽ ☾☼☽
ลึกลงไปในห้องใต้ดินอันมืดมิดบรรยากาศอบอวลด้วยกลิ่นอายความดุร้ายและความกระหายที่ไม่มีวันสิ้นสุด โรดิโก้หัวหน้าใหญ่แห่งภาคีแวมไพร์กำลังยืนตรวจตราความเรียบร้อยของการกักขังแวมไพร์รุ่นใหม่ที่เพิ่งถูกเปลี่ยนสภาพมาได้ไม่กี่วัน
ความกระหายที่อัดอั้นจากการถูกขังหน่วงเหนี่ยวและไม่ได้ลิ้มรสเืสดๆจากร่างกายมนุษย์โดยตรง ทำให้พวกมันสูญสิ้นสติสัมปชัญญะแววตาทุกคู่แดงก่ำด้วยความบ้าคลั่งสัญชาตญาณดิบของสัตว์ป่ากระหายเืผลักดันให้พวกมันพยายามใช้กำลังพังทลายกรงเหล็กและหาทางหลบหนีออกจากสถานที่กักขังแห่งนี้ตลอดเวลาและในที่สุด ความพยายามอันบ้าคลั่งนั้นก็สัมฤทธิ์ผล...เพียงไม่กี่วันหลังคืนงานเลี้ยงที่อาบเื
แวมไพร์หนุ่มตนหนึ่ง อาศัยจังหวะที่ผู้คุมเผลอและช่องโหว่ของกลไกประตูนิรภัยได้ใช้พละกำลังมหาศาลจากความคลั่ง พังลูกกรงเหล็กจนบิดเบี้ยวก่อนจะพุ่งตัวแหวกผ่านแนวป้องกันแล้ววิ่งหนีหลุดรอดออกไปได้สำเร็จ
ในขณะเดียวกัน ภายในห้องโถงใหญ่ของคฤหาสน์อันโอ่อ่าแต่ไร้ซึ่งความอบอุ่นโรดิโก้ ยังคงนั่งเอกเขนกอยู่บนเก้าอี้พนักพิงสูงบุด้วยกำมะหยี่สีแดงเข้มท่วงท่าของเขาสงบนิ่งและเ็าอย่างน่าประหลาด ไร้ซึ่งร่องรอยความตื่นตระหนกใดๆแม้จะเพิ่งได้รับรายงานว่ามีแวมไพร์หนุ่มเกิดใหม่ที่คลุ้มคลั่งหลุดรอดออกไปจากห้องกรงใต้ดิน
นั่นเป็เพราะเขารู้ดีแก่ใจว่า...คฤหาสน์หลังนี้ไม่ใช่แค่สถานที่พักผ่อนหากแต่เป็ป้อมปราการมรณะที่ถูกออกแบบมาเพื่อกักขังและควบคุมสิ่งมีชีวิตกระหายเืโดยเฉพาะบริเวณรอบนอกของตัวคฤหาสน์ถูกล้อมรอบด้วยรั้วเหล็กแหลมคมกริบและลูกกรงหนาทึบที่"หล่อหลอมขึ้นมาจากเงินบริสุทธิ์"สสารอันเป็พิษร้ายและแผดเผาผิวเนื้อของแวมไพร์ให้มอดไหม้ได้ทันทีที่ััการคิดจะปีนป่ายหรือพุ่งชนกำแพงออกไปทางด้านนอกจึงไม่ต่างอะไรกับการเดินเข้าสู่กองไฟแห่งความตาย
ทางออกเดียวที่ปลอดภัยและเปิดโล่งของคฤหาสน์หลังนี้มีเพียงประตูด้านหน้าบานใหญ่เท่านั้น และเขาก็จงใจไม่สั่งการให้ใครไปเฝ้าหรือสกัดกั้นมันเลยแม้แต่คนเดียว
ในขณะเดียวกันแวมไพร์หนุ่มเกิดใหม่ที่สติหลุดลอยด้วยความหิวโหยวิ่งพล่านขึ้นมาจากชั้นใต้ดินด้วยความกระหายเืร่างกายของมันพุ่งชนไปทั่วทิศทางด้วยพละกำลังอันดิบเถื่อนเสียงคำรามต่ำด้วยความเ็ปและเกรี้ยวกราดดังสะท้อนก้องไปตามโถงทางเดินมืดทึบ เมื่อมันพุ่งทะยานออกสู่เขตภายนอกิัของมันก็แผดเผาและส่งเสียงฟู่ทันทีที่เฉียดเข้าใกล้รั้วเหล็กเงินอาการเ็ปแสนสาหัสจากการถูกโลหะพิษทำลายล้างทำให้มันกรีดร้องโหยหวนอย่างน่าสยดสยอง
จนในที่สุดสัญชาตญาณเอาตัวรอดที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดก็บีบบังคับให้มันต้องวิ่งหนีเตลิดอย่างไร้ทิศทางมุ่งตรงไปสู่ทางออกเดียวที่เปิดโล่งเบื้องหน้า
♦°°°°°°°°°° ☾* °°°°°°°°°° ♦