“เลเวียร์ ฉันขออยู่กลุ่มด้วยคนได้ไหม?”
“อื้อ เอาสิ” เขาพยักหน้าให้กับหนุ่มแว่นผมดำ เพื่อนใหม่ที่รู้จักกันตอนปฐมนิเทศเมื่อเช้า “วี …นี่เนปจูน โกลด์ ฉันรู้จักเขาตอนปฐมนิเทศ ส่วนเนปจูน…เธอชื่อวีโอเลต น้องสาวของฉันเอง”
“อ่า…ยินดีที่รู้จักนะ!” หนุ่มแว่นยื่นมือไปข้างหน้าอย่างระริกระรี้เพราะไม่นึกว่าคนธรรมดาอย่างเขาจะได้อยู่กลุ่มเดียวกับสาวน้อยน่ารักคนนี้ด้วย
“ย… ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ” วีโอเลตพูดตะกุกตะกัก
“ตอนนี้เรามีกันอยู่ 3 คน ขาดอีกสอง…อ๊ะ! พวกเราชวนเขาคนนั้นไหม!” เลเวียร์ชี้ไปยังชายหนุ่มร่างกำยำที่นั่งอยู่ด้านหน้าที่นั่งแปลกแยกจากคนอื่น ซึ่งดูท่าทางแล้วเขาน่าจะยังไม่ได้รวมกลุ่มกับใคร
“จะดีหรอเลเวียร์…?” เนปจูนออกความเห็น “หมอนั่น รู้สึกจะเป็คนที่ถามคำถามจนทำให้พวกเราถูกลงโทษเมื่อเช้าไม่ใช่รึ?”
“ท่าทางเขาก็ไม่ได้ดูมีพิษมีภัยนี่นา…” เลเวียร์พูด “และถ้าทุกคนมัวแต่คิดว่าเขาจะสร้างแต่ปัญหา อย่างนี้เขาก็ไม่มีโอกาสได้แสดงด้านดี ๆ น่ะสิ”
เลเวียร์ลุกฝ่าคนที่เดินไปมาในห้องโดยไม่สนคำท้วงติงของเนปจูน เขาเดินตรงเข้าไปแตะไหล่ผู้ชายคนนั้น
“ร…โรม…โคโลซัสใช่ไหม” เลเวียร์ขานชื่อเขาอย่างไม่มั่นใจ “ฉันเลเวียร์…เห็นว่านายยังไม่มีใครชวนเข้ากลุ่ม ก็เลย…”
“ด…ได้หรอ!? ฉันอยู่กลุ่มนายได้จริง ๆ หรอ!?” โรมยืนขึ้นสูงลิ่วจนเลเวียร์ต้องแหงนหน้าคุย เขาคว้ากุมมือของเลเวียร์และเขย่าไปมาเพราะดีใจที่มีใครบางคนอยากชวนเขาเข้ากลุ่มด้วยทั้ง ๆ ที่เขาเป็ต้นเหตุให้โดนลงโทษเมื่อเช้า
“อ…อื้ม แน่นอน…”
“ขอบคุณนะ! ขอบคุณ!”
เลเวียร์เดินกลับมาที่กลุ่มพร้อมกับโรมที่ยิ้มทักทายให้กับสมาชิกอีกสองคน
“4 คนแล้ว… เหลืออีก 1” เนปจูนพูดขึ้น พลางหันซ้ายขวามองหาใครสักคนที่นั่งโดดเดี่ยวภายในห้องท่ามกลางกลุ่มนักเรียนทั้งหลาย
“ผู้หญิงคนนั้นดีมั้ยคะ?” วีโอเลตชี้ไปที่หลังห้องด้านซ้าย ซึ่งหญิงสาวใส่แว่นผมสีแดงที่มีดวงตาสีน้ำตาลอ่อนนั่งคุดคู้อยู่ตรงมุมห้อง เธอสวมถุงมือสีขาวคล้ายกับคลอเดียและกำลังกุมมือทั้งสองข้างอยู่อย่างเงียบ ๆ เสมือนไร้ตัวตนและไม่ข้องแวะกับใคร “ท่าทางเธอคนนั้นยังไม่มีกลุ่มนะคะ”
“งั้นหรอ…” เลเวียร์หันมอง “แปลกจังเลยนะ… เธอที่ไม่ค่อยไว้ใจคนอื่นเป็คนเสนอเธอคนนั้นด้วยตัวเอง…รู้สึกสนใจอะไรในตัวเธอคนนั้นเป็พิเศษหรอ วี”
เลเวียร์ถามน้องสาวอย่างสงสัย เพราะปกติ เธอไม่มีทางพูดอะไรแบบนี้ออกมาเป็แน่
“ไม่มีอะไรเป็พิเศษหรอกค่ะ” เธอตอบ “รีบไปชวนเธอสิคะ ก่อนที่จะถูกแย่งไป”
“พวกแกได้สมาชิกครบห้าคนแล้ว ฉันจะตั้งชื่อกลุ่มพวกแกเรียงตามหมายเลข 1-20”
“แก กลุ่ม 1..ส่วนพวกแก ไอ้โล้น กลุ่ม 2 … และนี่ กลุ่ม 3” คลอเดียเริ่มชี้ไปยังกลุ่มนักเรียนแต่ละกลุ่มไล่จากหน้าห้องไปเรื่อย ๆ
“และไอ้ผมเทากับไอ้ั์ พวกแกกลุ่ม 18” เธอชี้ไปที่กลุ่มเลเวียร์ ก่อนจะเดินผ่านไป
“แซนดี้ ลี ใช่ไหมคะ?” วีโอเลตกระซิบถามสาวผมแดง ขณะที่สมาชิกคนอื่น ๆ กำลังมองตามคลอเดีย
“ค่ะ…คุณวีโอเลตสินะคะ…” สาวผมแดงยิ้มทักทายอย่างเกรงอกเกรงใจ “ย…ยินดีที่ได้รู้-”
“ขอถามอะไรหน่อยสิคะ” เธอพูดตัดบทโดยไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้พูดจาพิรี้พิไร “ทำไมเธอถึงไม่เดินไปรับริงเกียร์เหมือนคนอื่น ๆ ล่ะคะ…?” วีโอเลตตั้งคำถาม เธอคอยสังเกตปฏิกิริยาของอีกฝ่ายมาตลอดั้แ่เข้าเรียน
แซนดี้ไม่ได้ตอบอะไรวีโอเลตกลับไป เธอทำเพียงแค่นั่งก้มหน้า แล้วตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย “พ…พูดเื่อะไรอยู่หรอคะ คุณวีโอเลต?”
“ทำไมถึงสวมถุงมือสีขาว…ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้รับริงเกียร์ด้วยซ้ำล่ะคะ…?” วีโอเลตยังคงถามซักไซ้ เพราะปกติ เ้าหน้าที่จะสวมถุงมือเมื่อสวมใส่ริงเกียร์แล้วเท่านั้น แต่เธอกลับสวมถุงมือไว้ั้แ่แรก เธอไม่ยอมปล่อยให้อีกฝ่ายเฉไฉเปลี่ยนเื่เป็อันขาด ขณะเดียวกัน แซนดี้เองก็ค่อย ๆ เอามือทั้งสองข้างหลบใต้โต๊ะ
“ลองถอดถุงมือทั้งสองข้างให้ฉันดูหน่อยได้ไหมคะ แซนดี้?”
สาวแว่นผมแดงดูชะงักกับคำขอของเธอ นั่นทำให้วีโอเลตรู้สึกมั่นอกมั่นใจกับสมมติฐานในหัวตัวเองมากขึ้นไปอีก
“ค…คงไม่ได้หรอกค่ะ คุณวีโอเลต”
“งั้นหรอ…” วีโอเลตถามลากเสียงยาว แต่เหมือนกลับเป็การสรุปความคิดของตัวเองออกมาเสียมากกว่า วีโอเลตเอามือซุกใต้โต๊ะ
แซนดี้ชะงักไปครู่ใหญ่ แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้กล่าวปฏิเสธหรือยอมรับตามที่วีโอเลตพูด ความเ็ปอย่างรุนแรงก็เกิดขึ้นที่หัวไหล่ข้างซ้ายของตัวเอง
สวบ!
กรี๊ดดดด!
เสียงร้องลั่นดังมาจากด้านหลังห้อง ซึ่งปรากฏภาพของวีโอเลตที่กำลังกระโจนเข้าใส่สาวผมแดงและใช้ปากกาปลายแหลมที่เสริมพลังมนตราของริงเกียร์ที่นิ้วนาง‘พลังแหวนมนตรา’ ปักไปที่ไหล่ข้างซ้ายของแซนดี้ ทุกคนต่างตกตะลึงที่เห็นภาพของเด็กสาวตัวเล็กจ้วงปากกาทิ่มใส่ผู้หญิงไร้ทางสู้อีกคนอย่างกระหายเื หยดโลหิตสีแดงฉานกระเซ็นเปื้อนเสื้อของวีโอเลตและแซนดี้ ความโกลาหลเริ่มก่อตัวขึ้นในห้องถึงแม้จะผ่านไปไม่กี่วินาที
“ตายซะ!ตายซะ! ตายซะ!” สาวน้อยตัวเล็กะโพลางจ้วงแทงเหยื่อของเธออย่างบ้าคลั่ง
“วี!ทำอะไรน่ะ!?” เลเวียร์และโรมที่อยู่ใกล้ ๆ ต่างวิ่งโร่เข้าไปดึงตัวสาวน้อยผมสีน้ำตาลแยกออกห่างจากแซนดี้ วีโอเลตพยายามดิ้นสุดฤทธิ์เพื่อให้หลุดพ้นจากพันธนาการของทั้งสองคน ทั้งยังพยายามหยิบริงเกียร์อีกวงสวมที่นิ้วโป้ง แต่แล้วก็มีเงาหนึ่งเคลื่อนตัวด้วยความเร็วตรงหน้าสาวน้อยพุ่งตรงไปที่ช่องท้องของเธอ
อั๊ก!
กำปั้นที่สวมถุงมือสีขาวของครูฝึกสาวแว่นผมทองกระแทกสวนเข้ามาที่ท้องของวีโอเลตอย่างกะทันหันจนเธอกระอัก ริงเกียร์ที่ถืออยู่ในมือตกลงบนพื้น วีโอเลตจึงดูสงบลงไปครู่หนึ่ง
“พวกแกปล่อยเธอซะ” คลอเดียสั่งให้เลเวียร์และโรมเลิกพยุงวีโอเลต
“ต…แต่ว่า…รุ่นพี่คลอเดียครับ…”
“บอก…ว่า …ให้ … ปล่อย!”
ตึง!
คลอเดียยื่นมือไปเบื้องหน้า ส่งคลื่นพลังทำให้เลเวียร์และโรมกระเด็นออกไปติดกำแพงด้านข้าง จากนั้นเธอจึงหันกลับมายืนประจันหน้ากับสาวน้อยที่นั่งทรุดตัวลงอยู่ที่พื้น
“แกทำอะไรเพื่อนร่วมรุ่นของแกอยู่… รู้ตัวบ้างไหม!?” คลอเดียตะคอกใส่วีโอเลตที่ล้มพับอยู่
“รู้สิคะ!” วีโอเลตะโกลับ “หนูกำลังฆ่าริงเกอร์น่ะสิคะ!”
คลอเดียชายตามองไปยังแซนดี้ที่ตอนนี้เสื้อผ้าขาดวิ่นเพราะถูกแทงด้วยปากกาในมือของวีโอเลต าแที่ตัวของเ้าหล่อนนั้นกำลังฟื้นสภาพอย่างรวดเร็ว
าแค่อย ๆ สมานเข้าหากัน เหลือเพียงรอยเปื้อนเืที่ไหลซึมผ่านเสื้อผ้า ส่งกลิ่นเหม็นคาวจาง ๆ ถุงมือข้างหนึ่งของเธอถูกดึงออก เผยให้เห็นแหวนสีเงินเรืองแสงสีแดงระเรื่อสวมไว้ที่นิ้วนางข้างขวา
“นังนั่นคือริงเกอร์ค่ะ!นั่นมันแหวนอสุรา! แหวนนิ้วนาง!ริงเกียร์ที่มนุษย์สร้างไม่มีพลังสำหรับแหวนสำหรับนิ้วนาง! นั่นเป็แหวนมนตราของริงเกอร์! คุณที่เป็เ้าหน้าที่ระดับA น่าจะรู้ดีที่สุดไม่ใช่หรอคะ!?” วีโอเลตพูด “พลังรักษาตัวขนาดนั้นคือ พงไพรรักษา [Wild Healing] พลังพื้นฐานของแหวนอสุรา … ดูแผลของเธอสิคะ!” หญิงสาวชี้มือไปที่ไหล่ซ้ายของแซนดี้
“จ…จริงด้วย …. เธอเป็ริงเกอร์ล่ะ…” เสียงคนในห้องต่างซุบซิบกันยกใหญ่ มองแซนดี้ที่สภาพเสื้อผ้าขาดวิ่นนั่งตัวสั่นกอดตัวเองด้วยความหวาดกลัว ไม่เชื่อสายตาตัวเองว่าริงเกอร์ ศัตรูตัวฉกาจของมนุษย์จะปรากฏตัวในสภาพของหญิงสาวแสนบอบบางอย่างนี้ แต่ดูจากพลังฟื้นฟูาแที่เร็วผิดธรรมชาติ มีเพียงริงเกอร์ที่สวมแหวนที่นิ้วนางเท่านั้นที่ทำได้ เลเวียร์จึงเข้าใจทันทีว่าทำไมวีโอเลตที่สุขุมรอบคอบตลอดเวลาจึงสติแตกได้ถึงขนาดนี้
“ฆ่ามันสิคะ รุ่นพี่!” วีโอเลตะโ “มันคือศัตรูของมนุษยชาติ! มันคือฆาตกรที่ฆ่าคน! ฆ่ามันสิคะ!”
“ฆ่ามัน!!”
นักเรียนในห้องต่างกลืนน้ำลายอึกใหญ่ รอดูการตัดสินใจของคลอเดีย เพราะหลักฐานก็มีอยู่ทนโท่แล้วว่า แซนดี้ ลี นักเรียนหญิงคนนี้ คือริงเกอร์ และหากริงเกอร์สามารถแฝงตัวเข้ามายังสถานที่แห่งนี้ได้ ก็หมายความว่าแม้แต่ที่อคาเดมี่เอง ก็ไม่ปลอดภัยจากเงื้อมมือของริงเกอร์เหมือนที่พวกเขาคิดไว้ พวกเขาหวังเป็อย่างยิ่งว่าการตัดสินใจของครูผู้สอนคนนี้จะเป็การปะาริงเกอร์สาวคนนี้ คลอเดียยืนนิ่งไปครู่ใหญ่ ก่อนจะหันหลังให้วีโอเลต แล้วเดินตรงไปที่แซนดี้ ลี
พรึ่บ!
คลอเดียถอดเสื้อคลุมชั้นนอกเครื่องแบบARPD เพื่อปกปิดเนื้อหนังที่เผยทะลุออกมาจากรอยฉีกขาดของเสื้อผ้าที่ขาดวิ่นของแซนดี้
“ลุกไหวไหม… ลี?” ท่ามกลางความตกตะลึงของนักเรียนคนอื่นที่ต่างใกับการปฏิบัติอันอ่อนโยนต่อศัตรูของมนุษย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวีโอเลตที่ถึงกับชะงักกับท่าทางอันอ่อนโยนผิดวิสัยของคลอเดียที่กำลังนั่งคุกเข่าถามสาวแว่นผมแดงที่ตัวสั่นเป็ลูกนกและกำลังพยายามยึดเสื้อผ้าที่จวนจะหลุดร่วงเอาไว้
“ค…ค่ะ รุ่นพี่คลอเดีย…”
“ที่ห้องพยาบาลมีเสื้อผ้าสำรองอยู่ ไปที่นั่นซะ…” คลอเดียมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความสงสาร
“ค…ค่ะ…” แซนดี้ลุกขึ้นช้า ๆ
“เดี๋ยว…ลี” คลอเดียรั้งเธอไว้อีกครั้ง “หยุดก่อน…ฉันเกือบลืมไปเื่หนึ่ง…”
สาวแว่นผมทองลุกขึ้นยืน เดินไปตรงหน้าวีโอเลต แผ่รังสีอำมหิตออกมาจนคนรอบ ๆ ผงะ วีโอเลตที่อยู่ใกล้เธอมากที่สุดนั้นถึงกับตัวสั่นระริก
“แก…ขอโทษเธอเดี๋ยวนี้…”
สาวน้อยผมน้ำตาลตกตะลึงกับคำสั่งของคลอเดีย แค่ที่เธอไว้ชีวิตริงเกอร์คนนี้ก็เจ็บใจมากพอแล้ว และยิ่งเจ็บใจเข้าไปอีกที่เธอต้องขอขมาสิ่งที่เธอคิดว่าถูกต้องที่สุดแล้ว
“ขอขัดคำสั่งค่ะ!” วีโอเลตะโ “หนูทำถูกแล้ว! หนูกำลังฆ่าริงเกอร์ชาติชั่ว!คนที่พรากพ่อกับแม่ของวีไป! หนูจะแก้แค้นให้พวกท่าน!”
“งั้นหรอ…อย่างนี้นี่เอง…” คลอเดียดันแว่นเข้าสันจมูก
“แกเป็สกายเรสเซอร์สินะ…พวกเด็กกำพร้าเหลือขอจากหายนะของริงเกอร์…”
สาวน้อยผมน้ำตาลไม่ได้ตอบอะไรกลับไป ดวงตาสีม่วงของเธอลุกโชนด้วยความแค้น ฟันของเธอกัดเข้าหากันจนเกิดเสียงเสียงเสียดสี คลอเดียที่เห็นท่าทางของวีโอเลตและนักเรียนคนอื่น ๆ ในห้องอย่างนั้นก็ถอนหายใจเพราะนักเรียนใหม่เหล่านี้ไม่รู้ความลับอย่างหนึ่งในหน่วยงานARPD
“ถ้างั้นจงดูนี่ซะ…สกายเรสเซอร์”
ฉึบ…
คลอเดียถอดถุงมือข้างขวา แล้วโยนมันต่อหน้าวีโอเลต สาวน้อยค่อย ๆ ชำเลืองมองขึ้น้า แล้วก็ต้องชะงักไปพร้อมกับนักเรียนคนอื่น ๆ ในห้อง เพราะนอกจากนิ้วชี้และนิ้วโป้งที่สวมริงเกียร์เรืองแสงสีทองแล้ว ยังมีอีกนิ้วหนึ่งที่มีแหวนเงินเรืองแสงสีฟ้าจาง ๆ อยู่
…นิ้วก้อย…
“ใรึ … วีโอเลต” คลอเดียถาม
“…ที่ฉันเองก็เป็ริงเกอร์น่ะ…”