“จริงสิพี่ใหญ่ เมื่อวานข้าเห็นพวกท่านลุงและพี่ชายเอาของจากบ้านสามเราไป” จางเฟยหรงทำหน้าบึ้งน้ำเสียงก็ไม่พอใจอยู่บ้าง
“หืม.. แล้วเหตุใดเ้าจึงต้องทำหน้าบึ้งตึงเช่นนั้นด้วยเล่า ก็แค่ท่านลุงนำของกลับไปที่บ้านเท่านั้นนี่”
“ข้าได้ยินชาวบ้านพูดกัน ว่าท่านลุงคิดเอาเปรียบพวกเราขนเอาของกินของใช้ของพวกเราไปจนหมด ไม่สนใจความเป็อยู่ของพวกเราต่อไปอีกแล้ว ท่านลุงก็ไม่ปฏิเสธเลยสักคำ ข้าเห็นมากับตาข้าไม่อยากจะเชื่อเลยพี่ใหญ่” จางเฟยหรงกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ให้ไหลออกมา แต่หัวใจของเขาเ็ปจริงๆ เขารักและเคารพท่านลุงทั้งสองเป็อย่างยิ่ง
“เ้าเข้าใจผิดแล้ว น้องรอง”
จางเฟยอีเข้าใจแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น นางจึงเล่าเหตุการณ์ต่างๆ ให้น้องชายคนรองฟังอย่างละเอียด รวมทั้งของที่นางนำออกมาจากมิติเพื่อตั้งใจจะมอบให้บ้านใหญ่และบ้านรองได้มีอาหารเก็บไว้กินมากขึ้น
เมื่อจางเฟยหรงได้รับฟังเื่ราวทั้งหมดจากปากของผู้ที่เป็พี่สาว เขาถึงกับเข่าอ่อน ทรุดตัวลงไปนั่งกองอยู่กับพื้นอย่างหมดแรง เขาเข้าใจท่านลุงผิดไปแล้ว ทั้งรู้สึกผิดทั้งดีใจที่เหตุการณ์ไม่ได้เป็ไปอย่างที่เขาคิด
“ทีนี้เข้าใจแล้วสินะ คราวหลังอย่าได้เชื่อในสิ่งที่เ้าเห็นเพียงอย่างเดียว ต้องค่อยๆสอบถามให้รอบคอบเสียก่อน ค่อยตัดสินใจเอาผิดใคร เช่นนั้นท่านลุงของพวกเราก็ไม่ได้รับความยุติธรรมแล้ว”
“ข้าผิดไปแล้วพี่ใหญ่ อย่างนี้พวกเราไปช่วยกันพูดให้ชาวบ้านเข้าใจกันเถิดขอรับ จะได้ไม่มีใครกล่าวหาพวกเขาได้อีก”
“ไม่ต้องหรอกน้องรอง เดี๋ยวเราจัดการหยุดปากพวกเขาด้วยการกระทำดีกว่า วันนี้เ้ากับข้าจะอาสาเก็บกวาดวัชพืชทางด้านหลังกันสองคน ท่านลุงคงจะไปช่วยกันตัดไม้บนเขามาซ่อมบ้านไม่อยู่ในบ้าน พวกเขาจะไม่เห็นของที่เรานำเอาออกมาจากมิติ”
จางเฟยหรงยังไม่รู้ว่าพี่สาวของเขาคิดจะทำสิ่งใด แต่ทุกอย่างที่พี่ใหญ่พูดล้วนเป็เื่จริงมาโดยตลอด เขาจึงรับปากอย่างหนักแน่น อย่างไรก็ต้องล้างมลทินให้ท่านลุงทั้งสอง
เป็ไปตามที่คาด วันนี้ท่านลุงและพวกพี่ชายของนางมาถึงบ้านก็เร่งรีบขึ้นไปตัดไม้บนูเากันทุกคน กระเบื้อง 20 แผ่นที่ต้องไปซื้อในเมือง เขาไหว้วานให้อ้ายกัวซื้อกลับมาจากในเมืองด้วยเลย โดยจ่ายค่าเกวียนให้เขา 10 อีแปะ จางเฟยอีไม่ได้เตรียมอาหารเช้าไว้ให้พวกเขา เพราะเมื่อวานจางต้าฉวนบอกเอาไว้แล้ว ว่าเขาจะกินข้าวเช้ากันมาจากที่บ้านเอง
กลุ่มคนสกุลจางที่ขึ้นเขาไปตัดไม้ ได้พบเจอกับชาวบ้านที่ออกมาหาของป่าและตัดฟืนเช่นกัน ทุกคนต่างก็มองมายังพวกเขาด้วยสายตาเหยียดหยาม ดูท่าข่าวที่บ้านใหญ่และบ้านรองสกุลจางเอาเปรียบเด็กบ้านสามคงจะสะพัดไปทั่วหมู่บ้านแล้ว
เวลาล่วงเลยไปถึงยามอู่ คนทั้งห้าจากสกุลจางช่วยกันขนไม้ลงมากองไว้ภายในลานบ้านได้หลายกองแล้ว และกำลังจะกลับขึ้นไปตัดไม้มาเพิ่มอีก จางเฟยอีเห็นพวกเขาไม่หยุดงานมาล้างมือกินอาหารก็รีบะโเรียกเอาไว้
“ท่านลุง พี่ชาย ข้าเตรียมอาหารไว้ให้พวกท่านแล้วจะเ้าคะ พักกินข้าวกันเสียก่อนค่อยกลับขึ้นไปเถิดเ้าค่ะ”
บุรุษทั้งห้าต่างก็ทำสีหน้าลำบากใจ พวกเขาไม่อยากรับสิ่งใดจากบ้านสามอีกต่อไปแล้ว ดูเหมือนพวกเขากำลังเอาเปรียบเด็กๆ บ้านสามอยู่จริงๆ
“พวกเราไม่หิวหรอกเฟยอี เ้ากับน้องชายกินให้อิ่มกันเถิด กินให้มากหน่อยจะได้โตเร็วๆ” จางต้าฉวนแย้มยิ้มกล่าวกับหลานสาว เพื่อไม่ให้นางรู้สึกไม่ดี
“ข้ารู้ว่าพวกท่านอยากเร่งทำงานให้เสร็จเ้าค่ะ วันนี้ข้าทำแป้งย่างเอาไว้ หากพวกท่านไม่หยุดอยู่กินที่บ้านก็เอาติดตัวขึ้นไปกินบนเขาแล้วกันนะเ้าคะ”
จางเฟยอีรู้ดี ว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้อย่างแน่นอน นางจึงทำแป้งย่างใส่ต้นหอมและไข่ลงไปเล็กน้อยไว้ให้พวกเขาั้แ่เช้าแล้ว นางเดินเอาตะกร้าที่รองไว้ด้วยผ้าสะอาดภายในบรรจุแผ่นแป้งย่างหลายสิบแผ่นยัดใส่มือจางจื่อเจี้ยนที่อายุน้อยกว่านางหนึ่งปีไป เขาเป็น้องชายย่อมไม่กล้าปฏิเสธนาง
“พี่เฟยอี แล้วพวกน้องๆ ล่ะมีอะไรกินหรือไม่” จางจื่อเจี้ยนเอ่ยปากถามออกมา แผ่นแป้งนี่ก็ชวนให้เขาน้ำลายสอเสียจริง จะไม่รับไว้ก็ขัดกับความรู้สึกของเขายิ่งนัก
“จื่อเจี้ยน ข้าโชคดีมากเลยรู้ไหม เมื่อคืนเก็บกวาดในครัวอีกก็ได้พบแป้งสาลีอีกหลายไหเลยทีเดียว ข้ามีแผ่นแป้งอีกหลายสิบแผ่นสำหรับพวกเราสามคนแล้ว เ้ารีบรับไปเถิด”
ได้ยินดังนั้นจางจื่อเจี้ยนก็ยิ้มออกมา หากไม่อยู่ในบ้านสามนานเกินไป พวกชาวบ้านที่มาคอยด้อมๆ มองๆ อยู่ข้างนอก ก็จะเห็นว่าพวกเขาไม่ได้มากินข้าวที่บ้านสาม เอาแผ่นแป้งขึ้นไปกินบนูเาก็ไม่มีผู้ใดมาคอยจับผิดพวกเขาได้แล้ว จึงรับตะกร้ามาอย่างเต็มใจ และเดินตามบิดาและอาของเขาออกไป
เมื่อเช้าป้าสะใภ้รองได้เดินตามสามีมาส่งจางลี่เจี๋ยและจางลี่หลินไว้ที่บ้านสามด้วย นางมารับค่าแรงของสามีและบุตรชายไปก่อนเช่นเดิม เพื่อไปจ่ายค่าแรงคนที่จ้างมาช่วยหาบน้ำแทนพวกเขา
ป้าสะใภ้รองไม่ได้พูดอะไรที่ไม่น่าฟังออกมาเลยสักคำ จางต้าหลางเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้นางฟังแล้ว และให้นางปฏิบัติกับบ้านสามให้ดีหน่อย อย่างน้อยก็เวลาอยู่ต่อหน้าชาวบ้าน อย่าได้ก่อเื่ให้คนเอาไปพูดกันมากไปกว่านี้เลย
หัวเห็ดทั้งสามวันนี้รับหน้าที่ถอนหญ้าต้นเล็กๆ รอบๆ บ้านออกให้หมด จางเฟยอีให้พวกเขาดื่มนมจืดคนละหนึ่งแก้วเป็รางวัล
“น้องรอง เ้าไปขอยืมรถเข็นมาสักคันหนึ่งเถิด รู้หรือไม่ว่าบ้านใดมีรถเข็นบ้าง”
“รู้ขอรับ บ้านท่านยายหูมีอยู่คันหนึ่ง เดี๋ยวข้าจะรีบไปขอยืมมานะขอรับ” จางเฟยหรงรับคำสั่งเสร็จก็วิ่งแจ้นออกไปทันที
……….
เมื่อถึงเวลาเลิกงาน บุรุษทั้งห้าจากบ้านสกุลจางก็มารับเด็กหญิงสองคนไป โดยไม่ยอมอยู่กินข้าวที่บ้านสามอีกเช่นเดิม จางจื่อเจี้ยนคืนตะกร้าให้กับจางเฟยอีและกล่าวขอบคุณอีกหลายครั้ง ตลอดทั้งวันพวกเขาไม่เอ่ยเื่ที่พวกเขาถูกเข้าใจผิดออกมาเลยสักคำ ทำให้จางเฟยอีรู้สึกดีกับพวกเขามากขึ้นไปอีก
กะเวลาว่าท่านลุงทั้งสอง และพวกพี่ชายจะเดินกลับไปถึงบ้านใหญ่แล้ว จางเฟยอีก็พาจางเฟยหรงมาที่รถเข็น นางเอาฟักทอง 10 ลูก แตงกวาสองตะกร้าใหญ่ๆ ฟักเขียวลูกโตอีก 5 ลูก และถั่วลิสงดิบอีกหนึ่งกระสอบเล็ก ออกมาวางไว้บนรถเข็น
“ไป พวกเราเข็นของเหล่านี้ไปบ้านท่านปู่กัน หากใครถามอะไรข้าจะเป็คนตอบเอง” จางเฟยอีสั่งน้องชายคนรอง และเรียกน้องชายคนเล็ก ออกเดินจากบ้านสามไปด้วยกัน
“เอ๋.. นั่นเฟยอีหรือ เ้าสามคนเข็นอะไรกันมาเล่า” ชาวบ้านที่กลับมาถึงหมู่บ้านแล้วเมื่อได้ยินเสียงคนหนึ่งพูด ต่างก็หันมาสนใจเด็กสามคนที่เข็นรถเข็นคันเล็ก เต็มไปด้วยผักหลายชนิดด้วยสายตาอยากรู้อยากเห็นเป็อย่างยิ่ง
“ผักที่ท่านย่าเคยปลูกเอาไว้น่ะเ้าค่ะ พวกมันงอกขึ้นมากันเองอยู่หลังบ้านเดิมของท่านย่า เมื่อวานพวกท่านลุงก็ช่วยกันเอากลับไปกินบ้างแล้ว วันนี้ข้าขอให้พวกเขาเอากลับไปช่วยกินอีกแต่ทำอย่างไรพวกเขาก็ไม่ยอมรับผักเหล่านี้ไป หากข้าเก็บเอาไว้ ก็กินไม่ทัน มันก็จะเน่าเสียไปเสียหมด เลยตัดสินใจขนกลับไปให้ท่านปู่เองเ้าค่ะจะได้ไม่มีใครปฏิเสธข้าอีก อีกอย่างพรุ่งนี้บ้านข้าก็ต้องทำเตาใหม่ อาหารการกินก็ต้องกลับมากินที่บ้านท่านปู่ เอาของพวกนี้มาไว้ที่นั่นเสียเลยก็จะได้สะดวกกว่าเ้าค่ะ”
จางเฟยอีกล่าวคำเดิมๆ ตอบพวกชาวบ้านอีกหลายกลุ่มที่เข้ามาสอบถามนาง บางคนก็อยากรู้อยากเห็นเื่ความขัดแย้งภายในสกุลจาง บางคนก็มาสอบถามถึงที่มาของอาหาร แต่จางเฟยอีก็ได้ตอบพวกเขาไปว่า ได้เก็บอาหารเหล่านี้มาจนหมดบ้านแล้ว และทำความสะอาดสวนหลังบ้านไปเรียบร้อยแล้วทั้งหมด