ลิเลียเดินลัดเลาะไปตามเส้นทางที่นำไปยังทะเลสาบเส้นทางนี้ถูกปกคลุมด้วยต้นไม้สูงใหญ่ที่กิ่งก้านไขว้กันสร้างเงามืดราวกับกำแพงธรรมชาติใบไม้ที่ร่วงหล่นปูพื้นทางเดินส่งเสียงกรอบแกรบทุกครั้งที่เธอก้าวเดินอากาศรอบตัวชื้นเย็นและแฝงไปด้วยกลิ่นดินหลังฝนตก ความเงียบงันของป่าโดยรอบยิ่งทำให้เสียงไวโอลินที่ดังแว่วจากที่ไกล ๆ ดูเหมือนจะชัดเจนขึ้นทุกที
ทะเลสาบที่ลิเลียเดินทางมานั้นยังคงเหมือนเดิมในความทรงจำแต่มีบางสิ่งที่เปลี่ยนไป หมอกที่ลอยตัวเหนือผิวน้ำเคลื่อนตัวช้า ๆ ราวกับกำลังเต้นรำตามเสียงดนตรีแสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาทำให้ผืนน้ำดูเหมือนกระจกที่สะท้อนภาพของท้องฟ้ายามค่ำคืนบรรยากาศรอบตัวให้ความรู้สึกเหมือนมีใครบางคนกำลังเฝ้ามองราวกับป่าและทะเลสาบแห่งนี้มีชีวิตของตัวเอง
เมื่อเธอเดินมาถึงริมทะเลสาบแสงจันทร์สาดแสงลงบนผิวน้ำที่นิ่งสงบจนดูงดงามราวภาพวาดในเทพนิยายแต่สิ่งที่ทำให้ลิเลียต้องหยุดชะงักคือหญิงสาวในชุดกระโปรงยาวสีขาวที่ยืนอยู่กลางสะพานไม้หมอกบางเบาเคลื่อนผ่านรอบตัวเธอ ร่างของหญิงสาวโปร่งใส ราวกับภาพสะท้อนในเงากระจกไวโอลินในมือของเธอสะท้อนแสงจันทร์เป็ประกาย หญิงสาวบรรเลงเพลงอย่างช้า ๆทุกท่วงทำนองเต็มไปด้วยอารมณ์ที่ลึกซึ้งและสะกดจิตราวกับมันกำลังพาเธอเข้าสู่โลกอีกมิติหนึ่ง
ลิเลียมองหญิงสาวด้วยความตะลึงงันร่างนั้นดูสง่างามและเปี่ยมไปด้วยความเศร้าดวงตาสีน้ำตาลอ่อนที่เปล่งประกายราวกับสะท้อนเื่ราวนับพันที่ยังไม่ถูกเปิดเผยความลึกลับนั้นดูเหมือนจะยิ่งลึกซึ้งเมื่อรอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธอรอยยิ้มที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นราวแสงจันทร์แต่ในขณะเดียวกันก็แฝงไปด้วยความโศกเศร้าที่เจือจางลิเลียััได้ถึงบางสิ่งที่มากกว่าคำพูดราวกับสายสัมพันธ์ที่ไม่อาจมองเห็นกำลังก่อเกิดขึ้นใน่เวลานั้นหัวใจของเธอเต้นรัวความรู้สึกที่อบอุ่นและเ็ปผสมปนเปกันจนเธอไม่อาจละสายตาไปจากหญิงสาวได้
ลิเลียสะดุดตากับลวดลายแกะสลักบนไวโอลินเป็รูปพระจันทร์เสี้ยวโอบล้อมด้วยดวงดาวที่เปล่งประกายราวกับมีชีวิตมันดึงดูดสายตาเธออย่างน่าพิศวงแม้ข้อความที่จารึกไว้บนไวโอลินจะเลือนรางจนอ่านไม่ออกแต่กลับปลุกความคุ้นเคยลึกซึ้งในใจที่เธอไม่อาจอธิบายได้ หัวใจของลิเลียเต้นแรงราวกับเสียงเรียกจากที่อันแสนไกลกำลังปลุกเร้าบางสิ่งในตัวเธอที่เธอไม่เคยรู้ตัวมาก่อน
“เสียงไวโอลินของเธอช่าง...”ลิเลียกระซิบออกมาโดยไม่รู้ตัว
หญิงสาวหยุดบรรเลงและเงยหน้าขึ้นมาสบตากับลิเลียดวงตาที่แฝงความลึกลับและเศร้าโศกจับจ้องเธอราวกับว่าดวงตาคู่นั้นสามารถมองทะลุหัวใจของลิเลียได้ รอยยิ้มเล็ก ๆปรากฏขึ้นบนใบหน้า เป็รอยยิ้มที่ทั้งอบอุ่นและชวนให้ลิเลียสงสัยในเวลาเดียวกัน
“ถ้าเธอมองเห็นฉัน...เธอจะเข้าใจเมื่อถึงเวลา”หญิงสาวกล่าวด้วยเสียงที่นุ่มนวล แต่คำพูดนั้นกลับเหมือนปริศนาที่ลอยมากับสายลมยิ่งได้ยิน ลิเลียยิ่งรู้สึกว่าหัวใจของเธอถูกพันธนาการไว้กับบางสิ่งที่ไม่อาจจะอธิบายได้
“คุณเป็ใคร?”ลิเลียถามด้วยเสียงสั่นเครือความสงสัยและความตื่นเต้นผสมปนเปในหัวใจของเธอ
หญิงสาวไม่ตอบเธอเพียงยิ้มเศร้าและเริ่มบรรเลงเพลงอีกครั้งคราวนี้เสียงเพลงดังก้องในอากาศด้วยความเ็ปที่ลึกซึ้งทุกโน้ตราวกับเสียงคร่ำครวญของหัวใจที่กำลังตามหาบางสิ่งที่หายไปเสียงดนตรีบอกเล่าเื่ราวของการเดินทางที่เต็มไปด้วยความทุกข์ ความรักที่ไม่สมหวังและความโหยหาที่ไม่มีที่สิ้นสุด ลิเลียรู้สึกเหมือนถูกดึงเข้าสู่โลกของหญิงสาวเธอหลับตา น้ำตาเอ่อล้นโดยไม่รู้ตัวราวกับความรู้สึกนั้นล่องลอยมาถึงหัวใจของเธอผ่านเสียงไวโอลิน
ทุกท่วงทำนองก้องกังวานรอบตัวลึกลงไปจนััถึงจิติญญาของเธอเธอไม่อาจต้านทานกระแสอารมณ์ที่ถาโถมเข้ามาได้ในวินาทีนั้นทุกโน้ตราวกับแขนที่โอบกอดเธอไว้ด้วยความเศร้าอันแสนลึกซึ้งและความโหยหาที่ไม่มีที่สิ้นสุดเสียงเพลงนั้นเหมือนกระซิบปลอบประโลม แต่ในขณะเดียวกันก็ดึงเธอลงสู่ห้วงแห่งความรู้สึกที่ทั้งงดงามและเ็ปจนแทบลืมหายใจ
“ทำนองนี้...”ลิเลียเริ่มถาม “มันมาจากไหน?”
หญิงสาวหยุดเล่นและยิ้มเศร้าๆ ก่อนตอบ “มันเป็บทเพลงความทรงจำ... ความทรงจำที่ไม่อาจลืม”
ลิเลียยังคงเต็มไปด้วยคำถามเธอรู้สึกถึงความเชื่อมโยงบางอย่างที่แปลกประหลาดระหว่างเธอกับหญิงสาวราวกับมีเส้นด้ายที่มองไม่เห็นเชื่อมพวกเธอไว้ใน่เวลานั้นก่อนที่เธอจะพูดอะไรเพิ่มเติม หญิงสาวก็ลดไวโอลินลงและเริ่มก้าวเดินช้า ๆไปตามสะพานไม้ เสียงฝีเท้าของเธอแทบจะไร้เสียง ทุกก้าวที่เดินดูเหมือนจะทำให้ร่างของเธอเลือนรางมากขึ้นหมอกหนาขึ้นราวกับจะกลืนเธอเข้าไป
แต่ใน่เสี้ยววินาทีที่เธอกำลังจะหายลับไปหญิงสาวหยุดชั่วครู่แล้วหันกลับมาสายตาที่เต็มไปด้วยความลึกลับจ้องมองตรงมายังลิเลียก่อนที่รอยยิ้มบางเบาจะปรากฏบนใบหน้า "บางที... เธออาจเป็คำตอบ"เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เบาราวสายลมพัดผ่าน และทันทีที่คำพูดจบลงร่างของเธอก็จางหายไปในหมอกทิ้งไว้เพียงเสียงสะท้อนของท่วงทำนองที่ยังคงก้องอยู่ในหัวใจของลิเลีย
“เดี๋ยวก่อน!”ลิเลียะโเรียก แต่หญิงสาวไม่หยุด เธอเดินหายเข้าไปในหมอกที่หนาขึ้นทุกทีดั่งเงาที่หายไปในความมืดทิ้งไว้เพียงเสียงสะท้อนของท่วงทำนองที่ยังคงก้องอยู่ในหัวใจของลิเลีย
ก่อนจะหายลับไปเสียงกระซิบเบา ๆ ลอยมากับสายลม
“กลับมาพบกันที่นี่อีกครั้ง...เธอจะเข้าใจเมื่อถึงเวลา”
คำพูดนั้นเต็มไปด้วยความลึกลับและสัญญาบางอย่างที่ลิเลียไม่อาจมองข้ามหัวใจของเธอเต้นสั่นระรัวไม่เป็จังหวะราวกับเสียงดนตรีในอากาศกำลังร้อยเรียงท่วงทำนองที่กระตุ้นให้ทุกความรู้สึกในใจของเธอตื่นขึ้นมาความสงสัย ความคาดหวัง และความรู้สึกที่ยากจะเข้าใจปะทุขึ้นพร้อมกันเธอเหมือนถูกดึงดูดด้วยพลังบางอย่างที่ไม่อาจต้านทานได้
ลิเลียยืนนิ่งอยู่ริมทะเลสาบสายตาจ้องมองไปยังสะพานที่ว่างเปล่า ความรู้สึกมากมายถาโถมเข้ามาในใจเธอไม่สามารถอธิบายได้ว่าทำไมเธอถึงรู้สึกเหมือนเสียงดนตรีนี้กำลังเรียกหาเธอไม่ใช่แค่ในค่ำคืนนี้ แต่ลึกลงไปในความทรงจำที่เธอไม่อาจเข้าใจ
“ฉันจะกลับมาที่นี่อีกครั้ง...”ลิเลียกระซิบกับตัวเอง เสียงของเธอเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นเธอรู้ดีว่าการพบกับหญิงสาวลึกลับนี้จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของเธอไปตลอดกาล