Thinking of 7
(เฮ้อ พูดขนาดนี้แล้วนะดื้อ ชวนพี่สิ ชวนพี่ไปด้วยสิเล่นสงกรานต์น่ะ)
“ไม่เอาหรอก”
(ทำไมครับ?) อีกฝ่ายวางปากกาแล้วใช้สองมือข้างเท้าคางจ้องฉันอย่างเปิดเผย
“ก็ ก็เกรงใจเพื่อน นี่บ้านเพื่อน”
“ไม่ต้องเกรงใจ!! มาเลยค่ะมาเลย” อรุณวิ่งหน้าตั้งเข้ามาใกล้โผล่หน้าบอกปลายสายอย่างสดใส แอบเห็นนะว่าเมื่อกี้หนุ่มไร่ตรงข้ามเดินมาคุยด้วยน่ะ เขินแน่ ๆ มาลักษณะนี้
(อยากไปจังเลยครับ แต่ฝันไม่ให้ไปนี่สิ)
“มาเลยค่ะ รุณอนุญาตเดี๋ยวให้ฝันส่งโลเคชันให้นะคะ”
(ขอบคุณครับ แถวนั้นมีที่พักใกล้ ๆ ไหมครับ)
“มีค่ะ เป็รีสอร์ทของที่บ้านรุณ” ตอนนี้อรุณแทบจะแย่งโทรศัพท์ฉันไปคุยเองแล้วล่ะ ยิ่งตอนที่บอกว่ามีที่พักคุณยูก็ยิ้มมุมปากอย่างถูกใจทันที
(ขอบคุณครับ เจอกันนะครับ)
“เจอกันค่า” ว่าจบเพื่อนรักฉันก็วิ่งหนีกลับไปยังจุดเดิมพร้อมกับแท็กมือกับฝุ่นและฟาง อย่างกับนัดกันเลยล่ะ ให้ตายสิเพื่อนฉัน
“คุณน่ะ!”
(อะไรครับ ก็เพื่อนคุณอนุญาตแล้วไง คุณเมฆผมจะไปหาน้องเตรียมรถด้วยนะครับ // ได้ครับบอส)
“ไม่ต้องมา” ฉันเอ่ยห้ามเมื่อเห็นเขาเงยหน้าสั่งกับเลขาของเขา
(ทำไม่ละ ไม่อยากให้เลขากับการ์ดผมพักเหรอ ใจร้ายจังเลยนะ)
“เปล่านะ ไม่ใช่แบบนั้น”
(ส่งโลเคชันมาให้ด้วยครับ)
“คุณน่ะ”
(ไม่ต้องงอแง เดี๋ยวเจอกันครับ อ้อ คุณเมฆอยากคุยด้วยครับ) คุณยูยิ้มบาง ๆ พรางหันหน้าจอโทรศัพท์ไปยังเลขาที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ
(นายหญิงครับ ขอพวกผมไปเล่นสงกรานต์ด้วยนะครับ)
ฉันยังอึ้งกับคำพูดของคุณเลขาอยู่เลย เขาเรียกฉันว่านะ นายหญิง นายหญิงอ่ะ ไม่ใช่สิ เรียกแบบนั้นไม่ได้!!
“ฝันมานี่!! น้ำแข็งละลายหมดแล้วเนี่ย” ฝุ่นะโเรียก ฉันสะบัดหน้าเรียกสติตัวเองก่อนจะะโกลับไปหาฝุ่นพร้อมกับวิ่งไปหา เรานั่งดื่มกันอย่างไม่เร่งรีบ เวลามีคนขับรถผ่านก็จะวิ่งไปหยิบขันตักน้ำขึ้นสาด แต่ถ้าเป็คุณลุงคุณป้าที่ขับรถผ่านไปมาเราก็จะโบกและรดน้ำขอพร ถึงแม้ว่าแต่ละคนจะยืนไม่ตรงแล้วก็ตามบางทีจะสาดคนที่ขับรถไปมาขันก็ลอยขึ้นรถกระบะ บางทีก็พลาดสาดเข้าหน้าตัวเอง เป็งงเลยล่ะ
“ไร่ตรงข้ามเอาเื่ว่ะ” ฝุ่นยกแก้วเหล้าขึ้นจิบ ทั้งยังเหล่ตามองอรุณขำ ๆ
“อะไร! อย่ามามองฉันแบบนั้นนะ” อรุณเหวลั่นพร้อมกับยกแก้วเครื่องดื่มขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมด
“เขินแล้วโวยวาย”
“ไอ้ฝุ่น!” อรุณพุ่งเข้าไปรัดคอฝุ่น ฝุ่นร้องลั่นโวยวายให้ช่วย แต่เสียใจฉันกับฟางนั่งกอดคอกันหัวเราะจนปวดท้อง
“คุณรุณครับ หมูกับไก่ย่างครับ”
“ขอบคุณค่ะลุง” อรุณหันไปรับจานหมูย่างจากคุณลุงพร้อมกับเอ่ยขอบคุณ กลุ่มคนงานที่ไม่ได้กลับบ้านก็นั่งดื่มด้วยกันนี่แหละ แต่เหมือนพวกเขาจะเกรงใจเลยตั้งวงกันถัดไปอีกนิด ตรงนี้เลยแค่แค่พวกฉันและลูกพี่ลูกน้องของอรุณ เอ่อ ลูกพี่ลูกน้องของอรุณโบกมือลาอรุณแล้วะโขึ้นรถไปกับเพื่อนแล้วล่ะ นั่นแหละ กลุ่มคนงานที่นั่งทานนั่งดื่มกันอยู่ก็จะคอยย่างอาหารมาให้ พวกเราเกรงใจมาก ๆ เลยนะไม่อยากให้มาดูแลพวกฉันอ่ะอยากให้พวกเขาสนุกกัน
“ลุงไม่ต้องดูแลพวกหนูแล้วนะ สนุกกันเลย ถ้าขาดอะไรเดี๋ยวหนูเดินไปหานะ”
“ครับ” คุณลุงเดินกลับไปรวมกลุ่มกับคนงาน พวกฉันก็นั่งดื่มกันต่อ ดีที่ตรงนี้คนที่เตรียมสถานที่เอาร่มสนามมากางไว้ให้จุดที่เป็ถังน้ำก็มีกางไว้
“ฝัน พี่ยูจะมาเหรอ?” ฝุ่นแกล้งถาม มุมปากยกยิ้มอย่างสนุก
“เพราะใครกันล่ะ รู้นะว่าให้อรุณไปบอกแบบนั้น” ฉันชี้หน้าคาดโทษคนเป็พี่ชายไว้ทันทีเมื่อนึกออก แล้วยังเคืองไม่หายกับการกระทำแบบนั้น
“ก็อยากให้เขามาพักบ้างนี่นา เอาน่า นานๆ เขาจะอยู่ประเทศไทย ชวนมาหน่อยก็ไม่เป็ไรหรอก”
“รู้ได้ไง?” เนี่ย!! ฝุ่นต้องรู้อะไรมาแน่ๆ แต่ไม่ยอมบอกแล้วยังจะคอยสนับสนุนคุณยูด้วย เนี่ยมันมีพิรุธ!!
“เอาน่า อะๆ ไก่ย่าง ๆ ”
“เปลี่ยนเื่” ฉันว่าอย่างปลง ๆ ก็ในเมื่ออีกฝ่ายยังไม่อยากให้รู้ก็อย่าหวังว่าจะได้รู้ ฉันตีต้นขาฝุ่นแรง ๆ ด้วยอาการแง่งอน ก็มันน้อยใจอ่ะมีอะไรไม่เคยบอกไม่เคยเล่าเลยสักอย่าง
“เจ็บว่ะ มือหนักขึ้นทุกวัน” ฝุ่นส่ายหน้าเอือม มือก็คีบไก่ย่างในจานมาป้อน
เราทั้งสี่นั่งคุยนั่งเล่นกันอยู่จนเกือบพลบค่ำ เราดื่มกันมาเรื่อย ๆ ตอนนี้ไร่ตรงข้ามเริ่มแยกย้ายกันแล้วแต่เหมือนคนที่อรุณชอบจะขนเครื่องดื่มเข้ามานั่งดื่มด้วยพร้อมกับเพื่อนผู้หญิงเขาหนึ่งคน อ่า ไม่น่าจะใช่เพื่อนแล้วล่ะเพราะผู้หญิงคนนั้นทั้งกอดแขนทั้งยิ้มหวานเอาใจจนออกนอกหน้า อรุณที่ตอนแรกสนุกสนานพอเห็นทั้งคู่เดินเข้ามาร่วมวงด้วยก็เริ่มนิ่งและดื่มเงียบ ๆ แทน เพื่อนเงียบลงจนเราทั้งสามสังเกตเห็น ส่วนผู้ชายคนนั้นก็ลอบมองและชวนอรุณคุยบ่อย ๆ แต่พอชวนคุยแฟนเขาก็เอ่ยขัดแล้วเปลี่ยนเื่คุย มันน่ารำคาญจนฉันเบ้ปากใส่อยู่บ่อยครั้ง
“ถึงแล้วหรือเปล่า” ฝุ่นพยักพเยิดหน้าไปมองไปด้านหลัง ที่มีรถหรูสีดำขับมาจอดสองคัน ทันทีที่รถหยุดคนที่รีบลงจากรถคันแรกก็รีบวิ่งมาเปิดประตูรถคันที่สองทันทีด้วยท่าทีสุภาพ คุณยูก้าวลงจากรถแล้วหันไปสั่งคนดูแลของเขา ร่างสูงที่เคยเห็นสวมเสื้อเชิ้ตสีเรียบ สวมสูททำงานตอนนี้เขาอยู่ในเสื้อยืดสีขาวและกางเกงยีนสีเข้ม ด้านหลังก็มีคุณเลขาที่เคยเห็นหน้าเดินตามลงมา บอดีการ์ดที่เคยเห็นสวมชุดสูทสีดำทำหน้าเข้ม ตอนนี้สวมเสื้อยีดำกางเกงยีน เหมือนมาเที่ยวกันเสียมากกว่า
“ไปรับหน่อย ๆ ” ฝุ่นเอียงไหล่มาชนเบา ๆ
“ไปรับอะไรล่ะ แค่นั่งยังไม่ตรงเลย” ฉันบอกก่อนจะยกแก้วเครื่องดื่มขึ้นดื่ม แม้ตอนนี้จะเริ่มมึน ๆ ไปบ้างแต่ยังสนุกที่ได้ดื่ม
“สวัสดีครับพี่” ฝุ่นยกมือไหว้คนมาใหม่
“สวัสดีค่ะ” เพื่อนฉันทั้งสองอย่างฟางและอรุณก็ยกมือไหว้ทักทายเช่นเดียวกัน คนตัวสูงรับไหว้เขิน ๆ พร้อมกับขยับมายืนข้าง ๆ ฉัน
“สวัสดีครับ ดื่มกันั้แ่เช้าแล้วเหรอ” คุณยูถามมือข้างหนึ่งยกมือวางบนไหล่ฉันเบา ๆ
“ดื่มบ่าย ๆ นี่เองพี่ นั่งก่อน ๆ ” ฝุ่นชวน
“ลุงชมขอเก้าอี้เพิ่มหน่อยได้ไหมคะ?” อรุณะโบอกลุงที่คอยดูแลเรา จากนั้นไม่นานทีมการ์ดที่ติดตามคุณยูก็นั่งที่เก้าอี้ โดยมีโต๊ะสี่แหลี่ยมตรงกลางวางแก้วและเครื่องดื่ม แต่ไม่มีการ์ดคนไหนแตะเครื่องดื่มเลยนอกจากน้ำเปล่า ส่วนคนที่นั่งข้าง ๆ ฉันนั่งชิดและยกแขนโอบเอวฉันไว้อย่างแสดงความเป็เ้าของ ฉันเองก็ไม่มีแรงจะดุให้เขาถอยออกห่างแล้ว เราเปลี่ยนจากนั่งแคร่มานั่งเก้าอี้นานแล้วล่ะ เพราะฉันนั่งแล้วหงายหลังจะตกแคร่ ทุกคนเลยลงความเห็นว่าควรนั่งเก้าอี้และใช้โต๊ะวางของแทน
“เบียด” ฉันว่าเบา ๆ แต่คนที่เพิ่งมาใหม่เอียงหน้ามาใกล้ก่อนจะกระซิบเสียงเบา
“หวง”
“มันร้อน แล้วก็บอกให้การ์ดดื่มไม่ก็ทานอะไรบ้างเถอะ สงสารพวกเขาอ่ะ” ฉันบอกอีกฝ่าย คุณยูเอียงหน้าไปกระซิบเลขา จากนั้นก็ได้ยินเสียงคุณเลขาเอ่ยขอบคุณแล้วลุกเดินไปยังกลุ่มบอดีการ์ดที่นั่งอยู่ด้านหลัง
“พี่คืนนี้ค้างที่ไหนนะ” ฝุ่นเอ่ยถามคุณยู มือก็ชงเครื่องดื่มให้ถี่ ๆ แต่คุณยูไม่มีทีท่าจะเมาหรือมึนเลยสักนิด ตรงข้ามกับฉันที่เริ่มจะนั่งไม่ไหวแล้ว ก็แน่สิดื่มั้แ่พระอาทิตย์ตรงศีรษะตอนนี้พระอาทิตย์ตกแล้วด้วย
“ให้คนจองที่พักไว้แล้ว ใกล้ ๆ นี่แหละ ฝันพอไหมครับดื่มเยอะแล้วนะ” ท้ายประโยคเขาเอ่ยห้ามเสียงนุ่ม
“ไม่เอา” ฉันเริ่มงอแงเมื่อมีคนขัด
“โอเค ๆ ไม่ห้ามครับ ถ้าไม่ไหวก็หยุดนะ” ฉันพยักหน้ารับก่อนจะคุยกับเพื่อนต่อ เรากำลังคุยกันสนุกเลยถ้าไม่ติดว่าหนุ่มไร่ตรงข้ามพยายามหาเื่คุยกับอรุณแต่นั่นมันไม่ได้ทำให้ฉันโกรธเท่ากับผู้หญิงคนนั้นพูดออกมา
“เป็กระเทยไม่ใช่เหรอ คงจะหารักแท้ไม่เจอหรอก ผู้ชายก็ต้องคู่กับผู้... กรี๊ด!!” ยัยนั่นพูดยังไม่จบก็หวีดร้องใ เมื่อแก้วเหล้าในมือฉันถูกสาดใส่ใบหน้าเธอเต็มแรง
“นี่แก!!!” ผู้หญิงคนนั้นลุกขึ้นยืนชี้หน้าฉันอย่างโมโห ฉันเองก็โมโหเหมือนกัน!!
“ทำไม!? ปากน่ะเอาไว้กินข้าวดี ๆ ไม่ชอบเหรอถึงได้เห่าหอนไปทั่วแบบนี้ คนอื่นเขาจะเป็อะไรเป็ยังไงก็แล้วแต่เขาสิ จะไปเสือกอะไรกับชีวิตคนอื่น ชีวิตตัวเองดีนักแล้วหรือไง ถ้ามันว่างมากก็นู่น ไปส่องกระจกส่องดูแล้วขัดเกลาจิตใจตัวเองเถอะ!!” ฉันด่าผู้หญิงคนนั้นเสียงดังอย่างเหลืออด
“บาส อีนี่มันด่าเรา...” เถียงไม่ได้ก็หันไปฟ้องผู้ชาย เหอะ!!
“เถียงไม่ได้ ด่าไม่ได้ก็ฟ้องผู้ชาย อ้อ อีกอย่างนะ ถ้าจะนัวกันขนาดนี้ไปเปิดห้องเอากันเถอะ! เห็นแล้วอุจาดตา ไม่อายบ้างหรือไง รู้ว่าเป็แฟนกันแต่ช่วยดูด้วยนะว่านี่มันที่สาธารณะถ้าคันมากนู่นเลยค่ะ ห้องนอน ไม่ก็ไปเปิดโรงแรม อย่ามาทำอะไรแบบนี้” ฉันตวัดสายตามองผู้หญิงคนนั้น ไม่รู้ว่ามองแบบไหนเหมือนกันเธอถึงได้กรี๊ดแล้วคว้าแก้วเหล้าสาดใส่ฉัน แต่มันก็โดนเพียงเล็กน้อยเมื่อคุณยูเอียงตัวมาบัง ทุกอย่างมันดูรวดเร็วไปหมด เมื่อหลังจากที่ยัยนั่นสาดน้ำใส่ก็มีเสียงกรี๊ดลั่นคุณยูขยับออกห่างก็เห็นว่าทั้งบอดีการ์ดและเลขาคุณยูพุ่งล้อมผู้หญิงคนนั้นไว้ ยัยนั่นนั่งคุกเข่าอย่างหมดสภาพ ขนาดหนุ่มไร่ตรงข้ามที่ชื่อบาสอะไรนั่นยังมองด้วยความใ แต่ไม่นานก็หันไปมองอรุณ แต่เพื่อนฉันเบือนหน้าหนีแทน
“กรุณาสุภาพกับนายหญิงด้วยครับ ถ้ายังอยากมีชีวิตอยู่ต่อ” คุณเลขาเอ่ยเสียงเข้ม ทุกอย่างเงียบสงัดไปหมด
“ให้จัดการยังไงดีครับนายหญิง” คุณเลขาหันมามองหน้าฉันอย่างขอความคิดเห็น
“เอาออกไป ไม่อยากเห็นหน้า” ฉันตอบกลับนิ่ง ๆ แอบงงนิดหน่อยเพราะเห็นคุณเลขามีสองคน อ่า เมาแล้วจริงๆ สินะ
“รับทราบครับ” คุณเลขาขานรับไม่พร้อมกับหิ้วผู้หญิงคนนั้นออกไป
“สนุกต่อเลยค่ะ” บอกทุกคน มือยกแก้วเครื่องดื่มตั้งใจจะดื่มแต่เพิ่งมานึกได้ว่าเพิ่งสาดผู้หญิงคนนั้นไป ไม่น่าเลย
“ทำไมทำหน้าแบบนั้น” คุณยูเอ่ยถาม
“แค่คิดว่าไม่น่าทำแบบนั้นเลย”
“หือ? ทำไม รู้สึกไม่ดีเหรอ” ความกังวลฉายชัดในแววตาเขาที่จ้องมองฉัน
“ก็ไม่เชิง แค่เสียดายเหล้าอ่ะ น่าจะใช้น้ำแข็งที่มันละลาย”
===========
อย่ามายุ่งกับนายหญิงพวกเรานะ!!!
ชอบความน้องเสียดายเหล้า ฮื่อ หนู ป๋าแกรวยอยู่ให้ซ์้อให้ใหม่ก็ได้ ไม่ต้องเสียดายลูก