ฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นมองแม่นมฉุยถูกคนของเจียงเยว่เวยพาตัวออกไปเพื่อรับโทษโบย แม้ว่านางอยากออกหน้าปกป้องคนสนิทของตน แต่ในความเป็จริงนางกลับทำอะไรไม่ได้เลย เพราะนางยกเอากฎของตระกูลขึ้นมาพูดก่อน เมื่อถูกเจียงเยว่เวยสวนกลับในเื่เดียวกัน นางก็ไม่รู้แล้วว่าจะเอาเหตุผลข้อไหนมาช่วยแม่นมฉุย
เสิ่นเจาเห็นมารดาถูกเจียงเยว่เวยต้อนจนพูดไม่ออก เขารีบแก้สถานการณ์เพราะกลัวว่ามารดาจะเผลอพูดจาไม่ระวังออกมาจนกลายเป็จุดอ่อนให้ถูกเล่นงาน อีกทั้งข่าวลือที่เกิดขึ้นกับเจียงเยว่เวยก็มีแม่นมฉุยเข้ามาเกี่ยวข้อง เขากลัวว่าหากแม่นมฉุยทนรับกับการลงโทษไม่ไหว แม่นมฉุยจะเผลอพูดเื่ที่ไม่ควรออกมา และหากมีการสืบสาวราวเื่กันขึ้นมาจริงๆ แม่นมฉุยอาจจะพาเขาซวยไปด้วย คิดได้อย่างนั้นเสิ่นเจาก็รีบเบี่ยงเบนประเด็นให้เจียงเยว่เวยหันมาสนใจเื่ของเด็กๆ แทน “พี่สะใภ้ ในเมื่อท่านลงโทษแม่นมฉุยแล้ว เช่นนั้นเรามาพูดเื่ที่ลู่หลินทำร้ายลูกชายของข้ากันเถิดขอรับ”
“ใช่ๆ เรามาพูดเื่ที่บ้านสายหลักของพวกเ้ามาทำร้ายหลานชายของข้ากันเถอะ” ฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นรีบเปลี่ยนเื่เช่นกัน
“ไม่มีปัญหาเ้าค่ะ แล้วเราจะเริ่มจากตรงไหนก่อนดี” เจียงเยว่เวยชี้ไปที่เสิ่นเลี่ยงหวง “ในฐานะที่เ้าเป็ผู้เสียหาย และเพื่อไม่ให้บ้านสายรองของพวกเ้ามาว่าข้าได้ว่าข้าเข้าข้างลูกชาย เช่นนั้นข้าจะให้โอกาสเ้าได้พูดก่อน”
เสิ่นเลี่ยงหวงไม่คิดว่าเจียงเยว่เวยจะชี้มาที่ตน เขารีบหันไปมองบิดาเพื่อขอความเห็น
เสิ่นเจาเชื่อมั่นในตัวบุตรชายเต็มที่ อีกทั้งบุตรชายก็ได้รับาเ็จริงๆ เห็นได้ชัดว่าเป็เสิ่นลู่หลินที่ทำผิด “เลี่ยงหวง พ่ออยู่นี่ทั้งคนเ้าไม่ต้องกลัวใครทั้งนั้น เ้าเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดออกมาก็พอ”
ได้รับคำยืนยันจากบิดา เสิ่นเลี่ยงหวงก็มีความมั่นใจขึ้นมาเต็มร้อย “เื่มีอยู่ว่าข้าออกไปเที่ยวเล่นกับสหายที่นอกจวนจึงได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับป้าสะใภ้มาไม่น้อย ด้วยความโมโหที่ป้าสะใภ้ทำให้จวนของเราต้องได้รับความอับอาย เมื่อข้าเห็นคนจากบ้านสายหลัก ข้าจึงต่อว่าท่านป้าไปหลายประโยค แต่ไม่คิดว่าเสิ่นลู่หลินจะทำร้ายข้าขอรับ”
เจียงเยว่เวยแอบยิ้ม หลานชายคนนี้ช่างไร้สมองเหมือนบิดาของเขาเสียจริง เช่นนั้นน้องสาวของเขาก็คงไม่ต่างกันกระมัง นางชี้ไปที่เสิ่นเลี่ยงหรู “เสิ่นเลี่ยงหรู ในเมื่อเ้าก็อยู่ในเหตุการณ์ด้วย เ้าลองบอกมาซิว่าพี่ชายของเ้าต่อว่าข้าอย่างไร”
เสิ่นเจารู้จุดประสงค์ของเจียงเยว่เวยแล้ว นางกำลังหลอกถามบุตรสาวของตน แต่แล้วอย่างไร ต่อให้เป็การหลอกถาม แต่เขาก็ยังมั่นใจว่าบุตรชายที่มีผลการเรียนอยู่ในลำดับต้นของสำนักศึกษาย่อมไม่พูดจาให้ร้ายคนอื่น อีกทั้งคำพูดไม่น่าฟังทั้งหลาย บุตรชายของเขาไม่มีวันพูดออกมาเป็อันขาด เขาพยักหน้าเพื่อเป็การสนับสนุนบุตรสาวเช่นกัน “เลี่ยงหรู เ้าได้ยินอะไรมาเ้าก็พูดมันออกไปอย่างนั้น ต่อให้เป็คำพูดไม่น่าฟังเพียงใดเ้าก็อย่าได้ปิดบัง”
เสิ่นเลี่ยงหรูเห็นว่าก่อนหน้านี้พี่ชายพูดความจริงออกไปก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ในเมื่อบิดาให้นางพูดความจริงออกมาทั้งหมด เช่นนั้นนางก็จะพูด “พี่ใหญ่บอกว่าป้าสะใภ้เป็ผู้หญิงเลว การกระทำของนางทำให้จวนของเราต้องอับอาย ข้าเห็นด้วยกับคำพูดของพี่ใหญ่ ข้าจึงเรียกป้าสะใภ้ว่าผู้หญิงเลวและข้ายังบอกว่านางหน้าไม่อายด้วยเ้าค่ะ”
เสิ่นเจาถึงกับหน้าเสีย อย่างไรเจียงเยว่เวยก็เป็ผู้าุโ ไม่ว่าความประพฤติของนางจะเป็อย่างไร แต่บุตรชายกับบุตรสาวของเขาก็ไม่มีสิทธิ์พูดจาล่วงเกินนางแบบนั้น “พวกเ้าพูดเช่นนั้นจริงหรือ”
“ใช่สิเ้าคะ เรายังพูดคำอื่นอีกตั้งหลายคำ แต่พวกคนบ้านสายหลักก็เอาแต่หาว่าข้ากับพี่ใหญ่ไม่รู้จักผู้าุโ พวกเขายังบอกอีกว่าข้ากับพี่ใหญ่อ่านตำราไปก็ไม่เข้าสมอง แม้แต่คำสอนของขงจื๊อพวกเราก็ไม่เข้าใจ พี่ใหญ่โมโหที่ถูกบ้านสายหลักต่อว่า เขาก็เลยพาดพิงไปถึงอนุชั้นต่ำทั้งสามคนของท่านลุงใหญ่อีกด้วย เราสองคนพี่น้องพูดออกมาแค่นี้ เสิ่นลู่หลินก็ตรงเข้ามาถีบที่ท้องของพี่ใหญ่จนพี่ใหญ่าเ็อย่างที่ท่านพ่อเห็นเลยเ้าค่ะ”
เจียงเยว่เวยได้ยินก็ยิ้มให้เด็กหญิง “เลี่ยงหรูเด็กดี เช่นนั้นป้าสะใภ้ขอถามเ้าอีกสักประโยค โดยปกติแล้วลู่หลินของป้าถึงแม้ว่าเขาจะใจร้อนอยู่บ้าง แต่เขาก็ไม่ใช่คนที่ทำอะไรด้วยอารมณ์โดยไม่สนใจเหตุผล ก่อนที่เขาจะทำให้พี่ชายของเ้าเจ็บตัว เขาได้พูดอะไรก่อนหรือเปล่า เ้าต้องคิดให้ดีๆ นะ”
เสิ่นเลี่ยงหรูเห็นป้าสะใภ้พูดจาไพเราะน่าฟัง ไม่เหมือนที่ผ่านมาที่ป้าสะใภ้มักทำท่าทางน่ากลัว เสิ่นเลี่ยงหรูจึงคิดแบบเด็กๆ ว่าเจียงเยว่เวยคงกำลังกลัวกับสิ่งที่นางเพิ่งพูดออกไป เสิ่นเลี่ยงหรูมั่นใจขึ้นอีกแล้วว่าครั้งนี้ด้วยคำพูดของนาง พี่ชายพี่สาวจากบ้านสายหลักต้องถูกท่านย่าใช้กฎของตระกูลลงโทษเป็แน่ “ป้าสะใภ้พูดถูกแล้วเ้าค่ะ ก่อนที่พี่ลู่หลินจะทำร้ายพี่ชายของข้า เขายังพูดข่มขู่พี่ชายของข้าว่าเขาเป็พี่ชายก็เหมือนบิดา ในเมื่อพี่ชายของข้าพูดจาไม่เคารพผู้าุโ เพื่อไม่ให้พี่ชายของข้าไปทำขายหน้าเมื่ออยู่นอกจวน และเพื่อไม่ให้ท่านพ่อกับท่านแม่ของข้าถูกหาว่าไม่มีปัญญาอบรมบุตร พี่ลู่หลินจึงใช้ความเป็พี่ชายมาอบรมพี่ชายของข้าแทนท่านพ่อท่านแม่เ้าค่ะ”
ทุกคนได้ยินคำพูดของเสิ่นเลี่ยงหรูอย่างชัดเจน เสิ่นเจากับภรรยาของเขาถึงกับไม่กล้าเงยหน้ามองเจียงเยว่เวย พวกเขาหันไปมองบุตรชายกับบุตรสาวไร้สมองของตนอย่างคาดโทษ
แม้กระทั่งฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นที่เป็คนไร้เหตุผลยังรู้เลยว่าเื่ทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะหลานชายกับหลานสาวของตนไปหาเื่เด็กๆ จากบ้านสายหลักก่อน ก่อนหน้านี้ที่นางตั้งใจโวยวายให้เื่มันใหญ่โตเพราะคิดว่านางจะใช้กฎของตระกูลสั่งสอนครอบครัวสายหลักได้ แต่ไม่คิดว่าสุดท้ายจะเป็เสิ่นเลี่ยงหวงกับเสิ่นเลี่ยงหรูต่างหากที่ผิด
“ท่านแม่ ท่านได้ยินแล้วใช่หรือไม่เ้าคะ เสิ่นเลี่ยงหวงเป็เด็กแต่กลับกล้ากล่าววาจาล่วงเกินผู้าุโเช่นข้า ส่วนเสิ่นเลี่ยงหรูก็เป็ต้นเหตุที่ทำให้พี่น้องต้องมาทะเลาะกัน ความผิดของพวกเขาหากลงโทษตามกฎของตระกูล...” เจียงเยว่เวยทำท่าคิดแล้วแสร้งหันไปมองเสิ่นเลี่ยงหวงกับเสิ่นเลี่ยงหรูด้วยสายตาเห็นใจ “กฎของตระกูลอย่างไรก็ไม่อาจฝ่าฝืน แต่การจะโบยพวกเขาคนละยี่สิบไม้ก็ดูจะมากเกินไป เช่นนั้นท่านแม่ก็โบยพวกเขาสักคนละห้าไม้ก็ได้เ้าค่ะ ข้าคิดว่าลู่หลินก็คงไม่อยากเห็นน้องๆ ของเขาต้องถูกโบยมากกว่านี้เช่นกัน”
เสิ่นลู่หลินไม่รู้ความคิดของมารดาแต่ก็ยังสนับสนุน “ข้าคิดเหมือนท่านแม่ขอรับ”
เจียงเยว่เวยยังยิ้มกดดันฮูหยินผู้เฒ่า “ท่านแม่ได้ยินแล้วใช่หรือไม่เ้าคะ ลู่หลินบอกแล้วว่าให้ท่านโบยเสิ่นเลี่ยงหวงกับเสิ่นเลี่ยงหรูคนละห้าไม้ก็พอ”
“พี่สะใภ้ เื่นี้ข้า...ข้าว่าให้หวงเอ๋อกับหรูเอ๋อขอโทษลู่หลินก็น่าจะพอแล้ว อย่างไรลูกชายของข้าก็ได้รับาเ็อยู่ ส่วนลูกสาวก็ยังเด็กเกินไป หากการโบยครั้งนี้ทิ้งรอยแผลเอาไว้ ข้าเกรงว่ามันจะมีผลต่อการหาคู่ครองให้นางขอรับ” เสิ่นเจารีบบอกเหตุผล
เจียงเยว่เวยรู้อยู่แล้วว่าเสิ่นเจาต้องหาข้ออ้างเพื่อไม่ให้เสิ่นเลี่ยงหวงกับเสิ่นเลี่ยงหรูต้องถูกโบย และเมื่อสบเข้ากับสายตาของบุตรชาย อีกทั้งเสิ่นเจาก็เคยทำร้ายบุตรชายของนางมาไม่น้อย เช่นนั้นครั้งนี้นางจะให้บุตรชายได้ระบายแค้นสักหน่อย “ลู่หลิน เ้าได้ยินคำพูดของท่านอารองแล้วใช่หรือไม่ อย่างไรเื่นี้ก็เป็เ้าที่ไม่ได้รับความเป็ธรรม แม่จะให้เ้าตัดสินใจเองก็แล้วกัน”
เสิ่นลู่หลินมองมารดาอย่างใ มารดากำลังจะให้โอกาสเขาได้แก้แค้นท่านอารองอย่างนั้นหรือ “หากท่านแม่ให้ข้าตัดสินใจก็หมายความว่าท่านจะยอมทำตามคำพูดของข้าใช่หรือไม่ขอรับ”
“แน่นอนสิ เื่นี้เป็เ้าที่ถูกเข้าใจผิดจนทำให้เ้ากับน้องๆ ต้องไปคุกเข่าอยู่กลางแดดร้อน แม่ย่อมทำตามคำพูดของเ้าอยู่แล้ว”
เสิ่นลู่หลินเลียนแบบมารดาที่แสร้งมองเสิ่นเจาด้วยความเห็นใจ “แต่ไหนแต่ไรท่านย่าก็ปฏิบัติตามกฎของตระกูลอย่างเคร่งครัดมาโดยตลอด อย่างที่ท่านอารองพูดไว้ก็ไม่ผิด เลี่ยงหวงกับเลี่ยงหรูยังเด็กคงทนรับโทษโบยไม่ได้ แต่เพื่อไม่ให้ท่านย่าลำบากใจและเพื่อไม่ให้เลี่ยงหวงกับเลี่ยงหรูต้องถูกโบย เช่นนั้นท่านอารองที่เป็บิดาสามารถรับโทษโบยแทนพวกเขาได้ ในเมื่อพวกเขาต้องถูกโบยคนละห้าไม้ เช่นนั้นท่านอารองก็รับโทษโบยสิบไม้แทนพวกเขาเถิดขอรับ”
“ลู่หลินของแม่ช่างมีเหตุผล ไม่ยอมให้ท่านย่าต้องผิดคำพูดและเพื่อไม่ให้เลี่ยงหวงกับเลี่ยงหรูต้องเจ็บตัว ให้ท่านอารองของเ้ารับโทษโบยแทนก็ถือว่าเหมาะสมแล้ว” เจียงเยว่เวยหันไปยิ้มให้ฮูหยินผู้เฒ่า “ท่านแม่เ้าคะ ท่านให้น้องรองรับโทษโบยแทนหลานรักของท่านไปเถิดเ้าค่ะ ในเมื่อท่านเชิญกฎของตระกูลมาแล้วก็ต้องทำให้ได้ หากครั้งนี้ท่านผิดคำพูด ต่อไปไม่ว่าท่านจะยกเอากฎของตระกูลขึ้นมาอีกกี่ครั้ง ครอบครัวสายหลักของเราก็จะไม่ทำตามแล้วนะเ้าคะ”
เสิ่นเจาอยากบอกเหลือเกินว่าให้ท่านแม่ยกเลิกการลงโทษครั้งนี้ไปเถิด ตัวเขาจะได้ไม่ต้องมาเจ็บตัว ส่วนที่ว่าในอนาคตจะใช้กฎของตระกูลมาลงโทษครอบครัวสายหลักไม่ได้นั้นจะต้องไปสนใจทำไม ยังมีวิธีการอีกมากมายที่จะเอามาใช้จัดการกับครอบครัวสายหลักได้ เพียงแต่เสิ่นเจายังไม่ทันพูด ฮูหยินผู้เฒ่าก็พูดขึ้นก่อน
“ข้าจะให้เ้ารองรับโทษโบยแทนหวงเอ๋อกับหรูเอ๋อ ส่วนพวกเ้าก็ระวังไว้ให้ดี หากในอนาคตพวกเ้าทำผิดแม้แต่นิดเดียว ข้าก็จะใช้กฎของตระกูลมาลงโทษพวกเ้าเช่นกัน” ฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นบอก
เสิ่นเจาถึงกับเข่าทรุดเมื่อได้ยิน หากเขาโดนโบยสิบไม้จริงๆ ครึ่งเดือนนี้เขาคงลงจากเตียงไม่ได้แล้ว
เย่าหลิงเห็นสามีหน้าซีดก็หันไปมองแม่สามีด้วยความไม่พอใจ “ท่านแม่ตัดสินใจอย่างนั้นได้อย่างไรเ้าคะ ท่านพี่เป็บัณฑิตร่างกายอ่อนแอ ถูกโบยไปสิบไม้ไม่เท่ากับเอาชีวิตเขาไปเลยหรือ”
ฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นที่ถูกเจียงเยว่เวยทำให้โมโหมาตลอดทั้งบ่าย เมื่อได้ยินคำพูดของลูกสะใภ้รอง นางจึงะโกลับ “เ้าในฐานะแม่ไม่อบรมสั่งสอนลูกให้ดี เช่นนั้นเ้าก็รับโทษโบยไปพร้อมกันเลย!”
เจียงเยว่เวยและคนในบ้านสายหลักยังคงไม่ไปไหน พวกนางนั่งดูเสิ่นเจากับเย่าหลิงถูกโบยจนครบสิบไม้
ฮูหยินผู้เฒ่าเห็นว่าครอบครัวสายหลักยังอยู่ก็ให้รู้สึกขัดตา “ยังมานั่งเสนอหน้าอยู่ทำไม ไม่รีบไสหัวกลับเรือนของพวกเ้าไปเล่า”
เจียงเยว่เวยยิ้ม “ท่านจะรีบไล่พวกเราไปไหนเ้าคะ ข้ายังมีเื่ที่ต้องให้ท่านช่วยตัดสินใจอยู่เลยเ้าค่ะ”
“เช่นนั้นเ้าก็รีบพูดมา ข้าอยากกลับไปพักผ่อนแล้ว” ฮูหยินผู้เฒ่าบอกอย่างหงุดหงิด
“ท่านแม่ต้องช่วยคืนความเป็ธรรมให้ข้านะเ้าคะ เพราะข้าสืบรู้มาแล้วว่าใครเป็คนปล่อยข่าวลือนั้นออกไป”
เสิ่นเจากับแม่นมฉุยที่เพิ่งถูกบ่าวรับใช้หามกลับมาถึงกับต้องหันไปมองหน้ากันเพราะไม่คิดว่าเจียงเยว่เวยจะสืบรู้ได้เร็วขนาดนี้ และเพื่อไม่ให้เจียงเยว่เวยได้ทันสังเกต
เสิ่นเจาก็พูดกับแม่นมฉุยเสียงเบา “แม่นมฉุย เ้ารู้นะว่าเ้าควรพูดอะไร หากเ้ากล้าพาดพิงแล้วทำให้ข้าเดือดร้อน ไม่ใช่แค่ลูกชายจอมเสเพลของเ้าที่จะถูกข้าจัดการ แต่ลูกสาวผู้แสนงดงามของเ้าก็จะถูกข้าขายเข้าหอคณิกา รวมถึงหลานชายคนเดียวของเ้าก็จะถูกข้าขายให้กับโรงค้าทาสเช่นกัน”
แม่นมฉุยมองเสิ่นเจาด้วยสายตาเคียดแค้น คนปล่อยข่าวลือเป็ฝีมือของลูกชายของนางก็จริง แต่ที่เขาทำไปก็เพราะเป็คำสั่งของเสิ่นเจากับฮูหยินผู้เฒ่าไม่ใช่หรือ แล้วเหตุใดเมื่อถูกจับได้ ครอบครัวของนางต้องรับโทษอยู่ฝ่ายเดียว นางอยากปฏิเสธแต่เมื่อนึกถึงชีวิตของลูกๆ และหลานชาย “ขอแค่นายท่านรองรับปากว่าจะไม่ทำอันตรายครอบครัวของข้า ข้าจะยอมรับความผิดนั้นไว้เองเ้าค่ะ”