ว่าแล้วสองหนุ่มจึงพากันเดินลัดเลาะตามริมแม่น้ำ บรรยากาศริมแม่น้ำช่างสวยงามยิ่ง นนท์ทอดสายตาไปไกลมองเห็น ขุนเขาเจ็ดลูกตั้งตระหง่าน อยู่ไกลลิบ
" พี่เหอเขาทั้งเจ็ดลูกคือที่ใด " นนท์ถามด้วยความใคร่รู้
" ขุนเขาเจ็ดลูกนั้น คือที่ตั้งของนิกายเจ็ดบรรพต เป็สถานที่ฝึกตนหนึ่งในสี่สำนักใหญ่ในเมืองนี้ " คำตอบของหวังเหอคลายความสงสัยให้นนท์ไม่น้อย
" พี่เหอ แล้วที่เหลือเล่ามีสำนักอันใดบ้าง " นนท์เร่งเร้าหวังเหอ
" มีสำนักพยัคฆ์คำรณ สำนักขุนเขาเหมันต์ สำนักดาบโลหิต นี่เป็สี่สำนักใหญ่ในเมืองจาง " ด้วยน้ำเสียงเหมือนหงุดหงิดของหวังเหอ ทำให้นนท์คิ้วกระตุก
" เอ่อ พี่เหอข้าขอโทษที่ทำให้ท่านไม่สบายใจ " นนท์กล่าวด้วยน้ำเสียงที่เศร้าสร้อย
" ที่ข้าหงุดหงิดไม่เกี่ยวกับเ้าดอก เป็เพราะในอดีตข้ามีความหลังที่ไม่ดีกับสี่สำนักนี้ " หวังเหอกล่าวกับนนท์เพื่อให้นนท์คลายกังวล
" อ่อ เป็เช่นนั้น " ทั้งคู่ก็สนทนากันไปจนเดินถึงบ้าน
" ลี่ชุน สามีเ้ากลับมาแล้ว " หวังเหอร้องเรียกภรรยาของตน
" ท่านพี่ ท่านกลับมาแล้ว " เสียงของหวังลี่ชุนลอยมาจากในบ้าน พร้อมทั้งวิ่งออกมาต้อนรับสามี
" อาซ้อ นี่เป็กระต่ายป่าที่ข้าล่ามาได้ ไว้ให้ท่านปรุงอาหาร " นนท์ยื่นซากกระต่ายป่าให้กับหวังลี่ชุน
" ดี ดี เดี๋ยวข้าจะไปเตรียมอาหาร ส่วนพวกท่านก็ไปอาบน้ำเพื่อจะได้มากินข้าวกัน " ว่าเสร็จหวังลี่ชุนจึงรีบเข้าคร้วเพื่อเตรียมอาหาร
ที่โต๊ะอาหาร
" ลี่ชุน สามสี่วันที่ผ่านมา เราเก็บสมุนไพรได้เยอะขึ้น ข้าว่าพรุ่งข้าจะเข้าเมืองเพื่อจะนำสมุนไพรไปขาย และจะพาน้องนนท์ไปเปิดหูเปิดตาในเมืองด้วย " หวังเหอบอกภรรยาของตน ในแผนการวันพรุ่งนี้
" อืม น้องนนท์หากเ้าจะเข้าเมือง ข้าเตรียมชุดไว้ให้เ้าแล้ว " กล่าวเสร็จจึงรีบเดินไปหยิบชุดในห้องของตน
" อ่ะ น้องนนท์นี่ชุดคลุมและผ้าปิดหน้า " หวังลี่ชุนยื่นชุดให้นนท์
นางบอกกับนนท์ " หากเ้าเข้าเมืองโดยไม่อำพรางตน ข้าเกรงว่าเ้าจะถูกชาวบ้านเหยียดหยาม กล่าวหาว่าเป็ปีศาจ "
" ขอบคุณอาซ้ออย่างยิ่ง คงจะเป็ดั่งเช่นที่ท่านกล่าว " นนท์เหลียวมองดูร่างกายของตน แผลจากไฟไหม้ทั้งตัว ไม่มีเส้นผมและเส้นขนแม้แต่เสันเดียว ิัขรุขระ ตะปุ่มตะป่ำ อัปลักษณ์เป็อย่างยิ่ง
" ขอบคุณอาซ้อที่เข้าใจในตัวข้า " ขอบคุณหวังลี่ชุนอีกครั้งจากใจจริง
" นี่ก็มืดแลัวเดี๋ยวข้าจะเข้าไปบ่มเพาะแล้ว น้องนนท์พรุ่งนี้เตรียมตัวให้พร้อมจะได้เดินทางเข้าเมืองกัน " หวังเหอบอกนนท์แล้วลุกเดินจากไป
เช้าวันใหม่ นนท์อยู่ในชุดคลุมสีดำแบบมีหมวกพร้อมใส่หน้ากากและถุงมือ คงเหลือแต่ตาที่ไม่ได้อำพราง ดูลึกลับยิ่งนัก
" น้องนนท์หากเ้าพร้อมแล้วไปกัน " หว้งเหอเอ่ยกับนนท์แล้วออกเดินทางพร้อมกัน
ทั้งสองมุ่งหน้าไปตามเส้นทางเพื่อเข้าเมือง ผ่านไปราวๆ 2 ชั่วยาม ทั้งคู่เข้าใกล้ประตูเมือง นนท์ทอดสายตามองไปยังกำแพงเมืองสีขาว ความยาวของกำแพงเมืองราว 10 ลี้ ( 1 ลี้ ประมาณ 500 เมตร ) ความสูงของกำแพงเมืองราวๆ 40 จั้ง ( 1 จั้ง ประมาณ 25 เซ็นติเมตร ) ดูใหญ่โตยิ่งนัก ้าของกำแพงเมือง มีหอคอยเป็ระยะ และมีทหารเดินลาดตระเวณตลอดเวลา
" อา สถาปัตยกรรมสมัยโบราณ ดูเรียบๆแต่สวยงามและมีมนต์ขลังยิ่งนัก " นนท์พีมพำกับตัวเอง
" พี่เหอ กำแพงเมืองสูงขนาดนี้คงจะป้องกันสัตว์อสูรได้เกือบทั้งหมด " นนท์ถามหวังเหอ
" ใช่ เกือบทั้งหมด สัตว์อสูรระด้บหกขึ้นไป จะะโได้สูง และบางสายพันธุ์บินได้ แต่เมืองจางนี้ไม่เคยพบเจอสัตว์อสูรระดับหกเลย " หวังเหอตอบ
เสียงทหารเฝ้าประตูเมืองดังขึ้นมา " ผู้ที่จะเข้าเมืองจ่ายค่าเข้าเมืองคนละ 10 เหรียญทองแดง "
100 เหรียญทองแดง เท่ากับ 1 เกรียญเงิน
100 เหรียญเงิน เท่ากับ 1 เหรียญทอง
หวังเหอจ่ายค่าเข้าเมืองสองคน ทั้งสองเดินเข้ามาในเมือง สายตาของนนท์นั้นตกตะลึงกับความใหญ่โตของเมือง ที่ใจกลางของเมือง มีปราสาทหลังใหญ่ตั้งอยู่
" พี่ปราสาทนั่น " เสียงละล่ำละลักถามหวังเหอ
" นั่นมันจวนเ้าเมือง ทั้งยังเป็ศาลากลาง และที่ว่าราชการ ของเ้าเมืองด้วย " หวังเหอตอบนนท์อย่างมีอารมณ์ขันในตัวนนท์
" พี่เหอ เ้าเมืองปกครองที่นี่น่าจะแข็งแกร่ง " หลังจากตั้งสติได้นนท์จึงเอ่ยถามต่อ
" เ้าเมืองเป็ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในเมืองจางแล้ว ขั้นฝึกตนน่าจะอยู่ในระดับเทวะขั้นสูงสุด หรือครี่งก้าวราชันเทวะ ต้วตนเช่นนี้ ฝ่ามือเดียวก็ทลายูเาได้ทั้งลูก "
ได้ยินคำตอบนนท์ถึงกับตัวสั่น
" น่ากลัวยิ่งนัก " นนท์พึมพำกับตัวเอง
" เรารีบไปขายสมุนไพรกันดีกว่า " หวังเหอกระตุ้นนนท์