สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

เล่มที่ 7 บทที่ 188 เด็กหนุ่มอันธพาลในชุดเกราะทอง

       “ข้าก็คิดเหมือนท่าน ท่านผู้ดูแลแฮร์รี่ไอ้หนูโสโครกพวกนี้มันไม่กล้าปะทะกับข้าตรงๆ หรอกเพราะพวกมันรู้ดีว่าไม่ใช่คู่มือของข้าดังนั้นถึงได้ใช้วิธีการต่ำทรามเช่นนี้...” ซุนเฟยพลันนึกถึงราชาแบล็กสโตนขึ้นมาก่อนเป็นคนแรกก่อนหน้านี้ ตอนที่พวกเขายังอยู่ในอาณาเขตเมืองแบล็กสโตนราชาแบล็กสโตนได้ส่งองค์ชายเอคโค่และทหารม้าของพวกมันมาก่อกวนพวกเขาได้ทุกคืน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ทำให้พวกเขาหวนคิดไปถึงการกระทำของราชาแบล็กสโตนในตอนนั้น

        “แต่พวกเขาก็น่าจะรู้ว่า การกระทำพวกนี้ไม่อาจทำร้ายท่านได้แล้วทำไมพวกเขาถึงยังทำแบบนี้เล่า?”

        ผู้ดูแลเรดแนปป์รู้ได้ทันทีว่าการซุ่มโจมตีที่ผ่านมาต่างมุ่งเป้าไปที่ราชาเมืองแซมบอร์ดส่วนตัวเขาและกองคาราวานก็แค่พลอยซวยไปด้วยเพราะบังเอิญร่วมทางกันมาเท่านั้นเองแต่ด้วยความอยากรู้อยากเห็น ทำให้เขาไม่คิดที่จะตีตัวออกห่างจากกองทัพเมืองแซมบอร์ดเพื่อหลบหนี‘ความซวย’ นี้ สำหรับพ่อค้าแล้วพวกเขาจะมีความเชื่อที่ฝังอยู่ในกระดูกของพวกเขาจนเข้าสู่กระแสเลือดอยู่อย่างหนึ่งนั่นก็คือ ผลตอบแทนมหาศาลมันเป็นไปไม่ได้เลยที่พวกเขาจะได้รับผลตอบแทนมาแบบง่ายๆ โดยที่ไม่ต้องจ่ายอะไรเลย ก่อนจะตัดสินใจลงทุนอะไรสักอย่างอย่างแรกที่พวกเขาจะต้องทำก็คือวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของผลตอบแทนที่จะได้รับว่ามันจะคุ้มค่าที่จะเสี่ยงหรือไม่และเห็นได้ชัดว่า จากการวิเคราะห์ของเรดแนปป์ ความแข็งแกร่งที่น่าทึ่งของราชาเมืองแซมบอร์ดในตอนที่จัดการกับพวกกองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตหรือแม้แต่ฝีมือของราชองครักษ์เฟร์นันโดตอร์เรสกับพัศดีโอเลเกร์ที่แสดงออกมาให้เห็นเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมายิ่งทำให้เรดแนปป์มั่นใจว่า อันตรายที่พวกเขาได้เผชิญอยู่ ณ ตอนนี้มันคุ้มค่าที่จะเสี่ยงแล้ว

        ขอเพียงมีกำไรอยู่เบื้องหน้าพวกพ่อค้าก็พร้อมจะเสี่ยง บางทีพวกพ่อค้าอาจกล้าได้กล้าเสียมากกว่าพวกทหารรับจ้างเสียอีก

        “ใครจะรู้เล่า? บางทีพวกมันอาจจะแค่ถ่วงเวลาไว้เพื่อเตรียมการอะไรบางอย่าง หรือไม่ก็แค่อยากจะทำให้พวกข้าเหนื่อนตายล่ะมั้ง...” ซุนเฟยยักไหล่ก่อนจะพูดอย่างไม่ใส่ใจว่า “ที่แน่ๆ คนพวกนี้มีเจตนาไม่ดีคิดไปก็เสียเวลาเปล่า เพราะอย่างไรความจริงก็จะเปิดเผยขึ้นมาเองสักวัน...แฮร์รี่ข้ามีลางสังหรณ์ว่า บางทีอาจจะมีใครบางคนรอเราอยู่ข้างหน้าก็ได้ ฮ่าๆๆไม่ช้าเราอาจจะได้พบกัน”

        หลังจากรักษาผู้ที่ได้รับบาดเจ็บแล้วซุนเฟยก็ออกคำสั่งให้เริ่มเดินทางต่อ

        ซุนเฟยให้แองเจล่ากลับไปนั่งในรถม้าเวทมนตร์ขององค์หญิงก่อนเพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ซุนเฟยไม่อยากให้เกิดความสูญเสียโดยที่ไม่จำเป็นขึ้นอีกครั้ง ดังนั้นเขาจึงเรียกให้อัศวินบรอนซ์เซนต์ที่ลาดตระเวนอยู่ด้านหน้ากลับมาจากนั้นก็เปลี่ยนเป็น 'โหมดดรูอิด' ตอนนี้ตัวละครดรูอิดเลเวลถึง32 แล้ว เขาสามารถอัญเชิญหมาป่าออกมาได้ห้าตัวและอีกายักษ์อีกสามตัวซุนเฟยสั่งให้พวกมันแยกย้ายกันไปลาดตระเวนทั้งบนฟ้าและพื้นดิน

        เนื่องจากดรูอิดสามารถเปลี่ยนวิสัยทัศน์สลับกันไปมาระหว่างหมาป่าและอีกาได้ดวงตาของซุนเฟยตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับดาวเทียมของทางการทหารและเรดาร์ เขาสามารถสังเกตการเคลื่อนไหวทั้งหมดภายในรัศมีสิบกิโลเมตร

        สีหน้าของเขาสงบนิ่งแต่ใครจะรู้ว่าในใจของซุนเฟยเต็มไปด้วยรังสีฆ่าฟันที่พลุ่งพล่านอยู่

        เหตุการณ์หินยักษ์ถล่มเมื่อครู่นี้ทำให้มีอัศวินบรอนซ์เซนต์ห้าคนและหน่วยเทศกิจอีกสิบคนได้รับบาดเจ็บมีหลายคนที่ได้รับบาดเจ็บหนัก แทบจะพูดได้ว่าเป็นครั้งแรกที่กองทัพเมืองแซมบอร์ดบาดเจ็บหนักขนาดนี้นับตั้งแต่ออกเดินทางจากเมืองแซมบอร์ด หากไม่ใช่ว่าเขามีน้ำยารักษาจากโลก Diablo ล่ะก็คงต้องเกิดการสูญเสียร้ายแรงขึ้นมาแน่ๆ และยังทำให้ผู้คุ้มกันของหองคาราวานกลุ่มการค้าโซรอสต้องเสียชีวิตถึงห้าคนใครจะรับประกันได้ว่าการโจมตีที่ขี้ขลาดของพวกหนูสกปรกครั้งต่อไปจะไม่มีคนของเขาที่ต้องตาย?

        คิดจะมาล้อเล่นอะไรกันนักรบของบิดาจะต้องไม่มาตายอยู่ที่นี่

        ซุนเฟยตัดสินใจอย่างแน่วแน่แล้วจะต้องทำให้พวกสวะที่ทำตัวลับๆ ล่อๆ แบบนี้ต้องหลาบจำไปจนตาย

        ……

        ……

        แสงของพระอาทิตย์สีเลือด ชโลมทุ่งราบให้กลายเป็นสีแดง

        ทัศนียภาพสวยงามประหนึ่งภาพวาดทั้งยังเงียบสงบ

        ทันใดนั้นก็ปรากฏเงาร่างผอมสูงค่อยๆ โผล่พ้นขึ้นมาจากเนินเขาสีเหลือง

        เขาถอดหมวกเกราะเหล็กบนหัวด้วยมืออันสั่นเทาใบหน้าภายใต้หมวกเกราะเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาที่กำลังชุ่มดวงตาสายตาของเขาทอดมองไปไกลข้ามแม่น้ำจูลี่และภูเขาที่ยาวเหยียดก่อนจะไปหยุดอยู่ตรงกำแพงเมืองที่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนมันก็ยังคงตราตรึงอยู่ในความทรงจำของเขาเสมอมาเขากลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ เขาสูดอากาศของบ้านเกิดตัวเองเข้าไปอย่างตะกละตะกรามก่อนจะคุกเข่าลงและจูบพื้นดินด้วยร่างที่สั่นเทา

        “เมืองแซมบอร์ดในที่สุดข้าก็ได้กลับมาที่บ้านของข้า!”

        ร่างผอมสูงพลันลุกขึ้นมาชูสองมือขึ้นเหนือฟ้าอย่างดีใจเสียงร้องตะโกนด้วยความปีติดังขึ้นอย่างบ้าคลั่ง

        ไม่ช้าก็มีเงาร่างจำนวนมากวิ่งขึ้นมาบนเนินเขาแต่ละคนมีสวมเสื้อเก่าๆ ขาดๆ พวกเขาต่างดึงชุดเกราะสีดำออกมาหลังจากการเดินทางที่แสนยาวนานและเหนื่อยล้าพวกเขาใช้ดาบและหอกที่เป็นอาวุธฆ่าฟันมาพยุงร่างของตัวเองไว้ พลังกายของพวกเขาได้ใช้ไปจนหมดเกลี้ยง เหลือเพียงพลังใจล้วนๆ พลังใจที่ประคับประคองให้พวกเขาก้าวเดินต่อไปอย่างมุ่งมั่น

        “กลับมาแล้ว...ข้ากลับมาแล้วจริงๆ!”

        “เมืองแซมบอร์ด บ้านของข้าข้าได้กลับมาเห็นเจ้าอีกครั้งแล้ว...”

        “โอ้พระเจ้า บอกข้าทีว่าข้าไม่ได้ฝันไปใช่ไหม?”

        แฟรงก์ แลมพาร์ดและ 'สองอสุรกาย' พร้อมกับอัศวินบรอนซ์เซนต์ยี่สิบกว่าคนในที่สุดพวกเขาก็สามารถอารักขาเหล่าทาสเมืองแซมบอร์ดให้กลับถึงเมืองแซมบอร์ดได้อย่างปลอดภัย

        ชีวิตที่ต้องทนทุกข์ทรมานจากขุมนรกในเมืองแบล็กสโตนทุกวินาทีต้องเผชิญหน้ากับความตายที่พร้อมจะพุ่งเข้ามาหาได้ทุกเมื่อและทุกวันต้องทนเห็นเพื่อนร่วมชาติมาตายต่อหน้าไปทีละคนสองคนใต้คมมีดของพวกปีศาจในร่างมนุษย์ทุกสิ่งทุกอย่างทำให้พวกเขาคิดถึงบ้านเกิดอยู่ทุกลมหายใจ ใครจะคิดเล่าว่าพวกเขาจะได้มีโอกาสกลับมาดื่มน้ำในแม่น้ำจูลี่อีกครั้ง ใครจะไปคิดว่าพวกเขาจะได้มองเห็นกำแพงเมืองแซมบอร์ดอีกครั้งและฉากทุกอย่างในความทรงจำก็กลายเป็นความจริงในวันนี้พวกเขาต่างโห่ร้องออกมาอย่างดีใจ

        ทันใดนั้น ในกลุ่มของพวกเขาพลันได้ยินเสียงหอบหายใจดังถี่ๆ

        ก่อนที่ชายวัยกลางคนอายุห้าสิบกว่าปีจะค่อยๆ ล้มลงจากหลังม้า ทุกคนต่างวิ่งเข้าไปประคองร่างเขาขึ้นมาและพบว่าเขาไม่หายใจอีกแล้ว

        “ผู้เฒ่าดิ๊กตายแล้ว...ที่จริงร่างกายของเขาเกินขีดจำกัดมานานแล้วแต่ที่ยังยืนหยัดไว้ได้ก็เพราะอยากกลับมาเห็นเมืองแซมบอร์ดด้วยตาของตัวเองเป็นครั้งสุดท้ายไม่อย่างนั้นเขาคงตายระหว่างทางตั้งนานแล้ว...” มีบางคนหลั่งน้ำตาออกมาอย่างเงียบเชียบ “ตอนนี้เขาได้บรรลุความปรารถนาของเขาแล้ว แม้ว่าเขาจะตาย แต่ก็ได้กลับมาตายที่แผ่นดินเกิด”

        พวกเขาต่างรู้สึกโศกเศร้าพอๆ กับที่ดีใจทุกอย่างราวกับฝัน

        แลมพาร์ดดร็อกบาและเพียร์ซที่กำลังขี่ม้าลาดตระเวนคอยคุ้มกันพวกเขาเมื่อเห็นฉากนี้ก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมาด้วยความเศร้าโศก นกน้อยกำลังบินกลับบ้านเกิด สุนัขจิ้งจอกกลับมาตายที่รังเกิดชายวัยกลางคนผู้นี้มีแรงใจที่แข็งแกร่งมาก เขายื้อลมหายใจตัวเองไว้เพื่อกลับมาเห็นบ้านเกิดของตัวเองเป็นครั้งสุดท้าย แม้แต่ความตายก็ยังยอมอ่อนข้อให้แก่ชายวัยกลางคนผู้นี้

        แลมพาร์ดส่งม้าเร็ววิ่งกลับไปที่เมืองแซมบอร์ดเพื่อกลับไปแจ้งข่าวการมาถึงของพวกเขา

        ตอนนี้เองกลุ่มม้าเร็วจำนวนหนึ่งก็ได้ปรากฏขึ้นมาอยู่ด้านหลังเขา พวกเขาวิ่งมาหยุดอยู่ตรงหน้าแลมพาร์ดก่อนจะกระซิบเบาๆทันใดนั้นสีหน้าของแลมพาร์ดก็เปลี่ยนไปเขามองไปยังฝูงชนที่กำลังดีใจกับการกลับมาที่บ้านเกิดของตัวเอง ก่อนจะหันกลับมากระซิบถามว่า “ไกลแค่ไหน?”

        “กำลังเข้าสู่อาณาเขตเมืองแซมบอร์ดอยู่ห่างจากเราไปประมาณหนึ่งชั่วโมง”

        “ไอ้พวกโจรระยำกล้าดีอย่างไรมาบุกรุกอาณาจักรแซมบอร์ดของข้า ไม่รู้จักที่ตาย เวลากระชั้นชิดแล้วพอล เจ้ารีบให้คนของเราเดินทางต่อ พยายามรักษาระเบียบไว้อย่างไรก็ตาม พวกเราทุกคนจะต้องเข้าไปในเมืองแซมบอร์ดให้ได้ภายในหนึ่งชั่วโมง แล้วส่งม้าเร็วล่วงหน้าไปแจ้งข่าวกับท่านเบสท์และท่านบรู๊คให้เร็วที่สุดข้าศึกกำลังจะบุกเข้ามาแล้ว บอกให้พวกเขาเตรียมตัวให้พร้อมส่วนเจ้ากับข้าเตรียมตัวสกัดมันไว้ก่อน”

        ไม่นาน แลมพาร์ดก็จะรู้ว่าการตัดสินใจของเขานั้นถูกต้องที่สุด

        ……

        ……

        ชายแดนของอาณาจักรทาเคดะ อาณาจักรบริวารระดับสี่ เทือกเขาสายฟ้าเป็นตำแหน่งชัยภูมิที่ยากจะบุกโจมตีได้ เส้นทางในเทือกเขาคับแคบมากและมีนามว่า 'หนึ่งฟ้า'

        สองฝากฝั่งของเส้นทางหนึ่งฟ้าเป็นหน้าผาสูงตระหง่านผนังหินเรียบ ทำให้ไม่สามารถปีนขึ้นไปได้ ไม่มีหญ้าแม้แต่กอเดียว

        ในตอนนั้นเอง บนยอดหน้าผาของเส้นทางหนึ่งฟ้าได้ปรากฏร่างของชายในชุดดำท่าทางลับๆ ล่อๆ ประมานสองสามคน พวกเขากำลังเร่งเตรียมการอะไรบางอย่างอยู่ในขณะเดียวกันคนที่มีรูปร่างสูงกว่าใครหันกลับไปมองตรงเส้นทางเข้าภูเขาที่อยู่ห่างออกไปจากนั้นก็หันมาพูดกระตุ้นสหายว่า “เร็วๆ พวกมันกำลังจะมา...”

        บนทางเข้าภูเขาที่อยู่ห่างออกไปปรากฏกองทัพขนาดใหญ่ที่กำลังเดินทางขึ้นมาบนภูเขาอย่างรวดเร็ว

        ทันใดนั้นเอง บนท้องฟ้าก็มีเสียงร้องแหลมสูงดังขึ้นมา ‘กา กา กา’ เงาดำขนาดใหญ่บนท้องฟ้าบินโฉบลงมาที่พวกเขาเป็นเวลาเดียวกันกับที่สหายอีกคนที่เงยหน้าขึ้นมองเมื่อรู้สึกว่าเหนือหัวของเขาจู่ๆ ก็มืดขึ้นมากะทันหันเขาเห็นอีกายักษ์สามตัวที่กำลังดิ่งลงมาหาพวกเขาด้วยท่าทีดุร้ายก่อนที่มันจะเอาจะงอยปาของตัวเองจิกเข้าไปในดวงตาของพวกเขาทั้งสามคนแล้วกระชากลูกตาออกมา

        “อ๊าก...ไม่นะ! ได้โปรดไว้ชีวิตข้าด้วย!”

        ชายทั้งสามคนที่สูญเสียลูกตาไปพลันกรีดร้องออกมาพวกเขาดิ้นพล่านกลางอากาศอย่างสะเปะสะปะ ก่อนจะพลัดตกลงมากระแทกพื้นดังตึง!

        ความวุ่นวายเล็กๆ นี้อยู่ในสายตาของหมาป่าสีขาวขนาดยักษ์ที่ไม่รู้ว่ามาตั้งแต่ตอนไหนแน่นอนว่าพวกมันกระโจนเข้าหาชายชุดดำอีกสี่คนที่เหลือแล้วขย้ำพวกมันอย่างเหี้ยมโหดหมาป่ายักษ์เหล่านี้ได้แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของพวกมันว่า เหนือชั้นยิ่งกว่าพวกหมาป่าสายลมเป็นไหนๆไม่ช้าบนยอดเขาก็เหลือเพียงกองกระดูก เศษเนื้อ และรอยเลือดกระจัดกระจายอยู่บนพื้น

        สิบนาทีต่อมา กองทัพเมืองแซมบอร์ดและกองคาราวานกลุ่มการค้าโซรอสก็เดินทางมาถึงจุดนี้

        “โอ้ ตรงนี้มีศพอยู่สองสามศพแฮะ...” พัศดีโอเลเกร์แสยะยิ้มขณะที่พูดออกมาเสียงดัง

        “เดินทางต่อ” ซุนเฟยแทบอยากจะเตะเจ้าอ้วนสมควรตายนี่ไปไกลๆ สักทีไอ้บ้านี่เห็นศพทีไรก็ระริกระรี้เหมือนหมาเห็นขี้ ทำตัวได้หน้าขายหน้ามากมารดามันเถอะ!

        ผู้ดูแลเรดแนปป์ที่อยู่ข้างๆ ก็พิจารณาศพตรงหน้าอย่างละเอียดเขาพบว่าศพพวกนี้เหมือนศพที่เคยเห็นตามรายทางเมื่อหกครั้งก่อนหน้านี้แม้ว่าศพจะเละจนแทบดูไม่ได้ แต่ก็ยังพอมองออกว่า พวกเขาถูกควักลูกตาออกราวกับว่าถูกสัตว์อสูรอะไรสักอย่างโจมตี เขาครุ่นคิดอย่างละเอียดนับตั้งแต่เมื่อวานที่เกิดหินถล่มลงมาจนมีคนบาดเจ็บมากมายราชาแซมบอร์ดไม่เพียงไม่เพิ่มความระมัดระวังเท่านั้นยังเรียกหน่วยลาดตระเวนกลับมาและยังเพิ่มความเร็วในการเดินทางอีกด้วยที่น่าแปลกใจยิ่งกว่านั้นก็คือ หลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้น การเดินทางก็ราบรื่นมาโดยตลอดไม่พบเหตุการณ์ลอบโจมตีหรืออันตรายใดๆ อีกทำให้พวกเขาสามารถเดินทางเข้ามาในอาณาเขตอาณาจักรทาเคดะได้อย่างรวดเร็ว

        หากไม่นับศพที่พบเห็นตามรายทางอยู่ประมานสี่ห้ากลุ่มแล้ว ก็ไม่พบเหตุการณ์อะไรแปลกๆ เกิดขึ้นอีก

        “ดูเหมือนว่าราชาแซมบอร์ดจะแอบทำอะไรบางอย่างลับหลังเพื่อสังหารพวกนักฆ่าที่คิดจะซุ่มโจมตีพวกนี้...หรือว่า เขามีกองกำลังลับภายใต้การบัญชาการของเขาอยู่?” เรดแนปป์รู้สึกตกใจมาก

        เมื่อเดินทางเข้ามาในเส้นทางหนึ่งฟ้าได้สองชั่วโมงกว่าในที่สุด พวกเขาก็เดินทางมาถึงเขตแดนเทือกเขาสายฟ้าแล้ว

        ที่นี่มีภูเขาที่สูงถึงร้อยเมตรตั้งตระหง่านอย่างโดดเดี่ยวและหันหน้าเข้าหากันมันดูเหมือนเทวรูปนักรบสองคนกำลังยืนอยู่ตรงชายขอบของเทือกเขาด้วยลักษณะแปลกๆ ของมันทำให้มันมีชื่อเสียงอย่างมาก ผู้คนเรียกขานมันว่า ‘หอคอยคู่’ หากเดินทางผ่านหอคอยคู่ไปอีกครึ่งวัน พวกเขาก็จะเดินทางเข้าสู่เขตแดนของราชอาณาจักรเซนิท

        แต่เมื่อกองทัพของพวกเขาเดินทางเข้าไปใกล้รัศมีห้าร้อยเมตรจากหอคอยคู่ ซุนเฟยก็พบว่าห่างออกไปนั้นมีกลุ่มอัศวินเกราะทองคำประมาณหนึ่งร้อยคนกำลังรักษาการณ์อยู่ที่ด้านล่างหอคอยเมื่อมองเห็นกองทัพซุนเฟยเดินทางเข้ามา พวกเขาก็กรูกันมาปิดเส้นทางซึ่งหมายความว่าพวกเขาไม่ยอมให้กองทัพเมืองแซมบอร์ดผ่านทางไปและผู้ที่อยู่ด้านหน้าสุดของเหล่าอัศวินเกราะทองเป็นเด็กผู้ชายคนหนึ่งเด็กคนนั้นสวมชุดเกราะสีทอง ถือหมวกเกราะสีทองผมสีบรอนซ์ทองของเขาสะบัดไปตามลมจนยุ่งเหยิงและขี่สัตว์อสูรอยู่ตัวหนึ่ง ร่างของเขาเผยกลิ่นอายอันตรายบางอย่างจางๆ ออกมา ยามที่มองมาที่พวกเขานัยน์ตาของเด็กคนนั้นแฝงไปด้วยความเป็นศัตรู!

          -------

คล้ายกับเรื่องสดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

[จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

[จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

นิยาย แฟนตาซี
282K 1440
บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
1.35M 933
ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

นิยาย แฟนตาซี
150K 136
พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

นิยาย เกมออนไลน์
479K 1734
Legend of God Soul ตำนานจิตวิญญาณเทพเจ้า

Legend of God Soul ตำนานจิตวิญญาณเทพเจ้า

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
173K 135
(จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

(จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

นิยาย เกมออนไลน์
603K 912
อัจฉริยะแห่งราชวงศ์ถัง

อัจฉริยะแห่งราชวงศ์ถัง

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
450K 1842
เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

นิยาย แฟนตาซี
1K 34
ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
207K 185
ประชา : 2090 (จบแล้ว)

ประชา : 2090 (จบแล้ว)

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
18K 258