บทที่ 8 ปะทะ! าเ็สาหัส!
หลังมือถูกแรงกด เศษถ้วยในมือก็ปักลึกลงไปในเนื้อ เืไหลนองพื้น กระเบื้องสีขาวสะท้อนกับเื ภาพนี้ช่างน่าหวาดหวั่นนัก
หนานลี่ขมวดคิ้ว เงยหน้าขึ้นมองสุ่ยเซียนที่กำลังเหยียบมือนาง
ตอนนี้นางเอกดอกบัวขาว กลับมีแววตาดุร้าย น่าเกลียดน่ากลัวเป็อย่างยิ่ง!
"ปีศาจชั้นต่ำ ช่างไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง คิดจะยั่วยวนศิษย์พี่ข้า ในสายตาของเขา เ้าก็แค่ของเล่น พอเล่นจนเบื่อแล้วก็จะถูกทิ้ง ศิษย์พี่ชื่นชอบบุปผาก็จริง แต่พอหมดฤดูบุปผาบาน เขาก็จะไม่สนใจมันอีก"
"เ้าควรเจียมตัวเสียบ้าง ด้วยพลังบ่มเพาะอันน้อยนิดของเ้า ข้าแค่ขยับนิ้ว ก็สามารถบีบเ้าให้ตายได้! พวกปีศาจบุปผาเช่นเ้า ชอบใช้ความงามยั่วยวนผู้อื่น เ้าว่าหากเ้าไม่มีรูปโฉมเช่นนี้ จะยังมีดีอะไรมายั่วยวนบุรุษของข้าได้อีก?" พูดจบ นางก็ยื่นมือออกไป ปลายนิ้วยาวลูบไล้ใบหน้าของหนานลี่ ราวกับ้าทิ้งรอยแผลเป็ ไว้บนใบหน้าของนาง
หนานลี่ไม่ชอบพูดมาก ถ้าลงมือได้ก็จะไม่พูด ตอนอยู่ในยุคโลกาวินาศ พอเจอพวกซอมบี้ นางมักลงมือทันที เพราะซอมบี้พูดไม่รู้เื่
และนางเอกนี่มัน ... ดอกบัวขาวจอมปลอมชัดๆ! น่าตบจริงๆ!!
นางไม่รอช้า ยกมืออีกข้างที่ว่างอยู่ โจมตีจุดตายของสุ่ยเซียน
สุ่ยเซียนสะดุ้งโหยง รีบถอยหลบ
หนานลี่ค่อยๆ ลุกขึ้นยืน ก้มลงมองฝ่ามือที่เต็มไปด้วยเื มุมปากยกยิ้มเยาะ "ต้าเจี่ย(มีหลายความหมาย แต่ ณ ที่นี่สื่อถึงความหมายว่า ‘สตรีวัยกลางคน’ ) เ้าเป็โรคหลงตัวเองหรือไร หากเป็โรคนี้ ต้องรีบรักษานะ"
"เ้าว่ากระไรนะ?" สีหน้าของสุ่ยเซียนบิดเบี้ยว อีกฝ่ายกล้าเรียกนางว่าต้าเจี่ย นางดูแก่ขนาดนั้นเลยหรือ?
"ข้าขอบอกว่า เ้าเป็โรคหลงตัวเอง หรือเรียกง่ายๆ ว่า ‘โรคจิต’"
"เ้า ... กล้าด่าข้า" สุ่ยเซียนโกรธมาก ถึงแม้ว่านางจะต้องพิษ แต่พลังบ่มเพาะของนางก็สูงกว่าหนานลี่
หนานลี่รับมือได้ไม่กี่กระบวนท่า ก็เริ่มต้านทานไม่ไหว พลังพิเศษสู้วิชาเซียนไม่ได้
"ท่านเซียน ท่านมาแล้ว!" หนานลี่ร้องออกมาด้วยความดีใจ
สุ่ยเซียนชะงักไป ยามอยู่ต่อหน้าเป่ยิอิน นางต้องทำตัวอ่อนแอ บุคลิกต้องไม่วางก้าม จึงหันหลังกลับไปด้วยใบหน้าซีดเซียว ทำท่าทางอ่อนแอ ทว่าด้านหลังกลับว่างเปล่า ไม่มีร่างสูงสง่างามของเป่ยิอินอยู่เลย
หนานลี่ฉวยโอกาสที่สุ่ยเซียนกำลังเหม่อลอย รวบรวมพลัง ควบแน่นน้ำในอากาศ ให้กลายเป็ลูกศร พุ่งตรงไปที่หน้าอกของสุ่ยเซียน
สุ่ยเซียนตั้งสติได้ รีบหลบลูกศรน้ำ มันพุ่งเฉียดหน้าอกของนางไป ะเิบนเตียง จนน้ำกระเซ็น
ขณะเดียวกัน สุ่ยเซียนขยับตัวกระหันทัน จึงทำให้เืลมพลุ่งพล่าน อาเจียนออกมาเป็เื
หนานลี่ไขว้สองมือไว้ด้านหลัง พูดอย่างองอาจว่า "เ้าใช้ตาข้างไหนถึงเห็นว่าข้ายั่วยวนศิษย์พี่ของเ้า?"
"ไม่ต้องมาย้อนถามข้า! สายตาของเ้ามันฟ้องอยู่ทนโท่ สายตาที่เ้ามองศิษย์พี่ มันพิกล เห็นได้ชัดว่าเ้ามีใจให้เขา ศิษย์พี่ข้าทั้งรูปงามและสง่างาม เป็เื่ปกติที่เ้าจะชอบเขา ไม่ต้องแก้ตัวแล้ว ยิ่งแก้ตัว ก็ยิ่งดูมีพิรุธ"
สุ่ยเซียนรู้สึกหงุดหงิด นางจะบอกได้อย่างไร ว่าเมื่อคืน นางเห็นเขาทั้งสองคนนั่งชมจันทร์ด้วยกัน บรรยากาศช่างดีเหลือเกิน นั่นเป็ครั้งแรกที่นางเห็นรอยยิ้มของศิษย์พี่ เป็รอยยิ้มที่นางไม่เคยเห็นมาก่อน ทำให้นางรู้สึกหวาดกลัว ราวกับว่าสิ่งที่อยู่ในมือกำลังจะหลุดลอยไป
หนานลี่พูดต่อ "รูปโฉมของเขา หาผู้ใดเทียบได้ยาก สง่างาม ไม่เหมือนใครก็จริง กระนั้น เ้าเคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า 'รูปลักษณ์ภายนอกผู้ใดล้วนไม่แตกต่าง หากแต่จิติญญาต่างหากที่ควรค่าแก่การใส่ใจ' หรือไม่?
ท่านเซียนแบบนั้น วันๆ เอาแต่ทำหน้าบึ้งตึง ทำตัวเ็าเหมือนกับจะบอกว่าห้ามเข้าใกล้ ไม่อยากคุยกับใคร รสนิยมของข้าไม่ใช่แบบนั้นแน่นอน หากเ้าคิดว่า เขาดีนัก ก็รีบลงมือเลยสิ ขอให้เ้าสมหวังนะ สู้ๆ!"
หนานลี่คิดในใจ : ชอบก็ลงมือสิ มัวแต่มารออะไรอยู่
"ศิษย์พี่ดีขนาดนั้น เ้าเป็แค่ปีศาจ กล้าบอกว่าไม่สนใจเขา?" สุ่ยเซียนโกรธมาก นางทนไม่ได้ที่จะได้ยินใครพูดจาดูถูกศิษย์พี่ของนาง
หนานลี่กลอกตา ก็ข้าไม่สนใจ แล้วเ้าจะทำไม?
ความคิดของนางเอก ช่างแตกต่างจากนางจริงๆ สื่อสารกันยากมาก
สุ่ยเซียนเอามือกุมหน้าอก เผยยิ้มออกมา รอยเืที่มุมปากช่างดูน่าหวาดหวั่น หางตาเหลือบไปเห็นร่างชุดขาวที่หน้าประตู นางจึงแกล้งทำเป็ทรงตัวไม่อยู่ แล้วอาเจียนเป็เืออกมาอีกครั้ง "ศิษย์พี่ ปีศาจบุปผาตนนี้ทำร้ายข้า ..."
หนานลี่มองเป่ยิอินที่ปรากฏตัวขึ้น และเข้าไปประคองสุ่ยเซียนที่กำลังจะล้ม มุมปากต้องกระตุก โดนใส่ร้ายเช่นนี้ นางต้องอธิบายบ้าง
ทว่ายังไม่ทันที่นางจะได้พูดอะไร หน้าอกพลันเจ็บแปลบ เืลมพลุ่งพล่าน คำอธิบายทั้งหมด กลืนหายไปในลำคอ นางเบิกตากว้าง ร่างลอยละลิ่ว ออกไปนอกห้อง ร่างชุดขาวเบื้องหน้าค่อยๆห่างไกลออกไปเรื่อยๆ
บ้าเอ๊ย! พระเอกโรคจิต เอะอะก็ตบคนกระเด็น ข้าขอสาปแช่งให้เขาขึ้นคานไปตลอดชีวิต!
หนานลี่คิดในใจ : ระบบ กระดูกหน้าอกของข้าหักหรือไม่ มันเจ็บจัง!
ระบบ "โฮสต์ ระบบได้ตรวจสอบร่างกายของท่านแล้ว ท่านไม่ได้รับาเ็ พระเอกยังออมมือ ยังมีความเมตตาอยู่บ้าง"
หนานลี่คิดในใจ : แล้วข้าต้องขอบคุณที่เขาไม่ฆ่าข้าด้วยหรือไง!