ณัฐวลัญช์ลืมตาขึ้นมาอย่างงงสงสัยเป็อย่างยิ่ง เพราะห้องที่เธอนอนอยู่ในตอนนี้ ไม่ใช่ห้องนอนของเธอ แต่เป็ห้องนอนของผู้ชายใจร้ายที่ทำกับเธออย่างไม่คิดว่าเธอเป็คน
“เรามาอยู่นี่ได้ยังไงกัน?”
ณัฐวลัญช์พูดพึมพำกับตัวเองออกมาเบาๆ ก่อนจะหลับตาลงอีกครั้ง เพราะศีรษะยังรู้สึกหนักอยู่หน่อยๆ และร่างกายก็ยังรู้สึกระบม แต่ไม่มากเท่าก่อนแล้ว
ณัฐวลัญช์ลืมตามาอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงใครบางคนเปิดประตูห้องเข้ามา
“ตื่นแล้วเหรอ.... เป็ไงบ้าง?” ฮันย่าเดินเข้ามาภายในห้อง พร้อมกับในมือถือถาดอาหารเข้ามาด้วย
“ฮันย่า!!.... ลันเป็อะไรไปหรือคะ? แล้วมานอนอยู่ที่นี่ได้ยังไงคะ?”
ณัฐวลัญช์ทรงตัวลุกขึ้นนั่ง ไม่ได้ตอบคำถามของฮันย่า แต่ได้ถามกลับไปอย่างสงสัยใคร่รู้เอามากๆ
“เธอไม่สบาย เป็ลมตอนที่อยู่ในฟาร์ม นายท่านก็เลยพากลับมานอนที่ห้องนี้ และได้ให้หมอมารักษาด้วย แล้วนี่รู้สึกเป็ยังไงบ้างล่ะ? ดีขึ้นมาหรือยัง?”
ฮันย่าวางถาดอาหารลงไว้ที่โต๊ะข้างเตียง โดยที่ปากก็พูดบอกให้คนที่กึ่งนั่งกึ่งนอนได้รับรู้เื่ราวที่ผ่านมาคร่าวๆ
“รู้สึกดีขึ้นบ้างแล้วค่ะ แต่ก็ยังหนักหัวและปวดระบบเนื้อตัวนิดหน่อยค่ะ”
ณัฐวลัญช์ตอบคำถามของฮันย่า พร้อมกับคลี่ยิ้มเจือๆ ออกมา ทั้งภายในใจก็คิดว่าเขาจะช่วยเธอทำไม ทำไมไม่ปล่อยให้เธอตายๆ ไปซะ แต่พอคิดไปคิดมาอีกที ก็คิดว่าคนเราแค่นี้มันไม่ตายกันง่ายๆ หรอก เผลอๆ หากเขาปล่อยให้เธอตายจริงๆ เขาก็อาจจะมีความผิดเอาได้ เพราะฉะนั้นเขาถึงช่วยเธออย่างนี้ไง
“อืม! ดีขึ้นก็ดีแล้ว มาทานข้าวก่อนจะได้ทานยา แล้วก็ค่อยนอน ตื่นขึ้นมาจะได้รู้สึกดีขึ้นมากกว่านี้”
ฮันย่าคลี่ยิ้มออกน้อย เมื่อได้ยินณัฐวลัญช์บอกว่าดีขึ้นบ้างแล้ว ซึ่งในสีหน้าของฮันย่านั้น ก็ได้แสดงออกมาถึงความเป็มิตรมากขึ้น และถามยังปะปนด้วยความรู้สึกสงสารและเห็นใจมาด้วย อย่างไม่คิดจะปกปิด
“ขอบคุณค่ะฮันย่า”
ณัฐวลัญช์ขยับตัวช้าๆ เข้าไปใกล้ๆ กับโต๊ะที่ฮันย่าได้วางถาดอาหารไว้ ซึ่งฮันย่าเห็นอย่างนั้นก็ขยับโต๊ะนั้นเข้ามาให้ใกล้ๆ คนไม่สบาย เพื่อจะเอื้อมรับประทานอาหารได้สะดวกมากขึ้น ณัฐวลัญช์จึงยื่นมือเรียวเล็กไปจับช้อน และตักอาหารเข้ามาใส่ปากเคี้ยวช้าๆ
“แล้วทำไมเขาถึงให้ลันมานอนที่นี่ละคะ?”
ณัฐวลัญช์ถามฮันย่าขึ้นมาอีกเมื่อเกิดความสงสัยใคร่รู้กับเื่นี้ เพราะเ้าของห้องนี้ทำท่ารังเกียจเดียดฉันท์เธอออกจะตาย ขนาดวันนั้นพอทุกอย่างเสร็จสิ้นลงไปแล้ว เขายังไล่เธอกลับห้องไปทันที อย่างไม่อาลัยอาวรณ์กันเลยสักนิด และแถมยังไม่สนใจจะถามด้วย ว่าเธอจะเจ็บระบมมากหรือเปล่า แล้วไหงวันนี้ถึงได้ให้เธอมานอนบนนี้ได้ล่ะ
“นายท่านเห็นว่านอนอยู่ห้องนี้มันสะดวกน่ะ อย่าถามอะไรให้มากความเลย รีบๆ ทานอาหารเถอะ จะได้ทานยาแล้วก็จะได้นอนพัก”
ฮันย่าพูดไปตามคำที่ฮันย่าก็เคยถามและได้คำตอบจากผู้เป็เ้านาย ก่อนจะกล่าวตัดบท เพราะไม่อยากให้ณัฐวลัญช์ถามอะไรตนเองไปมากกว่านี้ เพราะก็ไม่รู้จะตอบยังไง เพราะบางที่ก็ไม่เข้าใจความคิดของผู้เป็เ้านายเหมือนกัน
ณัฐวลัญช์จึงสงบปากสงบคำนิ่งเงียบลง ทำเพียงแต่ตักอาหารเข้าใส่ปากเคี้ยวๆ อยู่อย่างนั้นสี่ห้าคำก็วางช้อนลง
“ลันอิ่มแล้วค่ะ”
ณัฐวลัญช์เงยหน้าบอกว่าแก่ฮันย่าให้รับทราบ แล้วยื่นมือเรียวเล็กไปหยิบแก้วน้ำดื่ม และยามาใส่ปาก ก่อนจะเทน้ำดื่มในแก้วตามลงไป พอเสร็จแล้วเธอก็ล้มตัวกลับลงไปนอนบนเตียงนอนกว้างขวางหนานุ่มนั้นตามเดิม
ฮันย่าเห็นอย่างนั้นก็ทำการยกถาดอาหารออกไปเงียบๆ ซึ่งพอเดินพ้นประตูห้องนั้นไปได้หน่อยหนึ่ง ก็เจอเข้ากับผู้เป็เ้านาย
“เธอเป็ไงบ้าง?”
อัศม์เดชถามฮันย่า ทั้งสายตาก็มองดูอาหารในชามไปด้วย ซึ่งก็ให้หงุดหงิดใจ ที่เห็นว่าอาหารพร่องไปนิดเดียวเอง
“ดีขึ้นแล้วค่ะ ตอนนี้ก็นอนพักผ่อนต่อ ตื่นมาก็น่าจะดีขึ้นมากแล้วล่ะค่ะ”
ฮันย่าตอบคำถามผู้เป็เ้านาย ก่อนจะเลี่ยงเดินลงบันไดไป อัศม์เดชยืนจ้องมองประตูห้องนอนของเขานิ่งอยู่อย่างนั้นสักพัก ก่อนจะตัดสินใจหันหลังกลับลงบันได
๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘