เสียงปีกอสูรั์ค่อยๆ จางหายไปในความมืดมิดแห่งรัตติกาล ทิ้งไว้เพียงซากปรักหักพังของป่าโลหิต... ถูกทำลายย่อยยับจากการปะทะเพียงครั้งเดียว
เย่เฉินกัดฟันกรอด พยุงร่างบอบช้ำให้ลุกขึ้นนั่งพิงโคนต้นไม้ใหญ่หักโค่น เืสดๆ ยังคงไหลรินออกจากาแฉกรรจ์ท่อนแขนซ้าย... ร่องรอยจากกรงเล็บอสูรคลั่งรอยโลหิต
เขาหลับตาลง รีบโคจร "ลมหายใจอสูรเทวะ" ทันที หวังจะใช้พลังฟื้นฟู
แต่ทว่า...
"อึก!"
เย่เฉินสะดุ้งเฮือก ความเ็ปแสบร้อนดุจถูกน้ำกรดราดแล่นพล่านไปทั่วแขน!
เขาลืมตาขึ้นมองาแด้วยความตื่นตระหนก
รอยแผลลึกสามรอยบนแขน... มิได้มีเพียงเืสีแดงไหลออกมา หากแต่ถูกปกคลุมด้วย "ไอสีดำทมิฬ" กำลังเคลื่อนไหวราวมีชีวิต! ไอสีดำนั้นกำลัง "กัดกิน" เนื้อเยื่อและพลังงานเทพอสูรซึ่งเขาพยายามส่งไปรักษา... ราวกับปรสิตหิวกระหาย
‘มันไม่ยอมสมาน...’
เย่เฉินตระหนักได้ทันที... นี่มิใช่าแธรรมดา แต่มันคือ "ตราประทับ"
อสูรโบราณมิได้เพียงทำร้ายเขา แต่มันฝัง "กลิ่นอายมรณะ" ไว้ในร่าง... ตีตราจองว่าเขาคือ "เหยื่อ" อันมันจะกลับมากลืนกินเมื่อถึงเวลาเขาเติบโตเต็มที่
‘มันตีตราข้าไว้... เหมือนชาวนาตีตราสัตว์เลี้ยง... รอวันที่ข้าสุกงอมแล้วค่อยมาเชือดงั้นรึ!’
ความอัปยศอดสูถาโถมเข้ามาในจิตใจยิ่งกว่าความเ็ปทางกาย
‘ข้าจะยอมให้เป็เช่นนั้นไม่ได้!’
เขารู้ดีว่าพลัง "ลมหายใจอสูรเทวะ" ขั้นต้นเพียงอย่างเดียว มิเพียงพอที่จะขับไล่ไอสีดำนี้ออกไปได้ และหากปล่อยไว้ มันจะกัดกินรากฐานพลังของเขาจนหมดสิ้น
ทางรอดเดียว... คือต้องหาวิชาแข็งแกร่งกว่านี้... วิชาที่จะทำให้เขาสามารถ "ขยี้" ตราประทับนี้ให้แหลกคามือ!
เย่เฉินกัดฟันพยุงร่างกลับมาถึงกระท่อมซอมซ่อ เขาไม่มีเวลาแม้แต่จะพักผ่อน หรือสนใจความเ็ปกัดกินแขนซ้าย
เขาทรุดตัวลงนั่งขัดสมาธิ พยายามรวบรวมสมาธิทั้งหมดเพื่อต่อต้าน "ไอสีดำทมิฬ" กำลังลุกลามจากาแขึ้นสู่หัวไหล่
‘มันกำลังกัดกินเส้นชีพจรของข้า!’
ยิ่งพยายามใช้พลังเทพอสูรต้านทาน ไอสีดำนั้นก็ยิ่งดูดกลืนพลังงานไปเป็อาหาร
ทันใดนั้นเอง...
วูม!
ลายอักขระเทพอสูร กลางหน้าอกเย่เฉิน พลันร้อนระอุขึ้นมาอย่างรุนแรงราวเหล็กนาบไฟ! แสงสีทองแดงสว่างวาบขึ้นกลางความมืดของกระท่อม!
ในห้วงจิตสำนึกเย่เฉิน เสียงระฆังโบราณดังก้องกังวาน พร้อมตัวอักษรชุดใหม่ปรากฏขึ้นอย่างชัดเจน มันมิใช่คำแนะนำ... แต่เป็ "คำประกาศิต"
"ผู้ถือครองสายเื..."
"จงหวนคืนสู่ต้นกำเนิด... เพื่อเปิดผนึกบทลับแห่งการทำลายล้าง..."
"มิฉะนั้น... กายาจักสูญสลาย... ิญญาจักถูกกลืนกิน!"
เย่เฉินเบิกตากว้างเมื่ออ่านข้อความนั้นจบ
‘สูญสลาย...’
เขาเข้าใจความหมายนั้นดี หากไม่รีบกลับไปหาวิชาแข็งแกร่งกว่านี้มาจัดการกับไอสีดำ ร่างกายเพิ่งหลอมใหม่นี้จะพังทลายลง
‘ข้าหนีความตายมาครั้งหนึ่งแล้ว... ข้าจะไม่ยอมตายเพราะรอยขีดข่วนของสัตว์เดรัจฉานนั่นเด็ดขาด!’
เย่เฉินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง คว้ามีดเดินป่าเล่มเก่าและห่อสัมภาระเล็กน้อยติดตัว แววตาไร้ความลังเลหลงเหลืออยู่
‘ต้นกำเนิด... หุบเหวอสนีบาต... ที่นั่นคือหลุมศพเก่าของข้า... และมันจะเป็ที่ที่ข้าจะไปขุดเอาพลังใหม่ขึ้นมา!’
เขาผลักประตูเดินออกจากกระท่อม มุ่งหน้าสู่ความมืดมิดแห่งราตรี โดยมีเป้าหมายเพียงหนึ่งเดียวคือ... ก้นบึ้งของนรกอันเขาเคยปีนขึ้นมา
เย่เฉินเดินออกจากกระท่อมมืดมิด มุ่งหน้าไปยังเขตป่าด้านเหนือ... เส้นทางสู่หุบเหวอสนีบาต
เขาไม่ได้สนใจฝูงชน หรือคำพูดใดๆ...
แต่แล้ว...
ร่างหนึ่งยืนขวางทางอยู่ท่ามกลางแสงจันทร์จางๆ ร่างนั้นคือ ผู้าุโหลิวเจิ้ง ผู้เฒ่าผู้มองเห็น "พลังอันถูกผนึก" ของเขา
"เ้ากำลังจะไป... เ้าจะกลับไปที่นั่นใช่หรือไม่... เด็กน้อยเย่เฉิน" หลิวเจิ้งกล่าวด้วยน้ำเสียงสงบ แต่หนักแน่น
"ท่านล่วงรู้..." เย่เฉินชะงักฝีเท้า
"ชะตาของเ้าไม่ได้ซ่อนเร้นจากทุกคน" หลิวเจิ้งส่ายหน้าช้าๆ "าแที่แขนซ้ายของเ้า... มันกำลังดึงดูดอสูรคลั่งให้กลับมา... ข้าััได้ถึงความมรณะกำลังกัดกินเ้า"
หลิวเจิ้งเดินเข้าไปใกล้เย่เฉินอีกก้าว แล้วโน้มตัวลงกระซิบด้วยเสียงแ่เบาจนแทบเป็เพียงกระแสลม
"เ้าตัดสินใจถูกต้องแล้ว... เ้าต้องไปหาทางแก้ที่ 'ต้นกำเนิด' ของวิถีเ้าเอง"
ผู้เฒ่าผายมือไปยังทิศทางของหุบเหว
"เ้าต้องกลับไปยังที่ซึ่งเ้าเคยตาย... ที่นั่นไม่ใช่เพียงแค่หลุมศพ... แต่มันคือเปลที่แท้จริงของเ้า"
"ที่นั่นคือการกำเนิดใหม่ของเ้า... เ้าต้องกลับไปรับ 'บทลับ' อันคัมภีร์รอคอยที่จะมอบให้"
เย่เฉินพยักหน้ารับคำชี้แนะนั้นอย่างเงียบๆ ความสงสัยทั้งหมดถูกคลี่คลายลง ผู้เฒ่าหลิวเจิ้งได้ยืนยันทางรอดสุดท้ายของเขา
"ข้าจะกลับมา..." เย่เฉินเอ่ยเสียงต่ำ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นแข็งแกร่งกว่าภูผา
"ข้าไม่สงสัยในเื่นั้น" หลิวเจิ้งยิ้มอย่างอ่อนโยน "จงจำไว้... ในโลกภายนอกนี้ มีเพียงไม่กี่คนมองเห็นคุณค่าของเ้า... จงใช้ความลับนี้... ให้เป็เกราะป้องกันและอาวุธที่แทงทะลุชะตาของเ้า!"
สิ้นคำ ผู้เฒ่าหลิวเจิ้งก็ถอยหลังไปยืนอยู่ใต้ร่มเงาต้นไม้ใหญ่ เขามองตามแผ่นหลังโซซัดโซเซของเย่เฉินด้วยสายตาเต็มไปด้วยความหวัง... และความเศร้า
เย่เฉินไม่หันกลับไปมองอีก เขามุ่งหน้าเข้าสู่ป่าโลหิตอันมืดมิดทันที โดยมีเป้าหมายเดียวคือ... การดิ่งลงสู่ก้นบึ้งของเหวอสนีบาต
เย่เฉินก้าวเท้าเข้าสู่ "ป่าโลหิต" อีกครั้งในยามค่ำคืน แต่คราวนี้เขาไม่ได้เป็ผู้ถูกล่า
บรรยากาศในป่าเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง...
ป่าอันเคยเต็มไปด้วยเสียงสัตว์ร้าย บัดนี้กลับตกอยู่ใน ความเงียบสงัด อย่างน่าอัศจรรย์ ไม่มีเสียงนกร้อง... ไม่มีเสียงแมลง...
เย่เฉินสังเกตเห็นสัตว์อสูรน้อยใหญ่เคยดุร้าย ต่างหลบซ่อนตัวตัวสั่นงันงกตามโพรงไม้ มิกล้าแม้แต่จะส่งเสียงออกมา
‘พวกมัน... หวาดกลัว...’
เย่เฉินตระหนักได้ทันทีว่านี่เป็ผลมาจาก "กลิ่นอายมรณะ" ซึ่งอสูรโบราณฝากไว้บนาแแขนซ้าย กลิ่นอายอสูรอันกัดกินพลังของเขาอยู่ บัดนี้กลับกลายเป็ "อาณัติแห่งราชันย์" กดดันให้สัตว์อสูรระดับต่ำต้องหวาดกลัวจนสุดขั้ว
‘อสูรโบราณ... เ้าไม่ได้แค่ทำร้ายข้า... แต่เ้ามอบอำนาจให้ข้าโดยไม่ตั้งใจ!’
เขายิ้มอย่างเ็า ความอับอายที่ถูกตีตราจอง บัดนี้กลับกลายเป็ "ยันต์คุ้มกัน" ทรงพลังที่สุดในการเดินทางกลับสู่รากเหง้าตนเอง
เย่เฉินใช้เวลาไม่นานก็มาถึงปาก "หุบเหวอสนีบาต" ส่องแสงสลัวๆ จากแสงจันทร์
เขาไม่ลังเล... ไม่มีการทบทวนความเ็ปจากการปีนขึ้นมาเมื่อครั้งก่อน
เย่เฉินยืนอยู่หน้าปากเหวกว้างใหญ่ แล้วปล่อยร่างของตนเองให้ ดิ่งลงไป สู่ความมืดมิดอีกครั้ง
ซู้ดดด...
คราวนี้ลมพัดจากก้นเหวขึ้นมามิได้รุนแรงและปั่นป่วน แต่กลับพัดขึ้นมาอย่างนุ่มนวล ราวกับ "อ้อมกอด" รอรับลูกหลานกลับคืนสู่บ้าน
เย่เฉินร่วงหล่นลงมาในหุบเหวด้วยความเร็วเหลือเชื่อ กระแสลมพัดสวนขึ้นมานั้นทั้งนุ่มนวลและสม่ำเสมอ
โครม!
ร่างเย่เฉินร่อนลงสู่พื้นหินก้นเหวอย่างนุ่มนวลอย่างไม่น่าเชื่อ ราวกับมีพลังงานบางอย่างคอยรองรับเขาไว้
เขาลงมาถึง "อาณาจักรใต้ดิน" ที่เดิม... ที่ซึ่งเขาเคยรับสืบทอดคัมภีร์เทพอสูรเทวะ
เย่เฉินพยุงร่างลุกขึ้นยืน แม้ร่างกายจะยังอ่อนเพลีย แต่ดวงตากลับสว่างไสวด้วยความหวัง
เขาหันไปมองบริเวณเคยเป็ "ห้องิญญากักขัง" ซึ่งเขาเคยทำบททดสอบเื เมื่อการทดสอบเืเสร็จสิ้น ผนังห้องเคยเปิดออกเผยให้เห็นทางเดินมืดมิดอีกสายหนึ่ง... ซึ่งเย่เฉินเคยปฏิเสธที่จะลงไปเพื่อปีนกลับสู่โลกภายนอก
และบัดนี้...
ประตูหินบานที่สอง... อันเย่เฉินเคยเมินเฉย... มิได้ปิดสนิท แต่กลับ "เปิดอ้า" รอรับเขาอยู่แล้ว!
แสงสีทองดำเข้มข้นและทรงพลังกว่าไอพลังงานใดๆ ในหุบเหว พวยพุ่งออกมาจากช่องประตูนั้น
เย่เฉินรับรู้ได้ทันทีว่านี่คือสถานที่ซึ่ง "วิชาบทต่อไป" กำลังรอคอยเขาอยู่ วิชาอันแข็งแกร่งพอจะทำลายไอสีดำที่กัดกินแขนของเขา
เขาเดินตรงไปยังช่องประตูเปิดออกนั้นอย่างเด็ดเดี่ยว
‘ถูกต้องแล้ว... ทางรอดของข้า... ไม่เคยอยู่ข้างบน... แต่คือการดิ่งลงไปสู่รากฐานแห่งวิถีที่แท้จริง!’
เย่เฉินก้าวผ่านประตูหินบานที่สองเข้าสู่ห้องฝึกฝนขั้นต่อไป การเดินทางเพื่อบ่มเพาะพลังให้พร้อมสำหรับการล้างแค้น... ได้เริ่มต้นขึ้นแล้วอย่างแท้จริง!
[จบตอนที่ 14]