“พี่ช่วยด้วย! พี่ช่วยหนูด้วย!”
“ปล่อยรินนะ พวกแกเป็ใครปล่อยน้องฉันเดี๋ยวนี้!”
เงาสีดำที่จับน้องสาวของเขาไว้ ประตูประหลาดที่ดึงดูดพวกเขาออกจากกัน และเอาทุกสิ่งของเขาไป ไม่เว้นแม้แต่ชีวิตในโลกก่อนของเขา
“อะไรกัน! ยังเอาไปไม่พออีกเหรอ ทุกอย่างในชีวิตฉัน... ขอร้องล่ะ ขอแค่ริน อะไรก็ยอมทั้งนั้น”
...
...
เมื่อห้วงความมืดที่ดูดกลืนร่างกาย และสติของชายหนุ่มเริ่มเลือนหาย ไม่ทราบว่าผ่านไปนานเท่าใด...
“ท่านจักต้องเริ่มต้นใหม่ แม้ไม่เหลือสิ่งใดแล้วก็ตาม ท่านต้องช่วยพวกนางไว้ให้ได้ ด้วยพลังของท่าน”
เสียงอันทรงพลังอำนาจ ดังก้องไปทั่วห้วงความคิดของเด็กหนุ่ม ปลุกเขาให้ตื่นขึ้นจากการหลับใหล หลังจากที่สติเริ่มเด่นชัด เสียงเซ็งแซ่ ปนความวุ่นวายกลับดังเข้ามาแทนที่
“เร่เข้ามาเลยจ้าทางนี้มีมักกรีผลสดๆมาขาย”
“...มิแพงดอกท่านรับไปซักหวีไหม”
“ลดให้ข้าอีกหน่อยมิได้รึ?”
เสียงที่ไม่คุ้นเคย คำพูดที่ดูย้อนยุคมากมายเหมือนหลุดมาจากละครย้อนยุคนั้น ทำให้เด็กหนุ่ม มึนงงกับสิ่งที่ได้เจอตรงหน้า
เขาพบว่าตัวเองนอนจมอยู่กับกองผักกาดเหลือทิ้งบริเวณนั้น ท่ามกลางสถานที่ซึ่งคล้ายกับตลาดสด แสงที่ลอดผ่านหลังคามุงจากของบ้านไม้ที่เรียงรายอยู่สองข้างทาง ผู้คนเดินผ่านไปมามากมาย ทั้งร้านขายของสด ทั้งผลไม้
ทุกอย่างเหมือนย้อนกลับไปสมัยโบราณ ทุกคนสวมใส่ผ้าสไบและโจงกระเบนหากแต่มีความแตกต่างจากที่เคยรับรู้เล็กน้อย ภาชนะที่ใส่อาหารเป็ใบตอง ส่วนพาหนะที่สัญจรเป็วัวควาย และ....
“เรือสำเภา...ลอยได้!!!?”
นี้มันอะไรกัน
ไกลออกไปกลับมีสิ่งก่อสร้างน่าตื่นตามากมาย ตัดกับความชนบทและโบราณของตลาดสด เกินกว่าจินตนาการของเด็กหนุ่มจะรับรู้ได้
เหมือนจับเอาภาพจากหนังสือวรรณคดีหลายเื่มามัดรวมกันโดยพระเ้าซักองค์ ที่ี้เีจะจัดระเบียบของเหล่านี้ให้อยู่ถูกที่ถูกทาง
เดี๋ยวก่อน รินล่ะ?
เด็กหนุ่มนึกขึ้นได้ถึงภาพที่ชวนสิ้นหวัง และน้องสาวที่ถูกพาตัวไป ก่อนที่ตนจะมาตื่นในที่แห่งนี้
“ริน! ริน!!!”
เขาะโสุดเสียง พร้อมออกวิ่งโดยไร้ทิศทาง ไม่สนใจสายตาผู้คนแถวนั้น
เด็กหนุ่มชนเข้ากับบางสิ่งที่แข็งเหมือนกำแพงดิน แต่กลับเป็ชายร่างกำยำ และส่วนสูง ที่ผิดจากคนปรกติทั่วไป สัก 3 เมตรได้ สิ่งของจำนวนมากที่ชายผู้นั้นแบบเอาไว้หลุดร่วงลงมาแตกเสียหาย
เมื่อกี้มันอะไรกัน ตัวหนังสือเมื่อกี้
ชายคนนั้นหันกลับมา เด็กหนุ่มยังต้องตกตะลึงอีกรอบ หูแหลมชี้ คิ้วหมวดคล้ายกำลังโมโหสิ่งใดอยู่ ที่สำคัญที่สุดคือ เขี้ยวที่ยาวชี้ออกมาจากปากอย่างเห็นได้ชัด
“ั์?”
คำคำเดียวที่เขานึกขึ้นได้
“เ้าจะชดใช้ยังไง! ไอ้เด็กเหลือขอ”
เสียงตะคอกจาก ชายอีกคนที่ยืนถัดไป
“ดะ เดี๋ยวๆ ผมขอโทษๆ ผมไม่มีอะไรติดตัวมาเลย...”
“เอ็งพูดแบบนี้ จะไม่รับผิดชอบใช่มั้ย”
“เดี๋ยวก่อน...”
“สั่งสอนมันซะ ไอ้ั์ไร้ประโยชน์”
ไม่รู้ด้วยความกลัวหรือใกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า เด็กหนุ่มไม่ทันได้อธิบายตัวเขาก็ได้ลอยไปเกือบ 10 เมตรชนเข้ากับร้านค้าแถวนั้น จนคนทั้งตลาดหันมามอง
“อั๊ก! อะไรกันวะเนี่ย”
“ช้าก่อนท่านพ่อค้าทาส ท่านยักษา ”
เสียงหญิงสาวใสดุจน้ำค้างยามเช้า แต่เปี่ยมไปด้วยความสงบ นางเดินเข้ามาขวางระหว่างเด็กหนุ่มกับชายร่างั์ผู้ที่กำลังตรงเข้ามาพร้อมลงมือใส่ชายหนุ่ม ตามคำสั่ง
“มีเื่อันใดถึงกับต้องลงไม้ลงมือกัน บอกข้าได้รึไม่?” หญิงสาวกล่าว
พ่อค้าทาส ตะลึงไปชั่วขณะ ความงามนั้นมิใช่สิ่งที่ผู้ใครจะมองข้ามได้ หญิงสาววัยแรกแย้ม ปากกระจับได้รูปที่พึ่งเปล่งวาจาเปี่ยมความมั่นใจนั้นออกมา
“นั้นมันแม่พิม นี่”
“สาวงามท่านนั้นเข้าไปทำอันใดกัน”
สายตารอบข้างพร้อมเสียงเชยชมหญิงสาวเ้าผู้ ขัดขวางการวิวาท ผมสีดำยาวสลวย พร้อมตากลมโตกำลังจ้องไปยังยักษาตนนั้น คิ้วคันศรขมวดเข้าหากันไม่ได้ทำให้ความงานของนางลดลงเลย
“แม่หญิงเ้าเป็ใครกัน อย่าเข้ามายุ่ง ไอ้เด็กนี่ต้องชดใช้”
เสียงพ่อค้าทาสอ่อนลงเล็กน้อย
“ข้ามีนามว่าพิม...พิมพิลาไลย เป็บุตรีพันศรโยธา ตลาดแห่งนี้อยู่ในเขตการดูแลของพ่อข้า ขอร้องท่านใจเย็นลงก่อน แล้วหารือกับข้าก่อนได้หรือไม่”
หญิงสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยปนร้องขอ
“แม่หญิงเ้าคะ มันอันตรายนะเ้าคะ!”
สาวใช้ข้างกายนางรีบปรี่เข้ามาดึงแขนเด็กสาว
“ไอ้หนุ่มนี่ มันทำสินค้าข้าเสียหาย มันต้องชดใช้”
พ่อค้าทาสรีบทวงถามค่าสินไหมหลังจากสั่งให้ทาสั์ทำร้ายเด็กหนุ่ม
“ฉันก็ไม่ได้บอกว่าจะไม่จ่ายให้สักหน่อย ฉันแค่ไม่ได้เอาเงินมาเท่านั้น”
ถึงจะไม่รู้ว่าที่นี้ใช้เงินแบบไหนก็เถอะ
เด็กหนุ่มตอบกลับพร้อมกุมแขนที่าเ็เอาไว้
“งั้นข้าจะจ่ายให้ชายผู้นี้เอง จะได้ไม่มีเื่วุ่นวายไปมากกว่านี้”
“แม่หญิงคะ...”
“ไม่เป็กระไรดอกพี่บัว จะได้ไม่มีเื่มีราว”
“ได้! เห็นแก่หน้าแม่หญิง ข้าก็ไม่อยากมากเื่กับบุตรีของพันศรโยธา” พ่อค้าทาสรับเงิน และยอมจากไปแต่โดยดี และเหมือนจะได้มากกว่าราคาสินค้านั้นด้วยซ้ำ
“ข้าจะลงโทษเ้าทีหลังไอ้ั์หน้าโง่ เพียงแค่เด็กคนนึงเดินมาชน สินค้าเสียหายหมด”
หลังจากพ่อค้าทาสจากไป เด็กหนุ่มลุกขึ้นยืนพร้อมอาการาเ็แต่ที่ทำให้ตกตะลึงไปชั่วขณะคือความงามของนางพิม
“ข...ขอบคุณเธอมากนะ ที่เข้ามาช่วย”
“ข้ามิได้ช่วยเ้า ข้าแค่แบ่งเบาภาระของพ่อข้า”
เสียงหวานของหญิงสาววัยแรกรุ่น ดึงเอาสติของเด็กหนุ่มออกจากภาพโลกเกินจินตนาการตรงหน้า
“แขนเ้าาเ็นี่!”
สาวใช้อุทานขึ้นหลังเห็นสถาพแขนเด็กหนุ่ม
“ไม่เป็ไร แผลแค่นี้...”
“เงียบซะ”
ยังไม่ทันปฏิเสธนางพิมก็คว้าแขนเด็กหนุ่มขึ้นมาพร้อมร่ายมนตร์บางอย่าง
เอ๊ะ!? เดี๋ยวนะ ข้อมูลพวกนี้อีกแล้ว
พิมพิลาไลย
อาชีพ : นักเรียนเวท ระดับ C XXXXXX XXXXX
จุดแข็ง : <มนต์ศักดิ์สิทธิ์> <การทำอาหาร> XXXXXXXX
จุดอ่อน : < XXXXXX
คุณสมบัติ : XXXXXXXX XXXXXXXX
สถานะ : XXXXXXXX
XXXXXXXX : XXXXXXXX XXXXXXX
โลกที่แปลกประหลาด ภาษาที่โบราณ ผู้คน แล้วยัง...พิมพิลาไลย ลูกสาวพันศรโยธาเหรอ ไม่จริงใช่มั้ยนั้นมันเื่แต่งไม่ใช่เหรอ
ข้อมูลมากมายในเวลาสั้นๆถาโถมเข้ามาในห้วงความคิดเด็กหนุ่ม แขนที่บวมช้ำของสายธารเริ่มกลับมาดีขึ้น อาการปวดก็เริ่มทุเลาจนหายไปในที่สุด
“ข้าช่วยเ้าได้เพียงเท่านี้”
“ขะ...ขอบคุณเธอมาก”
"ไม่จำเป็ เ้าอย่าไปก่อความวุ่นวายที่ใดอีกล่ะ ไปเถอะพี่บัว”
“เดี๋ยวก่อน เอ่อของพวกนั้นให้ฉันช่วยถือไปส่งได้มั้ย”
ที่นี้ไม่ใช่โลกที่เรารู้จักไม่มีอะไรยืนยันได้ก็จริงว่ารินไม่เป็อะไร แต่ตัวเราก็เป็ข้อพิสูจน์ว่ารินอาจแค่ถูกส่งไปที่ไหนสักแห่งก็ได้ เรา้าข้อมูลมากกว่านี้
“ไม่จำเป็...”
ไม่ทันที่แม่พิมจะได้ปฏิเสธ
“ดีเลยนะแม่หญิง วันนี้เราต้องซื้อของไปทำสำรับไปวัดเสียเยอะให้พ่อหนุ่มคนนี้ช่วยปะไร”
“พี่บัว!”
นางพิมไม่เร็วพอที่จะปฏิเสธชายหนุ่ม
ปริมาณสิ่งของที่มากมายกว่าการจ่ายตลาดประจำวันแล้ว กอรปกับที่เ้านายของนางเป็คนชอบทำอาหารแล้ว ของในมือนางมิใช่น้อยเลยทีเดียว
นางพิมเห็นสิ่งของในมือกสาวใช้ และสายตาอ้อนวอนของสาวใช้
“เห็นแก่พี่บัวละกัน”
การปฏิบัติตัวสนิทสนมเช่นนี้ต่างจากนายบ่าวพ่อค้าทาส ก่อนหน้านี้นัก
เราต้องรู้สถานการณ์ตอนนี้ก่อน นางอาจช่วยเราได้
เด็กหนุ่มพยายามดึงสติตัวเองกลับมาอีกครั้ง
“ให้ฉัน... ไม่สิ ให้กระผม ช่วยถือนะครับ”
พูดลำบากจริงๆ
“ข้ามิได้ทำเพื่อเ้า ข้าเพียงอยากช่วยเหลืองานท่านพ่อข้า”
“เอาน่า...แม่หญิงของบัว ไหนๆก็ได้แรงงานมาใช้ฟรีๆ...แถมหน้าตาพ่อหนุ่มนี้ยังมิใช่ขี้ริวขี้เหร่เสียด้วย คงมิใช่คนไม่ดีดอก”
สาวใช้ยื่นตะกร้าใบหนึ่งให้ชายหนุ่ม ชั่วขณะที่ัักับตะกร้าใบนั้นกลับขึ้นข้อมูลของสิ่งของชิ้นนั้นขึ้นมา
ตะกร้าหวาย ระดับ F
จุดแข็ง : ทนทานต่อแรงดึง XXXXX
จุดอ่อน : ธาตุไฟ XXXX
คุณสมบัติ :ไม่มี
XXXXXX
ข้อมูลที่เข้ามาในหัวเราไม่ได้จำกัดแค่มนุษย์สินะ พลังที่เหมือนการเป็ดูข้อมูลนี้มันอะไรกัน?
“ผม เอ่อ...กระผม ขอถามได้รึไม่ ที่นี่คือที่ใดกัน? เอ่อ...พี่บัว”
“ถามแบบนี้ ข้าว่าแล้ว ว่าพ่อหนุ่มมิใช่คนแถวนี้ การพูดการจาเ้าประหลาดเสียกระไร ไหนจะเสื้อผ้าพิลึกพิลั่นพวกนั้นอีก หากแต่ให้ข้าเดาเ้าคงมาจากเมืองอื่นสินะ”
สาวใช้คาดเดาจากชุดลำลองธรรมดาของเด็กหนุ่มที่ดูไม่ธรรมดาสำหรับที่นี่
“ใช่แล้ว...ขอรับ”
สายธารรีบเสริม
จากที่ได้ฟังสถานะของผู้หญิงคนนี้น่าจะไม่ใช้คนธรรมดา ยืนยันได้จากที่ั์ตนนั้นยอมถอยไปแต่โดยดี แต่ขอให้ไม่ใช่อย่างที่ข้าคิดเลย
“ที่นี่คือเมือง อโยธัย หนึ่งในหัวเมืองแดนมนุษย์ ที่ซึ่งปกครองโดยองค์เหนือหัวเทวทัศ”
“แล้วพ่อหนุ่มเป็ลูกเต้าเหล่าใครกัน มาจากที่ใดกัน” สาวใช้เอ่ยถาม
“ข้ามีนามว่าสายธาร”
“ข้ามาจากแดนไกลเดินทางร่อนเร่ติดสอยห้อยตามคนโน้นบ้างคนนี้บ้าง เพียงแต่ข้ามิได้มาคนเดียว ข้าพลัดหลงกับน้องสาวข้าจึงออกตามหานางจนมาถึงที่นี่”
ความสามารถในการปรับตัวเข้าสังคมของสายธารเริ่มทำงาน หลังจากตั้งสติได้
“เดี๋ยวนะที่ว่าหัวเมืองแดนมนุษย์ แสดงว่ามีเมืองที่ไม่ใช่มนุษย์ด้วยรึ?”
ความสงสัยเริ่มถาโถมเข้ามายังเด็กหนุ่ม แต่ก็พอจับทางได้ เนื่องจากสองข้างทางั้แ่ที่เดินผ่านมา ไม่ได้มีแค่มนุษย์เท่านั้น ยังมีเผ่าพันธ์ุคล้ายั์ที่พึ่งมีเื่กันไป เผ่าพันธ์ุคล้ายลิงที่พูดภาษาคนได้ เผ่าพันธุ์ครึ่งคนครึ่งสัตว์อีกหลากหลายแม้ไม่เยอะเท่าเผ่ามนุษย์สัดส่วนน่าจะ 10 ต่อ 1 ได้
“มีสิแม้ข้าจะไม่ได้มีความรู้มากนัก ข้ายังรู้เื่พวกนี้เลย เ้าไปอยู่ที่ใดมา”
“หัวเมืองนี้เป็ 1 ใน 7 เมืองมนุษย์ ตั้งอยู่บนทวีปสินธุ เผ่าพันธุ์อื่นๆที่เ้าพบเป็เผ่าพันธุ์จากแดนอื่นมาตั้งรกรากเป็พ่อค้าบ้าง ทหารรับจ้างบ้าง หรือทาส แต่หลักๆแล้วที่นี้ ประชากรส่วนใหญ่เป็มนุษย์”
ไม่รู้ว่าเพราะนางเริ่มรำคาญหรือเพราะอยากช่วยเหลือหลังจากที่ได้รู้เื่น้องสาวที่หายไป ในที่สุดแม่พิมก็เข้าร่วมวงสนทนา
“หากแต่ถัดจากป่าหิมพานนั้นยังมี ทวีปุ์อีกส่วนหนึ่งซึ่งมีหัวเมืองต่างๆอีกมาก ข้าไม่รู้ว่าเ้าไม่ได้รับการศึกษาส่วนนี้มาหรือเพราะเหตุใด แต่การที่เ้าจะไปตามหาน้องสาวเ้าก็สมควรทราบเื่เหล่านี้ไว้”
“เป็เช่นนั้น เองรึ”
ชักไปกันใหญ่แล้วที่นี้ไม่ใช่โลกที่เรารู้จัก ไม่เหมือนกันเลยสักนิด หากจะคล้ายก็คงเป็เื่แต่งสักเื่ในวิชาวรรณคดี
ข้อมูลมากมายหลังจากนั้นถาโถมเข้ามายังเด็กหนุ่ม มันไม่ง่ายเลยที่จะยอมรับสิ่งเ่าั้แต่ ภาพที่เห็นระหว่างสองข้างทางกลับช่วยเสริมให้ข้อมูลเ่าั้เด่นชัดขึ้น
เมืองอโยธัยถูกปกครองโดยท้าวเทวทัศน์ ประกอบไปด้วยเขตความรับผิดชอบของขุนนางตระกูลต่างๆ ทั้ง 8 ตระกูลใหญ่ และ 20 ตระกูลย่อย ตระกูลโพธิ์ทองของนางพิมเป็หนึ่งใน 20 ขุนนางตระกูลย่อยเ่าั้รับหน้าที่ดูแลเขตชานเมืองเล็กๆทางทิศตะวันตก
“โชคยังดีที่เ้าพลัดหลงมาเจอข้ากับแม่พิม มิเช่นนั้นเ้าไม่รอดแน่ หากเดินทางโดนไม่รู้เื่กระไรเลยแบบนี้ มีหวังโดนตีตายก่อนได้เจอน้องสาวเ้าแน่ๆ”
สาวใช้ลำเลิกบุญคุณ
“ระหว่างนี้ให้ข้าได้ทำงานใช้หนี้ท่านได้รึไม่ ข้า้าที่ซุกหัวนอนในระหว่างหาข่าวน้องสาวข้า”
“เห็นที่จะไม่ได้ ข้าไม่รู้จักมักคุ้นกับเ้านัก ไม่แน่ว่าเ้าอาจเป็ทาสหนีเรือนผู้ใดมา เ้าช่วยพี่บัวถือของถึงเรือนแล้วจงรีบไปตามทางเ้าเถิด”
นางพิมตอบปฏิเสธชายหนุ่มอย่างทันควัน เหมือนหวาดกลัวบางสิ่ง
“มิได้เลยรึแม่พิมของบ่าว ท่าทางเ้าหนุ่มนี้จักช่วยงานได้หลายอย่างเลยนะเ้าคะ”
นางบัวกล่าวเสริม
“ไม่ได้พี่บัว ข้าไม่อยากให้เกิดเื่เช่นกาลก่อนอีก ท่านพ่อไม่ชอบให้ชายใดเข้ามาที่เรือน”
“...เ้าค่ะ”
ระหว่างทางกลับบ้านสายธารก็แอบััสิ่งของในตะกร้าเพื่อตรวจสอบอาการประหลาดที่เขาพบเจอ การเห็นข้อมูลของสิ่งที่ััได้
มีอีกเื่ที่ฉันต้องยืนยัน
“ข้าขอถามได้รึไม่ท่านแม่ของท่านคือ นางศรีประจัน ใช่รึไม่”
“ใช่แล้วคนแถวนี้เขาทราบกันหมดนั่นแหละ พ่อหนุ่ม”
...
พิมพลาไลย...ขุนช้างขุนแผน!!!