ตอนที่ 18 กลียุค(6)
"มะ..มะ..ไม่!..ไม่มีอาชีพ!!" ผู้บัญชาการที่สองกล่าวอย่างตื่นตะลึงงันนอกจากผู้บัญชาการที่หนึ่งแล้วก็มีผู้บัญชาการที่สองเช่นกันที่สามารถส่องดูค่าสเตตัสของเด็กสาวตรงหน้า
"ล้อข้าเล่นงั้นเรอะ!?...ในเมื่อไม่มีอาชีพก็ควรที่จะโคตรจะอ่อนแอเลยสิแล้วสเตตัสแบบนั้นมันอะไรกัน ไม่สูงไปหน่อยหรอวะ"
"พวกเ้าจะพูดร่ำทำเพลงทำไม...ถ้ามิยอมจำนนก็เข้ามาเสียให้หมด" บูลเบลกล่าวอย่างฮึกเหิมพลางกวาดมองศัตรูนับแสนคน
"ฮ่าฮ่าฮ่า...ถึงเ้าจะมีสเตตัสที่สูงจนน่าใแต่ทว่า!...หากเราสามคนรวมพลังกันเ้าก็มิอาจได้ชัย" ผู้บัญชาการที่สองกล่าวอย่างขึงขัง
อัศวินนับสองแสนคนยามนี้ลดจำนวนลงอย่างไม่น่าเชื่อบ้างถูกัทมิฬสังหารบ้างก็หนีตายเอาชีวิตรอดจำนวนของพวกมันลดลงอย่างเห็นได้ชัดและผู้ที่มีใจที่จะสู้จริงๆ ก็ได้รายล้อมผู้แข็งแกร่งทั้งสี่คนเอาไว้นั้นคือ ผู้บัญชาการที่หนึ่ง ผู้บัญชาการที่สอง ผู้บัญชาการที่สามและบูลเบล ราวกับเป็สิ่งที่ไม่สามารถสอดมือเข้าไปยุ่งได้ระดับพลังมันต่างกันเกินไป พวกเขาได้แต่ข่มศัตรูด้วยจำนวนที่เหนือกว่าและคอยให้กำลังใจชายทั้งสามซึ่งยามนี้เป็ความหวังของกองทัพทั้งมวล
"ผู้บัญชาการเอาชนะมันให้ได้!!"
"ด้วยเกียรติแห่งเซอร์วอสพวกเราขอยืนหยัดข้างพวกท่าน"
"พวกเราจะคอยเป็กำลังให้พวกท่านเอง!!" อัศวินคนหนึ่งกล่าวขึ้นพลางเพ่งจิตสังหารมายังบูลเบล
นักรบจำนวนมากเริ่มจะวิ่งตามอัศวินคนนั้นมาก่อนเสียงหนึ่งจะดังขึ้น "หยุด!!...พวกเ้าเอาชนะนางไม่ได้หรอก" ผู้บัญชาการที่หนึ่งกล่าวเสียงเข้ม
ผู้บัญชาการที่หนึ่งและผู้บัญชาการที่สามจับััได้ถึงความแตกต่างที่แปลกประหลาดทั้งที่สาวน้อยที่อยู่เบื้องหน้านั้นมีช่องโหว่อยู่เต็มไปหมดหากแต่พวกเขากลับััได้ถึงภัยอันตรายอย่างชัดเจน คิ้วพลันขมวดเข้าหากัน แววตาทั้งสองที่จับจ้องอย่างมีสติ ทุกจังหวะการเคลื่อนไหวมีค่ายิ่งดุจชีวิต หากผู้ใดพลั้งพลาดก่อนละก็มันผู้นั้นตาย!
ข้ากำลังถูกเด็กที่อายุไม่ถึง15ปีกดดันงั้นรึแถมเป็เด็กสาวซะด้วย ผู้บัญชาการที่สามเกรงกลัวยิ่งกว่าเขาเริ่มจับด้ามดาบพร้อมตั้งท่าโจมตี
ผู้บัญชาการที่หนึ่งและผู้บัญชาการที่สองเห็นสหายคู่ใจทั้งท่าพร้อมรบก็มิรอช้า พวกเขาทั้งสองเริ่มจะตั้งท่าจู่โจมไร้สิ้นการกล่าวพูดแต่อย่างใด ใบหน้าเริ่มจริงจังและเคร่งขรึมยิ่งกว่าเก่า ชายทั้งสามมีอาวุธที่แตกต่างกันออกไปโดยผู้บัญชาการที่หนึ่งจะเป็ผู้ถือครองดาบใหญ่ ผู้บัญชาการที่สองถือครองดาบยาวและผู้บัญชาการที่สามที่ถือครองกระบี่ ศาสตราวุธของบุรุษทั้งสามล้วนอยู่ในระดับ
"สอง...!สาม...! รูปแบบการโจมตีประสาน"
สิ้นเสียงผู้บัญชาการที่หนึ่งบุรุษทั้งสามก็ะโอย่างพร้อมเพรียง "สามศาสตราสังหารชีพ!"
ในสามลมหายใจผู้บัญชาการที่หนึ่งก็ร่ายบท 'เสริมพลัง' 'เสริมฝีมือดาบ' 'เสริมการควบคุม' 'เสริมความรุนแรง' ดาบขนาดใหญ่ตวัดกวาดในแนวระนาบพร้อมกับความเกรี้ยวกราดที่ส่งผ่านมาในดาบใหญ่เล่มนั้นพลางรังสีฆ่าฟันอ่อนๆเป็ระลอกๆ เป็การโจมตีที่หมายเอาชีวิตและความรุนแรงของมันนั้นอยู่ในระดับเลเวลสองพันถึงบูลเบลจะมีสเตตัสที่เหนือกว่า ทว่า หากรับดาบใหญ่เข้าไปตรงๆ จะต้องาเ็ภายในอย่างร้ายแรงแน่นอน
ความตายเคลือบคลานเข้ามาใกล้ถึงกระนั้นเด็กสาวก็ไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย ร่างอันบอบบางยืนแข็งทื่อพลางคอตกเส้นผมที่ระยาวพลันหยุดสะบัดก่อนเงาร่างของชายสูงสองเมตรต้นๆ จะบดบังแสงสุริยาเขาพุ่งเข้ามาด้วยความเร็วยิ่งดุจลูกศรที่ถูกปล่อย ระยะห่างเหลือเพียงเอื้อมมือในอีกหนึ่งวิดาบใหญ่จะกระแทกเข้ากับเด็กสาวอย่างจัง ทันทีที่ดาบใหญ่ัักับร่าง...
สาวน้อยเผยอปากออกก่อนบทร่ายบทหนึ่งจะถูกกล่าวออกมา
'ฟูลเคาท์เตอร์'
ฉูดดดดดดดดดดดด
เสียงบาดแก้วหูราวกับน้ำตกหลายพันชั้นร่างของผู้บัญชาการที่หนึ่งขาดสะบั้นออกเป็สองส่วน ใบหน้ายังคงความสุขุมและเคร่งเครียดราวกับตกตายโดยไม่รู้ตัว โลหิตพุ่งสูงขึ้นดุจน้ำพุพลางอาบนองพื้นที่โดยรอบจนกลายเป็สีแดงฉานโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้บัญชาการที่สอง เขาตามผู้บัญชาการที่หนึ่งมาติดๆเพื่อที่จะทำคอมโบการโจมตี ทว่า เื่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นทำให้เขาต้องอาบเืของสหายคู่ใจ
"จะ...เ้าสองเมตร" ผู้บัญชาการที่สองกล่าวพลันแข็งค้างด้วยความตื่นตะลึง
หลังการโจมตีของผู้บัญชาการที่หนึ่ง เขาคือผู้ที่จะไปซ้อนการโจมตีให้มันรุนแรงยิ่งขึ้น ทว่า ตอนนี้กลับทำมิอาจทำได้ความสิ้นหวังมันกลืนกินจิตใจจนไม่เหลือแสงสว่างจิติญญาแห่งการต่อสู้กำลังส่งเสียงกรีดร้องอย่างหวาดกลัว ร่างกายกำลังสั่นเทิ้มจนยากเกินจะโจมตีต่อ เขารู้แก่ใจว่าผู้บัญชาการที่หนึ่งนั้นแข็งแกร่งเพียงใดเป็ผู้ที่สามารถรับมือกับผู้บัญชาการที่สองและผู้บัญชาการที่สามได้อย่างพร้อมเพรียงโดยไม่มีทีท่าว่าจะเสียเปรียบแม้แต่น้อยหากทว่าเมื่ออยู่ตรงหน้าของอิสตรีน้อย ผู้แข็งแกร่งที่สุดกลับไม่อาจทำอะไรได้เลย เขายังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตัวเองได้ตายไปแล้ว!!
"ฟะ...ฟะ...ฟูลเคาท์เตอร์!...นางเป็ฮิวเมนเชื้อกษัตริย์!!" ผู้บัญชาการที่สามกล่าว
ในเผ่าพันธุ์ของมนุษย์เองแล้วมันมีความแตกต่างระหว่างมนุษย์และฮิวเมนหากเปรียบเทียบกัน ฮิวเมนเหนือว่ามนุษย์ในทุกๆด้านพวกเขามีค่าพื้นฐานที่สูงกว่ามนุษย์ธรรมดาอย่างยิ่งยวด ผู้คนส่วนใหญ่จึงเรียกพวกเขาว่ามนุษย์ชั้นสูงซึ่งหากอยู่ในสังคมมนุษย์จะพบว่าฮิวเมนนั้นถูกปฏิบัติตนราวกับพระเ้า พวกเขาเป็ผู้นำพาให้เหล่ามวลมนุษย์กลับคืนสู่จุดที่เท่าเทียมกับทุกเผ่าพันธุ์อีกครั้งและพวกฮิวเมนไม่มีคำว่าอ่อนแอโดยเฉพาะทักษะประจำเผ่า 'เคาท์เตอร์' เป็การสะท้อนการโจมตีทุกรูปแบบกลับไปมีความรุนแรงเป็ 50% ของดาเมจที่จะกระทำแต่ทว่า...
เหนือฟ้ายังมีฟ้าในระดับฮิวเมนกันเองแล้วยังมีการแบ่งชนชั้นความแข็งแกร่งเพิ่มเติมโดยทักษะประจำเผ่าจะแข็งแกร่งขึ้นก็ขึ้นอยู่กับระดับที่ตนได้โดย
ฮิวเมนระดับเชื้อกษัตริย์ทักษะจะถูกเปลี่ยนชื่อเป็ 'ฟูลเคาท์เตอร์' สะท้อนการโจมตีทุกรูปแบบกลับไปด้วยความรุนแรง 100% ของดาเมจที่จะกระทำ
ฮิวเมนระดับกษัตริย์จะมีชื่อว่า 'เทพเคาท์เตอร์' สะท้อนการโจมตีทุกรูปแบบกลับไปด้วยความรุนแรง 200% ของดาเมจที่จะกระทำ
ฮิวเมนระดับจักรพรรดิจะมีชื่อว่า 'จักรพรรดิเคาท์เตอร์' สะท้อนการโจมตีทุกรูปแบบกลับไปด้วยความรุนแรง 300% ของดาเมจที่กระทำ
.
.
.
.
ณ ราชอาณาจักรทั้งสี่...ณ ราชอาณาจักรเซอร์วอส
จักรพรรดิแห่งเซอร์วอสกำลังนั่งบัลลังก์พลันทำสีหน้าเคร่งเครียดยามนี้ภายในท้องพระโรงกำลังอลม่านวุ่นวาย พวกเขาล้วนมีฐานะที่สามารถเข้าออกท้องพระโรงได้อย่างง่ายดายและในทุกครั้งที่จักรพรรดินั่งบัลลังก์ท้องพระโรงนั้นจะเงียบสงัดต่อให้มีผู้คนมากแค่ไหนก็ไม่เคยเสียงดังมาก่อน จักรพรรดิเริ่มจะกริ้วพลางกล่าวอย่างแ่เบา
"เมื่อไหร่จะเงียบ"
หลังสิ้นเสียงทุกอย่างกลับคืนสู่ความเงียบสงัดพวกเขาให้ความเคารพแก่จักรพรรดิเป็อันมาก ทุกคำพูดของเขาดุจคำสั่งพระเ้าที่จักรพรรดิเรียกเหล่าขุนนางทั้งหมดมาในวันนี้เพื่อประชุมเื่าระหว่างราชอาณาจักรวินเทอร์เฟียและราชอาณาจักรเซอร์วอส แต่ดูเหมือนมันจะไปได้ไม่สวยนักดวงชีวิตของผู้บัญชาการที่หนึ่งเพิ่งจะแตกสลายไป มันเป็สัญญาณบ่งบอกถึงภัยอันตรายที่เราไม่อาจคาดคิด ทุกคนทั้งราชอาณาจักรรู้ดีถึงความแข็งแกร่งของผู้บัญชาการที่หนึ่ง เขาเป็คนที่ไว้ใจได้และสามารถฝากความหวังได้เสมอ ทว่า คนที่แข็งแกร่งระดับนั้นตกตายเป็ผู้แรกทำให้จักรพรรดิต้องเรียกประชุมเพื่อเตรียมแผนรับมือ
ภายในห้องนั้นมีแต่เหล่าขุนนางซึ่งประกอบได้ด้วย ดยุก มาร์ควิส เอิร์ล ไวเคานต์และบารอน เรียงลำดับจากตำแหน่งสูงที่สุดไปต่ำที่สุด
"ท่านจักรพรรดิ...กระหม่อมทรงคิดว่าผู้บัญชาการที่หนึ่งนั้นประมาทเองพะยะค่ะ ความจริงแล้วอาจจะไม่มีเื่ร้ายแรงเกิดขึ้นก็เป็ได้ตอนนี้ผู้บัญชาการที่สองและผู้บัญชาการที่สามคงสามารถเข้าโจมตีราชอาณาจักรวินเทอร์ได้สำเร็จแล้วพะยะค่ะ" มาร์ควิสคัสกล่าว
"ฮึ่ม!...มาร์ควิสคัสเพราะเ้าคิดได้แค่นี้ไงถึงยังเป็แค่มาร์ควิส" ดยุกไรอัลกล่าวก่อนกล่าวต่อ "ท่านจักรพรรดิ...กระหม่อมทรงคิดว่าเราควรเรียกห้าปราการสุดท้ายแห่งราชอาณาจักรเซอร์วอสพะยะค่ะ ครั้นมาถึงเกรงว่าสถานการณ์มันจะเข้าขั้นวิกฤตจนมิอาจควบคุมได้"
"ข้าเห็นด้วยกับดยุกไรอัล" ดยุกเอลกล่าว
คะแนนเสียงได้เทไปยังดยุกไรอัลเต็มๆ พวกเขาเกือบทั้งหมดเห็นด้วยกับความคิดของดยุกไรอัลเขาเป็หนึ่งในสามดยุกผู้กแงกำลังทหารที่แข็งแกร่งซึ่งมี ดยุกไรอัล ดยุกเอลและดยุกอัลฟรอน หากแต่มีอีกคนหนึ่งที่ถูกกล่าวว่าจะกลายมาเป็ว่าที่ดยุกที่สี่ที่กองกำลังทหารที่แข็งแกร่งชายผู้นั้นคือมาร์ควิสคัส
เฮอะ...ไอ้ไรอัลอีกแล้วคอยดูเถอะว่าท่านจักรพรรดิจะทรงเห็นด้วยกับผู้ใด มาร์ควิสคัสรู้สึกขุ่นเคืองเป็อย่างมากที่ทุกครั้งจะต้องถูกดยุกไรอัลมาขัดขวาง
"ข้าเห็นด้วยกับมาร์ควิสคัส...ผู้บัญชาการที่หนึ่งประมาทเอง! แข็งแกร่งถึงเพียงนั้นกลับพลาดท่าให้ศัตรูมันน่าโมโหนัก...ข้าเชื่อใจกองทัพของข้าเสียยิ่งกว่าอะไรไม่มีทางเลยที่พวกเราจะแพ้ราชอาณาจักรวินเทอร์เฟียในตอนนี้ พวกมันไม่มีกระทั่งราชันทรราชและาาอัสนี!!" จักรพรรดิแห่งเซอร์วอสกล่าวอย่างเดือดดาล
คำกล่าวของจักรพรรดิพลันทำให้ทุกคนรู้สึกผิดที่ไม่สามารถคิดตามจักรพรรดิได้ทันท่วงที พวกเขารู้ว่าจักรพรรดินั้นแข็งแกร่งและเลิศปัญญามากที่สุดหากเขาคิดเห็นเช่นไรมันมักถูกต้องเสมอ ทว่า มีเพียงสองคนเท่านั้นที่เริ่มรู้สึกไม่สบายใจได้แก่ดยุกไรอัลและดยุกอันฟรอน พวกเขาคิดว่าจักรพรรดินั้นวู่วามมากเกินไปมันจะเป็ผลกระทบที่ใหญ่หลวงเกินจะแก้ไข
"แต่ท่านจักรพรรดิ..."
"ไม่มีแต่ดยุกไรอัล...คำพูดของข้าถือเป็ที่สิ้นสุด"
อึก....
คำกล่าวของจักรพรรดิต้องทำให้ดยุกไรอัลกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ใบหน้าแสดงความสิ้นหวังเป็อันมากแตกต่างจากมาร์ควิสคัสซึ่งยามนี้กำลังฉีกยิ้มกว้างเต็มไปด้วยความปลื้มปิติก่อนเขาจะกล่าวชมจักรพรรดิ "ท่านจักรพรรดิแห่งเซอร์วอสผู้เลิศไปด้วยปัญญาจนข้าน้อยมิอาจคิดตามได้ทัน"
"ฮ่าฮ่าฮ่า...สรุปการประชุมในครานี้ทุกอย่างที่ขุนนางเยี่ยงพวกเ้าเรียกร้องมาถือเป็ที่สิ้นสุด พวกเ้าเพียงหวาดกลัวกันไปเองว่าจะมีเหตุการณ์ร้ายแรง"
ผู้คนส่วนใหญ่ล้วนคล้อยตามจักรพรรดิด้วยใจจริงพวกเขาไม่ได้ข่มหรือฝืนยิ้มแม้แต่น้อย ขุนนางส่วนใหญ่เชื่อใจจักรพรรดิเป็อันมากเชื่อใจในระดับที่ต่อให้ฆ่าเขาให้ตายก็ไม่เชื่อว่าจักรพรรดิจะทรงคิดผิดเพราะตลอดมานั้น จักรพรรดิได้โชว์ผลงานในระดับที่สามารถซื้อใจผู้คนทั้งราชอาณาจักรได้ ไม่มีสิ่งใดให้เชื่อใจไปมากกว่าจักรพรรดิของตนอีกแล้ว ดยุกอัลฟรอนพลันเริ่มจะเชื่อจักรพรรดิขึ้นเล็กน้อย...
ท่านจักรพรรดิมักพูดถูกเสมอแต่เื่นี้อาจจะผิดพลาดก็ได้...ไม่สิ....ข้าคิดมากเกินไปจักรพรรดิแห่งเซอร์วอสเป็ผู้ที่ปราดเปรื่องและทรงปัญญา....ท่านอาจจะวางแผนซ้อนแผาเอาไว้ก็เป็ได้
"ขอจบการประชุมแด่เพียงเท่านี้"
ผู้คนเริ่มทยอยที่จะออกจากท้องพระโรงกันไปด้วยพลังที่สูงส่งพวกเขาได้เวลาเสียงสามลมหายใจก็ออกจากท้องพระโรงกันหมดสิ้นเว้นแต่ ดยุกไรอัล เขาไม่ได้ใช้เวทมนตร์แต่ตัดสินใจที่จะเดินออกไปทางประตูแทน จักรพรรดิก็มิได้คิดมากอันไหนเขาทรงเห็นดยุกไรอัลเป็แบบนี้อยู่บ่อยครั้งและยามที่ขาออกเขาก้าวออกจากประตู...
"เป็อย่างไรบ้างขอรับท่านดยุกไรอัล" มัลฟรอยกล่าว
มัลฟรอยบุรุษผู้เปี่ยมไปด้วยพละกำลังและความสามารถทางเวทมนตร์เขาแข็งแกร่งเป็อย่างมากจนถูกยอมรับในฐานะปราการสุดท้ายแห่งราชอาณาจักรเซอร์วอสเนื่องจากปราการสุดท้ายนั้นเป็เหล่าบุคคลลึกลับกระทั่งพวกเขาด้วยกันเองก็ยังรู้จักกันไม่หมด ปราการสุดท้ายนั้นขึ้นตรงต่อจักรพรรดิเพียงเท่านั้นหากไม่มีคำสั่งมาจากจักรพรรดิละก็พวกเขาจะไม่ปรากฏตัวออกมาสุ่มสี่สุ่มห้า
ชื่อ:มัลฟรอย อัลเวอร์(เพศชาย) อายุ:29ปี เผ่าพันธุ์:มนุษย์ อายุขัยโดยธรรมชาติ:80ปี เลเวล:2,247 พลังกาย:44,234 พลังเวทย์:46,785 อาชีพ:นักดาบเวทย์
"ท่านยังคงหัวรั้นเช่นเดิม"
"ถ้าเช่นนั้นเราควรจะทำสิ่งใดกันต่อ"
"มัลฟรอย...เราไม่อาจปกป้องราชอาณาจักรนี้ได้อีกแล้วผู้บัญชาการที่หนึ่งพ่ายแพ้ให้อะไรสักอย่างขณะที่กำลังทำภารกิจเข้าโจมตีราชอาณาจักรวินเทอร์เฟียข้ารู้ดีว่าเขานั้นแข็งแกร่งเป็อย่างมาก ถึงจะไม่สามารถเทียบเคียงกับพวกเ้าสิ่งเป็ปราการสุดท้ายทั้งห้าแต่กระนั้นเขาก็แข็งแกร่งเป็อันมาก ในความจริงแล้วพวกเขาทั้งสามนั้นมีท่าประสานอยู่ด้วย...ข้าได้เห็นมากับตาแล้วซึ่งมันมากพอจะฆ่าปราการสุดท้ายสักคนได้เลย!"
"ข้าไม่สนหรอกว่าผู้บัญชาการที่หนึ่งจะตายเพราะประมาทหรือตายเพราะอะไรสักอย่าง...พวกเราต้องอพยพตระกูลอัลเวอร์ ณ ตอนนี้ มันอาจจะมีสัตว์ประหลาดอยู่ข้างนอกนั้นจริงๆ"
"ท่านดยุกไรอัล...ท่านคิดว่าจะเป็ฝีมือของาาปีศาจแห่งราชอาณาจักรวินเทอร์เฟียหรือไม่"
"ข้าไม่รู้" ดยุกไรอัลกล่าวพลางส่ายหัวก่อนกล่าวต่อ "ตระกูลอัลเวอร์มีความสัมพันธ์อันดีกับราชอาณาจักรุ์ในบางทีพวกเขาอาจจะยอมให้ความช่วยเหลือแก่พวกเรา"
...สเตตัสปัจจุบัน...
ชื่อ:กาติรัส อันเดลัส(เพศชาย) อายุ:15ปี เผ่าพันธุ์:มนุษย์กึ่งอันเดด อายุขัยโดยธรรมชาติ:อนันต์
เลเวล:4,851 พลังกาย:47,687 พลังเวทย์:583,957