ตอนที่ 6 เมดสาวกับอาหารสุดห่วยและความแค้นของคิว past.1
อีกฟากของโลก ประเทศอิตาลี
หนึ่งในประเทศที่มีวัฒนธรรมทางด้านอาหารมาอย่างยาวนาน
ณ ร้านอาหารที่ใหญ่โตหรูหราแห่งหนึ่งถูกประดับตกแต่งอย่างงดงาม
มันไม่ใช่ร้านอาหารอิตาลี แต่เป็ร้านอาหารสไตล์ฝรั่งเศส
ซึ่งภายในร้านขณะมีลูกค้าอยู่เพียงแค่คนเดียว
เธอเป็หญิงสาวที่มีใบหน้าที่งดงามมากดูไปเธอก็คล้ายกับนักแสดงชื่อดังอย่างอิสเบลล่าอยู่นะ
เพียงแต่ เธอคนนี้งดงามกว่าแถมยังอ่อนเยาว์กว่าด้วย แม้ว่าชุดที่เธอสวมใส่อยู่จะเป็ชุดของเมดก็ตาม
ชายคนหนึ่งดูเหมือนจะเป็พนักงานอายุประมาณ 40 ปลายๆ มีใบหน้าที่สะอาดสะอ้านไร้เครา มีเพียงแค่หนวดที่ถูกตกแต่งอย่างดี แต่งตัวหรูหรา มาในสไตล์ชนชั้นสูงฝรั่งเศสโบราณ
เขากำลังลูบหนวดเขี้ยวของตัวเองอยู่ พลางเดินเข้าไปหาลูกค้าหญิงสาวเพียงหนึ่งเดียวภายในร้าน
“รสชาติอาหารเป็ยังไงบ้างครับคุณลูกค้า”
พนักงานชายพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูดีดั่งบริกรที่พูดคุยกับเ้านายชนชั้นสูง
เขาค่อนข้างมั่นใจในอาหารเป็อย่างมาก
และเมื่อสังเกตไปยังจานอาหารของลูกค้าก็พบว่าลูกค้ากินมันจนแทบจะหมดเกลี้ยง ความมั่นใจของเขาก็ยิ่งเพิ่มขึ้นอีก
“ซุปหัวหอมเหมือนต้มในรองเท้าบูทที่ไม่ได้ล้างมาหลายสิบปีส่วนไก่ตุ๋นไวน์แดงก็เค็มเหมือนใช้เกลือทั้งโรงนามาผสม แค่นี้ก่อนก็แล้วกันคะโดยรวมแล้วน่าตาดูดี กลิ่นใช้ได้...แต่รสชาติเข้าขั้นวิกฤตเลยคะ”
ลูกค้าสาวพูดด้วยใบหน้าที่เรียบนิ่งพลางใช้ผ้าเช็ดปากเบาๆ
ส่วนทางด้านพนักงานชายนั้นโกรธจัดเป็อย่างมากความมั่นใจและความภาคภูมิใจนั้นแตกสลายไม่เหลือซาก
แต่เขาก็ยังเก็บอารมณ์ต่างๆเ่าั้ไว้ได้ก่อนจะลูบหนวดเล่นหันไปมองยังลูกค้าสาว
“คุณลูกค้าบอกว่าไม่อร่อย...แต่กินจนหมดเกลี้ยงเลยเนี่ยสิ หรือความจริงแล้วคุณลูกค้าคิดจะกินฟรีเหรอครับ”
เมื่อลูกค้าสาวฟังจบดวงตาก็เบิกโตไปแว๊บนึง เนื่องจากความจริงแล้วเธอคิดจะกินฟรีจริงๆ
เธอบินจากประเทศเวียดนามมายังประเทศอิตาลี โดยใช้เวลาไปถึงสามชั่วโมงเมื่อเธอมาถึงก็รู้สึกหิวเป็อย่างมาก ก่อนมาเธอก็ยังไม่ได้กินอะไรแถมตอนนี้เธอไม่มีเงินติดตัวอยู่เลย
----ท่ามกลางความหิวโหยโชคก็เข้าข้างเธอ
เธอพบเข้ากับโฆษณาของร้านอาหารไตล์ฝรั่งเศสแห่งหนึ่งที่พูดในทำนองว่า มั่นใจในรสชาติเป็อย่างมาก หากไม่อร่อยให้กินฟรี
ทุกอย่างมันก็เข้าทางเธอทันที
...
----เมื่ออาหารที่สั่งถูกกินจนหมดเกลี้ยง
เธอยอมรับว่าเธอหิวมากเลยกินมันจนหมด...แต่ทางพนักงานเองก็ต้องยอมรับให้ได้ด้วยว่าอาหารของร้านนี้รสชาติห่วยมากจริงๆ...เธอเข้าใจเลยว่าทำไมไม่มีลูกค้าคนอื่นอยู่ในร้านเลย หากเธอไม่หิวมากขนาดนี้ ต่อให้กินฟรีเธอยังไม่เอา
...
“คุณพนักงานเสียมารยาทจริงๆขอฉันพบผู้จัดการร้านหน่อยคะ”
“ร้านนี้ไม่มีผู้จัดการครับคุณลูกค้าผมเนี่ยแหละเ้าของร้าน”
ลูกค้าสาวยังคงพูดด้วยสีหน้าที่เรียบนิ่งแต่ทางพนักงานที่เป็เ้าของร้านยังคงเก็บอาการเดือดดาลไว้ข้างในได้อยู่
“งั้นก็ดีเลยคะ เรียกเชฟมาด้วยเลยสิคะฉันจะได้อธิบายถึงความห่วยของอาหารฝรั่งเศส ของร้านอาหารแห่งนี้ได้ถูก”
“ผมเนี่ยแหละครับเชฟ”
...
ลูกค้าสาวรู้สึกมึนงงขึ้นมาทันทีทั้งพนักเสิร์ฟ เชฟ และเ้าของร้าน เป็คนๆเดียวกัน ในร้านอาหารขนาดใหญ่แถมดูเหมือนไม่มีพนักงานคนอื่นๆอยู่เลย
“คุณลูกค้าดูถูกอาหารฝรั่งเศสของผมว่าห่วยทั้งๆที่เป็คนอิตาลีแท้ๆ ชั่งกล้าวิจารณ์จริงๆ”
“ไม่เกี่ยวว่าเป็คนประเทศไหนหลอกคะถึงจะสามารถวิจารณ์อาหารของคุณได้...ฉันเองก็ไม่ใช่คนอิตาลีหรือฝรั่งเศส แต่อาหารฝรั่งเศสของคุณมันห่วยจริงๆฉันมั่นใจเลยว่า อาหารฝรั่งเศสที่ฉันทำอร่อยกว่าของคุณหลายเท่าแน่นอน”
ลูกค้าสาวพูดด้วยใบหน้าที่เรียบนิ่งและมั่นใจเป็อย่างมาก
ทางฝั่งเ้าของร้านโกรธเืขึ้นหน้าจนเห็นเส้นเื...แต่ด้วยนิสัยผู้ดีของเขายังคงเก็บอการได้ และยังคงพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูดี พลางลูบหนวดของตัวเองอย่างใจเย็น
“โฮ่! โฮ่!...ไม่ใช่คนฝรั่งเศสแท้ๆแต่กล้ามาพูดแบบนี้กับคนฝรั่งเศสแท้ๆแบบผมอย่างงั้นหรือ...ก็ได้! งั้นคุณผู้หญิงมาแข่งทำอาหารฝรั่งเศสกับผมไหมละ”
เ้าของร้านพูดอย่างมั่นใจเป็อย่างมาก
ทางฝั่งลูกค้าสาวมุมปากของเธอเผลอฉีกยิ้มเล็กน้อยแว็บนึง
“ตกลงคะ”
…
...
...
ย้อนกลับไปในอดีตของ คิว...
“แม่ครับ อย่าทิ้งผม อย่าทิ้งผมไปเลยนะ”
“ปล่อย!!! ไอคิว!อย่ามาเรียกกูว่าแม่นะ!”
เด็กน้อยวัยหกขวบร้องห่มร้องไห้ กอดขามารดาของตัวเองไว้ไม่ให้เธอไปไหน
----ทางฝั่งมารดารู้สึกรำคาญเป็อย่างมาก
ก่อนที่จะเตะเสยคางบุตรชายของตนที่กำลังกอดขาของเธอแน่นเข้าอย่างจัง
“ปั๊ค!!!”
ร่างของเด็กหนุ่มถูกส่งลอยออกไปชนเข้ากับผนังอย่างรุนแรง
เด็กน้อยดิ้นทุรนทุราย น้ำตาไหลพรากด้วยความเ็ปทั้งกายและจิตใจที่พังยับเยินยากเกินที่เด็กน้อยจะรับไหว
แม่ของเขาจากไปพร้อมกับชายชู้คนหนึ่ง
ชายคนนั้นเป็เกรทเทอร์ที่มีฐานะดีพอตัวเขามาพร้อมรถยนต์สุดหรู
ชายคนนั้นจ้องมองแม่ของเขาที่กระทำกับเขาอย่างสนุกสนานและภาคภูมิใจ...
ก่อนที่ทั้งคู่จะขับรถคันหรูจากไปและหลังจากนั้นแม่ของเขา...ก็ไม่เคยกลับมาอีกเลย
...
..
.
ครอบครัวของคิวนั้นประกอบไปด้วยพ่อ แม่ และพี่สาว
เขาเคยมี่เวลาชีวิตที่มีความสุขเป็อย่างมากโดยไม่เคยคิดเลยว่า ชีวิตของเขาจะมาถึงจุดๆนี้
พี่สาวของเขานั้นแยกไปอยู่คนเดียวนานแล้วเนื่องจากมีปัญหากับแม่
อีกทั้งก่อนที่พี่สาวของเขาจะไปนั้นยังเคยด่าแม่ว่า‘อีตัว’ ...นั่นทำให้พี่สาวต้องมีปัญหาทะเลาะกับพ่อด้วยเช่นกัน
...
ส่วนพ่อนั้นทำงานอย่างหนักจนกลับดึกทุกวัน และไม่ค่อยมีเวลาว่างให้กับครอบครัวเท่าไหร่
และในวันนี้เองแม่ของเขาก็ได้จากไป
...ภายในห้องของเขาเวลานี้มันชั่งว่างเปล่า และมืดมิด
มันเงียบเหงาและเ็ปเหลือเกิน
เด็กน้อยคิวนอนร้องไห้จนบ่อน้ำตาแห้งเหือด
...
..
.
ชายคนหนึ่งทำงานอย่างหนักทุกวัน
งานที่เขาทำนั้นมันเป็งานที่ใช้แรงกายอย่างมหาสาร...มันหนักชนิดที่ว่าแต่ละวันเขาแทบจะไม่เหลือเลี้ยวแรงที่จะเดิน
แต่ถึงจะงานหนักเพียงใดพอนึกถึงภรรยาและลูกๆแล้ว ก็มีแรงฮึดสู้ขึ้นมาทันที
เพื่อภรรยาและลูกๆได้มีคุณภาพชีวิตและอาหารที่ดีถึงท้อง...ต่อให้งานหนักแค่ไหนเขาก็ไม่หวาดหวั่น
...
ยามค่ำคืนเมื่อเวลาเลิกงานมาถึงเขาก็รีบตรงดิ่งกลับบ้านทันที
ตัวเขานั้นแทบจะไม่เคยเถลไถลเนื่องจากเขาไม่ใช่คนที่ติดเหล้า
และอีกอย่างร่างกายและสภาพจิตใจที่ต่อให้เหนื่อยล้าเพียงใด...หากได้เห็นใบหน้าของภรรยาและลูกแล้ว
จิตใจของเขาก็จะเบิกบานขึ้นมาทันที
...
“ที่รัก!... คิว! อยู่ไหมพ่อกลับมาแล้ว”
วันนี้นั้นแตกต่างจากทุกทีเนื่องจากไฟทุกดวงในบ้านนั้นมืดสนิท
‘ดูเหมือนจะไม่มีใครอยู่บ้านแหะ...’ เขาเปิดประตูเข้าไปในบ้านที่มืดสนิทบรรยากาศนั้นดูวังเวงกว่าทุกที ก่อนที่เผลอไปเหยียบเข้ากับอะไรบางอย่าง
ความรู้สึกแบบนี้มันอะไรกันเขาจำได้ว่าบริเวณนี้ไม่เคยมีอะไรวางอยู่นิ...นั้นทำให้เขารีบไปเปิดไฟทันที
----ภาพตรงหน้านั้นแทบจะทำให้หัวใจของเขานั้นหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม
“คิวมานอนอะไรตรงนี้ลูก”
เขาถามลูกชายที่นอนอยู่ในสภาพที่สะบักสะบอม
ร่างกายฟกช้ำโดยเฉพาะใต้คาง บริเวณแก้มนั้นมีคราบน้ำตาที่แห้งติดอยู่...
และที่ร้ายแรงยิ่งกว่านั้นคือดวงตาลูกชายของเขา ที่ไร้ซึ่งวี่แววใดๆ หม่นหมองดั่งไร้ิญญา
ดวงใจของเขานั้นแทบจะแตกสลายในทันที
เขาโอบกอดร่างของลูกชายไว้แน่น
...
“คิว ใครทำลูกบอกพ่อมา”
...ยังคงไม่มีเสียงตอบรับจากลูกชาย
...
..
.
“แล้ว แม่ละ! แม่ไปไหน”
ครั้งนี้เมื่อเขาพูดจบ ร่างกายของลูกชายก็เริ่มสั่น...ก่อนที่เขาจะได้ยินเสียงพูดที่บางเบาของลูก
“ไม่อยู่ แม่...ไม่อยู่แล้ว แม่ไปแล้ว”
หลังพูดจบเด็กน้อยก็หลั่งน้ำตาออกมาทันที
และหลังจากที่เขาฟังลูกชายพูดจบภายในหัวสมองของเขามันก็หนักอึ้งขึ้นมา ดังถูกค้อนปอมทุบมาที่ศีรษะแขนขาอ่อนล้าแทบจะสิ้นแรง
เขากอดร่างของลูกชายไว้แน่นและไม่รู้เมื่อไหร่ ที่น้ำตาของเขามันก็หลั่งไหลออกมาเช่นกัน
...
..
.
เวลาผ่านไปนับสัปดาห์เขาตามง้อภรรยาด้วยสารพัดวิธี
แต่ก็ถูกปฏิเสธอย่างไร้ซึ่งเยื่อใยพร้อมกับโดนดูถูกจากคนใหม่ของเธอ
“เธอเคยคบกับหนอนแมลงแบบนี้ได้ไงเนี่ย”
“ถ้าฉันเจอคุณเร็วกว่านี้ คงไม่มีทางเฉียดไปรู้จักกับคนอย่างมันแน่นอนคะ”
…
ทั้งคู่กอดจูบกันต่อหน้าเขาและไม่แคร์สายตาใดๆ
...
..
.
เขากลับบ้านมาด้วยความผิดหวังและเ็ปเกินทนยากจะอธิบาย
ร่างกายของเขาอ่อนแรงและหนักอึ้ง
เขาเหม่อลอยชนิดที่ว่าเดินผ่านลูกชายไป โดยที่เขาไม่สังเกตเห็นเลย
เส้นทางข้างหน้ามันชั่งหม่นหมองและหนาทึบ...มันชั่งปวดร้าวเสียเหลือเกิน
----เขาเดินเข้าไปในห้องคนเดียวแบบเงียบๆ
ห้องที่เขาเคยใช้ชีวิตร่วมกับภรรยา…และจากนั้น ‘ประตูห้องก็ถูกปิดลง’
…
..
.
ไม่กี่วันหลังจากนั้น
บริเวณโดยรอบเพื่อนบ้านได้รับกลิ่นเหม็นเน่าขั้นสุด จนถึงขั้นทนไม่ไหว
เพื่อนบ้านคนหนึ่งมาเคาะประตูบ้าน
เขามาพร้อมกับผ้าผืนหนึ่งที่ปิดจมูกเอาไว้
“เห้ย!...ไอคุนเปิดประตู กูทนมึงไม่ไหวแล้วนะโว้ยทำเหี้ยไรวะ กลิ่นเหม็นชิบหาย เพื่อนบ้านเขาเดือดร้อนกันหมดแล้วเนี่ย”
ป้าคนหนึ่งยืนเคาะประตูบ้านของคุน
แต่เธอก็ต้องใเมื่อคนที่มาเปิดประตูไม่ใช่คุน แต่คือคิวลูกชายของคุนที่มีสภาพผอมแห้ง
“ไอคิว พ่อมึงอยู่ไหน กูไม่ไหวละ วันนี้ต้องคุยกันให้รู้เื่”
“พ่ออยู่ในห้องครับ”
..... .
ป้าสาวเพื่อนบ้านไม่ทนอีกต่อ
เธอตรงดิ่งไปหาคุนทันที...และเธอต้องกลั้นอดทนแบบขั้นสุดกลับกลิ่นเหม็นเน่า
เธอเปิดประตูห้องที่เป็ดั่งจุดศูนย์กลางของกลิ่นเป็จุดที่มีกลุ่นรุนแรงที่สุด
“ไอคุน มึงทำเ---- กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด!!!!!!!!!”
...
เสียงกรี๊ดของป้าเพื่อนบ้านดังลั่นสนั่นไปทั่วทั้งซอย
.
..
...
่เวลาหลังจากนั้นไม่นาน
“ช่วยหลีกทางหน่อยครับเ้าหน้าที่จะเข้าไป”
เ้าหน้าที่คนหนึ่งแหวกทางฝูงชนเพื่อเข้าไปยังบ้านจุดเกิดเหตุ ที่มีเส้นเหลืองขั้นโดยรอบ
ผู้เสียชีวิตคือนายคุนสาเหตุการเสียชีวิต คาดว่าน่าจะเกิดจากการฆ่าตัวตาย โดยวิธีการแขวนคอ ภายในห้องนอนของตัวเอง
...
...
“ได้ข่าวว่าเมียไปมีชู้แหละ”
“แถมชู้ยังเป็เกรทเทอร์ที่มีฐานะดีด้วยนะ”
“เออ กูก็ได้ยินมาแบบนั้นเหมือนกัน”
“สงสารลูกชายจังเนอะ ยังตัวเล็กอยู่แท้ๆ”
“ได้ข่าวเด็กนั้นอยู่กับพ่อที่เป็ศพไปนานแล้วแบบไม่รู้เื่รู้ราวด้วยแหละ”
“บรึย!!! มึงอย่าทักขึ้นมาสิ กูอุตส่าห์ลืมเื่นั้นไปแล้วนะคิดแล้วหลอน”
กลุ่มป้าแม่บ้านพูดคุยกันเกี่ยวกับเหตุการณ์การฆ่าตัวตายที่เกิดขึ้น
...
..
.
หลายอาทิตย์ผ่านหลังจากเหตุการณ์ที่พ่อของคิวฆ่าตัวตาย
คิวถูกส่งไปยังสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าเนื่องจากไม่สามาถติดต่อญาติคนไหนได้เลย
เด็กน้อยเป็ดั่งคนที่ไร้ิญญาไม่พูดไม่จา ไม่ค่อยกินอาหาร จนร่างกายผอมโซ
ชีวิตภายในสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าของคิวนั้นมักจะถูกแกล้ง และหยอกล้ออยู่บ่อยๆ
แต่จากการที่คิวก็ไม่มีการโต้ตอบใดๆทั้งสิ้นจนถึงขั้นพวกที่มาแกล้งเบื่อหน่ายจนเลิกสนใจ
และในที่สุด คิวเป็ดั่งคนที่ไร้ตัวตนอย่างแท้จริง
...
แต่แล้วความเปลี่ยนแปลงก็มาถึง
เมื่อมีหญิงสาวคนหนึ่งมายังสถานที่สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า
...
เธอจ้องมองมายังทิมด้วยสายตาที่อ่อนโยนเหนือล้น
และเมื่อเธอเห็นสภาพและความเป็อยู่ของคิวดวงตาของเธอสั่นเครือ พร้อมกับน้ำตาที่เอ่อล้นออกมา
เธอเข้ามาสวมกอดคิวด้วยความอบอุ่นในแบบที่ขาดหายไปนาน
ดวงตาของคิวเริ่มกับมามีแววของชีวิตอีกครั้งก่อนที่มันจะหลั่งน้ำตาออกมา
“พี่!!!!!!!ฮือออ”
คำพูดทั้งน้ำตาของหนุ่มน้อยคิวเป็คำพูดแรกหลังจากที่เข้ามายังสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งนี้
“คิว!ไปอยู่กับพี่นะ”
ภายในใจของหญิงสาวเองก็เ็ปและเศร้าเป็ที่สุดคิวเป็ครอบครัวเพียงคนเดียวของเธอที่เหลืออยู่
‘หากในวันนั้นฉันอยู่ด้วยละก็ เื่ทุกอย่างคงจะไม่มาถึงจุดนี้’ หญิงสาวกอดร่างของคิวแน่นร่างของของน้องชาย ‘ครอบครัวเพียงคนเดียวที่เธอเหลืออยู่’
.
..
…
หลังจากนั้นคิวก็ได้ไปใช้ชีวิตอยู่กับพี่สาวภายในห้องเช่าเล็กๆแห่งหนึ่ง
แต่ถึงมันจะเล็กแต่ก็เต็มไปด้วยความสงบสุข
พี่สาวของเขาทำงานพาร์ทไทม์อยู่ที่ร้านอาหารไกล้ๆห้องเช่าจึงไม่เสียค่าเดินทาง อาหารการกินส่วนใหญ่ ก็เอามาจากของเหลือในที่ทำงาน
เดือนนึงเสียแค่เช่าห้องค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าอินเทอร์เน็ต แถมค่าเช่าห้องก็ยังถูกมากอีกด้วย
“คิวเรียนวันนี้เป็ยังบ้าง”
“ก็ดีครับผมได้เพื่อนใหม่ด้วยแหละ”
คิวพูดด้วยรอยยิ้มที่ร่าเริงขึ้น
ทางฝั่งพี่สาวเองก็ดีใจเช่นกันที่เห็นน้องชายกับมาร่าเริงและมีรอยยิ้มอีกครั้ง
“พี่ไปทำงานก่อนนะเดี่ยวคืนนี้เอาของอร่อยมาให้กิน”
“คร๊าบบบบบ!”
คิวตอบพี่สาวอย่างน่ารัก
พี่สาวนั้นรู้สึกอดเป็ห่วงไม่ได้เนื่องจากเธอไม่ค่อยมีเวลาใช้ชีวิตอยู่กับคิวเลย หลังจากที่เธอกลับมาจากมหาลัยเธอก็ต้องไปทำงานพาร์ทไทม์ต่อ วันที่ไม่มีเรียนก็ต้องไปทำงานทั้งวันแต่ยังโชคดีที่ ทั้งมหาลัย ที่ทำงาน และห้องเช่าของเธออยู่ไกล้กัน…และดูเหมือนคิว น้องชายของเธอจะเข้าใจมันเป็อย่างดี
มหาลัยที่เธอเรียนอยู่ไม่ใช่มหาลัยที่มีอันดับดีสักเท่าไหร่จึงมีค่าเทอมที่ไม่สูงมาก
นั้นทำให้เธอพอมีเงินเก็บเข้ากระเป๋าเหลือเฟือ
ทางฝั่งของคิวเองก็ไม่ได้รู้สึกเหงาหรือโดดเดี่ยวแต่อย่างใดเนื่องจากพี่สาวของเขา ซื้อเครื่องเกมทิ้งไว้ให้เขานั้นเอง
เขามักจะเล่นเกมออนไลน์กับเพื่อนอยู่บ่อยครั้งเขารู้สึกสนุกเป็อย่างมาก
ชีวิตของเขากลับมาสงบและมีความสุขอีกครั้ง
...
..
.
(่คุยกับนักเขียน)
ตอนนี้ผมเขียนไว้ยาวหน่อยขอแบ่งเป็สองพาร์ทแล้วกันครับ
.
.
ติชมผลงานวิจารณ์ได้ตามสะดวกเลยครับ ผมจะปรับปรุงตัวเเละเเก้ไขทันทีผมอ่านทุกคอมเม้นเเน่นอน
ฝากติดตามผลงานเฟสบุ๊คเพจ : https://bit.ly/3aJY2ic