ร้านซีเซ่
“อาหารเสร็จแล้วนะครับ”อาธาหายเข้าครัวไปเป็นชั่วโมง ก่อนจะออกมาตามทุกคนไปกินข้าว ซึ่งตอนนี้หุ่นยนต์กำลังช่วยจัดโต๊ะอยู่
“ครับ” เพเนียสที่นอน(??)เล่นอยู่กับน้องวิณณ์ก็รีบลุกขึ้นนั่งและยืนตามคำเรียกทันทีส่วนอาธาก็เดินไปหาคนรักก่อนจะออกคำสั่งด้วยเสียงให้รถเข็นพาเวย์ลันไปรอที่โต๊ะอาหารก่อนเลยคนแรก
“ไปครับน้องวิณณ์ถึงเวลากินข้าวเที่ยงแล้วนะ” เดินมาหาลูกชายพร้อมกับเรียกด้วยเสียงที่เล็กลงอีกระดับ
“อืมๆ หม่ำๆๆ” เด็กชายวิณณ์ดูเหมือนจะรู้ดีว่าเป็นเวลาอะไรถึงได้ตอบรับอย่างร่างเริงพร้อมกับยกแขนชูมือขึ้นสูงเป็นการบอกว่าป๊ามาอุ้มผมหน่อยค้าบบบ
“ไปครับน้องวิณณ์พาพี่เพเนียสไปกินข้าวกัน”เหมือนวิณณ์จะเข้าใจ มีหันมาพร้อมกับใช้มือน้อยๆกวักเรียกพี่ชายคนใหม่ด้วย
“ได้เลยครับ น้องวิณณ์เดินนำไปได้เลยนะเดี๋ยวพี่จะเดินตามเอง” เพเนียสเล่นด้วยกับอาธา แต่ประโยคตอบกลับเป็นการพูดกับคนลูกแทน
“มาๆๆ”
อาหารบนโต๊ะที่ผู้ปรุงคืออาธาและหุ่นยนต์ของเขามีหลายอย่างจนเต็มโต๊ะไม่ว่าเป็นเมนูแรกๆของช่องอย่าง กุ้งมังกรอบเนย ไข่ตุ๋น สเต๊กปลาแซลม่อน ข้าวผัดหมูสับผัดไข่เค็ม และไหนจะของหวานอย่างพุดดิ้งอีก แค่เห็นหน้าตาและได้กลิ่นเพเนียสก็บอกได้เลยว่าต้องอร่อยแน่ๆ
โต๊ะอาหารเป็นแบบกลมตอนนี้ถูกจับจองที่นั่งไปแล้วหนึ่งที่ก็คือเวย์ลันที่จะมีหุ่นยนต์พยาบาลคอยป้อนอาหารอยู่ข้างๆกันเป็นที่นั่งสำหรับเด็กที่อาธาอุ้มวิณณ์ขึ้นนั่งถัดมาจึงเป็นที่นั่งของอาธาเองส่วนเพเนียสจึงนั่งลงบนเก้าอี้อีกฝั่งตรงข้ามกับวิณณ์น้อยพอดี
“โห อาหารน่ากินทั้งนั้นเลยนะครับเนี่ยใช้เวลาแค่ไม่นานเอง ทำได้เยอะขนาดนี้เลย” เพเนียสเอ่ยปากชมทันทีที่นั่งประจำที่
“วันหนึ่งๆมีออเดอร์อยู่ที่ 30-40 ที่ได้น่ะครับ พี่เลยต้องรีบทำแต่พอมาได้ยินแบบนี้พี่ก็ตื่นเต้นแย่สิครับต้องรอให้น้องเพเนียสชิมก่อนค่อยชมทีเดียว เผื่อจะผิดหวัง” อาธาว่ายิ้มๆ
“ระดับทำขายแบบนี้ไม่มีว่าไม่อร่อยหรอกครับ จัดจานก็สวยกลิ่นก็หอมขนาดนี้ รสชาติไม่มีแย่หรอก”
“ปา หิวๆ”
“ครับๆๆถ้างั้นก็เชิญเลยนะครับน้องเพเนียส ติชมได้เต็มที่เลยนะ”ระหว่างกำลังพูดคุยกันอยู่สงสัยเจ้าวิณณ์น้อยจะต้านทานกลิ่นและภาพอาหารตรงหน้ามาไหวเลยต้องได้เร่งป๊าของเขาแบบนี้
“ครับๆ น้องวิณณ์ก็กินเยอะๆนะครับจะได้โตเร็วๆ พี่อาธากับพี่เวย์ลันด้วยนะครับ กินเยอะๆนะครับจะได้มีแรงเล่นกับน้องทั้งวัน” เพเนียสว่าจบก็รอให้ฝั่งตรงข้ามลงมือตักอาหารก่อน เขาจึงค่อยตักอาหารตามฝั่งนั้นดูเหมือนคนทำจะยังไม่ได้กินเพราะต้องป้อนลูกชายก่อนและก็ต้องดูด้วยว่าหุ่นยนต์ป้อนอาหารคนรักดีไหม ป้อนเร็วไปหรือเปล่าเขาเคี้ยวได้ไหม ส่วนเพเนียสที่มองภาพครอบครัวตรงหน้าที่มีรังสีความรักแผ่ออกมาจนพอแล้วก็ได้ลงมือชิมฝีมือของเจ้าบ้านเสียที
รสชาติไม่เลวเลยไม่สิ ต้องบอกว่าอร่อยเลยแหละถึงจะถูกอาหารที่อาธาทำเพื่อขอบคุณตามที่เขาได้ลั่นวาจาไว้นั้น อร่อยทุกอย่าง สมกับที่มีออเดอร์สั่งเข้ามาเรื่อยๆจริงๆแต่ถึงอย่างนั้นวันๆ หนึ่งอาธาก็ไม่ได้รับเยอะขนาดนั้น เพราะต้องดูแลคนที่บ้านจึงอยากใช้เวลาส่วนใหญ่กับครอบครัวมากกว่า
“เป็นยังไงบ้าง อร่อยไหม อิ่มหรือเปล่า”หลังจากนั่งกินอยู่พักใหญ่ มีพูดคุยเรื่องทั่วๆ ไปกันบ้างระหว่างกินไปด้วย สุดท้ายอาธาจึงได้เอ่ยคำถามนี้ออกมาอย่างตื่นเต้นแต่จากที่สังเกตเพเนียสที่ดูกินได้ปกติไม่มีอาการฝืนก็คงเบาใจว่าเขาทำได้รสชาติไม่แย่
“อิ่มแล้วครับ แล้วก็ อร่อยทุกอย่างเลยพี่อาธาทำอาหารเก่งมากเลยนะครับเนี่ย อร่อยกว่าผมทำอีกมั้ง” เพเนียสไม่ได้พูดเล่นเพื่อเอาใจแต่เขาคิดแบบนั้นจริงๆ ไม่ว่าจะด้วยความสามารถหรือเพราะวัยความชำนาญที่ทำเมนูเดิมซ้ำอยู่บ่อยๆ และนั่นมันทำให้อาธาทำเมนูของวันนี้ออกมาได้ดีมากจริงๆ(อาธาทำขายมาเป็นเดือนแล้วแน่นอนว่าเมนูพวกนี้เขาต้องได้ทำบ่อยกว่าเพเนียสอยู่แล้ว เพราะบางเมนูหลังจากที่สอนในไลฟ์ไปเพเนียสก็ยังไม่ได้ทำกินอีกเลยด้วยซ้ำเว้นแต่เป็นเมนูที่คนในครอบครัวอยากกินจริงๆ)
“ได้ยินแบบนี้พี่จะลอยได้เลยนะครับเนี่ยแต่ตอนแรกพี่ก็ไม่ได้คิดจะทำขายหรอก เพียงแต่อยากลองทำกินเองเท่านั้นเพราะน้องวิณณ์เองก็พึ่งจะถึงวัยกินข้าวได้ พี่เลยอยากทำอะไรให้เขากินบ้างน่ะและปรากฏว่าเขาชอบด้วยนะ ไข่ตุ๋นนี่ของโปรดเลย แต่พอพี่สนใจจริงๆจังๆ ก็เลยลองขายไม่คิดว่าจะทำให้พี่มีรายได้เพิ่มขึ้นอีกขนาดนี้อีกไม่นานเวย์ลันก็จะได้เข้ารับการรักษาแล้วล่ะ ยังไงต้องขอบคุณน้องเพเนียสอีกครั้งจริงๆนะ”เสียงที่บอกเล่านั้นออกมาจากใจจริงของอาธาจริงๆเขาไม่เคยนึกหรอกว่าวันหนึ่งจะทำอาหารปรุงประกอบกินเองเป็นถ้าไม่ได้คนตรงหน้าเขาคงไม่มาถึงวันนี้เร็วขนาดนี้เงินสำหรับการรักษาก็ใกล้ครบแล้ว ไหนจะต่อไปที่สามารถยึดอาชีพทำอาหารต่อไปได้อีก
“ขอบ...ขอบคุมคับ”วิณณ์ที่ได้ยินแบบนั้นเขาก็รีบเอ่ยตามทันที เพราะคำว่าขอบคุณครับอาธาสอนมาก่อนแล้วเวลารับของก็ต้องเอ่ยออกมาเสียก่อน
“อา น่ารักจริงๆ เลยนะน้องวิณณ์เนี่ยส่วนพี่อาธาเองผมดีใจด้วยนะครับ ต่อไปพี่เวย์ลันก็จะหายดีแล้ว ไว้ครั้งหน้าก็ไปเที่ยวบ้านผมนะครับรับรองว่าจะทำอาหารต้อนรับเยอะๆไปเลย”
“ได้ครับ พี่จะไปแน่นอน” อาธาตอบยิ้มๆพร้อมมองหน้าคนรักด้วยที่ใบหน้าเองก็เผยรอยยิ้มออกมาอยู่นิดหน่อยเวย์ลันเองก็หัวเสียกับตัวเองอยู่ไม่น้อยเลยที่ต้องให้คนรักดูแลอยู่หลายปีจะกอดจะอุ้มลูกชายก็ทำไม่ได้ ไหนจะต้องปล่อยให้คนรักทำงานหรือจัดการเรื่องต่างๆ คนเดียวอีกเขาเคยคิดนะ ว่าถ้าเป็นแบบนี้ทำไมไม่ตายๆ ไปเลยจะไม่ดีเสียกว่าเหรอแต่พอเห็นว่าคนรักมุ่งมั่นตั้งใจอยากให้เขากลับมาเป็นเหมือนเดิมเป็นเสาหลักของบ้านแบบเดิมแล้ว เขาก็ได้แต่แอบร้องไห้คนเดียวทำไมเขาถึงได้บ้ามีความแบบนั้นได้
เพเนียสอยู่เล่นกับวิณณ์อีกพักหนึ่งจนอีกคนหลับไปเขาจึงได้ขอตัวกลับ แต่ไม่ได้ให้อาธาไปส่ง เพราะเขาบอกว่าจะไปเดินเล่นเสียก่อนซึ่งสถานที่ต่อไปที่เขาจะไปก็คือ ที่ตั้งของร้านซีเซ่ ใช้เวลาเดินทางจากบ้านของอาธาประมาณหนึ่งชั่วโมงด้วยรถลอยฟ้าซึ่งก็ไม่ใกล้หรือไกลจนเกินไป แต่ถึงแม้ว่ามาถึงที่นี่แล้ว อย่าคิดว่าเขาจะเหยียบเข้าไปในร้านนั่นนะก็แค่มาดูเฉยๆแล้วก็มาดูร้านแฟรนไชส์ที่เคยบอกตำแหน่งพิกัดร้านว่าอยู่ตรงข้ามถนนกับร้านซีเซ่เลยถึงภัตตาคารซีเซ่จะเป็นร้านอาหารปรุงประกอบขนาดใหญ่ที่อยู่ในตัวอาคารรูปแบบทันสมัยอยู่ในถนนสายรองที่รอบๆเต็มไปด้วยตึกมากมายแต่มันก็ไม่สามารถข่มให้ร้านเปิดใหม่ฝั่งตรงข้ามให้เล็กลีบหรือกลืนหายลงไปได้เลยถึงแฟรนไชส์จะตั้งอยู่ในร้านที่มีพื้นที่ใช้สอยไม่มาก แต่ความอร่อยและความนิยมน่าจะการันตีได้จากผู้คนที่เข้าร้านมากกว่าและตอนนี้เพเนียสกำลังตัดสินใจอยู่ว่าจะเข้าไปต่อแถวเพื่ออุดหนุนร้านแฟรนไชส์ดีไหมและเพราะทั้งสามร้านมีเจ้าของคนเดียวกันเขาเลยเอาทั้งสามร้านมาไว้ในพื้นที่เดียวกัน ใช้โต๊ะในร้านร่วมกันเสียเลย
“นั่น นั่นน้องเพเนียสใช่ไหมนะ”แถวที่ต่ออยู่สักสิบคนได้ จู่ๆ หนึ่งเสียงในสิบคนที่มองมาเห็นเพเนียสที่กำลังตัดสินใจกับตัวเองไม่ได้สักทีก็ร้องเรียกเขาขึ้นมาทันทีทำให้คนอื่นที่กำลังต่อแถวอยู่หันมามองเกือบจะพร้อมกันหมดทุกคนคนที่ได้กินอาหารจากแฟรนไชส์ ถึงไม่เคยรู้จักเพเนียสมาก่อนแต่แน่นอนอยู่แล้วว่าพวกเขาต้องอยากรู้ว่าใครเป็นเจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์นี้
“เอ่อ สวัสดีครับ” ถึงแม้ว่าเขาจะใส่หมวกทรงBucketสีดำอยู่ แต่มันก็ไม่ได้ปิดผมสีขาวเขาได้ทั้งหมดเสียหน่อยไหนจะลักษณะการแต่งกายง่ายๆอย่างกางเกงขาเต่อกับเสื้อยืดสีพื้น คนที่เป็นแฟนคลับต้องจำได้บ้างอยู่แล้วสุดท้ายจากที่กำลังคิดว่าจะเอาไงต่อดี ก็ต้องหันไปส่งยิ้มทักทายทันทีเอาเป็นว่ามาถึงแล้วก็อุดหนุนเลยก็แล้วกัน ถือว่าเป็นการทดสอบคุณภาพอาหารไปด้วย เผื่อสินค้าเดินทางมาไกลมีรสชาติที่ผิดเพี้ยนจากเดิมเขาจะได้แก้ไขได้ทัน
“ว้ายยย น้อยเพเนียสจริงๆด้วย”
“นั่นนั่นคือน้องเจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์ไม่ใช่เหรอ”
“น้องมาดูร้านเหรอ”
“อา วันนี้ผมมากินข้าวครับ”เพเนียสที่เดินเข้ามาแล้วต่อแถวเป็นคนสุดท้ายตอบกลับเพื่อไขข้อข้องใจพวกเขายิ้มๆ
“น้อง น้องเพเนียสมายืนข้างพี่สาวด้วยพี่สาวขอถ่ายรูปด้วยได้ไหมคะ ฮือ ตื่นเต้นจัง”หญิงสาวที่ยืนรอคิวอยู่หน้าเพเนียสรีบหันมาถามทันทีอย่างตื่นเต้นเธอเองก็เป็นหนึ่งในจำนวนคนดูหลักร้อยล้านนั่นเหมือนกัน
“ได้สิครับ” ตอบรับยิ้มๆก่อนจะจัดท่าทางตั้งรับอีกคนที่รีบสั่งให้คอนโทรลแบนด์เข้าโหมดถ่ายภาพทันที ไม่สิอัดวิดีโอมากกว่า แล้วเธอค่อยไปทำเป็นภาพนิ่งทีหลัง
“น้องเพเนียสล่ะ”
“นั่นๆ น้องเพเนียสมาร้านแฟรนไชส์ด้วย”
“อ๊ายยย เราเข้าไปขอถ่ายรูปบ้างดีกว่า”ระหว่างที่เพเนียสขยับตัวเปลี่ยนท่าทางไปมาให้กล้องจับภาพเขา ก็เริ่มมีอีกหลายคนที่เอ่ยชื่อเขากระจายออกไปมากขึ้นแล้วและเมื่อมีคนแรก คนที่ 2, 3, 4 ก็ตบเท้าเข้ามาขอถ่ายรูปกันทันทีบางคนเดินผ่านหน้าร้านมาพอดี เลยได้โอกาสนี้กับเขาด้วย
และกว่าเขาจะได้เข้าไปในร้านอาหารก็อีกเป็นสิบนาทีได้ไม่ใช่ว่าต้องรอคิวนานหรอกนะ เพราะนั่นตั้งแต่คนในร้านได้ยินว่าเขามาเจ้าของร้านที่เป็นแฟนคลับตัวยงของเขาก็รีบมาเชิญเขาเข้าร้านทันทีแต่ติดที่เขานี่แหละ ที่ไปไม่ได้ ต้องพบปะแฟนคลับเสียก่อน งานนี้เพราะไม่ใช่คนดังที่มีผู้จัดการผู้ช่วย หรือการ์ด ทำให้คนที่อยากถ่ายรูปกับเพเนียสจึงไม่มีคนห้ามปราม คนคนหนึ่งเลยได้ไปหลายรูปแต่เพราะพวกเขาก็นิสัยดี และเข้าใจความตั้งของเพเนียสเลยไม่ได้กักตัวเขาไม่นานจนเกินไป ถ้ารู้ว่าเพเนียสจะมานะ คงได้เตรียมของมาให้แล้วแหละแต่ไม่เป็นไร วันนี้ได้ทั้งรูปแล้วก็ลายเซ็นด้วยก็ดีใจมากแล้วแต่ก่อนเพเนียสไม่มีหรอกลายเซ็นน่ะ แต่ตอนที่เพวิสหัดเขียนลายเซ็นประจำตัวเขาเลยบังคับให้น้องชายมาลองด้วยกันเผื่อวันหนึ่งจะมีแฟนคลับมาขอจะได้ไม่เขียนแค่ชื่อไปทื่อๆ
ตอนแรกก็ไม่ได้หิวแต่เพราะว่าเหนื่อยจากหน้าร้านหรือเปล่า ทำให้อาหารทุกเมนูที่เจ้าของร้านจัดมาให้เพเนียสได้ทดลองคุณภาพถึงได้ถูกยัดลงไปในท้องเขาจนหมดรสชาติไม่ต่างจากที่บ้านเลยแฮะ ถือว่าไม่มีปัญหาใช่ไหม กว่าจะได้กลับก็นั่งพูดคุยกับเจ้าของร้านนี้อยู่พักใหญ่จนได้ข่าวเรื่องร้านตรงกันข้ามนั้นมาด้วย กิจการร้านซีเซ่ยังไม่ล่มนะลูกค้าประจำก็ยังคงเข้าอยู่ไม่ขาด แต่ลูกค้าใหม่ๆนี่ถึงมีก็น้อยไหนจะมีร้านนี้มาเปิดอยู่ตรงข้ามนี้อีกทำให้ลูกค้าคนธรรมดาที่เก็บเงินไว้เพื่อกินอาหารปรุงประกอบสักสัปดาห์ละครั้งต้องเปลี่ยนใจเข้าร้านเขาแทน แต่พวกเขาก็รู้แค่จากดูคนเข้าออกร้านเท่านั้นไม่รู้หรอกว่าจริงๆ แล้วกิจการฝั่งตรงข้ามเป็นเช่นไร แต่แบบนี้ก็ดีแล้วแหละถ้าต้องปิดร้านไปเลยเพเนียสก็กังวลว่าจำนวนเงินที่เขาและอาธาฟ้องเรียกค่าเสียหายไปทางนั้นจะไม่มีมาจ่าย และวันนี้ก็ถือว่าภารกิจเรียบร้อยฝ่ายนั้นไม่ได้ถึงกับล่มจมไปเลย เขาก็จะได้ไม่รู้สึกผิด
เพเนียสอยู่ที่ดาววินเซียต่ออีกสองสามวันเข้าไปเล่นกับน้องวิณณ์อีกให้หนำใจ มีไปเที่ยวตามจุด checkin ของดวงดาวอีกสองที่ ซึ่งก็สมกับเป็นสถานที่ต้องไปจริงๆ นั่นแหละเพราะทักท่องเที่ยวเยอะมาก แบบแน่นไปหมด ถึงมันจะได้บรรยากาศของจริงที่จุใจมากกว่านั่งดูอยู่ที่บ้าน แต่ถ้ามีใครถามว่าที่เที่ยวตรงนี้เป็นยังไงเขาจะบอกว่า เที่ยวผ่านโฮโลแกรมเอาเถอะ ถ้าไม่อยากถูกเบียดก็ไม่ต้องมา
ได้เวลาโบกมือลาน้องวิณณ์และป๊ากับแด๊ดเขาแล้วแต่จุดหมายปลายทางต่อไปไม่ใช่กลับบ้านหรอกนะ เพราะตอนนี้ยังอยู่ในช่วงลาเที่ยวอยู่ดังนั้นก็ไปสถานีต่อไปได้เลยยยย