พอเหล่าภูตอารมณ์ดีขึ้นเธอจึงถามถึงเื่ที่คาใจอยู่
“ว่าแต่ที่ทุกคนบอกว่าภูตศักดิ์สูงสุดนี่คืออะไรเหรอลิเดียเป็ภูตศักดิ์สูงสุดงั้นเหรอ”
‘ภูตจะกำหนดศักดิ์กันด้วยพลังที่มีอยู่ภูตศักดิ์สูงสุดก็คือภูตที่มีพลังมากที่สุดในหมู่ภูตนั่นแหละ’
‘ภูตศักดิ์สูงสุดมีอยู่สิบสองตนท่านลิเดียก็เป็หนึ่งในนั้น’
‘ภูตศักดิ์สูงสุดเก่งมากเลยนะ’
“ลิเดียเป็คนใหญ่คนโตขนาดนั้นเลย”
เธอไม่ประสีประสาอะไรเกี่ยวกับภูตเท่าไหร่แต่ก็พอจะรู้ว่าลิเดียเป็ภูตที่มีพลังมาก
พอถอนใจด้วยความทึ่งแล้วก็หันไปหาเชลซี
“...ว่าแต่คุณเชลซีคะ”
“อะไรรึ”
“ยาที่คุณเชลซีทำอยู่มันส่งกลิ่นแรงมากๆเลยค่ะ”
กลิ่นเตะจมูกมาั้แ่เมื่อกี้แล้ว
เธอคิดอยู่ว่ายาต้องกลิ่นแรงสักหน่อยก็คงช่วยไม่ได้แต่ก็มีขอบเขตที่พอทนไหว
ซึ่งยิ่งนานกลิ่นเหม็นฉุนก็อบอวลไปทั่วห้องจนจมูกแทบบิด
“อ้อมัวแต่คิดเื่ทางนี้จนเกือบลืมไปเลย”
เชลซีกลับไปคนหม้อซึ่งต้มสมุนไพรกับลูกไม้ต่างๆเมื่อดูว่าได้ที่แล้วก็กรองกากซึ่งเป็เศษใบไม้ต่างๆแล้วเทน้ำที่ต้มได้ลงในขวดแก้ว
“นี่อะไรเหรอคะ”
“ชาสมุนไพรไงละ ขายดีเชียวนะ”
“เอ๋ นี่จะเอาไปขายเหรอคะ!? แถมดื่มกันด้วยเหรอคะ!?”
เธอใซ้ำซ้อนว่านี่ไม่ใช่ของทำพลาด แถมยังมีคนกล้าดื่มของเหลวกลิ่นรุนแรงแบบนี้อยู่ด้วย
หญิงสาวมองหน้าอีกฝ่ายด้วยสายตาแคลงใจว่าใครจะมาซื้อกัน
“ลองดื่มดูไหมล่ะ”
เชลซียิ้มกริ่มก่อนจะตักยาหนึ่งคำใส่ถ้วยยื่นให้
(อุ เหม็นเป็บ้า! แต่ดูแล้วก็น่าจะดื่มได้ ไม่แน่อาจจะอร่อยก็ได้นะ)
เธออุดจมูกทนกลิ่นเหม็นนั้นแล้วยกขึ้นดื่ม...
“อุก!!”
รสชาตินั้นแย่เกินจะทน
ไม่สิ แค่คำว่าแย่ยังไม่พอนี่มันของอันตรายระดับเป็อาวุธได้
เห็นรูริทุรนทุรายด้วยรสยาที่ผ่านลิ้นไปทั่วปากและขึ้นไปถึงจมูกแล้วเชลซีก็ยื่นน้ำผึ้งสูตรพิเศษที่ปรุงไว้ให้ เธอรับมาดื่มหมดในอึกเดียว
“—นี่มันอะไรกันคะ! ใช่เครื่องดื่มที่คนกินกันแน่เหรอคะ!!”
ประสาทรับรู้รสของเผ่าโบราณพังทลายได้ถึงขั้นนี้เลยรึ
“รูริเป็เผ่ามนุษย์เลยยังพอทนไหวน่ะสิถ้าเป็เผ่าโบราณที่มีประสาทรับรู้ดีน่ะสลบไปแล้ว”
“ฉันไม่เข้าใจอยู่ดีว่ามีเหตุผลอะไรให้ต้องดื่มมันด้วยน่ะ”
“ถึงจะสลบแต่ก็ได้ผลดีไงเล่าอย่างหวัดนี่ทีเดียวหายเลย”
“ฉันว่าอาการจะยิ่งทรุดั้แ่ตอนสลบแล้วละค่ะ...”
หากถามว่าจะเลือกเป็หวัดหรือต้องดื่มชาสมุนไพรรสอันตรายพรรค์นี้เป็เธอคงยอมเป็หวัดมากกว่า แต่นั่นเพราะไม่ต้องดื่มชาสมุนไพรก็ยังมียาอย่างอื่นให้ใช้แทน
ซึ่งเธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่าการแพทย์ของโลกนี้เจริญแค่ไหนหากยังไม่เจริญถึงขั้นโลกเดิมก็พอจะเข้าใจว่าทำไมต้องพึ่งชาสมุนไพรรสชาติห่วยนี่ด้วย
รูริสาบานในใจว่าจะไม่ยอมเป็หวัดเด็ดขาดแค่คิดว่าตอนไม่สบายยังต้องมาดื่มชานี่อีก เธอก็กลัวจนไม่กล้านึกต่อ...
แล้วในวันถัดมาพวกเธอก็ขนยาที่ทำเสร็จไปยังเมือง โดยไม่ลืมสวมวิกก่อนเข้าเมืองด้วย
รูริยังบินเองไม่ถนัดจึงนั่งบนร่างัของเชลซีไป
หลายชั่วโมงหลังจากออกบินแต่เช้าพวกเธอก็มาถึงเมืองที่ครึกครื้นไปด้วยผู้คน
เพิ่งเป็ครั้งที่สองที่รูริมาเมืองนี้แต่ดูเหมือนทั้งเมืองจะรู้จักเธอแล้ว คนที่ใเมื่อเห็นรูริอยู่กับภูตก็น้อยลงกว่าครั้งก่อน
พอพวกเธอเตรียมแผงขายของ ก็มีทั้งคนที่รอรูริและหมายตายาของเชลซีมาเข้าแถวรอซื้อชาสมุนไพรของเชลซีนั้นขายดิบขายดี แต่ยาที่รูริทำยังไม่มีใครกล้าซื้อเท่าไหร่
ทุกคนทำหน้าขยาดก็คงช่วยไม่ได้เพราะยาสีชมพูหรือสีเหลืองหม่นที่วางขายนั้นออกจะพิลึกพิลั่นเกินไปนิด
ชายวัยกลางคนที่ทำท่าอยากซื้อยาแต่ยังกลัวๆอยู่เดินมาถามเชลซี
ถ้าเป็ครั้งก่อน เขาคงถามรูริแต่งานนี้ใจนลืมเื่รูริไปเลย
แต่คนที่ทำยาพวกนี้ก็คือรูริเอง
“ยาย ยาวันนี้ทำมาผิดหรือเปล่าทำไมถึงกลายเป็สีแบบนี้ล่ะ”
“ไม่ได้ทำผิดหรอก ยาสีแปลกๆพวกนี้ฝีมือรูริทำทั้งนั้น”
ทุกสายตาหันมาทางเธอหญิงสาวจึงพยักหน้ารับ
เชลซีพูดเสริมอีก
“พวกภูตอยากให้เด็กคนนี้ดีใจเลยให้พรกับสมุนไพรน่ะ หน้าตาแบบนี้ก็จริง แต่ผลนี่มีภูตรับประกันให้เลยยามีไม่มากหรอกนะ ใครซื้อก่อนได้ก่อน”
เชลซีพูดปนรอยยิ้มจบไม่ทันไรลูกค้าทั้งหมดที่ได้ยินก็ยื่นมือมาคว้ายาของรูริในทันควัน
ซึ่งก็ไม่แปลกเลยเพราะว่ายานี้ได้รับพรจากภูตด้วยนั่นเอง
ที่เธอแปลกใจคือชาสมุนไพรรสชาติแย่ๆของเชลซีขายดีเสียด้วย
“หวา ขายได้จริงๆ ด้วย...”
หญิงสาวรำพึงอย่างแคลงใจในรสนิยมของคนซื้อหนึ่งในนั้นคงได้ยินจึงหัวเราะเบาๆ
“อย่าพูดแบบนั้นสิ ชาสมุนไพรของยายน่ะได้ผลจริงๆ...ถึงจะรสชาติแย่มากก็เถอะ”
“นั่นสินะแย่ขนาดได้เห็นโลกหน้าไปวูบหนึ่งเลย”
ผู้ซื้ออีกคนที่อยู่ข้างๆ ช่วยเสริม
ยาขายหมดในเวลาอีกไม่นานนักขณะที่เธอกับภูตกำลังช่วยกันเก็บร้าน หญิงซึ่งเป็ลูกค้าคนสุดท้ายก็ทักขึ้นมา
“พักนี้ขโมยล้วงกระเป๋ากำลังอาละวาดอยู่พวกเ้าก็ระวังตัวด้วยละ”
“ค่ะ ขอบคุณมากนะคะที่ช่วยบอก”
ถึงจะมีขโมยแต่ถ้าเก็บของเข้าช่องมิติแล้วก็ไม่น่ามีปัญหารูริจึงปล่อยให้คำเตือนนั้นเข้าหูซ้ายทะลุหูขวาไป
เก็บของเสร็จแล้วพวกเธอก็ไปซื้อเสบียงอาหารสำหรับไว้กินจนกว่าจะเข้าเมืองครั้งหน้า
“เอ...เครื่องปรุงกับผักกับนมแป้งสาลีกับเนย ที่เหลือคือเนื้อก็ครบแล้วสินะ?”
เธอนับนิ้วย้ำกับเชลซีเพื่อว่าจะได้ไม่หลงลืมว่าต้องซื้ออะไรอีก
“อ้อเท่านั้นก็ครบละ”
มือยื่นไปรับห่อเนื้อจากคนของร้าน
ที่นี่ช่างแตกต่างจากร้านขายเนื้อในโลกของรูริตรงหน้าร้านมีเนื้อสดและนกแขวนห้อยหัวอยู่ให้ลูกค้าเห็นชัดๆ
เป็ภาพที่ชวนแตกตื่นไม่น้อยสำหรับรูริที่เคยชินกับเนื้อซึ่งถูกแพ็กอยู่ในถาดโฟมเธอจึงพยายามไม่มองไปทางนั้น
“เอ้ามีแถมไปด้วยนะ”
“ขอบคุณค่ะคุณลุง!”
เก็บใส่ช่องมิติเสียอย่างก็ไม่ต้องกลัวว่าจะเสียเธอรับเนื้อกับของแถมมาอย่างยินดี
โลกฝั่งนี้ไม่มีตู้เย็นถ้าไม่มีช่องมิติด้วยก็คงต้องปล่อยให้เนื้อเหลือเน่าแน่ เวทมนตร์นี่ช่างสะดวกจริงๆ!
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ readawrite
https://bit.ly/2Gbylei