ก่อนจะเข้าบ้านไคน์ยังไม่ลืมที่จะเดินลัดเลาะเข้าไปในแปลงเพาะปลูกวัตถุดิบแสนล้ำค่ากับพืชผักสมุนไพรนานาชนิดของเขา
เด็กหนุ่มจัดการรดน้ำ พรวนดิน ใส่ปุ๋ยเร่งการเจริญเติบโตสูตรพิเศษซึ่งผสมขึ้นจากการเล่นแร่แปรธาตุรวมไปถึงกำจัดแมลงและวัชพืช ปิดท้ายด้วยการเก็บเกี่ยวผลผลิตบางส่วนที่เติบโตเต็มที่แล้ว
‘ต้นแมนแดรกหนึ่งต้นได้10 เมล็ดพันธุ์ ต้นเปลวเพลิงหนึ่งต้นได้ 7 เมล็ดพันธุ์ ผักกาดป่าน้ำค้างหนึ่งหัวได้ 3 เมล็ดพันธุ์ แคร์รอตพริกได้ 4เมล็ดพันธุ์ ยังมีพวกกะหล่ำปลีเจ็ดสี...’
ภายในเข่งไม้ไผ่ใบใหญ่กองเต็มไปด้วยพืชผักสวนครัวธรรมดาและสมุนไพรวิเศษจำนวนมากแต่ไม่ใช่ทั้งหมดจะสามารถให้กำเนิดเมล็ดพันธุ์ได้ จากการคำนวณแบบคร่าว ๆ แล้ว คืออัตราส่วนประมาณหนึ่งในสิบ
ผลผลิตปกติทั่วไปสามารถขายให้แก่พ่อค้าหรือร้านอาหารได้ ส่วนเมล็ดพันธุ์จากสมุนไพรกลายพันธุ์กับสมุนไพรวิเศษก็นำไปฝากขายหรือแลกเปลี่ยนได้เช่นกันแต่ส่วนใหญ่แล้ว เด็กหนุ่มจะเก็บพวกมันเอาไว้เพื่อใช้เพาะพันธุ์ต่อไป
สมุนไพรทั้งสองประเภทสามารถนำไปเป็ส่วนผสมในการปรุงยาได้เช่นกันเหมือนกับแร่วิเศษต่าง ๆ ที่ใช้เสริมแกร่งให้กับอุปกรณ์ นอกจากนี้ เมล็ดพันธุ์เหล่านี้ยังสามารถใช้เพิ่มอัตราความสำเร็จของการปรุงยาบางชนิดได้ด้วย
ผลพลอยได้ของเมล็ดพันธุ์ยังมีอีกเยอะแยะมากมาย เช่น ปรับปรุงประสิทธิภาพพื้นผิววัสดุให้มีคุณสมบัติของธาตุหรือ การเพิ่มประสิทธิภาพของฤทธิ์ยาประเภทฟื้นฟูหรือยาพิษ เป็ต้น
ณ ชั้นใต้ดินของบ้านอิฐและไม้สองชั้น ภายในห้องค้นคว้าวิจัย ตามกำแพงปูนทั้งสี่ด้านวางเรียงรายไปด้วยตู้หนังสือเก่าๆ
ไคน์ เฮวี่ฮาร์ท นั่งอยู่หลังโต๊ะปฏิบัติการของตนเอง ตามเพดานห้องฝังมุกราตรีก้อนเท่ากำปั้นเอาไว้เขาเริ่มหมกมุ่นอยู่กับหนังสือสองประเภทซึ่งวางกองพะเนินอยู่เบื้องหน้า
หนึ่งคือเวทมนตร์คาถา สองคือการปรุงยาโบราณด้วยวิธีการเล่นแร่แปรธาตุ
เวทมนตร์ คือพลังในการเอาชีวิตรอดขั้นพื้นฐานของไคน์ เขายังคงฝึกฝนมันอย่างสม่ำเสมอไม่เคยว่างเว้นเลยสักวัน ช่ำชองการโจมตีหลากหลายธาตุ แถมยังสามารถร่ายเวทรักษาระดับต่ำซึ่งเป็ของคลาสนักบวชได้อีกนิดหน่อยด้วย
ประเภทของธาตุโจมตีที่ใช้บ่อยมากคือธาตุไฟ มันเป็ถึงธาตุประจำตัวที่แข็งแกร่งใช้พลิกแพลงได้เยอะ เพราะฉะนั้น ในเวลาต่อมา เขาจึงได้หันมาสนใจและให้ความสำคัญกับการปรุงยาด้วย
ในวัยนี้ เด็กหนุ่มยังเกิดความทะเยอทะยานบางอย่าง นอกจากฝึกเวทจนเกือบถึงระดับแก่นแท้แล้วเขายังพยายามศึกษาหลักการทำงานของมันให้ลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม
จนล่าสุด เขาใกล้จะประสบความสำเร็จ เกือบจะสร้างสรรค์เวทแบบยูนีคสกิลออกมาได้อีกชนิดเวทเฉพาะทางที่เป็ของตนเองเท่านั้น
ทุกคนต่างมีความลับด้วยกันทั้งนั้น หนึ่งในความลับของจอมเวทย์หนุ่มคือเขาสามารถร่ายได้แม้กระทั่งเวทมนตร์ประเภทบัฟเสริมแกร่งและดีบัฟบางชนิดได้
ซึ่งหากมองตามปกติแล้ว คงจะมีเพียงแต่บุคคลระดับผู้กล้าเท่านั้นที่มีในแต่จะอยู่ในรูปแบบของสกิลแทน แถมอาจจะไม่ได้มากมายเท่าเขา
ั้แ่เล็ก พ่อแม่ของไคน์ไม่เคยส่งเขาเข้ารับการตรวจสอบพร์พวกเขาอ้างว่าอยากให้ลูกชายใช้ชีวิตอย่างสงบสุขและเลือกเส้นทางของตัวเอง
ไคน์เองก็ฉลาดหลักแหลม เขามักหลีกเลี่ยงอย่างชาญฉลาด ด้วยการปกปิดความแข็งแกร่งต่อคนแปลกหน้าเด็กหนุ่มไม่้าถูกล่ามโซ่โดยระบบผูกมัดของพวกขุนนาง ไม่ยินยอมเป็สุนัขรับใช้ในนามของราชวงศ์
ทว่า ครั้งนี้ พลังสมาธิทั้งหมดของจอมเวทย์หนุ่มละเลยจากการเรียนเวทมนตร์ไปก่อนชั่วคราวกลับแบ่งเวลาเกือบทั้งหมดไปยังสมุดสำเนาเล่มหนาที่เพิ่งแอบคัดลอกมาหมาด ๆ
ดวงตาของเด็กหนุ่มแวววาว ฉีกยิ้มไม่หุบ ราวกับได้รับของเล่นชิ้นใหม่จากผู้ปกครอง
ไคน์ค่อย ๆ เปิดสำเนาหน้าแรก เริ่มอ่านอย่างตั้งใจ พยายามศึกษาคำธิบายทุกรายละเอียดที่เขียนกำกับอยู่ในบทเรียนเริ่มต้น
เขาพยายามจดจำรายชื่อ แหล่งที่มาและคุณลักษณะของวัตถุดิบใหม่ ๆ ให้มากเท่าที่จะทำได้แทบไม่มีความกดดันใด ๆ แต่กลับสนุกเพลิดเพลินจนแทบวางมันไม่ลง
‘ในยุคก่อน การปรุงยามีแต่ในหมู่พ่อมดหรือแม่มดเท่านั้นส่วนมากจะเป็พวกยาพิษกับคำสาป ทว่าในยุคนี้ จอมเวทย์บางคน อัลเคมิส หรือในหมู่นักบวชเองก็สามารถผลิตขึ้นได้เช่นกันแต่มักจะมุ่งเน้นไปที่ด้านการรักษา การแก้พิษและการสนับสนุนเป็หลัก’
‘เนื่องจากความสะเพร่า ขาดความเข้าใจหลายอย่าง สุดท้าย สูตรยาต้องสาปจึงหายสาบสูญไปเกือบหมดเหลือเพียงสูตรยาพิษเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น ด้านสรรพคุณโอ้อวดต่าง ๆ นานาตามท้องตลาดก็แทบเป็ของปลอมทั้งหมดกล่าวอ้างเกินจริง เต็มที่ก็ออกฤทธิ์ได้แค่ครึ่งเดียว’
เด็กหนุ่มศึกษาไปพลางได้ความรู้ทางประวัติศาสตร์เป็กำไร เขาจดบันทึกข้อควรปฏิบัติและข้อควรระวังต่าง ๆอย่างละเอียดรอบคอบ จัดการสรุปทุกอย่างในเนื้อหาครึ่งแรกของตำราให้กระชับใจความมากขึ้นทำให้อ่านซ้ำแล้วสามารถเข้าใจง่าย โดยแยกออกมาเป็ข้อ ๆ ด้วยมันสมองเฉียบแหลมของตัวเองล้วนๆ
เวลาไหลผ่านไปอย่างรวดเร็ว ถึงสภาพจิตใจจะเหนื่อยล้าแต่ไคน์รู้สึกว่าไม่ได้ปล่อยเวลาให้สูญเปล่าเลย เขาพอใจยิ่ง มันคุ้มค่าแก่การลงทุนในระยะยาว
“RefreshingSpell!”
ไคน์จัดการร่ายเวทยูนีคใส่ตัวเอง นี่คือเวทมนตร์บัฟชนิดใหม่ที่สร้างขึ้นเองด้วยความบังเอิญไม่ได้ทำให้ร่างกายแกร่งกว่าเดิมหรือความเร็วเพิ่มขึ้นเป็สองเท่า แต่กลับทำให้สมองปลอดโปร่งความคิดฉับไวราวกับจรวด กล้ามเนื้อผ่อนคลาย ขับไล่อาการเมื่อยล้าสะสมร่างกายกระฉับกระเฉงเหมือนเพิ่งตื่นนอน กระทั่งยังสามารถรักษาอาการเบื่ออาหารได้อีกด้วย
โดยรวมแล้ว มันสำคัญกับนักเวทหรือนักบวชที่ต้องใช้สมาธิไปกับการร่ายเวท
“เฮ้อ.. ค่อยยังชั่วหน่อย แต่เสียดายที่มันดันใช้แบบพร่ำเพรื่อไม่ได้”
จอมเวทย์หนุ่มบ่นอุบ ข้อด้อยของเวทนี้อาจจะเรียกว่าเป็ข้อดีก็ได้เหมือนกันพูดให้ถูกต้องคือ มันแอบมีผลข้างเคียงบางอย่าง เพราะนอกจากจะทำให้เซลล์ทั้งหมดในร่างกายฟื้นฟูเต็มเปี่ยมแล้วความ้าทางเพศก็ดันเพิ่มตามไปด้วย
วันหนึ่ง หากร่ายใส่สักครั้งสองครั้งคงจะไม่เป็ไรแต่ถ้ามากกว่านั้นย่อมเป็ปัญหาแน่นอน ไคน์เคยเรียกมันว่า ‘เวทกระตุ้นนกเขา’
“ที่บัดซบมากคือ มันดันร่ายใส่ตัวเองได้เท่านั้น!”
ถึงเวทนี้จะมีประโยชน์อย่างยิ่งยวด แต่ไคน์ไม่ค่อยพอใจในผลลัพธ์โดยรวมเขาถือว่าเป็ผลงานกึ่งล้มเหลว ถ้าหากสามารถร่ายใส่บุคคลอื่นได้ เขาคงทำกำไรจากมันได้แบบมหาศาลแล้ว
“คุณเบอร์นาจกับสหายของเขาบอกว่าเมืองที่อยู่ใกล้กับหมู่บ้านมากที่สุดเพียงแค่เดินทะลุข้ามผืนป่าทางทิศใต้ลงไป เขาบอกว่ามีขุนนางท่านคนหนึ่งได้รับอนุญาตจากเ้าเมืองใหญ่ให้ทำการเปิดซ่องได้อย่างถูกกฎหมาย”
“เ้าเมืองคนนั้นเป็พวกมักมากในกาม แต่ด้วยอายุวัยที่มากขึ้น มีทั้งโรคอ้วนและสารพัดปัญหาก่ายกองรุมเร้าทำให้ ‘นกเขา’ อ่อนปวกเปียก แทบไม่เคยขันอีกเลย’
“แถมลูกชายหัวแก้วหัวแหวนยังเป็พวกเกิดมามีร่างกายอ่อนเปลี้ยไม่แข็งแรงนกเขาไม่ค่อยสู้เช่นกัน แถมยังเสร็จไว พอแต่งงานได้ไม่นานภรรยาคนแรกก็ขอหย่า ทุก ๆวันนี้ยังคงพึ่งพายาปลุกกำหนัดของปลอมตามท้องตลาด ทั้งได้ผลบ้าง ไม่ได้ผลบ้าง”
ไคน์เดาะลิ้นแบบเซ็ง ๆ เพราะเหมือนสูญเสียรายได้ก้อนใหญ่สมมุติว่ามันใช้กับคนอื่นได้ เขาอาจจะลองปลอมตัวแล้วเดินทางไปที่เมืองแห่งนั้นกับคุณเบอร์นาจทำสัญญาเื่ค่ารักษาพยาบาลกับสองขุนนางพ่อลูก
ไม่ต้องโก่งราคาเยอะมาก คิดแค่คนละหนึ่งล้านเซนนีก็พอเขามั่นใจว่าหากร่ายใส่เป้าหมาย ซ้อนทับกันซ้ำ ๆ จะต้องหายขาดแน่ หรืออาจเกิดผลลัพธ์ที่คาดไม่ถึงแน่นอน
เื่ซ่องถูกกฎหมายก็สามารถทำเงินได้ ผู้ดีมีเงินเ่าั้มักมาใช้บริการบ่อยๆ เป็แน่ พวกเขาย่อมต้องมีสภาพอิดโรยกันบ้างล่ะ
ถ้าเด็กหนุ่มลองไปตั้งโต๊ะแผงลอยแถวนั้น ติดป้ายรับบำบัดสุขภาพและฟื้นฟูสมรรถภาพอยู่ใกล้ๆ บริเวณนั้นสัก 1-2 เดือนคงรวยเละ แล้วค่อยชิ่งหนีกลับบ้าน
และตอนนั้น เขาน่าจะมีเงินเพียงพอให้กว้านซื้อเมล็ดพันธุ์ระดับสูงชนิดใหม่ๆ มาเพาะปลูกเพิ่มเกินกว่าสิบชนิด
แน่นอนว่า มันเป็แค่ความฝันเฟื่องของไคน์คนเดียว การต้องฝากความหวังไปกับเวทซับซ้อนที่มีข้อบกพร่องแถมไม่รู้ว่าจะเลื่อนขั้นสำเร็จได้อีกครั้งเมื่อไหร่ มันคือดาบสองคม
เขาควรจะเอาไปเวลาทั้งหมดที่เหลือไปนั่งค้นคว้าทดลอง แล้วเร่งผลิตต้นแบบตัวแรกของยาปลุกกำหนัดของแท้ออกมาจะดีกว่าถ้าเอาไปเสนอขายหรือฝากขายก็อาจจะสร้างรายได้ก้อนโตเช่นกัน มีความเสี่ยงน้อยอีกต่างหาก
แอ๊ด
ไคน์ผลักประตูหน้าบ้านออกมา ยืนบิดี้เีกลางลานบ้านดวงตะวันกำลังจะลับขอบฟ้า อีกหนึ่งวันกำลังจะหมดไป
เขาเองก็เพิ่งรู้ตัวว่าจมดิ่งไปกับเนื้อหาลึกซึ้งในตำราจนเกือบลืมเื่สำคัญบางเื่ไป
‘ตอนนี้คาร่ายังไม่เลิกงาน ่เช้า ฉันสัญญากับเธอว่าจะต้องพาน้องชายของเธอไปส่งที่ร้านของคุณเมอร์แกนไม่อยากเข้าครัวอยู่พอดี จะได้กินข้าวเย็นพร้อมกันที่นั่น’
‘ลุค เดอมอส’ เ้าเด็กน้อยตัวแสบน่าจะกำลังคอยเด็กหนุ่มอยู่ที่บ้าน ไคน์เดินอ้อมริมรั้วไปที่บ้านคาร่ามองเห็นชาวบ้านสูงอายุหลายคนกำลังเริ่มทยอยจูงลูกหลานเดินกลับเข้าบ้านใครบ้านมัน
“เฮ้! ลุค! พี่ชายมารับไปหาพี่สาวถ้าอยู่ก็ตอบด้วย!”
หลังจากเคาะประตูหน้าบ้านตามมรรยาท ไคน์ยังะโเรียกเสียงดัง เขาได้ยินเสียงฝีเท้าของเด็กน้อยอยู่ด้านในไม่มีเสียงขานตอบ ยืนรอสักพักก็ทนไม่ไหว เลยถือวิสาสะเปิดประตูเดินเข้าไปเอง
“พี่ไคน์! มานี่เลยเร็วเข้า! ดูซิว่าในมือของผมถืออะไรไว้?”
เ้าเด็กแสบหันหน้ามาสบตาเข้าพอดี เมื่อเห็นไคน์ ลุคก็ะโเสียงลั่นบ้านเขาเหมือนค้นพบสมบัติของบรรพบุรุษ แทนที่จะให้เด็กหนุ่มเดินเข้าไปหา ฝ่ายหลังกลับลืมตัววิ่งพุ่งตรงเข้ามาหาซะเอง
“ระวัง! ช้า ๆ หน่อย เดี๋ยวก็สะดุดล้มหัวแตกหรอก”
ลุคเพิกเฉยคำเตือน วิ่งะโโลดเต้น วนไปมาอยู่รอบตัวจอมเวทย์หนุ่ม ใบหน้าอ้วนแก้มยุ้ยออกอาการเริงร่าทำท่าทางทะเล้น มองดูน่าหมั่นไส้ ชวนให้อยากแจกมะแหงกลงกลางศีรษะสักโป๊ก
ไคน์ยกมือข้างหนึ่งขึ้นมานวดขมับ แขนอีกข้างกำลังจะคว้าตัวเด็กน้อยให้หยุดวิ่งแต่ฝ่ายหลังดันชิงจังหวะก่อน รีบยื่นสิ่งของชิ้นหนึ่งมาโชว์ตรงหน้าเขา
“ห่ะ กางเกงใน? เดี๋ยวนะ! ของใครกันหว่า?ลุค นายแอบไปขโมยมาจากไหน?”
“ปรักปรำ! ผมเปล่าขโมยมานะ ไม่เชื่อเหรอครับ เอ้า! พี่ลองดูมันให้ดี ๆ อีกที”
ลุคชูแขนทั้งสองข้างขึ้นเกือบเหนือศีรษะ ท่าทีโอ้อวด ส่วนเ้ากางเกงในสีแดงตัวจิ๋วถูกกางออกจนสุด
ไคน์นั่งคุกเข่าลงข้างเดียว ให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกันกับเด็กน้อยอายุสิบขวบเขาชะโงกหน้าเข้าไปเพ่งมองพิจารณาเ้าผ้าผืนเล็กชิ้นนี้
มันคือกางเกงในสตรีซึ่งการออกแบบเกือบจะกลายเป็จีสตริงอยู่แล้วผู้หญิงที่ชอบใช้ของพรรค์นี้มักจะมีบั้นท้ายและก้นสวยงอนงามเป็จุดขาย ในหมู่บ้านแห่งนี้ก็มีเพียงไม่กี่คนที่พอเข้าข่าย
ทันใดนั้นเอง จอมเวทย์หนุ่มดันฉุกคิดถึงคนใกล้ตัวขึ้นมา
“เดี๋ยว ๆ ๆ ลุค ให้ตายเหอะ! อย่าบอกนะว่า นี่... นี่...คือ กางเกงในของพี่สาวนาย?”
“ถูกต้อง ฮ่าฮ่า พี่ไคน์ พี่ชายช่างความรู้สึกช้าจริง ๆ”