กาเบรียลค่อย ๆ นำเอกสารสัญญาหลายฉบับมาวางเรียงตรงหน้าของเอลิส สีหน้าเขาดูหนักแน่นและเคร่งขรึมกว่าปกติ ดวงตาสีเข้มของเขามองเอกสารเ่าั้ด้วยความกังวล ก่อนจะค่อย ๆ เริ่มเล่าเื่ราวที่เกิดขึ้นให้เธอฟังอย่างช้า ๆ และรอบคอบ
"เอลิส…" กาเบรียลเอ่ยขึ้น เสียงของเขาเคร่งเครียด เขาหยุดเล็กน้อย รวบรวมความคิด ก่อนจะเริ่มอธิบายเหตุการณ์ที่เขาประสบมา “่หลังนี้ ผมเดินทางไปที่เมืองอองวีลล่าสุด แล้วก็เกิดเื่ที่ไม่คาดคิดขึ้น…”
เขาเล่าให้เอลิสฟังถึงสถานการณ์ในเมืองนั้น ซึ่งตอนนี้กำลังถูกปกคลุมด้วยาและความไม่สงบ ทหารและผู้ลี้ภัยพากันเดินทางผ่านถนนหนทาง ร้านค้าและตลาดเงียบเหงา หลายสถานที่ปิดตัวลงเพราะความหวาดกลัว าครั้งนี้ทำให้ราคาสินค้าในตลาดพุ่งสูงเป็เท่าตัวและทำให้เศรษฐกิจทั้งหมดของเมืองเริ่มระส่ำระสาย ความไม่แน่นอนและการขาดแคลนสินค้าสำคัญ ๆ กลายเป็ปัญหาที่ผู้ค้าและชาวเมืองต้องเผชิญอย่างหนักหน่วง
“ผู้ค้าหลายคนไม่ยินยอมขายสินค้าให้ผม หรือถ้ายอมขายก็จะคิดราคาแพงเกินไป เพราะพวกเขาก็้าเก็งกำไรจากา” กาเบรียลกล่าวพร้อมมองหน้าเอลิสอย่างจริงจัง "ที่หาได้บ้างก็คุณภาพไม่ดีพอสำหรับการส่งให้ลูกค้าของเรา ผมไม่อยากเอาสินค้าที่ไม่ได้คุณภาพไปขายให้คนที่วางใจผม"
เอลิสตั้งใจฟังเขาอย่างเงียบ ๆ ดวงตาของเธอจับจ้องที่เขาอย่างสงสารและเป็ห่วง เมื่อกาเบรียลหยิบเอกสารสัญญาขึ้นมาดูทีละฉบับ เขาเริ่มอธิบายให้เอลิสฟังถึงความซับซ้อนของสถานการณ์ สัญญาการค้าหลายฉบับที่เขาทำไว้กับคู่ค้าในเมืองต่าง ๆ ตอนนี้ตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะผิดสัญญา เพราะไม่สามารถส่งมอบสินค้าในจำนวนที่ตกลงไว้ได้ สินค้าหลายประเภทที่้านำเข้าจากเมืองที่ได้รับผลกระทบจากาก็เริ่มขาดตลาดและหายากขึ้นเรื่อย ๆ
“ผมพยายามทำทุกอย่างเท่าที่ทำได้เพื่อรักษาสัญญา แต่ตอนนี้…” เขาพูดพลางหยุดเล็กน้อย ดวงตาของเขามีประกายเศร้า "ผมกลายเป็หนี้จำนวนมหาศาลจากการผิดสัญญาไปหลายเ้าแล้ว"
เอลิสรู้สึกใจหายเล็กน้อยขณะที่ฟังเื่ราวของเขา น้ำเสียงที่แฝงด้วยความท้อแท้และความเหนื่อยล้าบอกให้เธอรู้ว่ากาเบรียลเผชิญกับความกดดันและความรับผิดชอบอย่างหนัก สัญญาการค้าที่เคยเป็แหล่งรายได้มั่นคง กลับกลายเป็ภาระหนี้สินที่นับวันจะเพิ่มพูนขึ้น เธอมองเอกสารสัญญาที่กองอยู่ตรงหน้า เป็เอกสารที่แสดงถึงความพยายามและการทุ่มเทของเขา แต่ตอนนี้กลับกลายเป็สิ่งที่หนักหนาเกินกว่าที่เขาจะรับไหว
“ผมไม่ได้ตั้งใจจะเอาปัญหานี้มารบกวนคุณ…แต่ผมอยากให้คุณรู้ ผมอยากให้คุณเข้าใจ” กาเบรียลกล่าวอย่างแ่เบา ขณะที่เขาจับมือของเอลิสแน่น เธอััได้ถึงความอ่อนแอที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความแข็งแกร่งที่เขามักแสดงให้เห็น
เอลิสสบตากาเบรียล ความรู้สึกหลายอย่างพลุ่งพล่านขึ้นในใจเธอ ทั้งความเห็นใจ ความเป็ห่วง และความเข้าใจที่ลึกซึ้ง แม้เธอจะไม่รู้ว่าจะช่วยเขาได้อย่างไร หลังจากที่เอลิสใช้เวลาสักครู่เพื่อรวบรวมสติของเธอ หลังจากได้ฟังเื่ราวทั้งหมดที่กาเบรียลเล่ามา เธอจึงเอ่ยถามเขาด้วยน้ำเสียงที่มั่นคงและสงบนิ่ง
“คุณมีหนี้จากการเสียค่าปรับอยู่เท่าไรคะ?” เอลิสถามขึ้น น้ำเสียงของเธอจริงจังและอ่อนโยนในเวลาเดียวกัน
กาเบรียลเงียบไปชั่วครู่ ดวงตาของเขามองต่ำ ราวกับกำลังครุ่นคิดถึงตัวเลขนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเอลิส และตอบด้วยน้ำเสียงที่แฝงความหนักใจ
"หนี้ที่เกิดจากค่าปรับในสัญญาที่ผมผิดอยู่ประมาณ... สองแสนฟอง" เขาตอบช้า ๆ น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความหนักอึ้ง “มันเป็จำนวนเงินที่มากเกินกว่าที่ผมจะหาได้ในเวลานี้ โดยเฉพาะกับสภาพตลาดที่ผันผวนอย่างนี้”
เอลิสฟังตัวเลขนั้นอย่างตั้งใจ หัวใจของเธอเต้นแรงกับจำนวนหนี้สินที่มหาศาลเช่นนี้ เธอเข้าใจทันทีว่าภาระนี้หนักหนาสำหรับเขามากเพียงใด และเธอก็เริ่มครุ่นคิดถึงวิธีที่จะช่วยเหลือกาเบรียล แม้จะเป็เพียงเล็กน้อยก็ตาม
เอลิสนั่งเงียบไปชั่วครู่ สายตาของเธอมองตรงไปข้างหน้า ขณะที่สมองของเธอกำลังประมวลผลเื่ราวทั้งหมดที่ได้ยินมา น้ำหนักของสถานการณ์ทำให้เธอต้องพิจารณาทางออกอย่างถ้วนถี่ และสุดท้าย เธอก็ตัดสินใจว่าเื่นี้ไม่ควรรีบร้อน
เอลิสหันมามองกาเบรียลและเอ่ยขึ้นอย่างนุ่มนวล “ฉันขอเวลาไปคิดเื่นี้ก่อนนะคะ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่มั่นคงและแฝงด้วยความอ่อนโยน เธอ้าเวลาสักนิดเพื่อทบทวนว่าตนเองจะสามารถช่วยเขาได้อย่างไรบ้าง ทั้งยัง้าแน่ใจว่าเธอจะตัดสินใจอย่างรอบคอบที่สุดในเื่นี้
“และ...ขอบคุณนะคะ ขอบคุณที่คุณบอกเื่นี้กับฉัน” เธอกล่าวอย่างจริงใจ ดวงตาของเธอแสดงออกถึงความรู้สึกขอบคุณที่กาเบรียลยอมเปิดใจเล่าปัญหาที่เขาเผชิญมาให้เธอฟัง แม้จะเป็เื่ที่หนักหนาและยากลำบากสำหรับเขา
กาเบรียลมองเอลิสและพยักหน้าเบา ๆ ในใจเขารู้สึกโล่งใจที่ได้บอกความจริงกับเธอ สายตาของเขาสบกับเธอด้วยความรู้สึกขอบคุณและความหวังลึก ๆ ว่าเขาไม่ได้เผชิญปัญหานี้เพียงลำพังอีกต่อไป
หลังจากที่เอลิสออกมาจากห้องของกาเบรียล เธอรู้สึกถึงความกดดันและความกังวลที่ถาโถมเข้ามา ความคิดมากมายหมุนวนในหัว เธอไม่อยากทิ้งปัญหาของกาเบรียลไว้เช่นนี้และ้าช่วยเหลือเขาในฐานะภรรยา เธอตัดสินใจเดินไปที่โทรศัพท์บ้าน ชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกดหมายเลขที่คุ้นเคย สายที่ร่างเก่าเธอหลีกเลี่ยงมาโดยตลอด สายนี้เป็ของ "พ่อ" คนที่เธอไม่เคยมีความผูกพันลึกซึ้งด้วย
ั้แ่แต่งงานกับกาเบรียล เขามักจะส่งเงินเดือนให้เอลิสทุกเดือนเป็จำนวน 1,000 ฟอง ร่างเก่าของเธอไม่เคยใช้เงินนั้นเลย แต่กลับเลือกที่จะส่งไปให้ครอบครัวของพ่อเธอแทน ด้วยความหวังลึก ๆ ว่าพวกเขาจะเห็นคุณค่าและให้ความเคารพเธอบ้าง แม้เธอจะรู้ว่าพวกเขาอาจไม่เห็นใจเธอเท่าที่เธอหวัง แต่วันนี้เธอไม่มีทางเลือกอื่น
เสียงเรียกสายนั้นดังไปครู่หนึ่ง ก่อนที่เสียงแหลม ๆ ของน้องสาวต่างแม่ของเธอจะตอบรับปลายสาย "เธอโทรมาทำไม?" น้ำเสียงนั้นเ็าและกระด้าง
เอลิสกลืนน้ำลายก่อนจะตอบอย่างนุ่มนวล "ฉัน้าคุยกับพ่อ ขอหน่อยได้ไหม?"
น้องสาวของเธอกระแทกเสียงเบื่อหน่าย ก่อนจะเรียกพ่อของเธอมา และอีกไม่นานเสียงของพ่อก็ดังขึ้นในสาย น้ำเสียงของเขาหนักแน่นแต่เ็า
"มีอะไร แกส่งเงินมาแล้วใช่ไหม?" พ่อเธอถามโดยไม่รีรอ
เอลิสสูดหายใจลึก ความเ็ปในใจของเธอพลุ่งพล่านขึ้นมาเมื่อได้ยินคำพูดนั้น แต่เธอก็พยายามเก็บอารมณ์ไว้ เธอเล่าสถานการณ์คร่าว ๆ ว่าตอนนี้ธุรกิจของกาเบรียลกำลังประสบปัญหาหนัก และพวกเขา้าเงินจำนวนมากเพื่อชดเชยหนี้สินที่เกิดจากการผิดสัญญา เธอขอยืมเงินจากพ่อของเธอเป็จำนวน 10,000 ถึง 20,000 ฟอง หวังว่าเขาจะเข้าใจและยื่นมือช่วยเหลือ แม้เพียงเล็กน้อยก็ตาม
แต่ปลายสายกลับเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่เสียงของพ่อจะดังขึ้นพร้อมด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ยและโกรธจัด "เธอคิดว่าฉันจะช่วยเธอหรือ? ฉันไม่จำเป็ต้องมาช่วยลูกผู้หญิงที่ทิ้งครอบครัวไปแต่งงานกับคนรวยแล้ว ไม่ต้องโทรมาอีก เข้าใจไหม? เธอไม่ใช่ลูกของฉันอีกแล้ว!"
เสียงด่าทอของพ่อทำให้หัวใจของเอลิสร้าวราน เธอรู้สึกเหมือนโดนตบหน้าด้วยคำพูดเ่าั้ เธอจับโทรศัพท์แน่น น้ำตาเอ่อขึ้นมาในดวงตาแต่พยายามข่มไว้ ขณะที่คำพูดของพ่อยังคงก้องอยู่ในหู ความเ็าของครอบครัวทำให้เธอรู้สึกโดดเดี่ยวจนแทบไม่เหลืออะไรให้หวังพึ่ง เธอแปลกที่ความรู้สึกหนักอึ้งนี้มันมากจากไหน เธอควรจะไม่รู้สึกอะไร อาจเป็ความรู้สึกสุดท้ายของเอลิสคนเก่า
ปลายสายถูกตัดไปทันที เอลิสยืนนิ่ง มือที่ถือโทรศัพท์สั่นไหวเล็กน้อย เธอตระหนักในตอนนั้นว่าครอบครัวที่แท้จริงตอนนี้มีเพียงลูกสาวและสามีของเธอเท่านั้น แต่ความเ็ปที่ซ่อนอยู่ในส่วนลึกของจิตใจยังคงทิ้งร่องรอยไว้
เธอเดินกลับไปที่ห้องนอนด้วยจิตใจที่เต็มไปด้วยความคิด มองเห็นแสงอาทิตย์ที่ลับขอบฟ้าทอแสงสุดท้ายเข้ามาทางหน้าต่าง เธอหยุดที่หน้าต่างแล้วเหม่อมองออกไปไกล เหมือนกำลังพยายามสลัดความคิดที่ก่อกวนในหัวให้หายไป
ดวงตาสีฟ้าอ่อนของเธอจับจ้องทิวทัศน์ด้านนอก แสงอ่อน ๆ ของท้องฟ้ายามเย็นทำให้บรรยากาศดูเงียบสงบขึ้น แต่ในใจของเอลิสกลับไม่สงบเช่นนั้น ความรู้สึกหนักแน่นและแรงผลักดันเริ่มก่อตัวขึ้นภายในจิตใจของเธอทีละนิด
เธอกัดริมฝีปากและสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะตัดสินใจในใจว่า เธอจะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยเหลือกาเบรียล สามีของเธอที่ยอมเปิดใจและเล่าปัญหาทั้งหมดให้ฟัง ชายผู้ที่แม้จะไม่ได้แสดงความรักต่อเธออย่างเปิดเผย แต่ก็ยังคงยืนอยู่เคียงข้างกันมาตลอด
"ไม่ว่าทางข้างหน้าจะเป็อย่างไร ฉันจะต้องช่วยคุณให้ได้" เอลิสพึมพำ
หมายเหตุ : ถ้าเทียบกับยุคปัจจุบันพระเอกเราเป็หนี้ประมาณ 2 ล้านกว่านะคะ
เสริมนิดนึงนะคะ ปี 1940 หรือยุคที่นางเอกอยู่ 1 ฟอง จะเทียบเท่า 1 ฟรังก์ หรือก็คือ มีค่าเท่ากับประมาณ 0.2 บาทไทย ใช้ชื่อของเล็กน้อยๆได้เช่น ข้าวหรือขนม 1 มื้อประมาณนั้นค่ะ
เนื้อหาที่กล่าวอ้างเป็เพียงเื่เสริมเติมแต่งขึ้นมานะคะ ผิดพลาดประการใดขออภัยด้วย