“พวกท่าน้าขายแร่ไฮเดอราบาดอย่างไร!?”
หวัง ชง เงยหน้าขึ้นพร้อมกล่าวถาม
“พวกเราไม่ได้ขายแร่ไฮเดอราบาดง่ายๆ เนื่องจากอย่างแรกพวกเราไม่รับสกุลเงินสุ่มสี่สุ่มห้า , เหรียญเงิน และเหรียญทอง ของทวีปแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้สามารถใช้ในแผ่นดินของพวกเราได้ แต่ว่าพวกเราก็ยินดีที่จะแลกเปลี่ยนกับทองคำ และเครื่องประดับที่ทำจากเพชรอยู่!!”
ภิกษุทั้งสองกล่าว
หวัง ชง พยักหน้ารับเบาๆ ข้อเสนอนี้คล้ายกับพ่อค้าของชนเผ่าหู และส่วนใหญ่แล้วพ่อค้าชาวตะวันตกต่างก็ใช้การแลกเปลี่ยนเช่นนี้ เขาจึงไม่แปลกใจแต่อย่างใด
“นอกจากนี้แล้วพวกเรา้าขายเหมาทั้งหมด หากว่าคุณชาย้าแบ่งซื้อเพียงบางส่วนเพื่อชื่นชม โปรดยกโทษให้พวกเราด้วยที่ไม่อาจขายให้ท่านได้ หากเป็เช่นนั้นมันจะเป็การดีกว่าหากท่านจะจากไป!!”
ภิกษุทั้งสองกล่าวออกมาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง พวกเขาเดินทางมาไกลจนมาถึงทวีปแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ไม่ใช่เพียงเพื่อขายสินค้าหนึ่งหรือสองก้อน แต่้ามองหาคู่ค้ารายใหญ่
นี่เป็ภาระบนบ่าของพวกเขาที่ต้องแบกรับไว้
“ที่สุดแล้ว หาก้าค้าขายก็จำเป็ต้องจ่ายล่วงหน้าครึ่งหนึ่งด้วยอาหาร ซึ่งนี่เป็สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับการค้ากับพวกเรา หากว่าสามารถทำเช่นนี้ได้ก็จะถือว่าเป็คู่ค้าของเรา!!”
“นอกจากนี้แล้วทั้งท่าน และตระกูลของท่านจะได้รับความเคารพจากพวกเาาวสินธุ จากนั้นพวกเราจะส่งแร่ไฮเดอราบาดให้กับท่านอย่างต่อเนื่อง!!”
……….
ภิกษุทั้งสองกล่าวออกมาด้วยใบหน้าจริงจัง
“ห๊ะ!!”
หวัง ชง อุทานออกมาเล็กน้อยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจ
เขาสามารถเข้าใจได้ว่าทำไมพวกเขาจึงไม่รับสกุลเงินของทวีปแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ อย่างไรก็ตาม มันเกินจากความคาดคิดของ หวัง ชง อย่างมากที่พวกเขาเรียกร้องให้จ่ายก่อนครึ่งหนึ่งเป็อาหาร
มีที่ใดกันที่ใช้อาหารในการแลกเปลี่ยน!?
แต่เดิมแล้ว หวัง ชง คิดว่าภิกษุทั้งสองกำลังล้อเล่นอยู่มากกว่า แต่เมื่อเห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความจริงจังของพวกเขาในตอนนี้ มันก็หมายความตามที่พวกเขาได้กล่าวออกมา
“ทำไมถึงตั้งเงื่อนไขเช่นนี้!?”
หวัง ชง ครุ่นคิดด้วยความสับสน นี่เป็เงื่อนไขในการค้าขายที่แปลกประหลาดที่สุดเท่าที่เขาเคยพบมา อย่างไรก็ตาม เมื่อเขามองเข้าไปในดวงตาของภิกษุทั้งสองแล้วนั้น ความคิดบางอย่างก็ส่งผ่านเข้ามาในจิตใจของเขา ความทรงจำที่เขาเกือบลืมเลือนไปแล้วใน่ชีวิตก่อนได้ผุดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง
สินธุ และทวีปแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์นั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
พวกเขามีประชากรจำนวนมาก และทว่าไม่ได้มีความเจริญรุ่งเรือง และความมั่งคั่งเช่นเดียวกับทวีปแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์
ตามความเข้าใจของ หวัง ชง แล้วนั้น ชาวสินธุส่วนใหญ่จมอยู่กับความอดอยากข้นแค้น สิ่งนี้ยังสามารถอธิบายได้ว่าทำไมชาวสินธุที่มีเหมืองไฮเดอราบาดถึงไม่เก็บมันไว้เอง แต่กลับนำออกมาขายภายนอกเช่นนี้
พวกเขาขาดแคลนอาหารเป็จำนวนมาก
การที่พวกเขากล่าวออกมาเช่นนี้เป็การเลี่ยงที่จะกล่าวความจริงออกมา หากเป็ไปได้พวกเขาคงจะเลือกแลกเปลี่ยนกับอาหารทั้งหมดเพื่อนำกลับไปยังถิ่นกำเนิดของพวกเขา
ความเข้าใจค่อยๆ ชัดเจนขึ้นภายในหัวใจของ หวัง ชง
จากความทรงจำของ หวัง ชง ในตอนนี้ภายในถิ่นกำเนิดของพวกเขากำลังก้าวสู่ยุคข้าวยากหมากแพง นั่นหมายความว่าภาระบนไหล่ของภิกษุทั้งสองนั้นหนักหนามากแน่นอน
ไม่น่าแปลกใจที่พวกเขาไม่สนใจแบ่งขายแร่ของพวกเขา
“.......อย่างไรก็ตาม เื่นี้กลับเป็เื่ยากที่จะจัดการได้!!”
หวัง ชง ขมวดคิ้วแน่น ขณะที่ครุ่นคิดบางอย่าง
ตามหลักแล้วหากมีเงินก็สามารถซื้อทุกสิ่งได้ภายในต้าถัง อย่างไรก็ตาม ต้าถังมีการกำหนดทรัพยากรอาหารไว้อย่างจำกัด มันเป็เื่ยากมากที่จะขายข้าวแม้เพียงเมล็ดเดียวให้กับคนต่างพื้นที่
“อาหารคือสิ่งสำคัญสำหรับผู้คน!!” ความจริงแล้วต้าถังในปัจจุบันไม่ได้เป็ผู้ริเริ่มกลยุทธ์ในการควบคุมทรัพยากรอาหารขึ้นมาแต่อย่างใด กลยุทธ์นี้ถูกใช้กันมาก่อนหน้านี้อย่างเคร่งครัดอยู่แล้ว
ภิกษุทั้งสอง้าอาหารเป็ค่าสินค้าครึ่งหนึ่งของทั้งหมด นี่นับเป็เื่ใหญ่มาก หากว่า หวัง ชง ใช้อาหารในการแลกเปลี่ยนกับพวกเขาแล้ว เขาก็จะถูกโทษปะาเนื่องจากขายอาหารให้กับชาวต่างพื้นที่
เพียงแค่เงื่อนไขข้อนี้ก็ไม่มีใครในต้าถังสามารถทำการค้ากับภิกษุทั้งสองได้แล้ว
หวัง ชง ครุ่นคิดว่าสิ่งที่ต้าถังวางกลยุทธ์เกี่ยวกับการจำกัดทรัพยากรอาหารไม่ใช่สิ่งที่ผิดพลาด จึงทำให้ไม่ได้รับเหล็กหวู่จือไว้ใน แต่ความ้าของภิกษุนั้นไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนสามารถจะทำได้
หวัง ชง รู้สึกสถานการณ์ในตอนนี้ยุ่งยากมาก
ทว่าเขาจะยอมแพ้ในการได้รับเหล็กหวู่จือได้เช่นไร!?
“.......อย่าบอกว่าข้าต้องพ่ายแพ้ให้กับพวกชาวอาหรับจริงหรือนี่!!”
หวัง ชง ตื่นตระหนกภายในใจของเขา
เขารู้ดีว่าในอนาคตชาวอาหรับจะกลายเป็ศัตรูที่ยิ่งใหญ่ของต้าถัง หากว่าพวกมันได้ไฮเดอราบาดความแข็งแกร่งของกองทัพพวกมันจะเพิ่มขึ้นเป็เท่าทวี
ที่สำคัญนั้น นี่ไม่ใช่เพียงแค่การคาดเดาของ หวัง ชง เท่านั้น แต่มันเป็สิ่งที่เกิดขึ้นจริงใน่ชีวิตที่แล้วของเขา
แต่หากว่าเขาได้แร่ไฮเดอราบาด ไม่เพียงแต่เขาจะได้รับประโยชน์จากมันเท่านั้น แต่ยังสามารถลดทอนความแข็งแกร่งของศัตรูให้ต้าถงได้อีกด้วย
“เดี๋ยวก่อน มีบางอย่างตกหล่นไป!! ชาวอาหรับไม่ได้กินข้าว!!”
ความคิดหนึ่งแล่นผ่านหัวใจของ หวัง ชง นั่นทำให้เขาตระหนักถึงความจริงเื่หนึ่งได้
ชาวอาหรับไม่ได้กินข้าวเป็อาหารหลัก แต่ทว่าพวกเขากินลูกพลัมที่มีขนาดใหญ่ อีกทั้งทางตอนเหนือจากถิ่นอาศัยของชาวอาหรับก็ไม่สามารถเพาะปลูกข้าวขึ้นมาได้อีกด้วย
แล้วเพราะสิ่งใดที่สามารถทำให้ภิกษุทั้งสองขายแร่ไฮเดอราบาดได้ในทั้งสองแถบนั้น!?
เห็นได้ชัดว่า อาหาร ที่ภิกษุทั้งสองกล่าวถึงนั้นแตกต่างจาก อาหาร ของทวีปแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ ต้องเข้าใจก่อนว่าในยามนี้ถิ่นอาศัยของภิกษุทั้งสองกำลังอยู่ใน่ข้าวยากหมากแพง ดังนั้น ตราบใดที่เป็สิ่งที่สามารถกินได้ พวกเขาย่อมไม่ใส่ใจกับมันมากนัก
หากไม่คำนึงถึงปัจจัยเหล่านี้อย่างละเอียดแล้วนั้น เป็ไปได้สูงมากที่การเจรจาครั้งนี้จะล้มเหลวจากกลยุทธ์ที่เข้มงวดของต้าถัง
เมื่อมาถึงจุดนี้ หวัง ชง ก็อดตื่นเต้นขึ้นมาไม่ได้
“ท่านไต้ซือ หากเป็แอปเปิล หรือลูกแพร์ จะใช้ได้ไหม!?”
หวัง ชง กล่าวถามทันที
แม้ว่าภิกษุทั้งสองจะประหลาดใจอยู่ไม่น้อยก็ตาม แต่พวกเขาก็พยักหน้ารับช้าๆ พวกเขาได้ตรวจสอบมาก่อนแล้ว ว่าข้าวที่คนของทวีปแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์กินนั้นเป็อาหารที่เหมาะต่อคนในถิ่นกำเนิดของพวกเขาอย่างมาก ซึ่งมันจะเป็สิ่งที่ดีที่สุดหากว่าพวกเขาสามารถนำกลับไปได้
อย่างไรก็ตาม หากว่าไม่มีสิ่งของเ่าั้ ก็แค่เปลี่ยนเป็อะไรก็ได้ที่สามารถนำไปกินประทังชีวิตได้
“ถ้าเช่นนั้น กล้วย หรือข้าวฟ่างล่ะ!?”
หวัง ชง กล่าวถามออกมาอีกครั้ง ใบหน้าของเขาแสดงให้เห็นถึงความตื่นเต้นอย่างชัดเจน
“นั่นก็ได้เช่นกัน!!”
ภิกษุทั้งสองคนต่างมองหน้ากันไปมาก่อนจะพยักหน้าเล็กน้อย ตราบใดที่มันยังคงเป็อาหารซึ่งสามารถกินได้ พวกเขาก็สามารถยอมรับได้ทั้งหมด
“ฮ่าๆ ...!! แล้วแพะ กับอูฐล่ะ!?”
หวัง ชง หัวเราะให้กับความคิดล่วงหน้าของเขา
แม้ว่าต้าถังจะมีการจัดระเบียบทรัพยากรอาหารอย่างเคร่งครัดก็ตาม แต่สำหรับแพะ และอูฐบนทุ่งหญ้ากว้างนั้นไม่อยู่ในการจัดระเบียบนี้ อีกทั้งดินแดนทางเหนืออันกว้างไกลของชาวอาหรับก็ยังเต็มไปด้วยปศุสัตว์เหล่านี้
หากภิกษุ้าอาหารจำนวนมาก เขาสามารถหลีกเลี่ยงกฎที่เคร่งครัดของต้าถังได้ด้วยการค้าแบบชาวอาหรับ และชนเผ่าทางตอนเหนือของพวกเขาได้
นี่เป็ทางออกที่ดีสำหรับเื่นี้
“คงดีที่สุดหากว่าอาหารเ่าั้เป็แพะ และอูฐ!!”
ภิกษุทั้งสองกล่าวตอบ
หากเทียบกับผลไม้ที่สามารถเก็บไว้ได้เพียง่สั้นๆ แล้วนั้น การจ่ายล่วงหน้าด้วยแพะ และอูฐนั้นเหมาะสมกว่ามาก ตราบใดที่มันสามารถแก้ปัญหาความอดอยากของถิ่นกำเนิดพวกเขาได้ พวกเขาก็ไม่กังวลเกี่ยวกับอาหารมากนัก
“หากว่าคุณชาย และตระกูลของท่านยอมรับเงื่อนไขนี้ได้ พวกเราก็สามารถเจรจากันต่อได้!!”
ภิกษุทั้งสองกล่าว ในตอนนี้พวกเขามีความสนใจในตัวของ หวัง ชง มากขึ้นอย่างมาก
“แล้วราคาล่ะ!?”
หวัง ชง กล่าวถามด้วยรอยยิ้ม
หลังจากที่ยอมรับเงื่อนไขเช่นนั้นแล้ว บรรยากาศระหว่างพวกเขาก็เป็มิตรมากขึ้น
“ราคาตอนนี้หากเทียบสกุลเงินของทวีปแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์แล้ว แร่ไฮเดอราบาดหนึ่งจวินเท่ากับสามร้อยตำลึงทอง!!” (1 จวิน = 25-26 จิน = 12.5-13 กก.)
ภิกษุทั้งสองกล่าวตอบออกมาอย่างหนักแน่น
“สามร้อยตำลึงทอง!!”
หวัง ชง ตกตะลึงพร้อมกับก้าวถอยหลังออกไปเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว
“ทำไมรึ!? ท่านคิดว่ามันแพงไปงั้นหรือ!?”
เมื่อเห็นสีหน้าของ หวัง ชง ในตอนนี้ ใบหน้าของภิกษุทั้งสองก็มืดมนลงทันที
“สามร้อยตำลึงทองเป็ราคาต่ำสุดที่พวกเรายอมรับได้!! และพวกเราก็ไม่ยินดีที่จะลดราคาลงไปมากกว่านี้!!”
“ข้าคิดว่าพวกเราคงได้ข้อสรุปแล้ว หากว่าท่านไม่อาจยอมรับราคานี้พวกเราก็ไม่อาจเจรจากันต่อไปได้ ดูเหมือนว่าท่าน และตระกูลของท่านจะไม่ใช่คู่ค้าที่พวกเรากำลังมองหา!!”
……….
ทัศนคติของสองภิกษุเปลี่ยนกลับจากหน้าเป็หลังมืออีกครั้ง ใบหน้าของพวกเขาแสดงออกถึงความเ็าอย่างชัดเจน ราคาหนึ่งจวินต่อสามร้อยตำลึงทองนั้นเป็ราคาที่พวกเขาได้หารือกันมาก่อนที่จะออกเดินทางมายังที่ต่างๆ ก่อนแล้ว
มหาปุโรหิตของพวกเขาได้กล่าวไว้อย่างชัดเจน ว่าหากต่ำกว่าราคานี้ให้หยุดเจรจาในทันที
แร่ไฮเดอราบาดนั้นแตกต่างจากแร่โลหะทั่วๆ ไปมาก ดังนั้นพวกเขาจึงไม่อาจขายในราคาเดียวกับแร่โลหะทั่วๆ ไปได้ พวกเขาได้เดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ มากมาย และได้พบผู้คนมากหน้าหลายตา
นอกจากนั้นแล้วยังมีคนที่สามารถพูดภาษาสันสกฤตได้คล่องอีกเช่นกัน เมื่อพวกเขาได้ยินราคาเช่นนี้ ท่าทีตอบรับของพวกเขาก็ไม่ได้ต่างไปจาก หวัง ชง แม้แต่น้อย
หากว่าพวกเขาไม่อาจเข้าใจถึงคุณค่าที่แท้จริงของแร่ไฮเดอราบาดได้ การเจรจาต่อไปก็ไม่มีความหมาย
“ดูเหมือนว่าทวีปแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์จะไม่เหมาะกับการขายแร่ไฮเดอราบาด!!”
ภิกษุทั้งสองกล่าวออกมาอย่างเ็า พร้อมกับกับหันหลังกลับออกไปทันที
ใน่หลายเดือนที่ผ่านมานั้น พวกเขาได้มองหาคู่ค้าที่เหมาะสมในการขายแร่ไฮเดอราบาดอย่างต่อเนื่อง แต่สุดท้ายแล้วพวกเขาก็ไม่อาจหาคู่ค้าที่เหมาะสมได้ ดังนั้นพวกเขาจึงตัดสินใจที่จะกลับไปยังถิ่นกำเนิดของพวกเขาในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
เมื่อพวกเขาได้พบกับ หวัง ชง มันก็ทำให้พวกเขาเริ่มคิดว่าสถานการณ์มันอาจจะแตกต่างไปจากเดิม แต่ทว่าความคาดหวังทั้งหมดของพวกเขากลับต้องพังทลายลงอีกครั้ง
ท่าทีของ หวัง ชง มันก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้พวกเขาผิดหวัง
ดูเหมือนว่าพวกเขาจะไม่สามารถขายแร่ไฮเดอราบาดในทวีปแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ได้
“ช้าก่อน!! ไต้ซือทั้งสอง ท่านกำลังเข้าใจผิด!!”
เมื่อเห็นภิกษุทั้งสองหันหลังกลับออกไปเช่นนั้น หวัง ชง ไม่รู้เขาควรจะหัวเราะ หรือร้องไห้ออกมาดี เขาทำได้เพียงแค่รีบะโขึ้นพร้อมกับโบกมือเรียกพวกเขาอย่างรวดเร็ว
จริงอยู่ที่แร่ไฮเดอราบาดนั้นมีราคาแพง
ราคาสามร้อยตำลึงทองนั้นสามารถซื้อแร่โลหะชนิดอื่นได้หลายเกวียน มันฟุ่มเฟือยเกินกว่าซื้อแร่ดิบในราคานี้
อย่างไรก็ตามจากความทรงจำของ หวัง ชง แล้วนั้น ใน่ชีวิตที่แล้วของเขา ราคาของแร่ไฮเดอราบาดจะพุ่งสูงขึ้นอีกหลายหมื่นเท่า แม้ว่าจะเทียบกับราคาทองคำก็ตาม
ยิ่งกว่านั้น มันยังเป็สินค้าที่ถึงอยากจะซื้อก็ไม่สามารถซื้อได้ ไม่ว่าจะมีเงินมากมายเพียงใดก็ตามที
ภิกษุทั้งสองไม่ได้ตระหนักเลยว่า หวัง ชง ไม่ได้แปลกใจกับราคาของมัน แต่ทว่าเขาประหลาดใจกับราคาที่ถูกมากของมันมากกว่า
หากเทียบกับราคาที่สูงเสียดฟ้าในอดีตแล้วนั้น ราคาของมันในตอนนี้ถือว่าถูกอย่างมาก
หวัง ชง ไม่ได้คาดหวังว่าราคาของมันจะถูกเช่นนี้ั้แ่แรก
“ท่านไต้ซือ ข้าพอใจกับราคาสามร้อยตำลึงทองต่อหนึ่งจวิน!!”
หวัง ชง กล่าว
เมื่อได้ยินคำกล่าวนี้ใบหน้าของภิกษุทั้งสองก็ดีขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่พวกเขาหยุดฝีเท้าลง
“แม้ว่าราคาสามร้อยตำลึงทองต่อหนึ่งจวินจะไม่ใช่ราคาที่ถูก แต่ว่าหนึ่งจวินของพวกเราแตกต่างจากทวีปแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ หนึ่งจุดของที่นี่มีน้ำหนักราวสามสิบจิน แต่สำหรับพวกเราแล้วหนึ่งจวินมีน้ำหนักกว่าห้าสิบจิน มันจึงได้ปริมาณที่มากกว่า เช่นนั้นก็หมายถึงท่านจะได้รับแร่ไฮเดอราบาดที่มากหากนำไปคิดน้ำหนักบนฐานของ ทวีปแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์!!”
ภิกษุรูปหนึ่งกล่าวปลอบ หวัง ชง
หวัง ชง ยิ้มบางออกมาเล็กน้อย แน่นอนว่าเขารู้เื่ความแตกต่างของชาวสินธุ และทวีปแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ในข้อนี้ดี แต่มีบางจุดที่ภิกษุทั้งสองเข้าใจผิด หนึ่งจวินของทวีปแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์นั้นมีน้ำหนักเพียงยี่สิบห้าถึงยี่สิบหกจินเท่านั้น ไม่ใช่สามสิบจิน
ในจุดนี้ ภิกษุทั้งสองรูปได้แสดงความจริงใจของพวกเขาออกมา
นอกจากนี้แล้วแร่หนึ่งจวินต่อราคาสามร้อยตำลึงทอง หากคิดอย่างละเอียดแล้วแร่หนึ่งจินก็มีราคาเพียงหกตำลึงทองเท่านั้น ซึ่งมันเป็ราคาที่ถูกอย่างมาก
เขาได้ลงทุนกับแร่ไฮเดอราบาดได้เหมาะสมกับ่เวลาที่สุด
“เื่ราคาไม่มีปัญหา เช่นนั้นเรามาคุยเื่รายละเอียดดีกว่า!!”
หวัง ชง กล่าว หลังจากที่ยอมรับเงื่อนไขของภิกษุทั้งสองแล้ว คราวนี้ก็เป็เขาที่จะตั้งเงื่อนไขขึ้นมาบ้าง
“ตราบใดที่ท่านยอมรับเงื่อนไขของพวกเรา สิ่งอื่นก็ไม่ใช่ปัญหา ท่าน้าแร่กี่จวินหรือ!?”
ภิกษุทั้งสองกล่าวถาม
“ไม่ใช่เช่นนั้น!! ไต้ซือทั้งสองกำลังเข้าใจเจตนาของข้าผิด!!”
หวัง ชง กล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มพลางยกนิ้วขึ้นส่ายไปมาเบาๆ
“ข้ามาเจรจากับพวกท่านด้วยความบริสุทธิ์ใจ แต่ว่ามีบางอย่างที่พวกท่านกำลังเข้าใจผิด สิ่งที่ข้า้าไม่ใช่ปริมาณของแร่ .......แต่สิ่งที่ข้า้าคือสิทธิ์ในการกระจายแร่ไฮเดอราบาดของพวกท่านไปยังทวีปดินแดนศักดิ์สิทธิ์ และพื้นที่ทางตะวันตก!!”
หวัง ชง กล่าวเงื่อนไขของเขาออกมา
การค้าที่ผูกขาดมันย่อมเป็สิ่งที่ดีกว่า ไม่ว่าเขาจะซื้อแร่ไฮเดอราบาดหนึ่งจวิน , สองจวิน , หนึ่งร้อยจวิน หรือแม้แต่หนึ่งพันจวินก็ตาม
เพียงแค่แร่ไฮเดอราบาดก้อนเดียวก็สามารถทำให้ต้าถังแข็งแกร่งขึ้นอย่างน่ากลัว ด้วยประสิทธิภาพของมัน
แต่ทว่าความทะเยอทะยานของ หวัง ชง มีมากกว่านั้นมาก
หวังชง้าแร่ที่ชาวสินธุขุดจากเทือกเขาไฮเดอราบาดทั้งหมดไปอีกหลายสิบปี หรือหลายร้อยปี เขา้าแร่ทั้งหมดภายในเทือกเขา
...........................