วรยุทธอสูรทะยานฟ้าผ่าปฐพี!!

    บทที่ 37 สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าฝันร้ายของห่าวหราน

            "ผู้อาวุโสกล่าวเช่นไรนะ.! จะให้ข้าไปประลองกับเจ้าวานรอัคคีตัวนั้นพรุ่งนี้หรือ..!!" ห่าวหรานที่ได้ฟังคำของซือคงอี้หวงก็ถึงกับตกตะลึงอ้าปากค้าง เพราะแค่ให้มันรักษาตัวจนถึงพรุ่งนี้ก็ไม่แน่ว่าจะกลับไปที่สำนักได้ทันเวลาแล้ว นี้ยังต้องมาสู้กับผู้ที่เล่นงานมันจนเกือบตายอีก ผู้อาวุโสท่านนี้คิดอันใดอยู่กันแน่...

            

            

            ผู้อาวุโสซือคือข้า…." ห่าวหรานมีสีหน้าวิตกกังวล ก่อนจะอ้าปากพูด ทว่า…มันก็ถูกซือคงอี้หวงยกมือห้าม และพูดแทรกขึ้นมาก่อน

            

            

            "ข้าทราบดี ว่ายามนี้เจ้าเป็นกังวลเรื่องใดบ้าง เจ้ากลัวจะกลับสำนักไม่ทัน กลับจะนำศิลาดำไปหลอมไม่ทัน กลัวจะพ่ายแพ้เจ้ายงซันใช่หรือไม่…"

            

            

            เหมือนซือคงอี้หวงมองทะลุเข้าไปในใจของห่าวหราน สิ่งที่เขากล่าวออกมานั้นถูกต้องทุกประการ จนห่าวหรานไม่สามารถพูดอันใดต่อได้ มันจะทำเพียงพยักหน้ารับเบา ๆ จากนั้นซือคงอี้หวงก็ยกมือลูบเครายาว ก่อนจะแย้มยิ้ม และเอ่ยออกมาว่า

            

            

            "ทุกเรื่องที่เจ้าหวั่นเกรงนั้น อย่าได้ห่วงไปเลย ตาแก่อย่างข้าไม่คิดจะรังแก หรือกลั่นแกล้งเด็กน้อยอย่างเจ้าหรอก เจ้าหนุ่ม ทุกอย่างที่ข้าคิดล้วนไต่ตรอง วางแผนมาหมดแล้ว"

            

            

            "แผนหรือผู้อาวุโสซือ แผนอันใดข้าไม่…"

            

            

            "ท่านปู่ข้ากลับมาแล้ว...!"

            

            

            ยังมิทัน ที่ห่าวหรานจะกล่าวจบ เสียงของเย่เหม่ยก็ร้องดังขึ้น นางก้าวเข้ามาภายในกระท่อมพร้อมกับตระกร้าไม้ไผ่สาน ที่กลางหลัง ซึ่งเต็มไปด้วยรากไม้ และสมุนไพรหน้าตาแปลก ๆ หลายชนิด และพอซือคงอี้หวงเห็น เขาก็เอ่ยเสียงโอ้ ด้วยท่าทางยินดี ก่อนจะบอกให้หลานสาวนำสมุนไพรทุกอย่างที่เก็บมาได้ไปเตรียมปรุงยา ก่อนจะหันมากล่าวกับห่าวหรานว่า

            

            

            "เจ้านอนพักเถอะพ่อหนุ่ม ข้าขอเวลาสักครึ่งชั่วยามในการต้มยา เมื่อเจ้าดื่มแล้ว พวกเราจะได้ออกไปฝึกวรยุทธ์กัน" 

            

            "ยาอันใด วรยุทธ์อันใด ข้าหาได้เข้าใจที่ท่านพูดสักอย่างผู้อา…วุ…โส…." ห่าวหรานขมวดมุ่นคิ้วด้วยความงุนงงสับสน และเอ่ยถามออกมา ทว่า..ยังพูดไม่ทันจบ ผู้ที่จะให้คำตอบมัน ก็พลันหมุนกาย หันหลังเดินจากไปที่ห้องปรุงยาภายในกระท่อมเรียบร้อยแล้ว..

            

            

            ห่าวหรานจึงทำอันใดไม่ได้นอกจากทิ้งตัวลงนอนตามเดิมพร้อมกับคำถามมากมายในหัว และความกังวลอันหนักอึ้งในใจ แม้นซือคงอี้หวงจะบอกให้เชื่อมั่น แต่ห่าวหรานก็มองไม่เห็นหนทางแห่งความสำเร็จเลยสักทาง

            

            ห่าวหรานนอนรออย่างไร้ความหวังอยู่ราว ๆ ครึ่งชั่วยาม เย่เหม่ยก็เดินถือถ้วยยาตรงมาหามัน ในชีวิตของห่าวหรานมันเคยได้กลิ่นของยาสมุนไพรมามากมาย แต่ไม่มีครั้งไหนเลยที่มันจะจะรู้สึกเหม็น จนแทบไม่อยากมีจมูกเท่าครั้งนี้

            

            

            "นะ นี่มันสมุนไพรอันใดกัน ทำไมกลิ่นมันถึง…."

            

            

            "ท่านปู่บอกสมุนไพรวิเศษมักจะขม และมีกลิ่นไม่น่ารัญจวน ส่วนสมุนไพรที่ส่งกลิ่นหอมหวล กับมีรสหวานลิ้น พวกนั่นนั้นแหละมีพิษร้าย เอ้า ดื่มซะให้หมด ท่านปู่รออยู่ข้างนอกแล้ว "

            

            

            เย่เหม่ยกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงห้วน ๆ ตามวิสัยของนาง ส่วนก็ห่าวหรานเอามือปิดปาก ปิดจมูกส่ายหน้าปฏิเสธเป็นพัลวัน จนเย่เหม่ยต้องส่งเสียงฮึดฮัดออกมาด้วยท่าทางไม่พอใจ

            

            

            "เป็นอันใดของเจ้า สมุนไพรชามนี้ไม่มีพิษหรอกน่า ดื่ม ๆ เข้าไป นี่ข้าอุตส่าห์นั่งหน้าอยู่เตาไฟเสียเวลาต้มให้เจ้าอยู่นานเชียวนะ รีบดื่มเข้าไป แล้วก็ขอบใจข้าซะ"

            

            เย่เหม่ยเอ่ยขึ้นด้วยท่าทางภาคภูมิใจ ส่วนห่าวหรานก็ส่วนก็ห่าวหรานเอามือปิดปาก ปิดจมูกส่ายหน้าปฏิเสธเป็นพัลวันเช่นเดิม

            

            

            จนเย่เหม่ยพ่นลมหายใจออกมายาว ๆ พร้อมกับความอดทนที่หมดลง จากนั้นห่าวหรานก็พลันรู้สึกเจ็บที่หน้าท้องจนต้องปล่อยมือ และอ้าปากค้างไปชั่วขณะ มิใช่สิ่งใด กำปั้นของเย่เหม่ยนั้นเอง นางปล่อยหมัดกระแทกเข้ามาด้วยความรวดเร็ว และพอห่าวหรานอ้าปากค้าง ยาสมุนไพรกลิ่นไม่น่าอภิรมย์ในชามก็ถูกกรอกลงคอของห่าวหรานตามมาติด ๆ 

            

            

            กลิ่นของสมุนไพรว่าเลวร้ายแล้ว ทว่า…..มิอาจเทียบกับรสชาติของมันได้เลย เพราะดูเหมือนจะแย่ยิ่งกว่ากลิ่นเป็นพันเท่า

            

            

            สีหน้าของห่าวหรานพะอืดพะอมเป็นที่สุด แถมจะอ้วกออกมา แต่ก็ทำไม่ได้เพราะมีมือของเย่เหม่ยปิดอยู่ 

            

            

            "นั้นแหละกลืนลงไปให้หมด ห้ามบ้วน ห้ามคายออกมาแม้แต่หยดเดียวไม่งั้น เจ้าเจ็บตัวแน่"

            

            

            ห่าวหรานทรมานจนแทบจะขาดใจตายอยูชั่วครู่ ก่อนที่ฝันร้ายที่สุดจะผ่านไป และพอเย่เหม่ยมั่นใจว่ายาสมุนไพรลงท้องของห่าวหรานไปจนหมดนางจึงเอามือลง ก่อนจะหมุนกายเดินออกไปนอกกนะท่อม และเรียกให้ห่าวหรานตามนางไปอย่างไม่ไยดี

            

            "ตามข้ามาเร็วเจ้าทึ่ม อย่ามัวแต่สำออย ท่านปู่รอนานแล้ว"

            

            "ดะ เดี๋ยว ก่อน จะ เจ้า แหวะ ลิ้นข้ายังชาอยู่เลย แถม ท้องไส้ก็ยังปั่นป่วนไม่หาย แต่….."

            

            สองตาของห่าวหรานเบิกกว้าง ก่อนจะลุกขึ้นมานั่งด้วยความประหลาดใจยามนี้มันรู้สึกกระปรี้กระเปร่า เลือดลมไหลเวียนไม่ติดขัด แถมจิตปราณก็โคจรไปทั่วร่างดีเป็นอย่างยิ่ง อาการบาดเจ็บที่โดนเจ้ายงซันเล่นงานดูจะหายเป็นปลิดทิ้งราวกับปาฏิหาริย์

            

            "วะ วิเศษ นี่หรือข้าสมุนไพรลับของผู้อาวุโสซือ ช่างน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก"

            

            ห่าวหรานเบิกตากว้างก่อนจะเผยรอยยิ้มแห่งความยินดี ฉายชัดขึ้นบนใบหน้า ทว่า…ก็ตื่นเต้นดีใจได้ไม่นาน ก่อนที่จะมีเสียงตวาดของเย่เหม่ยดังขึ้น

            

            

            "เจ้าบ้า...!! จะมัวอ้อยอิงอยู่ในนั้นอีกนานไหม หรือจะต้องให้เข้าไปเตะก้นเจ้าออกมาเสียก่อน…!!!!"

            

            

            "เออ เออ ข้าออกไปแล้ว ข้าออกไปแล้ว" ห่าวหรานขานรับนางก่อนจะลุกขึ้น และเดินออกไป ทว่า...ปากของมันก็ยังบ่นพึมพำเบา ๆ ประมาณว่า เกิดมาไม่เคยพบไม่เคย เด็กผู้หญิงที่ดุเหมือนสุนัขเช่นนาง

            

            "กล้าว่าข้าเป็นหมู เป็นหมารึ เจ้าบ้า...!! ข้าได้ยินนะ ว้อย เดี๋ยวแม่ก็ซัดให้อีกสักทีหรอก.."

            

            แม้ห่าวหรานจะพึมพำเบา ๆ แต่ประสาทหูของเย่เหม่ยที่ฝึกฝนมาเป็นอย่างดีก็สามารถได้ยินชัดเจน แม้เสียงนั้นจะห่างออกไปหลายสิบลี้ก็ตาม

            

            ห่าวหรานเมื่อได้ยินเสียงตวาดถึงกับสะดุ้งตัวโยน ก่อนที่มันจะเดินยิ้มเจื่อน ๆ ลงจากกระท่อม มาหาซิอคงอี้หวง และเย่เหม่ยที่ยืนรออยู่

            

            ซือคงอี้หวงนั้นพอเห็นห่าวหรานมันก็กวาดตามองตั้งหัวจรดเท้า ก่อนแย้มยิ้ม และพยักหน้าอย่างแช่มช้า จากนั้นก็กล่าวสั้น ๆ ว่า " ยอดเยี่ยม ฟื้นตัวไวดังข้าคาด"

            

            ทว่า…ผิดกับเย่เหม่ยที่ยืนกอดอก ทำหน้าบูดบึ้ง ถลึงตาแดงก่ำ ราวกับนางพร้อมจะกินเลือดกินเนื้อห่าวหรานได้ทุกเมื่อ

            

            ห่าวหรานที่เห็นก็ตกใจเล็กน้อย ก่อนจะรีบหันไปทางซือคงอี้หวง เพื่อประสานมือคารวะขอบคุณเรื่องยา

            

            "ยาสมุนไพรของผู้อาวุโสซือวิเศษนัก ข้าหายดีเป็นปลิดทิ้ง ประหนึ่งได้เกิดใหม่ก็ไม่ปาน ถึงแม้น…"

            

            "ถึงแม้นอันใดหรือพ่อหนุ่ม...?" ซือคงอี้หวงเอียงคอเลิกคิ้วก่อนถามกลับ

            

            "ถึงแม้นมันจะ…ขม และ มีกลิ่นเหม็นไปหน่อยก็ตาม" ห่าวหรานระบายยิ้มเจื่อน ๆ ก่อนตอบ และคำตอบนั้นเองที่ทำให้เย่เหม่ยถึงกับสะดุ้งเฮือก ก่อนที่นางจะขยับกายออกห่างซือคงอี้หวงอย่างแช่มช้า คล้ายทำบางสิ่งที่ผิดมาอย่างร้ายแรง ทว่า…นางก็โดนมือของซือคงอี้หวง พลันยกขึ้นมาบิดหูจนนางร้องโอดโอยเสียงดังลั่น

            

            "โอย ๆ ๆ ๆ ท่านปู่ข้าเจ็บ ปล่อย ๆ ๆ "

            

            

            "ย่อมเจ็บ ใครใช้ให้เจ้าผสมรากหางหนู กับดอกไล่ช้างลงไปกัน"

            

            

            "รากหางหนู...? ดอกไล่ช้าง..? คือสิ่งใดกัน" ห่าวหรานเบิกตากว้างก่อนจะเอ่ยถามด้วยความสงสัย

            

            

            "โอย ๆ ๆ ๆ ก็ท่านปู่เคยบอก รากหางหนูแม้จะมีรสขมแต่ก็ช่วยบำรุงเลือด ส่วนดอกไล่ช้างแม้จะมีกลิ่นแรงแต่ก็ช่วยฟื้นฟูพละกำลังมีใช่หรือ เจ้าค่ะ ข้าหวังดีก็เลย โอย ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ"

            

            

            "หวังดีรึ...? หวังร้ายอยากแกล้งเจ้าหนุ่มนี้เสียมากกว่า แม้นสองสิ่งนั้นจะมีประโยชน์ แต่ก็หาได้จำเป็นสำหรับสูตรยาที่ข้าให้เจ้าไปต้มในครั้งนี้เลย จะใส่หรือไม่ใส่ก็ไม่มีความหมาย แต่ที่เจ้าใส่ก็เพราะอยากจะแกล้งเขาใช่หรือไม่ เย่เหม่ย ตอบ..!!"

            

            "โอย ๆ ๆ ๆ ข้ายอมรับแล้วท่านปู่ หูข้าจะขาดแล้ว ก็ใครใช้ให้ท่านจะถ่ายทอดวิชาเพลงหมัดธารามังกรทลายเก้าขุนเขาให้มันกันเล่า ข้าไม่ยอมหรอก"

            

            

            "หนอย เจ้าหลานคนนี้ ชักจะเอาแต่ใจใหญ่แล้ว เพลงหมัดชุดนี้เป็นของข้า ข้าจะถ่ายทอดให้ผู้ใด มันก็เป็นสิทธิ์ของข้า เจ้ากล้าดียังไงมาห้ามไม่ให้ข้าสอนผู้อื่น"

            

            

            "แต่ข้าเป็นหลานปู่นะ แล้วถ้าเจ้าบ้านี่มันเกิดฝึกฝนได้เหนือกว่าข้า แล้วข้าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน"

            

            

            "หึ ที่แท้เจ้าก็กลัวผู้อื่นจะรุดหน้ากว่าตัวนี่เอง เฮ้อออ ข้าล่ะเหนื่อยใจยิ่งนัก เอ้า ถอยออกไปซะ ข้าจะสอนเจ้าหนุ่มผู้นี้ หากเจ้าฉลาดก็จงดูอยู่เงียบ ๆ และคิดตามว่าทำไมตนเองถึงไม่ก้าวหน้า หรือถ้าทนดูไม่ได้ จะไปไหนก็ไป"

            

            "ท่านปู่….!!!" 

            

            เย่เหม่ยหน้าแดงแปร๊ดด้วยความโกรธกระทืบเท้าปึงปัง ก่อนที่นางจะเลือกถอยออกไปยืนดูห่าง ๆ ทว่า…สายตานั้นกับจ้องมาที่ห่าวหรานด้วยความคับแค้นยิ่งกว่าเดิมหลายพันเท่า..

             

            และยามนี้ห่าวหรานก็ทราบแล้วว่า วิชาที่ซือคงอี้หวงจะสอนมันก็คือ เพลงหมัดธารามังกรทลายเก้าขุนเขา นั้นเอง..

            

            

            จบตอน


    คล้ายกับเรื่องวรยุทธอสูรทะยานฟ้าผ่าปฐพี!! ที่คุณอ่าน