“พวกมันดูน่ารัก ชีวิตเป็อิสระ จะทำสิ่งใดก็ได้ไม่มีกฎเกณฑ์ หรือมีสิ่งใดมาบังคับ”
“ท่านแม่ตอนนี้เราก็มีอิสระนะเ้าคะ อีกหน่อยถ้าเรามีตำลึง และข้าฝึกวิชาในตำราได้สำเร็จ รักษาท่านแม่ให้หายเรา จะไปไหนก็ได้ ตำลึงก็มีใช้ ท่านแม่รออีกไม่นานเ้าค่ะ”
ซูเยว่ ได้จานมาหนึ่งใบจากห้องครัว ใส่น้ำพุิญญา “กระต่ายน้อยเ้ามากินน้ำก่อน จะได้แข็งแรงเหมือนลิง”
กระต่ายน้อยทำจมูกขมุบขมิบหูตั้ง วิ่งมาตรงจานใส่น้ำพุิญญา ก้มหน้าก้มตากิน ไม่ได้สนใจระแวงภัย ว่าใครจะจับไปเป็อาหาร
“มันน่ารักไหมเ้าคะท่านแม่ มีทั้งกระต่ายสีขาวและลิง ่ไหนที่ข้าเข้าไปในเมือง ท่านแม่ก็ไม่เหงาแล้วเ้าค่ะ ข้าว่าจะไปพรุ่งนี้เลย ถ้าได้ตำลึงมาจะซื้อ มีดและจอบมาไว้ปลูกผัก เรามีน้ำวิเศษแล้ว”
“แม่รู้สึกแข็งแรงขึ้นมาก! แต่ยังรู้ว่าพิษยังสะสมอยู่ในตัวอีกเยอะ แม่จะพยายามออกมา ปลูกผักทำสวน ทำอาหารให้ลูกกิน”
“ดีเ้าค่ะท่านแม่ต้องแข็งแรง! ลูกจะขยันอ่านตำรายา เพื่อที่จะปรุงยาออกมารักษาท่านแม่ ให้หายเ้าค่ะ”
ซูเยว่เอาสมุนไพรที่มีพิษในมิติ เด็ดเอาแต่ใบออกมาตากแดด ข้างนอกเพื่อปรุงเป็ ยาผงพิษไว้ป้องกันตัว ตอนนี้นางไม่มีวิชาความรู้ด้านวรยุทธ์ แม้แต่อาวุธที่จะมารักษาชีวิตได้ นอกจากผงพิษเท่านั้น
สองแม่ลูกกินผลไม้ และน้ำพุิญญาแทนอาหาร ซึ่งมันทำให้ไม่หิว แถมยังรู้สึกสดชื่น ทำให้ซูเยว่ไม่ต้องกังวลเื่อาหาร เช้าและเย็นมีลิงน้อยเอาผลไม้มาให้
“ท่านแม่ พรุ่งนี้ข้าจะเดินทางออกไปในเมืองแต่เช้า ท่านไม่ต้องรีบตื่นมาส่งข้า นอนพักผ่อนให้เยอะ อยากกินผลไม้แบบไหน ก็สั่งเ้าลิงน้อยไป ข้าจะเทน้ำพุิญญาไว้ให้ ท่านเองก็ต้องกินเยอะๆ ด้วยนะเ้าคะ”
“เ้าไม่ต้องเป็ห่วงแม่หรอก ดูแลตัวเองให้ดี เ้าไม่เคยไปไหนมาไหนคนเดียว ระวังจะโดนผู้คนหลอกเอา เราไว้ใจใครไม่ได้หรอก ขนาดอยู่กันมาตั้งหลายปี ยังไม่รู้จักนิสัยสันดานเลย!”
“เ้าค่ะข้าจะระวังตัว ตอนนี้สมองไม่ได้ทึบคิดอะไรไม่ออก เหมือนอยู่ในจวนตระกูลหลิน ที่มีแต่ความกลัวไม่กล้า คิดอะไรไม่เป็!”
“ลูกขอตัวเข้าไปอ่านตำราในมิตินะเ้าค่ะ ท่านแม่ก็พักผ่อนได้แล้ว” ดีที่่นี้ไม่ใช่หน้าหนาว เป็ฤดูฝน ไม่อย่างนั้นสองแม่ลูกต้องลำบากกว่านี้ เพราะมีแต่บ้าน เครื่องนุ่งห่มที่หนาไม่มี ที่หลับนอนก็มีแต่ไม้เตียงแข็ง
“โอ้! สมุนไพรโตขึ้นอีกแล้ว พรุ่งนี้น่าจะขายได้แล้ว ดูใบของพวกมันเริ่มมีประกายออกมา อยู่ที่นี่ช่างวิเศษเสียจริง สมุนไพรธรรมดา กลายเป็สมุนไพรมีพลังิญญา”
ในมิติไม่มีกลางคืนมีแต่กลางวัน ซูเยว่เข้าไปอ่านตำรา และนั่งโคจรพลังในนั้นจนถึงรุ่งเช้า เวลาข้างนอก
‘ชุดไม่มีใหม่กว่านี้แล้ว ต้องเป็ชุดนี้แหละ ั้แ่ไปแช่อยู่ในน้ำพุิญญา ดูเหมือนมันจะสะอาดขึ้นกว่าเดิม’ นางสำรวจความเรียบร้อย ก่อนจะเดินทางออกจากบ้าน ซึ่งในเมืองที่นางจะเข้าไป ก็ต้องไปถามทางเอาข้างหน้า
“เ้าจะไปหาญาติในเมืองอย่างนั้นหรือ ถ้าอย่างนั้นเ้าไปกับพวกพ่อค้า ที่พวกเขาจะเอาของป่าไปขาย ถ้าเดินไปเองมันไกลมาก ประมาณยี่สิบลี้ได้ เ้ารออยู่ตรงนี้แหละ จ่ายคนละยี่สิบอีแปะ ไว้ขากลับค่อยจ่ายก็ได้”
ซูเยว่ยืนรอเกวียนอยู่ที่บ้านผู้นำ ครู่หนึ่งถึงมีเกวียน ที่เต็มไปด้วยผู้คน เอาของป่าไปขาย จนนางต้องมานั่งข้างหน้า กับคนบังคับเกวียน
‘สงสารวัวอยู่เหมือนกัน คนก็เต็มของก็หนัก ไว้มีโอกาสข้าจะผสมในน้ำเต้าให้กิน’
ถึงนางจะเคยอยู่จวนใหญ่ และติดตามพี่สาวต่างมารดา ไปตามจวนที่เป็เพื่อน ซึ่งมีอยู่สองครั้ง ที่โดนบังคับขู่เข็ญไป จนครั้งที่สองเกิดเื่ขึ้น แต่ในตลาดแบบนี้ นางไม่เคยเข้าไปเดินเลย เพราะเป็หน้าที่ของพ่อบ้าน และพ่อครัวเป็คนไปซื้อ ข้าวของในตลาดร้านค้า
เกวียนเข้ามาจอดที่หน้าตลาด เพื่อให้แม่ค้าพ่อค้าขนของลง แล้วจะไปจอดรอทุกคนกลับบ้าน อยู่ตรงทางออกซึ่งไกลออกไป เ้าของเกวียนใช้เวลานั้น เอาน้ำให้วัวกิน แล้วไปช่วยยกของด้านหลัง ซูเยว่อาศัยจังหวะนั้น เอาน้ำพุิญญาเทใส่รวมไปด้วย
วัวทั้งสองตัวที่กำลังกินน้ำอยู่ ทำจมูกฟืดฟาด มองหน้านาง แล้วก้มลงกินน้ำจนหมดถัง ซูเยว่เดินตามกลุ่มแม่ค้าเข้าไปในตลาด มองหาร้านรับซื้อสมุนไพรและร้านยา
“สมุนไพรที่เ้าเอามา ถึงมันจะมีพลังิญญา แต่ก็เป็สมุนไพร ที่ไม่ได้ปรุงโอสถระดับสูง สมุนไพรพวกนี้มันอยู่ในกลุ่มปรุงยา บรรเทาอาการปวดหัวตัวร้อน และอาการเ็ปเท่านั้น ข้าให้ต้นละหนึ่งตำลึงทอง มีห้าต้นก็ห้าตำลึงทอง เ้าตกลงว่ายังไงขายไหม ข้าให้ราคายุติธรรมที่สุดแล้ว ไม่เชื่อเ้าไปสอบถามที่ร้านอื่นก่อนก็ได้”
“ข้อตกลงขายเ้าค่ะ เออแล้วร้านของท่าน มีเมล็ดสมุนไพรขายด้วยไหม ถ้ามีข้าซื้อ”
“เมล็ดพันธุ์อย่างนั้นรึ ร้านค้านี้ขายอยู่แล้ว แต่ว่ามันใช้เวลานานเกือบ สามสิบปีถึงจะเอามาขายได้ เ้าจะซื้อไปหรือ”
“ซื้อเ้าค่ะ ขอเมล็ดพันธุ์ที่หายาก และเป็ที่้าของร้านยา”
“ยิ่งหายากก็ยิ่งใช้เวลาปลูกนาน บางอย่างเป็ร้อยปีเลยนะ ถ้าเ้าอยากได้ข้าก็จะขายให้” ชายชราเ้าของร้าน นำเมล็ดพันธุ์มาให้ถึงหกอย่าง อย่างละห้าเม็ดทั้งหมดรวม หนึ่งตำลึงทอง
ซูเยว่เดินออกจากขายสมุนไพรมา ไม่รู้จะเดินไปทางไหน ตำลึงก็ไม่พอจ่ายค่าบ้าน ถ้าจะซื้อของไปเพิ่ม หรือซื้อเครื่องนอนไปให้แม่ ตำลึงก็จะลดลงไปอีก
‘ยังเหลือเวลาอีกนาน กว่าจะถึงเวลากลับ เดินดูแถวนี้ไปก่อนเผื่อจะมีหนทางหา แล้วยาที่เรามีเล็กน้อย ถ้าจะผสมกับน้ำพุิญญา ก็ต้องมีขวดใส่ เดินไปดูขวดกระเบื้องก่อนก็แล้วกัน’
“แม่นางน้อยเ้าสนใจ ขวดกระเบื้องใส่ยาอย่างนั้นหรือ เ้ามาถูกร้านแล้วล่ะ ร้านของข้า ทำขวดกระเบื้องมานาน เ้าเห็นไหม ผิวมันขาวเรียบเนียนสะอาด จุดปิดขวดยาก็แ่า รับรองว่าถ้าไม่เปิด ไม่หกออกมาเองอย่างแน่นอน”
“เถ้าแก่ขายยังไงหรือเ้าคะ ข้าอยากได้สักสิบขวดก่อน ไว้ข้าจะมาซื้อเพิ่มทีหลังเ้าค่ะ”
“โอ้แม่นางน้อย! ร้านคงคาไม่แบ่งขาย ขวดกระเบื้องใส่ยาราคาไม่ได้แพง เ้ารับไปหนึ่งร้อยขวด จ่ายมาแค่หนึ่งตำลึงทองเอง”
“ข้าซื้อก็ได้เ้าค่ะ แต่ว่ามีอะไรมาแต้ม ทำสัญลักษณ์ได้ไหม อย่างสีแดงแต้มจุดไว้ที่ขวด ข้าจะได้รู้ว่า ขวดยานั้นเป็ของข้า”
“ข้าเขียนเป็ชื่อเ้าก็ได้ แค่จ่ายเพิ่มให้อีกตำลึงได้ไหม ค่าสีและพู่กัน ค่าแรงข้าไม่คิด”
“ได้เถ้าแก่เขียนเป็รูปพระจันทร์เต็มดวง กลางพระจันทร์มีคำว่าเยว่ ต่อไปถ้ามีการสั่งซื้อข้าจะมาที่ร้านของท่าน ร้านเดียวเลย” ซูเยว่จ่ายค่า ขวดกระเบื้องใส่ยา ไปทั้งหมดหนึ่งตำลึงทอง หนึ่งตำลึงเงิน
“เถ้าแก่ข้าขอไปก่อนสักสิบขวดได้ไหม ที่เหลือข้าจะมารับ หนึ่งชั่วยามท่านน่าจะเสร็จ”
“แม่นางน้อยใช้เวลาไม่นานหรอก ข้ามีคนธาตุไฟช่วยทำงานอยู่ แค่เขียนลงไปใช้พลังทำให้แห้งก็ได้แล้ว เ้ารอไม่ถึงหนึ่งชั่วยามหรอก”
ซูเยว่ เดินออกจากร้านขายขวดกระเบื้อง พร้อมขวดที่แห้งแล้ว พร้อมทำความสะอาดให้สิบขวด นางเดินหาที่ลับตาตน เปิดจุกขวดยา ใส่ผงยาลงไป ตามด้วยน้ำพุิญญา ปิดจุกแล้วเขย่า ทำจนครบทั้งสิบขวด นางเดินไปที่ร้านยา ที่ห่างออกไปประมาณหนึ่งลี้
“แม่นางน้อยเ้าว่ายังไงนะ! ยาวิเศษอะไรของเ้า ขายตั้งขวดละหนึ่งตำลึงทอง ราคามันเท่ากับยาเม็ดความบริสุทธิ์ห้าเท่าเลยนะ ใครเขาจะซื้อกัน ข้าคนหนึ่งล่ะที่ไม่ซื้อ เ้าเอาไปขายที่อื่นเถอะ” เสียงชายชราวัยหกสิบ เ้าของร้านยาเอ่ยขึ้น
“ยาของข้าใช้ได้จริง เห็นผลไว ไม่เชื่อท่านก็หาคนมาทดลองสิ ท่านมัวแต่คาดเดาแบบนี้ ไม่แน่ว่า ถ้าข้าขายเอง ราคามันไม่ได้อยู่ที่ หนึ่งตำลึงทองแน่นอน” ระหว่างที่ซูเยว่ พยายามจะพูดสรรพคุณของยา
“ท่านหมอเร็วเข้า ดูนายท่านของข้าหน่อย ท่านเจ็บหนักจนหมดสติไปแล้ว ตอนนี้อยู่บนรถม้าเร็วเข้า”
ชายชราไม่สนใจซูเยว่ คว้ากล่องใส่ยาเดินไปรถม้าคันใหญ่ ที่ตกแต่งอย่างดี ให้รู้ว่าเ้าของเป็ผู้มีฐานะขนาดไหน
“พวกเ้ามาช้าไป ชีพจรเขาหยุดเต้น ข้ารักษาเขาไม่ได้หรอก” ชายชรากล่าวจบ เดินลงจากรถม้าคันงาม เดินเข้าร้านยาอย่างไม่สนใจ
“นายท่าน! ตื่นขึ้นมาก่อน ท่านจะเป็อะไรไม่ได้ ยังมีหลายอย่างที่ท่าน ตั้งใจแล้วยังไม่สำเร็จ ท่านตื่นขึ้นมาก่อน หมอที่นี่ไม่ได้เื่เลย ผ่านมาสองร้านเป็เหมือนกันเลย”
เสียงบ่นพึมพำ ของชายวัยกลางคนดังขึ้น ซูเยว่ที่ยืนฟังอยู่ “ชีพจรหยุดเต้น อย่างนั้นหรือ ท่านลุงนี่คือยาวิเศษ อาจจะช่วย นายท่านของท่านลุงได้ ท่านป้อนยาได้เลย ไม่เชื่อท่านลองดมกลิ่นดูได้”
ชายผู้นั้นรับยาขวดไป อย่างไม่ลังเล สิ่งไหนที่พอเป็ความหวัง ให้นายท่านของเขาฟื้นขึ้นมาได้ เขายอมเสี่ยงทุกอย่าง เวลานี้ไม่มีอะไรที่ต้องเสียไปกว่านี้แล้ว เขาเปิดจุกขวดยาออก กลิ่นของน้ำพุิญญา ที่ลอยออกมาจากขวด ทำให้เขามั่นใจยิ่งขึ้น
ยาทั้งขวดถูกป้อนเข้าปากชายชราทั้งหมด ซูเยว่ยืนดู พร้อมลุ้นไปด้วย เพราะเป็คนไข้รายแรก ไม่รู้ว่ายาและน้ำพุิญญา จะผสมกันช่วยรักษาชายชราหรือไม่ แล้วไม่รู้ว่าเขาป่วยด้วยโรคอะไร
ผ่านไปเพียงอึดใจ หน้าอกของชายชรากระเพื่อมขึ้นลง ชีพจรกลับมาเต้นเหมือนเดิม เขาไม่ได้เสียชีวิต ที่ชีพจรหยุดเต้น เป็เพราะอาการป่วยและโดนพิษ
“นายท่าน! นายท่านฟื้นแล้ว” เสียงที่ดังทำให้คนขับรถม้า และคนใช้อีกสองคน ที่ยืนรออยู่ข้างนอก พ่นลมหายใจออกมาด้วยความดีใจ
“นายท่านฟื้นแล้ว ยานี้ช่างวิเศษเสียจริง” เขาพูดพร้อมกับ หันมามองซูเยว่ "เ้าเอายาที่วิเศษแบบนี้มาจากไหน ขนาดร้านใหญ่สองร้าน ยังไม่มียาที่จะรักษานายท่านได้เลย"
“เป็อาจารย์ของข้าให้มา กำลังจะเอามาติดต่อขายที่ร้านนี้พอดี แต่เขาไม่สนใจ ตอนนี้ข้าก็เปลี่ยนใจแล้วว่าจะไม่ขายให้ร้านนี้!”
(หนึ่งพันอีแปะ เท่ากับหนึ่งตำลึงเงิน สิบตำลึงเงิน เท่ากับหนึ่งตำลึงทอง)