จ้าวตงหยางกลับมาได้สติอีกครั้ง เมื่อชายชราใช้ไม้เท้าเคาะเข้ากับเก้าอี้ที่ตั้งอยู่กลางบ้าน
“เอ่อ…ท่านปู่ เชิญทางนี้ขอรับ ขอโทษด้วยบ้านข้าไม่ค่อยเรียบร้อย เอ่อ…อันที่จริง ที่นี่ก็หาใช่บ้านของข้า ข้าและพี่สาวมาพักที่นี่เพราะบ้านข้าถูกข้าศึกยึดไปแล้ว ไม่มีบ้านให้กลับอีกแล้ว บ้านหลังนี้เ้าของก็คงทิ้งไปเพราะาเช่นกัน”
“มนุษย์ล้วนแก่งแย่งชิงดี เ้าอยู่บ้านเก่าทรุดโทรมซอมซ่อกับคฤหาสน์ราชวัง แบบไหนมีความสุขมากกว่ากัน”
เด็กชายหัวเราะออกมา “ท่านพูดอะไร พูดราวกับว่าท่านรู้จักข้ามาก่อน”
“ตอบคำถามข้า…”
ตงหยางหยุดคิด ไม่นานเขาก็ตอบออกมา “ข้าชอบชีวิตเช่นนี้ ได้จับปลา ปลูกผัก ขี่ม้า เรียนรู้พืชหาสมุนไพร มีชีวิตอิสระให้ค้นหาศึกษาเรียนรู้ได้ไม่เว้นวาง อยู่ในวังมากล้นด้วยกฏระเบียบ ผู้คนล้วนแข่งขันเอาเปรียบ ใส่หน้ากากหลอกตนเอง อยู่แบบนี้มีความสุขมากกว่าเป็ไหน ๆ”
ชายชราหัวเราะชอบใจกับคำตอบของตงหยาง “ช่วยข้าล้างตัวหน่อยได้หรือไม่ ม้าของเ้าขี้เหม็นชะมัด”
ตงหยางหัวเราะออกมา เมื่อเขาเพิ่งสังเกตุและได้กลิ่นจากตัวของชายชรา เมื่อเขาย้ำถึงจุดประสงค์ที่ขอเข้ามาในบ้าน ก็เพราะขี้ของเ้ามืดนี่เอง
เสื้อผ้าฝ้ายสีขาวเนื้อดี ถูกซักแล้วผึ่งตากลมอยู่นอกชานบ้าน แม้เท้าของชายตาบอดแม้ดูผิวเผินเหมือนท่อนไม้ปกติทั่วไป แต่ตงหยางกลับมองเห็นความบิดงอของมันราวัตัวน้อยที่มีชีวิต
“ท่านปู่ ท่านตาบอดทั้งสองข้าง แล้วเหตุใดในชั้นสัมภาระที่ท่านแบกมากลับมีแต่ตำราหนังสือ”
“เอามาฝากเ้า” เขาพูดแล้วยิ้มออกมาพร้อมลูบหนาวเคราขาวอย่างอารมณ์ดี
“ตลกแล้วท่าน เราหาได้รู้จักกันไม่”
ชายชรากระแอมออกมาเหมือนคอแห้ง ตงหยางเห็นเช่นนั้นก็รีบลุกมารินน้ำชายกส่งให้เขา
“ดีมาก ชาดีกลิ่นหอม เ้ามีใครรับเป็ศิษย์แล้วรึยัง”
ยังขอรับ ข้ากับพี่สาวเพิ่งลี้ภัยามา แค่หาอาหารเข้าปากแต่ล่ะมื้อยังลำบาก อาหารบนโต๊ะล้วนเป็ท่านพี่ไป่เยว่จัดหามาให้ ลำพังข้ากับพี่สาวเราไม่มีปัญญาหรอก เช่นนี้แล้ว ข้าจะไปฝากตัวเป็ศิษย์กับใครได้อีกเล่า
ชายชราวางถ้วยชาว่างเปล่าลงบนโต๊ะ
“กับข้านี่ไง เ้ายกชาให้ข้าแล้ว ข้าดื่มชาของเ้าแล้ว ตอนนี้จ้าวตงหยาง เท่ากับเป็ศิษย์ของข้าแล้ว”
“ท่าน…มัดมือชกกันชัด ๆ ข้าไม่รู้จักท่านแม้แต่น้อย ดวงตาของท่านก็มืดบอด แก่ชรา ถือไม้เท้าเดินตากฝนมา มีอะไรดีจะมาเป็อาจารย์ให้ข้า”
ชายชราหัวเราะชอบใจ "ตงหยาง เดิมทีเ้าไม่ใช่คนฝีปากกล้า เห็นทีคงได้อิทธิพลของสหายผู้นั้นมาไม่น้อย"
ตงหยางได้แต่เอียงหน้าฟัง ด้วยความไม่เข้าใจ ‘เขาผู้นั้น ใครกัน ผู้เฒ่าท่านนี้กำลังพูดถึงใคร’
ชายชราจ้องมองใบหน้าเด็กหนุ่ม ราวกับว่าเขาจะมองเห็นทุกองค์ประกอบของมัน “ท่านคือองค์ชายจ้าวตงหยาง บุตรชายคนที่สี่ในจักรพรรดิ์จ้าวหว่าง บัดนี้ครอบครัวถึงคราวพลัดพรากห่างหาย แต่อย่าห่วง อีกไม่นานเ้าจะได้ข่าวจากพวกเขา และเช่นกันอย่าสนใจเลย เพราะที่นั่นไม่มีหน้าที่ของเ้า หน้าที่ของเ้า มันสำคัญมากกว่าการกอบกู้บ้านเมืองที่ล่มสลาย”
เด็กชายใจหายวูบตัวชาเย็นเฉียบ สิ่งที่ออกมาจากปากของชายชราคืออดีตและปัจจุบันที่ตนไม่เคยบอกกล่าวแก่ผู้ใด ผู้ที่รู้ล้วนเป็ทหารแคว้นจ้าว ที่ติดตามมากับกองทัพของไป่เยว่ คนทั่วไปไม่มีทางที่จะรู้ว่าเขาคือใคร
“ท่านรู้ได้เช่นไร”
ชายชราชี้ไปที่ดวงตาทั้งสองข้างของเขา
“ตาของท่าน ก็มันบอด จะเห็นได้เช่นไรกัน”
ชายชราถึงกับถอนหายใจ “ขาเห็นในสิ่งที่คนทั่วไปไม่เห็น ข้าเห็นอดีตของเ้า และอาจสามารถคาดเดาไปถึงอนาคตได้ด้วยเช่นกัน”
“ท่านเป็หมอดู”
“ข้าเป็มากกว่าหมอดู เอาล่ะเ้าลูกศิษย์ ไม่รู้ว่าคืนนี้เ้าจะให้ข้านอนตรงไหน”
ตงหยางถึงกับมองซ้ายมองขวา บ้านหลังเล็กเช่นนี้ไม่มีทางเลือกแล้ว “นอนที่นอนข้าก็แล้วกัน คืนนี้พี่ไป่เยว่จะตามหาพี่หลิวหยุนเจอหรือไม่ข้าก็ยังไม่รู้เลย ข้าจะย้ายไปนอนในที่ของเขาแทนก็แล้วกัน”
“ที่นี่กำลังเกิดเื่เช่นนั้นรึ”
ตงหยางหยุดชะงัก
“ท่านพูดอะไร”
“ข้าได้กลิ่นอายปีศาจ พี่สาวเ้าหายไปนานรึยัง”
เด็กชายมองออกไปนอกประตูบ้านที่มืดมิด “น่าจะราวสามชั่วยามได้”
ชายชรานับนิ้ว ดั่งคำนวนบางอย่าง “ไม่ได้กาลแล้ว…” พูดจบเขาก็จับไม้เท้าลุกเดินหายออกไปนอกบ้าน พร้อมกับคว้าเสื้อคลุมสีขาว ที่ผึ่งลมอยู่เข้าสวมมัน ราวกับว่าดวงตาคู่นั้นมองเห็น
“ท่านปู่…นั่นท่านจะไปไหน”
“ไปตามหาพี่สาวเ้าไง จะรอให้นางกลายเป็ผีก่อนรึ มาเร็ว ตามข้ามา”
เ้าตงหยางรีบปิดประตู คว้าคบเพลิงจุดกับกระถางไฟหน้าบ้าน แล้วรีบวิ่งตามชายชราฝ่าความมืดออกไป
เฉิงวั่งซู ยืนตัวสั่น เหงื่อไหลท่วมกาย แขนทั้งสองข้างที่ยื่นชูออกไปด้านหน้า สั่นไหวแทบหมดแรง แต่ไม่สามารถเอาลงได้ ขาทั้งสองข้างก็อ่อนล้าไม่ต่างกัน แค่เพียงเขาย่อเข่า ไม้เรียวในมือของหวังหยงก็พร้อมจะเฆี่ยนลงที่ตัวเขาทันที
“โอ๊ย…หวังหยง นี่เ้าเป็ศิษย์พี่ข้าหรือผู้คุมกันแน่น นี่มันหนึ่งชั่วยามแล้วนะ ข้าจะหมดแรงอยู่แล้ว พอแค่นี้ก่อนไม่ได้รึไง ข้าไม่เคยทำอะไรเช่นนี้มาก่อน แค่นี้ก็นับว่าเก่งมากแล้ว”
“ก็ถูกของเ้า แต่ข้ารับคำสั่งท่านอาจารย์มา จำเป็ต้องทำหน้าที่เคร่งครัด เอาเถอะเ้าก็พูดถูก เ้าเพิ่งเริ่มครั้งแรก ทำได้ขนาดนี้นับว่าดีมากแล้ว เช่นนั้นวันนี้ก็พอแค่นี้ก่อน”
วั่งซูทิ้งร่างลงนอนแผ่กับลานหิน แขนขาร้อนวูบสั่นระริกหมดเรี่ยวแรง ยิ่งมองเห็นใบหน้าของหวังหยง เขาก็ยิ่งรู้สึกเกลียดเ้าหมอนี่เข้าใส้ แต่จำเป็ต้องยอมเพื่อผลประโยชน์บางอย่าง
"หวังหยง วันนี้เ้าจะเข้าเมืองหรือไม่”
“ทำไม เ้า้าอะไร”
“ข้า้าฝากจดหมาย ไปให้พี่ลู่เสี่ยน”
“ข้าหาใช่คนส่งสาน์สไม่” ชายหนุ่มทำท่าจะเดินหันหลังจากไป
“หวังหยง เ้าคงไม่อยากให้ท่านอาจารย์รู้หรอกนะว่า เ้าเข้าเมืองไปพบผู้ใด” หวังหยงหยุดฝีเท้าลงทันที เขาเดินกลับมาหาเฉิงวั่งซู ก้มลงมองดูศิษย์น้องที่นอนอยู่บนพื้น พร้อมรอยยิ้มเย้ยหยัน
“ข้าหวังหยง จะเข้าเมืองด้วยการใด ก็ไม่ใช่ธุระอะไรที่เ้าจะต้องมาสอดรู้ เอาตัวเองให้รอดเสียก่อนเถอะ ค่อยมายุ่งเื่ของข้า”
“หวังหยง เ้า…มัน…ไอ้คนใจดำ” ชายหนุ่มเดินจากไปโดยไม่สนใจเด็กชายที่นอนดิ้นโวยวาย ด้วยความโกรธที่มีต่อเขาแม้แต่น้อย แม้ดวงตาของเฉิงวั่งซูจะแปรเปลี่ยนเป็สีเพลิง ก็ไม่อาจทำให้คนอย่างหวังหยงรู้สึกกลัวหรือหวาดหวั่น หวังหยงเพียงเก็บความสงสัยในข้อนี้ไว้ภายในใจ ศิษย์น้องผู้นี้ หากตัดนิสัยคุณหนูเอาแต่ใจปากร้ายออกไป อย่างอื่นล้วนดูน่าสนใจ
ลู่เสี่ยนเดินสวนทางกับเขา นางไม่สนใจที่จะหยุดทักทายหรือแม้แต่มองเขา นางทำเหมือนกับว่าหวังหยงคืออากาศสายลมที่พัดผ่านไปเท่านั้น หวังหยงหยุดมองดูสาวใช้คนสนิทของวั่งซู และผู้ติดตามของนางด้วยความไม่พอใจ แต่ก็มิได้แสดงท่าทีอะไรออกมา
“คุณชาย…” เสียงหวาน ๆ ของลู่เสี่ยนทำให้เฉิงวั่งซูเหมือนมีแรง รีบดีดตัวลุกขึ้นนั่ง ทั้งที่ร่างกายอ่อนแรงจนอยากนอนนิ่ง ๆ อยู่เช่นนั้น แต่เมื่อผู้ที่ตนเฝ้ารอคอยมาหา ย่อมเป็การสร้างกำลังใจให้เขาเป็ที่สุด
“พี่ลู่เสี่ยน ข้าคิดถึงเ้ามาก เ้ารู้ใช่ไหมว่าข้าคิดถึง”
หญิงสาวยิ้มหวาน รีบเดินมาหาเขา แต่นางกลับหันไปบอกให้สาวใช้อีกสี่นางที่ติดตามมาด้วย ให้รั้งรออยู่แค่ด้านนอก
"คุณชายเป็อย่างไรบ้าง ดูสิท่านผิวหมองไปเยอะเลย นอนไม่หลับอีกแล้วใช่ไหม ข้าเอาของชอบมาให้ท่านเยอะเลยนะ หิวรึยัง"
“พี่ลู่เสี่ยน มีแต่เ้าที่ดีกับข้าเป็ที่สุด ข้าคิดถึงเ้าทุกวันทุกคืน ว่าแต่ทำไมวันนี้ถึงมาพบข้าได้เล่า ท่านย่าไม่ห้ามเ้ารึ”
“ข้ามีเื่สำคัญ จำเป็ต้องมาแจ้งต่อท่าน เหตุผลนี้ทำให้ข้ามาพบท่านได้ ไปที่ห้องพักกันเถอะเ้าค่ะ ดูสิเนื้อตัวมอมแมมหมดแล้ว ให้ข้าอาบน้ำให้นะเ้าคะ”
เฉิงวั่งซูยิ้มหวาน พร้อมพยักหน้าด้วยความดีใจ
- มี e book - https://shorturl.asia/mT8gu