ตอนที่ 36 ไม่หวังดี
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว พริบตาเดียวมื้อเที่ยงก็จบลง ลี่หนานเสวียนจำต้องกลับกองทัพแล้ว
ลู่โจวส่งเขาถึงหน้าประตูใหญ่ด้วยความอาลัยอาวรณ์ “ถ้าคุณว่างก็โทรหาผมหน่อยนะ ขอเป็นวิดีโอคอลด้วย”
“ได้” ลี่หนานเสวียนเห็นดวงตากลมโตคู่สวยของอีกฝ่ายเปี่ยมไปด้วยความรักความถวิลหาที่มีต่อตัวเอง หัวใจก็เต้นโครมครามไม่เป็นจังหวะ ดึงอีกฝ่ายเข้ามากอดพร้อมดูดดึงริมฝีปากของอีกฝ่ายอย่างห้ามใจไม่อยู่
ลู่โจวที่อยากจูบลี่หนานเสวียนอยู่แล้วรีบโอบคอเขาไว้ พร้อมเป็นฝ่ายตวัดลิ้นรุกเข้าไปในปากเขา ลิ้นลื่นๆ เกี่ยวกระหวัดแนบแน่นยากจะแยกออกจากกัน
ทหารยามที่กำลังเฝ้าประตูเห็นภาพนี้ก็พากันเบนสายตามองพื้นเงียบๆ
เนิ่นนานกว่าริมฝีปากจะผละออกจากกัน ลมหายใจของทั้งสองคนหอบกระชั้นอย่างเห็นได้ชัด
“ผมไปนะ” ลี่หนานเสวียนจูบที่หน้าผากของลู่โจว ขยี้ผมอีกฝ่ายเบาๆ ก่อนจะเข้าไปนั่งในรถและขับออกไป
ลู่โจวรอจนกระทั่งไม่เห็นรถอีกต่อไปค่อยหมุนกายกลับเข้าคฤหาสน์ตระกูลลี่ ขณะเดินผ่านลานบ้านใหญ่ก็ได้ยินเสียงก่นด่าอย่างเดือดดาลของใครบางคน “อำนาจดูแลทรัพย์สินตระกูลลี่เป็นสิ่งที่แม่สามีทิ้งไว้ให้ฉัน เธอมีสิทธิ์อะไรมาริบกลับไป คิดว่าเธอเป็นผู้นำตระกูลลี่แล้วจะทำอะไรก็ได้ตามอำเภอใจเหรอ ถ้าไม่มีพวกเราคอยสนับสนุนและช่วยเหลือ เธอจะเป็นผู้นำตระกูลได้อย่างมั่นคงนานหลายปีได้อย่างไร ถ้าไม่มีพวกเรา เธอคงไม่ได้ครองตำแหน่งผู้นำตระกูลอย่างสุขสบายหรอก ตอนนี้เธอเห็นว่าฉันแก่แล้ว หมดประโยชน์แล้วถึงได้รังแกกัน กล้าริบอำนาจดูแลทรัพย์สินของตระกูลกลับไป”
“คุณแม่คะ เบาๆ หน่อย ใครได้ยินเข้าจะไม่ดีนะคะ”
ลู่โจวฟังออกว่าเป็นเสียงของปี้เมิ่งตานจึงหันมองตามเสียง เห็นปี้เมิ่งตานประคองหญิงชราที่กำลังโมโหผู้หนึ่งเดินมาจากทางเดินฝั่งตรงข้าม จากทิศทางที่พวกเธอเดินมาประกอบกับท่าทีเช่นนั้น คงเพิ่งออกจากเรือนจู้หางโดยไม่ได้ผลประโยชน์อะไรสักอย่าง
“ได้ยินก็ได้ยินไป เอาคำพูดฉันไปบอกสะใภ้ใหญ่ให้หมดได้ยิ่งดี ฉันก็อยากจะเห็นว่าพอเธอได้ยินคำพูดของฉันแล้วจะมีปฏิกิริยาอย่างไร” หญิงชราคนนี้คือน้องสะใภ้รองของภรรยาจอมพล หรือก็คือย่ารองของลี่หนานเสวียนนั่นเอง
“คุณแม่คะ…” ปี้เมิ่งตานยังอยากพูดอะไรต่อ ก็เห็นลู่โจวอยู่ที่ทางเดินฝั่งตรงข้ามจึงรีบลดระดับเสียงลงแล้วเอ่ย “คุณแม่คะ คนที่อยู่ตรงข้ามนั่นก็คือลู่โจวค่ะ”
ย่ารองพลันผงะ ก่อนจะทอดสายตามองพลางแค่นเสียงเย็น “เขาน่ะหรือ คือคู่ครองของหนานเสวียน”
“ใช่ค่ะ”
“ฉันก็นึกว่าหลานชายคนโตแห่งตระกูลลี่ที่เก่งกาจที่สุด จะได้แต่งงานกับภรรยาแสนดีที่มีความสามารถทัดเทียมกับเขา สุดท้ายกลับแต่งงานกับผู้ชาย ทำให้ตระกูลลี่ขายหน้ามาก” ย่ารองหรี่ตาพินิจลู่โจวอยู่พักหนึ่งด้วยสีหน้าเย้ยหยัน ก่อนจะยิ้มอย่างมีเลศนัย “ในเมื่อครอบครัวเขาชอบยุ่งเรื่องภายในตระกูลนัก ก็ปล่อยให้พวกเขาจัดการไปก็แล้วกัน พอกลับไปแล้ว พวกเราค่อยส่งต่อหน้าที่อื่นๆ ที่บ้านเรารับผิดชอบให้ผู้นำตระกูลคนใหม่จัดการ”
ปี้เมิ่งตานไม่อยากจะเชื่อว่าแม่สามีของตัวเองจะยอมยกหน้าที่ในมือให้คนอื่นง่ายๆ เธอกลอกตาแล้วถาม “คุณแม่คะ คุณแม่หมายความว่าให้เรายกหน้าที่ทำพิธีการต่างๆ ที่พวกเรารับผิดชอบอยู่ให้ลู่โจวเหรอคะ”
ย่ารองยิ้มมุมปาก “ใช่ นี่ก็จะปีใหม่แล้ว ตระกูลลี่ต้องทำพิธีไหว้บรรพบุรุษในคืนก่อนวันขึ้นปีใหม่ พวกเรายกหน้าที่จัดพิธีให้ลู่โจว จะได้ให้บรรพบุรุษของพวกเราเห็นว่าผู้นำตระกูลลี่คนใหม่เป็นคนแบบไหน”
คนที่มีหน้าที่จัดพิธีไหว้บรรพบุรุษตระกูลลี่ต้องเป็นคนนำทุกคนขอพรจากสวรรค์ ให้เหล่าบรรพบุรุษตระกูลลี่กลับมาฉลองปีใหม่ที่บ้าน คนที่มีพลังไม่พอจะไม่สามารถเชิญเหล่าบรรพบุรุษกลับมาได้ ถึงเวลานั้นทุกคนจะสงสัยในความสามารถของผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในการไหว้บรรพบุรุษ ส่วนเหล่าบรรพบุรุษที่กลับมาไม่ได้จะต้องบันดาลโทสะ ตอนนั้นลู่โจวคงรักษาตำแหน่งผู้นำตระกูลไว้ไม่ได้
ปี้เมิ่งตานปิดปากหัวเราะ “นอกจากไหว้บรรพบุรุษแล้ว ยังต้องสักการะเทพเจ้าต่างๆ ถ้า…”
ย่ารองตัดบทเธอ “เอาละ กลับไปต้องส่งต่อเรื่องนี้ให้บ้านหยางเหมิน”
ปี้เมิ่งตานรู้ว่าบางคำพูดขืนเอ่ยออกมาจะเป็นการล่วงเกินเทพเจ้า จึงรีบปิดปากและประคองแม่สามีกลับบ้านของตัวเอง
ลู่โจวเห็นท่าทางไม่หวังดีของพวกเธอจึงไม่ทักทายอีกฝ่าย พอกลับถึงบ้านหยางเหมิน ก็เห็นคนกลุ่มใหญ่ที่มักปรากฏตัวในบ้านนี้เป็นประจำแข่งกันวิ่งมาหาเขา