บทที่27 งานเลี้ยงต้อนรับองค์รัชทายาท
เรือนครัวที่กำลังดูวุ่ยวายไปด้วยเหล่าพี่น้องตระกูลลู่ ที่ต่างช่วยกันจัดการหยิบจับข้าวของและวัตถุดิบต่างๆ ตามคำบอกกล่าวของแม่งานในวันนี้อย่างลู่ชิง วันนี้สำคัญในวันนี้คือเมนู ห่านย่าง ที่นางกำลังเตรียมพร้อมให้ลู่เหวินนำมันไปอบในเตาดินเผา เมนูนี้นางคิดว่าน่าจะเหมาะสำหรับงานเลี้ยง นางเริ่มต้นโดยการนำห่านทั้งตัวที่ทำความสะอาดเรียบร้อยแล้วนำไปต้มในน้ำเดือดประมาณ2เค่อ (30นาที)
เมื่อครบเวลาแล้ว นำห่านออกไปแขวนผึ่งลมเอาไว้ให้แห้งประมาณ1เค่อ (15นาที) จากนั้นนำผงพะโล้ เกลือ น้ำผึ้ง น้ำตาล น้ำส้มสายชูหมัก สีแดง ซีอิ๊วดำ เทลงผสมให้เข้ากันในอ่างจนละลาย เพื่อให้ได้สีที่สวยจะต้องเติมสีแดงและใส่ซีอิ๊วดำ แต่เนื่องจากนางยังไม่ได้ทำซีอิ๊วดำ ก็แก้ด้วยน้ำน้ำตาลมาเคี้ยวให้เป็คาลาเมลสีเข้มเมื่อเติมน้ำคนต่อจะได้สีดำสวย ส่วนสีแดงก็นำดอกเฟื่องฟ้าสีแดงมาคั้นน้ำและเทผสมลงไปในอ่าง นำขิงหั่นแว่น รากผักชี ยัดใส่เข้าไปในท้องของห่านให้ทั่ว เพื่อจะได้กลิ่นหอมของเครื่องเทศออกมาจากตัวห่าน นำห่านลงไปหมักในอ่างเครื่องปรุงทิ้งไว้สักครู่ ก่อนจะนำไปอบให้ทาน้ำหมักซ้ำอีกสักรอบก็เป็อันใช้ได้
ลู่ชิงได้ทำการตัดขาห่านแยกออกมา เพื่อที่จะทำเมนู ขาห่านอบบะหมี่ อีก 1อย่าง จบเมนูห่านว่ากันต่อด้วย ออส่วนกระทะร้อน ช่างเป็โชคดีของนางตอนที่สั่งทำเครื่องไม้เครื่องมือจากร้านฟู่เทียนนางได้สั่งทำพวกกระทะร้อน ชุดหม้อไฟ กระทะปิ้งย่าง ชุดเครื่องกรองน้ำและอื่น ๆ อีกหลายชิ้นเตรียมเผื่อไว้ด้วย
หากพูดถึงเมนูออส่วนกระทะร้อน ต้องเริ่มต้นด้วยการเตรียมส่วนผสม คือแกะหอยนางรมมาล้างน้ำให้สะอาดแล้วพักเอาไว้ก่อน ในขั้นตอนแรก เทแป้งมันกับน้ำไว้ในชามผสม เติมพริกไทยป่นเกลือ ต้นหอมซอยและสุดท้ายใส่หอยนางรมลงไป ขั้นตอนต่อไปตั้งกระทะใส่น้ำมันผักกาดก้านขาว (คาโนลา) ที่นางแสนภูมิใจลงไป นำถั่วงอกที่ได้เพาะเอาไว้ใส่ลงไปผัดให้พอสลด แล้วตักใส่จานพักไว้ ขั้นตอนสุดท้ายเทน้ำมันลงกระทะใบเดิมเพิ่มอีกนิด รอให้น้ำมันร้อน จากนั้นจึงเทหอยนางรมที่เราผสมรวมไว้กับแป้งลงในกระทะ ตอกไข่ตามลงไป ผัดส่วนผสมให้สุกเข้ากันดี
วิธีสังเกตง่ายๆ ว่าแป้งสุกหรือไม่นั้น ก็ดูจากตัวแป้งที่จะมีความใสขึ้นก็ถือว่าใช่ได้ ตอนจัดขึ้นโต๊ะนางก็แค่จัดวางลงบนกระทะหินร้อนที่นางสั่งทำขึ้น กินคู่กับซอสพริกผสมน้ำจิ้มไก่ที่นางทำไว้ ก็อร่อยเหาะแล้ว ลู่ชิงตัดสินใจทำทั้งออส่วนกระทะร้อนและออส่วนแบบกรอบขึ้นโต๊ะ
ในส่วนของซอสพริกและน้ำจิ้มไก่ที่ต้องใช้ นางเริ่มต้นทำซอสพริกอย่างแรก ก่อนอื่นลือกพริกที่ดูแล้วสดใหม่ ไม่เหี่ยว ไม่เน่า และไม่มีเชื้อรา นำมาเด็ดขั้วพริกทิ้งไป ล้างน้ำให้สะอาด พักให้พริกสะเด็ดน้ำ หั่นพริกเป็ท่อนสั้น ๆใส่ลงไปในหม้อตามด้วยกระเทียมและน้ำสะอาดต้มด้วยไฟกลางประมาณ 1 เค่อ (15นาที) จากนั้นนำมาบดหรือตำให้ละเอียด หากเป็โลกก่อนางใช้เครื่องปั่นจะได้เนื้อพริกที่เนียน แต่น่าเสียได้ตอนนี้นางทำได้แค่บดพอละเอียดเท่านั้น แล้วนำไปกรองด้วยกระชอนเพื่อเอาแต่เนื้อพริก กากและเมล็ดที่เหลือทิ้งไป เทเนื้อพริกกลับลงไปในหม้อ เติมน้ำตาล เกลือ น้ำส้มสายชูหมัก คนส่วนผสมให้เข้ากันโดยใช้ไฟกลาง พอเดือดลงไฟอ่อนจนกระทั่งซอสมีความข้น ทดสอบโดยลองหยดใส่จานสักหยดใหญ่ ๆ แล้วเอียงจานสักครู่ ซอสไม่ไหล ก็เป็อันว่าใช้ได้
จบเื่ซอสพริกลู่ชิงจึงเริ่มต่อด้วยสูตรลับน้ำจิ้มไก่ ด้วยนำน้ำส้มสายชูหมักและน้ำตาลเทลงหม้อใช้อย่างละ1ถ้วยเท่าๆกัน ตามด้วยเกลือ1 ช้อนโต๊ะ คนให้ละลาย ตั้งไฟให้เดือด ชิมรสชาติหากอยากได้หวานนำ เติมน้ำตาลลงไปเพิ่ม จากนั้นใส่กระเทียมสับ1ถ้วย ตามด้วยพริกแดงสับอีก1ถ้วย ชอบเผ็ดน้อยก็สามารถลดพริกลงไป ตามด้วยค่อยๆเทแป้งมันผสมน้ำลงไปในหม้อและคนไปตลอด เมื่อได้ความเหนียวคนตามที่เรา้ายกลง เป็อันเสร็จสูตรลับน้ำจิ้มไก่ของนางในวันนี้
อีกหนึ่งเมนูที่ลู่ชิงเลือกทำคือ กงเป่าจีติงหรือไก่ผักถั่วลิสง ขั้นตอนแรกนางนำไก่ที่หั่นชิ้นพอดีคำ นำมาหมักด้วยเกลือ แป้งมัน เหล้าจีน คลุกเคล้าให้เครื่องปรุงทุกอย่างเข้ากัน หมักเนื้อไก่ทิ้งไว้1เค่อ (15นาที) ระหว่างนี้ลู่ชิงเตรียมน้ำปรุงรสใส่ถ้วยโดยนำน้ำตาล แป้งมัน น้ำมันงา เกลือ น้ำเปล่า จิ๊กโฉ่ว (อันนี้นางไม่มีจึงใส่น้ำส้มสายชูหมักแทน) จากนั้นเติมซีอิ๊วดำซึ่งไม่มี นางใช้วิธีเคี้ยวน้ำตาลเป็คาลาเมลเหมือนเดิม ผสมเครื่องปรุงรสทั้งหมดให้เข้ากันพักไว้ ตั้งกระทะไฟแรงใส่น้ำมัน ใส่พริกแห้งและพริกชวงเจียที่นางตัดเป็ชิ้นขนาดเท่ากัน เคาะเม็ดออกไปเพราะนาง้าใช้แค่ส่วนเปลือก ผัดจนพริกเริ่มกรอบมีสีแดงเข้ม ใส่เนื้อไก่ลงผัด พอเกือบสุกใส่กระเทียมสับและขิงสับ ผัดให้เข้ากันเติมน้ำปรุงรสลงไปผัด ในขั้นตอนสุดท้ายใส่ถั่วลิสงคั่วและต้นหอมซอยลงไปผัดพอเข้ากัน ตักใส่จานเพื่อเตรียมขึ้นโต๊ะแค่นี้ก็เป็อันเสร็จสิ้นเมนู กงเป่าจีติง ถ้าหากเทียบจากในโลกเดิมก็คล้ายไก่ผัดเม็ดมะม่วงหิมพานต์นั่นเอง
เมื่อลู่ชิงได้นับดูจากเมนูอาหารที่ทำเสร็จแล้วบวกกับเมนูที่ท่านป้าขึ้นด้วย อาหารทุกอย่างมีแต่ของผัดของทอดยังขาดเมนูซดน้ำให้คล่องคอ แม่ครัวตัวน้อยอย่างลู่ชิง จึงรังสรรค์เมนูปลากระพงนึ่งบ๊วยกับแกงจืดปลาหมึกยัดไส้หมูสับเพิ่มเข้าไปอีก ในส่วนเมนูของหวานยังคงเป็โอนีแปะก๊วย ถึงแม้ว่านางยังเสียดายที่ไม่ได้เนื้อมะพร้าวอ่อนมาเป็ส่วนผสมตามที่ตั้งใจไว้ก็ตาม แต่เพียงเท่านี้มื้ออาหารสำหรับเลี้ยงต้อนรับแขกคนสำหรับก็ถือได้ว่าสมบูรณ์พร้อมมากทีเดียว
บรรยากาศมื้อค่ำของวันนี้แม้จะรายล้อมไปด้วยแขกสูงศักดิ์ที่อาจทำให้รู้สึกเกร็งอยู่บ้าง แต่ก็นับว่าผ่านไปด้วยความอิ่มเอมของทุกคน ต่างพากันชื่นชอบในหลายเมนูอาหารที่ได้ลิ้มลอง โดยเฉพาะเว่ยหยางิเขาถูกใจรสชาติอาหารแปลกตาที่เพิ่งเคยได้ลิ้มลองอย่างแกงจืดปลาหมึกไส้ จนอยากได้สูตรไปลองทำให้แม่ของเขาได้นมกินบ้าง ฝ่ายเกาเทียนเย่ผู้เป็บุรุษหนุ่มสายหวานมุ้งมิ้ง ย่อมเทใจให้กับเมนูอาหารหวานอย่าง โอนีแปะก๊วย จนออกปากชมไม่หยุด
“ข้าชอบขนมหวานของเ้ามากนักคุณหนูลู่ อร่อยมากเสียจริง จนข้าอยากกินมันบ่อยๆ”
“ถ้าอยากกินเมื่อไหร่ก็บอกข้าได้เ้าค่ะ ข้ายินดีทำให้ท่านอีก รอบหน้าข้าจะทำแบบใส่เนื้อมะพร้าวอ่อนลงไปด้วย รับรองท่านต้องถูกใจมันมากแน่ แต่น่าเสียดายที่วันนี้ไม่ได้มันมา”
ลู่ชิงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงและท่าทางที่แสนเสียดาย ทำให้องค์รัชทายาทที่ได้ยินบทสนทนาของทั้งสองคน รู้สึกติดค้างอยู่ในใจสำหรับเื่เมื่อตอนกลางวันยิ่งนัก
หลับจบมื้ออาหารต่างก็ร่ำลาแยกย้ายไปพักผ่อน เกาเทียนเย่และเว่ยหยางิขอตัวลากลับไปพักผ่อนยังจวนของพวกเขาในตัวอำเภอ ในส่วนของท่านปู่เกาฮุ่ยเหอยังคงนอนพักอยู่ในเรือนสมุนไพรกับท่านปู่ของนางเหมือนอย่างเคย องค์รัชทายาทแยกพักในห้องพักรับรองแขก ดีนะที่นางหัวไว ตอนที่พวกท่านปู่บอกว่าจะแจ้งองค์รัชทายาทให้ทราบเื่การทำนาเกลือ นางรีบขอให้ท่านลุงว่าจ้างช่างฝีมือในผู้บ้านเข้ามาช่วยต่อเติมกั้นห้องรับแขกเพิ่ม ทั้งยังปรับปรุงห้องอาบน้ำและห้องสุขาภายในบ้านให้ถูกสุขลักษณะเพิ่มไปด้วย
แรกเริ่มที่มานางทะลุมิติมาอยู่ เวลาจะเข้าห้องสุขาเพื่อปลดทุกข์แต่ละทีก็ต้องทำใจอยู่นาน ที่ต้องเดินแบกจอมเสียมไปไปหามุมลับตาคนเพื่อขุดหลุมแล้วหย่อนก้นลงไปปลดปล่อย ในเวลากลางวันก็นับว่าลำบากแล้ว ตอนกลางคืนนี้สิ แม้ไม่ต้องกลัวว่าใครจะมามองเห็นตอนที่เราทำธุระแต่บรรยากาศยามค่ำ กับสายลมพัดกระทบร่างกาย่ล่างจนทำให้วูบโหวงในอก จนขนลุกซู่ เฮ้อ! นางไม่อยากคิดถึง แต่ตอนนี้นางสบายใจหายห่วง เพราะนางได้สร้างส้วมซึมที่เป็โถส้วมแบบนั่งยองให้ทุกคนในบ้านได้ใช้งานกันสะดวกขึ้น
นางยังคิดอยู่เลยว่าหลังจบฤดูหนาว จะสร้างบ้านหลังใหม่ให้ครอบครัว ในตัวบ้านหลังใหม่จะติดตั้งโถส้วมแบบชักโครกราดน้ำเอาไว้ด้วย เพราะเห็นว่าพักนี้ท่านปู่มักบ่นปวดขาเวลานั่งย่อเข่าอยู่บ่อยครั้ง
………………………………………
ท่ามกลางบรรยากาศยามราตรีอันเงียบสงัด บริเวณไม่ห่างไปจากโกดังเก็บข้าวของต่าง ๆที่ลู่ชิงผลิตมันขึ้นมาเก็บไว้ ไม่ว่าจะเป็ เกลือ น้ำตาล น้ำส้มสายชู ซีอิ๊วและล่าสุดคือน้ำมันจากผักกาดก้านขาวหรือคาโนลา
พบเงาร่างของบุรุษสองคนพวกเขากำลังสนทนากันอย่างเคร่งเครียด คนหนึ่งยืนพูดสั่งการด้วยน้ำเสียงดุดันและเด็ดขาด ชายอีกคนคุกเข่าก้มศีรษะรับคำสั่งอย่างนอบน้อมเพราะคำสั่งนี้สำคัญเป็อย่างมากสำหรับเขา จะเกิดการผิดพลาดไม่ได้เป็อันขาด
“เ้าไปจัดการตามที่ข้าบอกให้แล้วเสร็จภายในคืนนี้ พาคนของเราไปให้มากที่สุด จัดการพวกนั้นอย่าให้เหลือรอด แม้จะต้องตัดรากถอนโคนพวกมันออกมาก็จงทำ ที่สำคัญอย่าให้คุณหนูลู่รับรู้เื่นี้โดยเด็ดขาด มิฉะนั้น...”
“พะยะค่ะ กระหม่อมจะรีบไปจัดการโดยไวมิยอมให้ผิดพลาด”
จบคำพูดของชายชุดดำที่นั่งคุกเข่า เขาก็ทะยานตัวออกไปในทันที
ลู่ชิงที่คืนนี้นางตั้งใจเอาไว้ว่าจะกวนสบู่และแชมพูสระผมไว้ใช้เองตามที่คิดจะทำมาโดยตลอด แต่ติดว่านางจะรอให้สกัดน้ำมันใช้เองให้ได้เสียก่อน ทั้งยังคิดต่อยอดจากการทำเพื่อใช้เองเป็สินค้าที่นางจะทำขายในอนาคต พร้อมกันกับน้ำมันสกัดจากดอกไม้ที่นางทำเก็บเอาไว้ ลู่ชิงผู้กำลังเดินอุ้มโถน้ำมันคาโนลาออกมาจากโกดังเก็บของ พลันต้องชะงักเท้ายืนนิ่งค้างแทบหยุดหายใจกับประโยคสนทนาของชายทั้งสองคน จนมือไม้สั่นเกือบจะทำโถเก็บน้ำมันร่วงหล่นลงไปที่พื้น แต่เคราะห์ดีที่นางคว้ามันเอาไว้ได้ทัน วินาทีนี้นางคิดแต่เพียงว่า
‘ซวยแล้ว.....!!!’