เวลาของการทดสอบค่อยๆหมดลงทีละน้อย ในขณะที่ผู้เขียนคำตอบเสร็จแล้วหลายต่อหลายคนพากันนั่งทำสมาธิอยู่ที่โต๊ะของตนตามเดิม เหล่าผู้คุมการทอดสอบเดินตรวจเช็คเพื่อดูว่ามีการทุจริตในการทดสอบครั้งนี้หรือไม่
“หมดเวลา!”เสียงของผู้คุมใหญ่ะโขึ้นทำให้ทุกๆคนในสนามทดสอบต้องหยุดการกระทำทุกอย่างลง และค่อยๆพากันลุกขึ้นยืนเดินนำเอากระดาษคำตอบมาส่งยังจุดเดียวกัน
ฟู่ถังที่นำกระดาษมาส่งแล้วเป็ที่เรียบร้อยแล้ว เขารวมกลุ่มกับสหายของตนเพื่อคุยหารือถึงการทดสอบขั้นต่อไปแต่ก็มีบ้างที่จะหันมองหลินเอ๋อซึ่งกำลังนั่งคุยอยู่กับบุตรของนาง รู้สึกมีกำลังใจมากขึ้นเมื่อได้เห็นรอยยิ้มของนางถึงแม้จะไม่ใช่เขาที่ได้รับมันแต่แค่เห็นก็เป็พอแล้ว
“เอาล่ะ เหล่าศิษย์ของสำนักทั้งหลาย เชิญไปพักผ่อนได้สำหรับวันพรุ่งนี้จะเป็การทดสอบขั้นต่อไป รายชื่อของผู้ผ่านการทดสอบของวันนี้จะได้เห็นก็เมื่อถึงเย็น เชิญ”เมื่อได้ยินคำกล่าวของท่านเ้าสำนักทุกๆคนจึงพากันแยกย้ายเพื่อไปพักผ่อน
“ฟู่ถัง”เสียงเรียกของมู่จินที่กำลังเดินมาหาเขา ชายหนุ่มมองนางอย่างสงสัยจนกระทั้งนางมาถึง”เป็เช่นไรบ้าง เ้าตอบได้หรือไม่”
“แน่นอน แล้วเ้าล่ะ”มู่จินพยักหน้าตอบกลับ”มีอะไรงั้นเหรอ ดูเ้าเหมือน้าจะพูดอะไรบางอย่าง”
“ขอข้าคุยกับเ้าตามลำพังได้หรือไม่ มันเป็เื่ที่สำคัญต่อข้ามาก”เมื่อรู้ถึงเหตุผลฟู่ถังจึงแยกตัวออกมาจากกลุ่มสหายแล้วเดินตามมู่จินไปยังที่ๆพวกเขามักใช้คุยกันตามลำพังเสมอๆ
“เ้ามีอะไรงั้นหรือมู่จิน”
“คือข้า...”หยุดคำพูดของตัวเองพลางคิดทบทวนอีกครั้งว่าจะขอคำปรึกษาจากเขาดีหรือไม่ ฟู่ถังก็คอยฟังคำพูดของนาง”เ้ารู้จักท่านผู้เฒ่าชิงหลงดีแค่ไหน”
“หืม? ข้าว่าคำถามนี่ควรจะเป็ฯข้ามากกว่าที่เป็ฝ่ายถาม เพราะทั้งสำนักเรามีแต่เ้าที่รู้จักเขาดีกว่าใครๆถึงแม้จะไม่เห็นหน้ามาก่อนก็ตาม”
“แต่เ้าก็เห็นว่าข้ายังพลาดได้เมื่อตอนพบเขาครั้งแรก”มู่จินตอบกลับทันที
“เอาล่ะๆ ข้าก็พอจะรู้จักเขาแต่ไม่ลึกเท่าเ้า ว่าแต่ถามทำไมงั้นหรือ?”
“คือว่าข้า... ข้าอยากคุยกับเขา....”พูดพลางก้มมองมือตัวเองที่กำลังกุมกันอยู่ทำเอาฟู่ถังรู้ได้ในทันทีว่านางกำลังคิดอะไร
“เ้ากำลังจะขอให้ข้าช่วยเชิญท่านผู้เฒ่าชิงหลงมาเพียงผู้เดียวเพื่อให้เ้าได้อยู่กับเขาเพียงสองคนสินะ”มู่จินเงยหน้ามองฟู่ถังทันที แก้มทั้งสองข้างของนางเริ่มเปลี่ยนสีอย่างเห็นได้ชัด ท่าทางเลิ่กลั่กที่ไม่เคยเป็มาก่อนบ่งบอกได้อย่างชัดเจนว่านางกำลังขวยเขิล
“แล้ว แล้วเ้าช่วยข้าได้ไหมล่ะ ในฐานะที่เราสนิทกันกว่าใครๆในสำนัก”ถามกลับพลางก้มหน้ามองพื้นอีกครั้ง เขิลก็เขิล อายก็อายแต่นอกจากฟู่ถังแล้วนางไม่ค่อยไว้ใจใครนัก
“อืม... ก็ได้ข้าจะลองดู แต่ข้าไม่รับปากนะว่าท่านผู้เฒ่าจะตกลงหรือไม่”
“แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว”มู่จินตอบกลับพร้อมเผยรอยยิ้มอันเป็เอกลักษณ์ของนางออกมา
่เย็นของวัน
ในขณะที่เหล่าศิย์ทั้งหลายในสำนักกำลังพักผ่อนตามประสาของพวกเขา ชิงหลงเองก็กำลังพักผ่อนเช่นกันโดยมีหลินเอ๋ออยู่ด้วย นางปล่อยให้เทียนเปาและหลินเฟยอยู่ที่จวนเพราะพวกนางหลับอยู่ คงเหนื่อยจากการหยอกล้อเล่นกันเมื่อตอนกลางวัน
“เ้าเตรียมตัวพร้อมหรือยังสำหรับวันพรุ่งนี้”ชิงหลงถามในขณะกำลังสูบยา
“ท่านผู้เฒ่า ระยะเวลาในการอยู่แต่ในห้องฝึกมันนานขนาดนั้นเลยเหรอ”หลินเอ๋อถามกลับ ชิงหลงพ้นควันออกจากปากช้าๆก่อนจะหันมามองนาง
“วิชากระบี่หมึกมันค่อนข้างที่จะกินเวลา อย่างที่ข้าเคยบอกเ้าก่อนจะฝึกว่ามันยากมากที่จะมีใครซักคนฝึกสำเร็จ”
“ข้าแค่เป็กังวลเล็กน้อยเื่บุตรสาวทั้งสอง กลัวว่าพวกนางจะอดทนรอข้าไม่ไหว”พูดพร้อมมองอีกฝ่าย ชิงหลงยิ้มบางๆ
“ไม่ต้องกังวลไปหรอก ข้าจะดูแลพวกนางเองจนกว่าเ้าจะฝึกสำเร็จ”
“แล้วหลังจากนั้นล่ะ”หลินเอ๋อถามต่อ”หลังจากข้าฝึกสำเร็จแล้ว เราจะไปที่ไหนต่ออีก”
“ข้ากำลังคิดว่าจะพาเ้าไปยังหุบเขาเซียน”พูดพร้อมหันกลับมามองที่เดิมปล่อยให้หลินเอ๋อได้แต่นิ่งเงียบมองเขาด้วยความสงสัยเพียงเล็กน้อย
ในขณะที่ทั้งสองฝ่ายต่างไม่ได้พูดอะไรต่อกันอีก ชิงหลงบังเอิญไปเห็นว่ามีใครคนหนึ่งกำลังเดินมายังจวนของเขาและเมื่อเพ่งมองดีๆก็พบว่าใครคนนั้นคือบัณฑิตหนุ่มที่เกิดตกหลุมรักลูกศิษย์ของเขาอยู่และพยายามตามเกี้ยวนางมาโดยตลอดเพียงแต่นางยังไม่รู้ตัว
“ฟู่ถังมาแน่ะ”พูดพร้อมชี้นิ้วไปที่ชายหนุ่มที่กำลังเดินเข้ามา หลินเอ๋อหันไปมองตามอย่างแปลกใจ
“คารวะท่านผู้เฒ่าชิงหลง แม่นางหลินเอ๋อ”
“มีอะไรเหรอท่านบัณฑิต”หลินเอ๋อเป็ฝ่ายถามขึ้น
“คือว่าข้า ข้าอยากจะมาขอเชิญท่านชิงหลงไปยังจวนของข้าเพื่อสนทนากันถึงเื่ราวต่างๆ อีกทั้งข้าอยากจะสอบถามถึงเื่ราวของท่านเพื่อเป็การศึกษาด้วย”ชิงหลงมองอีกฝ่ายอย่างชั่งใจ ก่อนจะยกยิ้มขึ้นที่มุมปาก
“หลินเอ๋อ เ้ากลับไปที่จวนของเ้าก่อนไป ป่านี่เทียนเปากับหลินเฟยคงร้องหาแล้ว”เอ่ยแนะนำทำให้หลินเอ๋อพยักหน้ารับคำและเดินออกไป ชิงหลงหยิบเสื้อคลุมของตนมาสวมทับ”เชิญ”
ไม่คิดว่าจะยอมไปง่ายขนาดนี้ ฟู่ถังเองยังรู้สึกประหลาดใจเอามากๆเพราะชิงหลงที่เขาเคยพบไม่ใช่คนจะตกลงอะไรง่ายๆหากไม่มีการถามไถ่หรือข้อมูลในเชิงลึกพอ หรืออีกฝ่ายจะมีแผนการอะไรในใจที่เขาไม่รู้
“เชิญท่านผู้เฒ่า”เอ่ยเชิญพร้อมดึงเก้าอี้ออกจากโต๊ะให้อีกฝ่ายนั่ง
“ไม่ต้องพิธีมากมายอะไร เ้าเชิญข้ามาเพราะเหตุผลอะไรกันแน่”ไม่รอช้าที่จะถามทำเอาอีกฝ่ายต้องชะงักและเผยรอยยิ้มแหย่ๆ
“ท่านรู้”
“ว่ามา”เมื่อเห็นว่าคงปิดอีกฝ่ายต่อไปไม่ไหว ฟู่ถังจึงได้หันไปยังผ้าม่านที่ปิดประตูทางเข้าห้องหนังสือของเขาภายในจวน ก่อนจะปรากฏร่างของมู่จินที่แอบหลบอยู่ ชิงหลงมองนางอย่างสงสัยว่านางมาทำอะไรที่นี่
“ขออภัยท่านผู้เฒ่า ที่โกหกท่านให้มาที่นี่ แต่ข้าไม่ได้มีเจตตนาร้ายอะไรต่อท่านเลยจริงๆนะ”
“เอาเถอะๆ อ่าว แล้วเ้ามายืนบื้อทำไมจะไปหาหลินเอ๋อก็ไปสิ”พูดกับมู่จินจบก็หันไปไล่ฟู่ถังทันทีทำเอาอีกฝ่ายเกิดอาการตะกุกตะกักทำอะไรไม่ถูกเมื่อเจออีกฝ่ายรู้ถึงความในใจเข้าให้ ใช่แล้วเขาคิดว่าหลังเชิญชิงหลงมาแล้วจะไปหาหลินเอ๋อเพื่อทำในสิ่งที่เขาคิดเอาไว้ คือการสอนหนังสือให้กับนาง
“เ้ามีอะไรอยากจะคุยกับข้างั้นเหรอ”ชิงหลงหลังเห็นฟู่ถังออกจากจวนไปแล้วจึงได้หันกลับมาถามมู่จินที่เอาแต่นั่งก้มหน้าก้มตาไม่ได้มองเขาอยู่ในตอนนี้
“คือว่าข้า.. มีเื่อยากคุยกับท่านเยอะมากแต่ข้าไม่กล้าที่จะเข้าไปหาเพราะกลัวว่าจะเป็การเสียมารยาทต่อท่านผู้เฒ่า”เมื่อได้ยินนางพูดก็อดไม่ได้ที่จะอมยิ้ม
พรึบบ..
มือของชิงหลงวางลงบนศรีษะของอีกฝ่ายอย่างเบามือ ทำเอาหน้าของมู่จินเกิดเห่อร้อนขึ้นมาแทบจะทันที ก่อนที่อีกฝ่ายจะค่อยๆลูบหัวนางเบาๆอย่างเอ็นดู
“ถ้าครั้งหน้าเ้ามีเื่สงสัยหรืออยากคุยกับข้า แม้หากเ้ามีเื่ไม่สบายใจมาหาข้าได้เสมอ ไม่ต้องใช้แผนการเช่นนี้หรอก”พูดบอกอีกฝ่ายอย่างเอ็นดูพลางลูบผมนางไปด้วยเบาๆ
“ข..ข้าเข้าใจแล้ว”
จวนพักของหลินเอ๋อ
“ท่านแม่ๆ”เสียงของเทียนเปาดังขึ้นในขณะที่สามแม่ลูกกำลังนั่งเล่นกันอยู่ที่หน้าจวนของพวกตน ฟู่ถังที่พึ่งจะมาถึงพร้อมอุปกรณ์ต่างๆที่เขาเตรียมมาด้วยเพื่อหวังจะมาสอนหลินเอ๋อ
“ท่านบัณฑิต ท่านแม่ท่านบัณฑิตฟู่ถังมา”เทียนเปาเอ่ยบอกแม่ของตนอีกครั้ง ทำให้หลินเอ๋อต้องเดินมาดู
“แม่นางหลินเอ๋อ”
“ท่านบัณฑิต”กล่าวเรียกอีกคน
“ขอล่ะ เรียกข้าว่าฟู่ถังได้หรือไม่ แม่นางเรียกข้าแต่คำนี้แล้วข้ารู้สึกไม่คุ้นชินเอาเลย”
“อื้ม ว่าแต่ท่านมีธุระอะไรถึงได้มาที่นี่งั้นเหรอ”มองหน้าอีกฝ่ายสลับกับมองของในมือ
“คือว่า ข้าได้ยินว่าแม่นางอ่านหนังสือไม่ออก เลยคิดว่าน่าจะมาสอนแม่นางเสียหน่อยเพื่อจะช่วยให้แม่นางอ่านออกเขียนได้บ้าง”ได้ยินแบบนั้นก็ทำเอาหลินเอ๋อดีใจขึ้นมา
เกาะร้าง
บึ่มมมม!! บึ่มมม!!!
เสียงะเิดังขึ้นอย่างต่อเนื่องในขณะการโจมตีโดยกระบวนท่าอันสุดร้ายกาจยังคงปรากฏไม่หยุดหย่อน ความบ้าคลั่งของพลังลมปราณที่กำลังะเิออกจากร่างของฉางเฟยซึ่งตอนนี้ร่างกายของเขานั้นแดงฉานไปด้วยโลหิตพิษที่ทะลักออกมาจากดาบในมือตน
หลังเดินทางมาถึงฉางเฟยเริ่มการฝึกอย่างหนักหน่วงไม่เว้นวันและเวลา ยิ่งฝึกมาขึ้นเท่าไหล่เขายิ่งบ้าคลั่งมากขึ้นเท่านั้นจนยากที่ใครจะมาห้ามหรือดึงสติเขากลับคืนได้ในตอนนี้
ภายในใจก็คิดถึงเพียงสองคน หลินเอ๋อและชิงหลงซึ่งมันยิ่งทำให้เขาบ้าคลั่งเข้าไปใหญ่ะเิพลังที่มีออกมาอีกอย่างไม่หยุดหย่อน
ย๊า!!!
ตูมมม!!! บึ่มม!!!
“หลินเอ๋อออ!!!”ะโเรียกชื่อของนางอย่างสุดเสียง ภาพความทรงจำอันแสนเลือนลางปรากฏอยู่ตลอดพร้อมๆกับภาพของตาเฒ่าชิงหลง ฉางเฟยกวัดแกว่งดาบในมือฟาดฟันสิ่งรอบตัวอย่างไม่สนใจ
ภาพที่เขาพ่ายต่อตาเฒ่าลึกลับ อีกทั้งยังภาพที่เขาได้เห็นนางและตาเฒ่านั้นเดินอยู่คู่กัน จากที่ไม่ได้คิดอะไรมากนักกลับกลายเป้นว่าเขาเปลี่ยนมันเป็ความเจ็บภายในจิตใจ แปลเปลี่ยนความคิดว่าตาเฒ่าชิงหลงแย่งหลินเอ๋อไปจากเขาและมันก็ได้ผล
ความคิดสุดแสนพิสดารกำลังเพิ่มพูนความบ้าคลั่งให้กับฉางเฟยอย่างต่อเนื่อง ทำให้ตอนนี้เขาสามารถฝึกวิชาอันตรายก้ามข้ามผ่านขั้นที่สี่ขึ้นมาได้
“ข้าจะต้อง! แย้งเ้ากลับมาให้จงได้!! หลินเอ๋ออออ!!! ย๊า!!!!”
กลับมายังที่หลินเอ๋อ นางกำลังตั้งอกตั้งใจฟังคำสอนและคำอธิบายพื้นฐานจากฟู่ถัง ในยามค่ำของวันซึ่งผ่านพ้นมาเร็วมากจนฟู่ถังรู้สึกเสียดายอย่างถึงที่สุด เพราะเขาพึ่งจะได้อยู่กับนางหลังต้องทดสอบขั้นแรกมา
“แม่นางพอจะเข้าใจที่ข้าสอนไปบ้างหรือยัง”กล่าวถามด้วยความอยากรู้
“อื้ม ข้าพอจะเข้าใจแล้ว”ตอบกลับพร้อมรอยยิ้มทำเอาฟู่ถังรู้สึกดีใจเอามากๆ
“ถ้าเช่นนั้นวันนี้พอแค่นี้ก่อน ไว้พรุ่งนี้ข้าจะมาสอนแม่นางเพิ่มเติมนะ”พอได้ยินอีกฝ่ายพูดบอกหลินเอ๋อก็ต้องชะงักไป ทำให้ฟู่ถังรู้ได้ในทันทีว่านางกำลังเป็กังวลอะไรบางอย่าง”มีอะไรเหรอแม่นางหลินเอ๋อ พรุ่งนี้เ้าไม่ว่างงั้นเหรอ?”
“อันที่จริง.. พรุ่งนี้ท่านอาจารย์บอกกับข้าว่าต้องเข้าห้องจิตแห่งบัณฑิตแล้ว”แล้วคำตอบก็ปรากฏ ฟู่ถังชะงักไปครู่หนึ่งเพราะลืมคิดไปว่าที่อีกฝ่ายมานี้ก็เพื่อฝึกฝนฝีมือ
“นั้นสินะ ข้าเองก็ลืมคิดถึงข้อนี้ไปเลย”กล่าวอย่างแอบเสียดายภายในใจ หลินเอ๋อมองกระดาษในมือของตนซึ่งมีตัวหนังสือจากลายมือของนางเขียนเอาไว้ตามการสอนของฟู่ถัง
พรึบ!...
ทว่ายังไม่ทันที่ความเงียบจะลงตัวดี จู่ๆมือทั้งสองข้างของฟู่ถังก็เข้ามาจับที่ไหล่ทั้งสองข้างของหลินเอ๋อในขณะที่นางไม่ทันจะได้ตั้งตัว ทำเอาหญิงสาวมองอีกฝ่ายด้วยความใ พบเจอกับสายตาที่บ่งบอกถึงความจริงจัง
“ข้าจะไม่ขอพูดอ้อมแต่อย่างใด เพียงแต่จะขอกับแม่นางว่าหลังจากที่แม่นางฝึกสำเร็จแล้ว... ช่วยรับรักของข้าด้วยเถอะ!!”
เพียงเสี้ยววินาทีของความคิดปากเ้ากรรมก็ดันพูดออกไปตรงๆโดยที่อีกฝ่ายยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันเกิดอะไรขึ้น ต่อหน้าเทียนเปาที่พึ่งจะอุ้มหลินเฟยเดินออกมาตามแม่ของตนทำเอานางต้องยืนตรึงกับสิ่งทีได้ยินและเห็น
อึก!...
เสียงสะอึกของหลินเฟยดังขึ้น แต่ที่ดูจะยิ่งไปกันใหญ่ก็คือคนที่พึ่งจะมาถึงจวนของนางก็คือชิงหลงและมู่จินที่กะว่าหลังคุยกันเสร็จแล้วจะมาชวนหลินเอ๋อฟู่ถังและเด็กสาวทั้งสองลงเขาเพื่อไปหาอะไรอร่อยๆกินกัน แต่กลับมาได้ยินคำสารภาพของฟู่ถังเข้าเต็มๆ
“ฟู่ถัง....”หลินเอ๋อกล่าวเรียกอีกฝ่ายเบาๆ ทว่าอาการของนางยังคงตกตรึง