เ้าของเสียงที่ดังออกมาจากในบ้านเดินออกมาข้างนอก
เป็เฟยิ เขามองมาที่ลี่เฉี่ยวเพ่งมองอย่างสงสัย ลี่เฉี่ยวเงยหน้าขึ้นมองกลับ นางรีบทักขึ้นทันที
“เฟยิเป็ท่าน..ข้าเอง”
“ข้าไม่รู้จักเ้า” เฟยิ ตอบกลับเสียงแข็ง ด้วยชุดที่นางสวมและเนื้อตัวเปรอะเปื้อนด้วยดินเต็มไปหมดทั้งใบหน้า ดูไม่ออกเลย
ฮ่าวอู๋ตามออกมา เห็นลี่เฉี่ยวสภาพนี้ก็จำนางไม่ได้เช่นกัน
“พวกขอทานหรือ น่าเห็นใจนะเป็สตรีด้วย แต่ไม่ต้องแสร้งเป็รู้จักคุณชายหรอก เ้าอยากได้อะไรก็บอกมาดี ๆคุณชายข้าใจดี”
ลี่เฉี่ยวใช้มือปัดใบหน้าจัดแต่งผมเปิดใบหน้าให้เห็นชัด ยื่นหน้าให้ดู แล้วพูดว่า
“ท่านดูๆดี ข้าเอง หลิวลี่เฉี่ยวไง”
เฟยิ เพ่งมองที่ใบหน้านางอีกครั้ง เขาเริ่มอมยิ้มอยากจะหัวเราะออกมา แต่ก็กลั้นเอาไว้
“เป็เ้านี่เอง..ไปฟัดกับอะไรมาถึงได้มีสภาพเช่นนี้”
“ท่านขำข้าเหรอ”
ถึงแม้เฟยิไม่ได้หัวเราะออกมาแต่ก็เห็นได้ชัดจากสีหน้าว่าเขากำลังขำนางอยู่
“ที่แท้รู้จักกัน” อาจารย์เฟยิเอ่ยขึ้น
ฮ่าวอู๋เห็นว่าเป็ลี่เฉี่ยวเขาอึ้งทำหน้านิ่งแล้วกล่าวว่า
“เมื่อสักครู่ ท่านไม่ได้ยินที่ข้าพูดใช่ไหม”น้ำเสียงเบา
“ใช่! ข้าไม่ได้ยินที่เ้าพูดว่าข้าเป็ขอทาน” ลี่เฉี่ยวเสียงแข็งใส่ ฮ่าวอู๋ขยับไปยืนแอบด้านหลังเฟยิโผล่ชำเลืองมองเล็กน้อย
เฟยิเดินเข้าไปหยิบชุดด้านในห้องให้นางเปลี่ยน
“ไปล้างหน้าล้างตาแล้วเอาชุดไปเปลี่ยน ชุดข้าเองข้าไม่ได้ใส่ ”
ลี่เฉี่ยวทำความสะอาดเนื้อตัวเสร็จนางก็หยิบเข้าไปเปลี่ยนด้านในห้อง เฟยิเอ๋ยถาม
“สวมได้หรือไม่”
“มันใหญ่มาก” นางกำลังจัดเก็บชุดให้รัดกุมเพราะความใหญ่มันทำให้ชุดรุ่มรามขยับกายลำบาก
“ข้าเข้าไปนะ” เฟยิหวังจะเข้าไปช่วยนางสิ่งที่เห็นตรงหน้ายังกับสตรีที่กำลังอยู่ในผ้าห่มผืนใหญ่ เขาเดินเข้าไปใกล้ตรงหน้านาง มือทั้งสองข้างเอื้อมอ้อมไปด้านหลังจับส่วนที่เกินผูกเพื่อให้แน่นใบหน้าขยับเข้าใกล้ลี่เฉี่ยวใจเริ่มเต้นถี่ขึ้น สายตานาง มองเฟยิไม่กะพริบเฟยิสบตานางกลับ ดวงตากลมสวย ปากชมพู รบกวนจิตใจเฟยิ เขาขาดการคุมสติมือที่โอบอยู่ด้านหลังเขาดึงเอวลี่เฉี่ยวเข้ามาชิดกับตัว ก้มจูบที่ปากอย่างโอนโยนนางหลับตานิ่ง จู่ ๆ ก็มีเสียงดังขึ้น ปัง!ทั้งสองสะดุ้งหันไปมองพร้อมกัน ประตูถูกปิด เฟยิมองเห็นดวงตาที่มองผ่านช่องเล็กเข้ามา เขาเดินมาที่ประตูเหตุใดประตูจึงถูกปิดเช่นนี้เขาลองใช้มือผลักแต่กลับเปิดไม่ออก ในใจเขาคิดว่าคงเป็ฝีมือของฮ่าวอู๋ด้วยกำลังที่เขามี เขาสามารถผลักมันออกได้โดยง่าย แต่เขาเลือกที่จะไม่ทำ เขาบอกลี่เฉี่ยวไปว่ามันเปิดไม่ออกนางรีบเดินมาเปิดประตูเพื่อทดสอบ นางเปิดไม่ออกเช่นกันและเรียกถามถึงคนที่อยู่ข้างนอก
“ฮ่าวอู๋เ้าอยู่ข้างนอกไหม”
ไม่มีเสียงตอบกลับแต่อย่างใดทั้งที่ฮ่าวอู๋กับอาจารย์ก็อยู่ด้านนอก
เฟยิพูดขึ้น
“ยังไงฝนก็ตกอยู่พักอยู่ในนี้ก่อนเถิด”
ลี่เฉี่ยวไม่ได้ตอบเพียงแต่พยักหน้าทั้งสองนั่งห่างกันประมาณหนึ่ง่แขน เฟยิเอ่ยถาม
“เหตุถึงใดถึงมาคนเดียวในสภาพเช่นนี้ แล้วบ่าวคนสนิทเ้าล่ะ”
“เื่มันยาวไว้ข้าค่อยเล่าให้ฟัง ตอนนี้ซูปี้ไปหาชุดให้ข้าเปลี่ยน ข้าแค่อยากหาที่หลบฝน”
“อืม”
“แล้วท่านมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร”
“ที่นี่บ้านอาจารย์ข้าเองข้ามักจะมาหาท่านอาจารย์อยู่บ่อยครั้งเวลาที่ข้าไม่สบายใจ ที่นี่ก็จะเป็ที่พึ่งที่แรกที่ข้าคิดถึง”
ทั้งสองกำลังนั่งสนทนากัน อยู่ ๆก็มีหนูวิ่งเข้าห้องยังกับมีคนนำมันเข้ามา ลี่เฉี่ยวเหลือบไปเห็นนางใยกเท้าขึ้น ขยับตัวเข้าไปหาเฟยิ เฟยิโอบกอดนางเพื่อปลอบ เขาเอ๊ะใจปกติแล้วเขามาหาอาจารย์ที่นี่ไม่เคยมีหนูสักตัว แต่ทำไมวันถึงมีหนูวิ่งเข้ามา
ส่วนด้านนอกห้องเป็ฮ่าวอู๋ที่นำหนูมา ให้วิ่งเข้าห้อง
“ได้ผล..ทั้งสองใกล้ชิดกันแล้วคึ คึ” เขาแอบมองผ่านช่องเล็กๆของบ้าน
“เ้านี่น้าเก่งจริงเชียวเื่แบบนี้” อาจารย์กล่าว
“ข้าก็เก่งทุกเื่เพียงแต่ไม่แสดงออก” ฮ่าวอู๋พูดอวดตนอย่างมั่นใจ
“ชิ..” อาจารย์หันหน้าหนีไปอีกทาง
ลี่เฉี่ยวอยู่ในอ้อมแขนเฟยินางรู้สึกอบอุ่นจนเผลอหลับเฟยิขยับให้นางนอนอย่างสบาย หยิบหมอนให้หนุน มือข้างหนึ่งลูบหน้าปัดผมไปด้านข้าง
“ข้าชอบในตอนที่เ้าหลับเช่นนี้” เขาค่อยๆก้มจูบที่หน้าผากนาง ลี่เฉี่ยวนางรู้สึกตัว ลืมตาขึ้นเฟยิหยุดชะงัก ใเล็กน้อย ั์ตาลี่เฉี่ยวแสดงออกว่ากำลังยิ้มอยู่ขณะที่เฟยิหยุดนิ่งอยู่นั้น นางกลับยื่นหน้าด้วยความเร็วเข้าไปจูบที่ปากเฟยิเสียเอง แล้วหันหน้าหนีไปอีกทาง อย่างเขินอาย
เฟยินั่งยิ้มมุมปาก
“มันเร็วไปเมื่อสักครู่เ้าทำอะไร” พูดด้วยหน้านิ่งเรียบ
ลี่เฉี่ยวลุกขึ้นนั่ง “เปล่า.ไม่ได้ทำอะไรเลย....” ลากเสียงยาว
“เช่นนั้น ข้าคงฝันไป”
“คงงั้นมั้ง” ลี่เฉี่ยวพูดพร้อมยิ้มไม่หยุด
ฝนเริ่มหยุดตกซูปี้สาวใช้เดินตามหาลี่เฉี่ยว นางหอบชุดพะรุงพะรังในมือ จนกระทั่งมาถึงบ้านของอาจารย์เฟยินางมองเห็นแต่ไกลว่าเป็ฮ่าวอู๋ จึงรีบวิ่งเข้ามา
“ฮ่าวอู๋เ้ามาอยู่นี่ได้อย่างไร เ้าเห็นคุณหนูของข้าไหม”
ฮ่าวอู๋ทำตาเลิ่กลั่กกำลังคิดอยู่ว่าจะบอกอย่างไรดี
ซูปี้ถามซ้ำเสียงดังใส่อีกครั้ง
“ข้าถาม..ว่าเห็นคุณหนูของข้าหรือไม่”
ฮ่าวอู๋ ทำเสียง จุ่ ๆ ให้นางเบาเสียงแล้วชี้เข้าไปข้างใน ซูปี้ไม่รอช้ารีบจะไปเปิดประตู แต่ถูกฮ่าวอู๋ดึงแขนไว้ แล้วพูดว่า
“ไม่ต้องเป็ห่วงคุณหนูของเ้าอยู่กับคุณชายของข้า อย่าพึ่งเข้าไปตอนนี้”
“อย่างงั้นหรือ”
ฝนหยุดตกลี่เฉี่ยวได้เสียงด้านนอกนางจำได้ว่าเป็เสียงของซูปี้
“ซูปี้ เป็เ้าใช่ไหมเปิดประตูให้ข้าหน่อย”
ด้วยความที่เป็ห่วงซูปี้รีบเปิดประตูจากด้านนอก
สายตามองลี่เฉี่ยวหัวจรดเท้า
“คุณหนู ท่านเอาชุดที่ไหนมาใส่”
“เป็ของเฟยิ..”
“ท่านเปลี่ยนชุดนี้ก่อนเถิด” ซูปี้ยื่นชุดที่นางถือมา ให้ลี่เฉี่ยวไปเปลี่ยน เฟยิออกมารอด้านนอก
ลี่เฉี่ยวเดินออกมา
“เดี๋ยวข้าเอาชุดท่านไปซักก่อนแล้วกัน”
“ไม่เป็ไร” เฟยิยื่นมือจะจับชุด แต่นางปัดมือออก
“ไม่ ข้าบอกว่าจะเอาไปซักอย่างไรเล่า”
“ถ้าเช่นนั้นสุดแล้วแต่เ้า”
“ข้าขอโทษด้วยที่ปล่อยให้คุณหนูรอนาน ข้ากลัวว่าชุดจะเปียกเลยต้องรอให้ฝนหยุดตกเสียก่อน”
“อืม ไม่เป็ไร”
“คุณหนูข้าได้ยินเื่น่าสงสัยมา”
“มีเื่อะไร”
“ตอนที่ข้าไปหาชุดให้ท่านข้าได้ยินชาวบ้านบ่นเป็เสียงเดียวกัน ว่า่นี้หาข้าวสารยากมากถ้าเจอร้านที่ขายข้าวสาร ราคาก็จะแพงมากกว่าปกติ ข้าว่ามันแปลกๆ นะปกติไม่ได้หาซื้อยากขนาดนี้นี่”
ทุกคนต่างมองหน้าด้วยความสงสัยว่ามันเกิดอะไร
“เอ่อ ใช่ ๆ ข้าพอได้ยินมาเหมือนกัน ไม่คิดว่าจะเป็เื่จริงหรอกหรือเนี่ย”อาจารย์พูดขึ้น ฮ่าวอู๋พูดต่อ
“งั้นพวกเราไปหาข่าวจากชาวบ้านสักหน่อยไหม อยากเสือก”
ฮ่าวอู๋ยิ้มแห้งๆ
ทุกคนตกลงกันที่จะไปหาข้อมูลจากชาวบ้านจะมีแต่อาจารย์ที่ไม่ไป ขอรอฟังข่าวที่บ้าน
“หนุ่ม สาวไฟแรงไปกันเถอะ ข้าขอไปตกปลา รอฟังข่าวจากพวกเ้าแล้วกัน”
พวกเขาไปร้านขายข้าวสารขนาดใหญ่ร้านหนึ่งถามซื้อข้าวสารเหมือนดั่งชาวบ้านทั่วไป เถ้าแก่เอาข้าวสารมาขายให้ปกติแต่ทว่า ราคาไม่ปกติ มันแพงขึ้นเป็สองเท่าตัว
“ทำไมมันแพงเช่นนี้”ลี่เฉี่ยวถาม
“ไม่แพงหรอกเ้าลองไปถามร้านอื่นสิ เขาก็ขายกันราคานี้ทั้งนั้นแหละ ร้านข้าใหญ่สุดในนี้แล้ว”
“ถ้าเป็เช่นนี้แล้วชาวบ้านจะซื้อกินไหวเหรอ” ฮ่าวอู๋พูดขึ้น
เฒ่าแก่ร้านข้าวสารเริ่มหงุดหงิด
“จะซื้อไม่ซื้อไม่ซื้อก็ไปร้านอื่น เกะกะหน้าร้าน”
“ไม่ซื้อ....” ซูปี้เสียงดังใส่
ฮ่าวอู๋ มองตาซูปี้ “เ้าเก่งจังภรรยาในอนาคต”
ซูปี้สบตากลับ พอได้ยินคำชม นางก็เขินอายหน้าแดง