หลังจากทุกคนแยกย้ายกลับบ้านกันหมด นิตยาเริ่มทำความสะอาดห้องครัว ร่างสูงเริ่มเก็บกวาดความสะอาดด้านนอก เขาเข้าไปยืนข้างๆ นิ้วมือเขี่ยเส้นผมที่ปกปิดใบหน้าให้คนรัก “ ผมช่วยไหม คนสวย” เธอส่งถ้วยน้ำชาเขียวร้อน กลิ่นหอมให้คู่รัก “ เราไปเดินเล่นกันดีไหม “ เธอส่ายหน้ากังวลงานที่ยังทำไม่เสร็จ “ ไม่ไปค่ะ งานรีดผ้าต่อ และห้องครัวยังไม่สะอาดค่ะ“ นิ้วมือของชายหนุ่มหยิกแก้มของเธอ “อยากพาไปเดินเล่น ได้โปรด “เธอปัดมือของเขาออกใบหน้า “ อย่าบังคับได้ไหมคะ ขอทำงานบ้านก่อน คุณไปเดินคนเดียวเลย “ ร่างสูงเริ่มหงุดหงิดช้อนอุ้มร่างเธอขึ้น เลี้ยวไปห้องนั่งเล่น ร่างเธออยู่บนหน้าตักของเขา “พรุ่งนี้รีดผ้าก็ได้ ผมไม่ได้บังคับ ถ้าคิดว่าบังคับก็ไม่ต้องไป คืนนี้ผมจะนอนในห้องนี้คนเดียว “ นิตยาเมินหน้าไปทางอื่น ลุกขึ้นเดินไปห้องรีดผ้า .ปล่อยร่างสูงนอนเล่นในห้องนั่งเล่นคนเดียว “ คนอะไร ไม่สนใจสามีตัวเอง ผมอยากพาไปดูงานประจำปีเท่านั้น “ นิตยาได้ยินคำว่า งานประจำปีเท่านั้น ดวงตาทั้งคู่เบิกกว้างอย่างต็มที่ “ ที่ไหนค่ะ งานที่ว่า “เธอจัดแจงเก็บเตารีด พับผ้าที่กองโตอย่างรวดเร็ว ก้าวเท้ามายืนตรงหน้าชายหนุ่มที่นอนเอขนกไม่สนใจเธอ “ ไม่อยากไปก็ไม่ต้องรู้ ผมไม่บอกคุณ “ เธอเข้านั่งข้างๆ ซบหน้าบนศีรษะของเขา ฝ่ามือนิ่มลูบไล้ลำแขนหยุดที่ต้นแขนบนรอยสักบนแผ่นหลังของเธอ หันหลังทันทีทำท่าไม่สนใจเธอ “ ความจริงฉันเหนื่อย ทำอาหารตั้งเยอะ เมื่อยไปหมด พาไปเดินเล่นนิดนุงก็ดีนะคะ “ ร่างของชายพลิกตัวกลับมา “จูบผมสิบครั้งก่อน “ เธอปัดฝ่ามือของเขาที่เกาะเอวเธอ “ คุณไม่ต้องมาต่อรอง ไม่ไปก็ได้ “ ฝ่ามือของเขารีบจับมือเธอไว้ วินนี่ลุกขึ้นยืน “ไปเปลี่ยนเสี้อผ้า ขาสั้นไม่เอา เสื้อสายเดียวแบบนี้ไม่เอา กลางคืนแล้วแต่งตัวให้มิดชิด สมบัติของผมไม่ใช่ของคนอื่น ใครก็ตามห้ามมองร่างกายเมียของผมเด็ดขาด“ แววตาของเธอเริ่มสงสัย “ หึงด้วย แต่งแบบนี้ในบ้านเท่านั้นค่ะ “
ร่างสูงถอดเสื้อกล้ามสีน้ำเงิน สวมเสื้อยืดและกางเกงยีนส์อย่างรวดเร็ว สิ่งที่เขาตั้งใจไม่ใช่จะพาเธอไปชมดูงานประจำปี. วินนี่ สำรวจการแต่งกายของเธอแล้วไม่ค่อยจะเหมาะสมกับงานที่ทำ การแต่งตัวของเธอแบบวัยรุ่น ไม่ใช่วัยทำงาน ในใจของเขามีอะไรบ้างอย่างที่กังวลมากกว่าเื่แต่งกาย รถเก๋งเเล่นตามถนนในเมือง ชะลอความเร็วริมทางเดินของร้านขายเสื้อผ้าบูติกชั้นนำ “ที่ไหนค่ะงานประจำปี “ ร่างสูงเลี้ยวรถจอดร้านเสื้อผ้าสตรีชั้นนำแห่งหนึ่ง “ นี่คุณพามาร้านเสื้อผ้า ทำไมต้องโกหกกันด้วย “ เธอจับแขนเขาและเขย่าแรงๆด้วยความไม่พอใจ ฝ่ามือของลูบไล้เส้นผมของเธอ “ ผมไม่ได้โกหกนะ ผมอยากให้คุณแต่งตัวสวยๆไปโรงเรียน เป็ครูสอนหนังสือ และเสื้อผ้าพวกนั้นไม่เหมาะสมด้วย “ เขาเดินอ้อมมาเปิดประตูรถให้เธอ ก้มลงจูงมือของเธอ พาเดินเข้าไปในร้านเสื้อผ้าสตรีชั้นนำ ครั้งนี้นักบินหนุ่มไม่เลือกเสื้อผ้าให้เธอ “คุณต้องเลือกเอง ประมาณ10 ชุด หรือ 15 ชุดก็ได้ ผมไม่ชอบกางเกงยีนส์ขาด เสื้อพวกนั้นของคุณ”
ความปรารถนาดีของชายหนุ่มดูเหมือนหญิงสาวแปลเจตนาของเขาเป็อย่างอื่น นิตยาวิ่งออกมาจากร้านเสื้อผ้าสตรีชั้นนำทันที ท่ามกลางความใของพนักงานในร้าน. ชายหนุ่มเองคว้าแขนและร่างของเธอไม่ทัน สีหน้าหญิงสาวเริ่มแดงเหมือนร้องไห้ เธอวิ่งออกไปไม่เหลียวหลังหันมาดูว่าเขาวิ่งตามมาหรือไม่ นิตยาวิ่งผ่านรถยนต์ที่ขับผ่านไปมาใน่กลางคืน แทรกร่างของเธออย่างรวดเร็ว วินนี่ออกวิ่งตามเร่งฝีเท้าตาม เสียงะโถาม “ นิตยา คุณจะไปไหน ฟังผมก่อน “ ร่างสูงะโข้ามป้ายจราจร เร่งฝีเท้าจนนำหน้าร่างของเธอ ร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มยืนหอบตรงหน้าของเธอ ริมฝีปากของเธอกำลังเผยอพูดแต่ต้องปิดลง วินนี่ถามซ้ำอีกรอบ “ จะไปไหน วิ่งหนีออกมาทำไม “ ร่างของเขาหยุดยืนตรงหน้าของเธอ มือคว้าต้นแขนเธอไว้ทั้งสองข้าง มือของหญิงแกะและปัดมือของเขา หญิงสาวเมินใบหน้าหนีทางอื่น ไม่กล้าสู้หน้าเขา คำพูดที่ดูเหมือนเธอตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ แต่มันหลุดออกปากออกไป “ เราเลิกกันได้ไหมคะ “ เสียงเธอดังขึ้นจากริมฝีปากที่ปิดเงียบเมื่อสักครู่ ร่างสูงหยุดชะงักทันที ฉุดแขนของเธอให้หันกลับมามองใบหน้าของเขา “ คุณพูดอะไร!!! “ ฝ่ามือของเธอกระชากเสื้อยืดของเขา “ ใช่เราเลิกกัน ฉันไม่ใช่หุ่นยนตร์ ฉันคือ นิตยา อารยันนา คุณ้าให้อะไรจากฉัน ความรัก หรือ ตุ๊กตา ฉันไม่ใช่ตุ๊กตา หรือว่า คุณ้าให้ฉันเป็ผู้หญิงที่คุณวาดฝันเหมือนแม่คุณ ฉันพอจะดูออกว่า คุณ้าผู้หญิงแบบนั้น กุลสตรีล้วนๆ แต่ฉันมาที่นี่เพราะรักคุณในแบบที่คุณเป็ ฉันไม่เคยขอร้องอะไรเลยจากคุณ แต่ทำไมคุณไม่ให้ฉันเป็ตัวของตัวเองบ้าง ทำไมฉันแต่งตัวไม่ได้ในแบบที่ฉันอยากแต่ง“
ทั้งคู่ยืนกลางริมทางในมุมมืด ต่างคนต่างค้นหาคำตอบให้ใจของตัวเอง. วินนี่ยืนมองร่างเธอที่เริ่มสั่นขบเม้มปากเหมือนพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ เขาหันหน้าไปทางอื่น พยายามระงับความโกรธที่เธอพูดออกมา เขาเอ่ยขึ้นอยากเบาๆ “ คุณอยากแต่งตัวแบบนั้นออกมาข้างนอกใช่ไหม“ ชายหนุ่มคว้ามือเธอให้เดินกลับมาด้วยกันที่รถเก๋ง พาเธอขึ้นนั่งและรัดเข็มขัดให้เธออย่างรวดเร็ว ร่างสูงเดินอ้อมมานั่งในที่คนขับ รถเก๋งของเขาแล่นออกไปอย่างเร็วมุ่งหน้าบนถนนทางหลวง ตรงเข้าไปให้หมู่บ้านนอกชานเมืองกรุงเดลลี บริเวณนั้นเป็ป่ารก สลับอาคาร บ้านเรือนสร้างใหม่ รถเก๋งคันนี้ขับตรงเข้าไปสถานที่แห่งหนึ่ง เหมือนโรงพยาบาลแต่ไม่ใช่ บ้านหรือสถานพยาบาลแห่งนี้ เรียกกันว่า สถานพักฟื้นของหญิงถูกทารุณกรรม ร่างสูงจอดรถ ดับเครื่องยนต์ เขาลงจากรถเดินอ้อมมาจูงมือเธอเข้าไปในสถานพักฟื้น “ เข้าไปข้างในกับผม เดียวนี้ “ ทั้งคู่เดินเข้าไปในสถานที่แห่งนั้น ห้องพยาบาลเรียงราย ในแต่ละห้องมีแต่คนไข้ผู้หญิงทั้งนั้น และส่วนมากคือสาววัยรุ่น ป้ายชื่อคนไข้ไม่มีติดหน้าห้องพยาบาลและห้องพัก วินนี่ผลักประตูบานเล็กพร้อมกล่าวขึ้น “ คนนี้ อายุ 14 ปี โดนข่มขืนจากเพื่อนบ้านเพราะใส่กางเกงขาสั้นเดินเล่นในเวลากลางคืน เพราะพ่อและแม่ทำงานดึก ผู้หญิงคนนี้18 ปี โดนข่มขืนจากลุงแท้ๆ เพราะ้าใส่กระโปรงสั้นๆ โชว์เรียวขางามไปงานเลี้ยงรุ่น ส่วนเด็กคนนี้ อายุ 12ปี ฝึกเต้นเพื่อแข่งขันรายการเต้น ไปเรียนเต้นรำ สวมเสื้อสายเดียว เธอโดนข่มขืนระหว่างทาง ยังมีอีกผู้หญิงสาวคนนี้ 23ปีเท่าคุณสวมเสื้อสายเดียวไปเที่ยวกับพี่ชายแต่ถูกเพื่อนพี่ชายข่มขืน“ ผู้หญิงเ่าั้ยกมือไหว้นักบิน เขามาที่นี่ประจำ บริจาคเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม บริจาคค่ายารักษา แต่วินนี่ไม่หยุดแค่นั้น ชายหนุ่มเดินไปที่ร่างของวัยรุ่นคนหนึ่งบนเตียงพยาบาลริมสุดของห้องโถง มือของเขาพลิกร่างของคนไข้คนนั้น รอยสักรูปหงส์ “ ส่วนคนนี้อยากโชว์ลายสักกลางแผ่นหลัง สวมเสื้อเปิดแผ่นหลังโดนกระเป๋ารถเมล์ข่มขืน คนนี้คือแม่บ้าน มีท้องแต่อยากไปว่ายน้ำในคอนโดฯ ถูกยามรักษาการข่มขืนในเวลากลางวันแสกๆ “
นิตยายืนตะลึงในสิ่งที่เขาพาเธอมาดูในค่ำคืนนี้ เธอถูกพามายืนในห้องนั่งเล่น “ ผมทำผิดใช่ไหม ที่นี่ Delhi ไม่ใช่เมืองที่คุณมา ที่นี่มีประวัติขึ้นชื่อในเื่ของการข่มขืนผู้หญิง ไม่เคยได้ยินข่าวใช่ไหม ที่นี่ คุณไม่รู้จักใคร ไม่มีญาติ มีแค่ผมคนเดียว และเพื่อนของคุณที่ไม่เคยมาเยี่ยมคุณเลย ตอบมาว่าผมทำผิดใช่ไหมที่ผมไม่ให้คุณแต่งตัวทุเรศพวกนั้น ส่วนริย่า เขาเป็ลูกคนรวย เธอใช้ชีวิตที่อังกฤษมาตลอด ที่นั่น คุณแก้ผ้าก็ไม่มีใครทำอะไรคุณ เข้าใจผมบ้างไหม “ วินนี่ถอนหายใจก้าวไปหยุดที่ริมหน้าต่างมองออกไปริมทางเดิน สายตาของเขาปวดร้าวเพราะความกังวลในความปลอดภัยของผู้หญิงในเื่การแต่งกาย เขาไม่ใช่คนหัวโบราณอย่างที่เธอเข้าใจ ร่างสูงเดินกลับเข้ามาใหม่อีกครั้งหนึ่ง “ คุณจะโดนลุงข่มขืนก็เพราะการแต่งกายของคุณด้วยใช่ไหม ในบ้านของคุณเองแท้ๆก็เกือบเอาตัวไม่รอด “
สิ่งที่เขาพูดมีส่วนถูกไม่น้อย เธอยืนนิ่งเหมือนหุ่น ตัวแข็งทื่อ เขารู้สึกอึดอัดในคำต่อว่าของเธอ “ อยากเลิก มันง่าย แค่ผมไม่ตามใจ คุณก็ขอเลิกกับผม จริงคุณที่พูด คุณไม่เคยขอร้องอะไรผม ทำไมไม่ขอ ถ้าผมไม่ทำให้ คุณตำหนิผมได้ ไม่ใช่เอะอะ เราเลิกกัน แทนที่จะปรับตัวเข้าหากันอ คนรักกันไม่ปรับตัวเข้าหากัน ความสัมพันธ์ไม่ก็ไปไม่รอด คุณไม่แตกต่างจากริย่า เพราะพวกคุณทั้งคู่ มองผมในมุมเดียวเท่านั้น “
ร่างสูงดินกลับออกจากห้องโถงนั้น ตรงเข้าไปที่สนามหญ้านั่งลงบนม้านั่งหินอ่อน สองมือกุมศรีษะ สายตาจ้องพื้นสนามหญ้า ความเงียบในห้องนั่งเล่นทำให้นิตยารู้สึกกล้ว เธอที่พูดไม่ออก จะร้องไห้ก็ร้องไม่ออก ยืนนิ่งอย่างเดียว เธอก้าวเท้าเดินออกมาด้วยความกลัวออกมายืนข้างๆชายหนุ่มที่นั่งก้มหน้า “ ฉันขอโทษค่ะ ฉ.... ฉันกลัวคุณจะทิ้งฉัน ... ถ้าวันหนึ่งริย่ากลับมา กลัวพ่อคุณไม่ยอมรับฉัน แม้แต่คุณแม่คุณเองยังไม่กล้ารับปากเลย ฉันกลัวไปหมด มันเป็ความจริงคุณรักฉัน แต่สิ่งที่ฉันได้ยินมันน่ากลัวค่ะ สำหรับคุณคงไม่รู้สึกอะไร ส่วนการแต่งกายฉันชอบเพราะ “ นิตยาไม่กล้ากล่าวอะไรต่อ วินนี่ลุกขึ้นยืน ก้าวเข้ามาใกล้ๆ ร่างเธอ สองมือโอบหน้าของหญิงสาว “ กลัวริย่า กลัวพ่อของผม กล้วผมจะเปลี่ยนใจ ผมแกะป้ายชื่อหน้าห้องออกเพราะอะไร รูปของในห้องนอน ผมโยนรูปภาพเข้ากล่องแล้ว คุณกลัวพ่อผม คนที่ผมไม่เคยคุยด้วย 7 ปีเต็มๆ ตอนนี้ผมเป็อิสระในการใช้ชีวิตของผม เงินทุกบาทที่ผมหา ผมไม่ได้ใช้เงินพ่อ แล้วกลัวอะไร ไม่มั่นใจในตัวผม แต่คุณมั่นใจในเสื้อผ้าขยะพวกนั้น ต้องโชว์เรือนร่าง คุณมั่นใจเื่พวกนี้ใช่ไหม “ แววตาของเธอเศร้าลงอย่างเห็นได้ชัด น้ำตาเริ่มคลอเป้าตา “ ผมไม่นึกว่า คุณระแวงมากขนาดนี้ พรุ่งนี้ เราไปจดทะเบียนสมรสกันก็ได้ คราวนี้คุณเชื่อใจในกระดาษที่เรียกว่าสัญญาผูกมัดร่างกาย แต่มันไม่ผลอะไรต่อจิตใจของผม “ มือทั้งสองรั้งร่างของเธอเข้ามาแนบชิด ร่างสูงพยายามปลอบใจเธอ “ อย่าเป็คนอ่อนแอในความรักได้ไหม กล้าเหมือนกับที่คุณลุยในเวลาฝนตกหนักในคืนนั้น ผมบอกคุณแล้วว่า ผมไม่ทิ้งคุณแน่นอน “