ฝนตกหนักเป็่ๆแทบทั้งวันทำให้ในตอนนี้ถนนสุขุมวิทเกือบจะเป็อัมพาตเพราะรถติดหนึบแทบไม่ขยับเลย เนื่องจากมีอุบัติเหตุหลายๆจุด “เทพา” วิศวะกรหนุ่มกำล้งรีบเดินขึ้นบันไดรถไฟฟ้าสถานีบางจาก หลังจากที่เขาได้แวะคุยกับอาจารย์โรงเรียนอาชีวะในย่านนั้น คุยกับอาจารย์นานไปนิด ก็เลยออกมาช้าไปหน่อย สุดท้ายก็เลยต้องรีบจ้ำอ้าว เพื่อจะไปให้ทันนัดเ้าหนุ่ยเพื่อนรักที่เรียนช่างกลมาด้วยกัน ก่อนจะไปต่อวุฒิปริญญาตรี เทพาเรียนจบวิศวกรรมไฟฟ้า แต่หนุ่ยจบวิศวกรรมเครื่องกล
เขากึ่งเดินกึ่งวิ่งไปยังตู้จำหน่ายบัตรโดยสารรถไฟฟ้า ก้มมองที่จอมือถือเป็เวลา 19.45 น.แล้วแต่ก็ยังพอมีเวลาไปให้ทันตามนัด 20.00 น. เมื่อกดสถานีปลายทางอ่อนนุช ได้บัตรโดยสารรถไฟฟ้าออกมาแล้วเขาก็รีบวิ่งขึ้นบันได มีเสียงตื๊ดๆแจ้งว่ารถไฟฟ้ากำลังจะปิดประตูพอดีเขาจึงรีบวิ่งะโเข้าไป แต่ทันใดนั้นก็เกิดเสียงฟ้าผ่าและแสงสว่างจ้าขึ้น ดูเหมือนมันจะเป็ไฟฟ้าแรงสูง เทพารู้สึกชาไปทั้งตัว แล้วเขาก็หมดสติไป
มีสติขึ้นมาอีกทีเทพาก็มีความรู้สึกว่าตัวเองกลายเป็ดวงกลมที่ใสเหมือนแก้ว สว่างเจิดจ้า ลอยอยู่ในช่องว่างของอากาศ ความจำเก่าๆเริ่มตกผลึก ทำให้ระลึกย้อนหลังไปได้ั้แ่วันที่ตนเองเกิดมาจนถึงเหตุการฟ้าผ่าและนำเขามาอยู่ที่นี่ ความรู้สึกตอนนี้ ไม่ร้อน ไม่หนาว ไม่หิว ไม่กระหาย มีแต่ความรู้ ความจำ ความเข้าใจในทุกสรรพสิ่งที่เพิ่มทวีขึ้นเรื่อยๆจนรู้ครบทุกเื่ใน่ที่ผ่านมา และในขณะนี้กำลังซึมซับความรู้ใหม่ๆที่ไม่เคยรู้มาก่อน
หนึ่งวันผ่านไปดวงกลมใสนั้นก็เกิดเป็แสงสว่างจ้าแล้วดับเป็จังหวะเหมือนไฟกระพริบจากความรู้ที่เขาซึมซับได้เขาก็ทราบในทันทีว่าดวงกลมๆใสๆที่เขาอยู่นี้เรียกว่า “ดาววิสุทธิ์” มันใช้เวลาบ่มเพาะมา 1 วันแล้ว กำลังจะเริ่มเข้าสู่กระบวนการสร้างร่างกายภายในดวงใสๆนี้ เหมือนไข่ไก่ที่ต้องมีเวลาฟัก และกว่าจะออกจากเปลือกไข่ใสๆใบนี้ไปได้ต้องบ่มเพาะจนครบ 1 ปี การจะออกจากดาววิสุทธิ์นี้จะต้องมี “ร่างเทพฤทธิ์” มาััที่เปลือกดาววิสุทธิ์ จึงจะทำให้เปลือกดาววิสุทธิ์สลายไป และจะต้องนับถือร่าง ”เทพฤทธิ์” ที่มาััผู้นั้นเป็อาจารย์สูงสุดโดยมอบตัวเป็ศิษย์ของเขา ในเวลานี้ก็ได้แต่รวบรวมจิตทำสมาธิอยู่ในดาววิสุทธิ์ดวงนี้เท่านั้น
ใน่เดือนแรก ภายในดาววิสุทธิ์นั้นได้สร้างร่างกายชายหนุ่มหน้าตางดงามมาก มีหน้าตาคล้ายๆเทพาในชาติที่แล้ว แต่ผิวพรรณเกลี้ยงเกลา ขาว สูง หุ่นดี ร่างนี้อยู่ในสภาพนอนหงาย ดวงตายังคงปิดสนิท
ใน่ 1 เดือนนี้ทำให้เขามีความรู้เพิ่มมาว่าในมิติที่เขาอาศัยอยู่นี้เป็มิติย่อยที่ซ้อนอยู่ในโลกเดิมโดยปกติแล้วจะมีชั้นกั้นเรียกว่า “กำแพงโลกันต์” กั้นขวางอยู่ไม่ให้คนภายในมิติและภายนอกมิตินี้ไปมาหาสู่กันได้ แต่ที่เขาสามารถเข้ามาได้เนื่องจากสนามแม่เหล็กจากฟ้าผ่าตรงกันพอดีทั้งโลกด้านในและโลกด้านนอกจึงดึงดูดเขาเข้ามา ซึ่งปรากฏการณ์นี้ 1,000 ปีจะมีสักครั้งหนึ่ง ผู้ที่เข้ามาจะถูก “กำแพงโลกันต์” สลายร่างกายจนหมดสิ้น คงเหลือไว้แต่ดวงจิต ซึ่งจะก่อรูปขึ้นเป็ดวงกลมใสเรียกว่า “ดาววิสุทธิ์” และต้องใช้เวลา 1 วันในการชำระล้าง จิตและิญญา ให้บริสุทธิ์ จากนั้นภายใน 1 ปี จะกำเนิดรูปขึ้นใหม่เรียกว่าร่าง ”เทพฤทธิ์”
เดือนที่ 4 ภายในจิตใจของเทพาได้หลอมกำเนิดโลกย่อมๆขึ้นอีก 1 มิติเรียกว่ามิติแห่งจิต ซึ่งโดยปกติแล้วคนที่อยู่ในโลกใบนี้จะมีมิติแห่งจิตทุกคน โดยแต่ละคนจะมีขนาดและโครงสร้างของมิติแห่งจิตที่แตกต่างกันไป
มิติแห่งจิตนี้ใช้สำหรับฝึกวิชา โดยการนั่งสมาธิแล้วส่งจิตเข้ามาในมิติแห่งจิตนี้
เนื่องจากมิติแห่งจิตของเทพานี้เต็มไปด้วยปราณแห่งฟ้า-ดิน จึงทำให้การฝึกวิชาในมิตินี้จะได้ผลเร็วกว่าฝึกภายนอกอย่างมาก
ในมิติแห่งจิตของเทพานี้ ประกอบด้วยมหาสมุทรล้อมรอบเกาะ ซึ่งเกาะนี้มีเนื้อที่ประมาณ 10 ไร่ บนเกาะมีต้นไม้ร่มรื่น มีอาคารเล็กๆ 1 หลัง ทางทิศเหนือมีหอตำราเทพวิสุทธิ์ ทางทิศใต้มีบ่อน้ำเล็กๆแต่ลึกมากภายในไม่มีน้ำแต่เป็ห้วงมิติใช้เก็บสมบัติต่างๆ ทางตะวันออกของเกาะเป็โรงหลอมอาวุธและยา ทางตะวันตกเป็บ่อเพลิงอัสนี ซึ่งมีเพลิงอัสนีร้อยสายผ่าอยู่ตลอดเวลา
ต้นไม้ในเกาะนี้ก็ไม่ธรรมดาเลย เพราะพวกมันเคลื่อนที่เป็ค่ายกลสลับไปมาทุกๆ 1 ชั่วยาม (2 ชั่วโมง) หากไม่มีวิชาการวางค่ายกลแล้วก็ยากนักที่จะออกไปจากทางเดินที่เต็มไปด้วยต้นไม้นี้ได้ นอกจากนี้บนท้องฟ้ายังมีเทพวิหคเพลิง ในมหาสมุทรมีเทพั ในค่ายกลต้นไม้มีวานรเทพ ทั้ง 3 เทพมีหน้าที่คุ้มครองพื้นที่ส่วนรับผิดชอบของตนไม่ให้ดวงจิตชั่วร้ายผ่านเข้ามาได้
เดือนที่ 10 ระบบปราณทะลวงเส้นเืเชื่อมต่อโยงใยทั้งร่างกายก่อกำเนิดปราณแท้ ตายังคงปิดสนิทอยู่แต่หูและประสาทััเริ่มทำงานแล้ว ใช่แล้วร่างที่กำลังนอนหลับตาอยู่นี้คือ “ร่างเทพฤทธิ์” ซึ่งหาได้ยากมากในโลกภายในแห่งนี้ และใน่ปลายๆเดือนนี้เองก็ได้เกิดแรงะเิขึ้นที่เปลือกดาววิสุทธิ์นี้ ทำให้เกิดรอยร้าวขึ้นเหมือนจะปริแตกออกจากกัน
ต่อมาเขาก็ได้ยินเสียงลมหายใจและได้กลิ่นน้ำหอมสตรีที่หอมมากๆ รู้สึกได้ถึงความอบอุ่นเหมือนมีใครกอดเขาอยู่แนบสนิทจนได้ยินเสียงหัวใจของใครสักคนที่เต้นถี่ยิบเหมือนรัวกลอง หลังจากนั้นความรู้สึกก็ดับวูบไป
เดือนที่ 11 รอยร้าวหายไปเริ่มซึมซับวิชาหลอมยา หลอมอาวุธ หลอมเกราะ และสร้างหุ่นเชิด ซึ่งเป็วิชาลับของสำนักเทพอัสนีย์ เรียกวิชานี้ว่า “วิศวกรรมชีวการแพทย์” และ “วิศวกรรมอาวุธ” โดยมีตำราให้ค้นคว้าเพิ่มเติมอีกมากมายในหอตำราเทพวิสุทธิ์
เดือนที่ 12 ตระหนักรู้พื้นฐานการฝึกวิชาของสำนักเทพอัสนีย์ โดยวิชาที่เขาได้ซึมซับนี้ประกอบด้วยธาตุทั้ง 5 คือ ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุลม ธาตุไฟ และอากาศธาตุ โดยแต่ละธาตุจะแบ่งเป็ขั้นๆดังนี้ สัญญายุทธ์ สัประยุทธ์ ิญญายุทธ์ ปรมจารย์ยุทธ์ กึ่งเทพยุทธ์ เทพยุทธ์ กึ่งพรหมยุทธ์ พรหมยุทธ์ เอกยุทธ์ เช่นผู้ที่ฝึกวิชาธาตุดินในระดับต้นคือธาตุดินสัญญายุทธ์ ระดับสูงคือธาตุดินพรหมยุทธ์ และสูงที่สุดคือธาตุดินเอกยุทธ์ ซึ่งระดับนี้ในโลกใบนี้มีเพียง 5 คนเท่านั้น
ผู้ฝึกธาตุคู่ เช่น ธาตุดินคู่กับธาตุน้ำ ธาตุไฟคู่กับธาตุลม ฯลฯ โดยผู้ที่ฝึกธาตุั้แ่ 2 ชนิดหรือมากกว่าพร้อมกันได้จะต้องมี “ร่างสุวรรณวิสุทธิ์” หรือ “ร่างเทพฤทธิ์” อย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้นจึงจะมีความสามารถฝึกได้
ผู้ที่อยู่ลำดับสูงสุดคือผู้ฝึก 5 ธาตุให้ได้ในขั้นเอกยุทธ์สูงสุดจากนั้นดับกายแล้วถือกำเนิดใหม่ในฉับพลัน 3 ครั้ง จะเข้าสู่ขั้นบรมเอกาวิถี เรียกผู้นี้ว่าบรมเทพแห่งดินแดน นับั้แ่โลกภายในนี้ถือกำเนิดมา มีระดับบรมเอกาวิถีเพียงแค่ 1 คนเท่านั้นซึ่งได้ล่วงลับไปแล้ว ท่านไม่รับผู้ใดมาเป็ศิษย์ จึงทำให้ไม่มีผู้ใดทราบถึงวิธีปฏิบัติที่แท้จริง ในการเข้าถึงระดับบรมเอกาวิถีนี้เลยแม้แต่น้อย มีแค่เพียงเสียงร่ำลือกันว่าให้ดับกายแล้วถือกำเนิดใหม่ในฉับพลัน 3 ครั้ง จะเข้าสู่ขั้นบรมเอกาวิถีได้เท่านั้น