แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านหน้าต่างบานใหญ่เข้ามาภายในห้องหนังสือของเรือนแม่ทัพ บรรยากาศเงียบสงบขัดแย้งกับพายุอารมณ์ที่ยังคงตกค้างอยู่ในใจของเ้าของห้อง
หลี่หยางนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่จากไม้จันทน์หอม มือหนากำพู่กันค้างไว้เหนือแผ่นกระดาษรายงานการทหาร ั์ตาคมกริบเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างไร้จุดหมาย ปลายพู่กันที่ชุ่มหมึกหยดลงบนกระดาษขาว ซึมแผ่ขยายวงกว้างราวกับรอยด่างพร้อยในจิตใจที่ไม่อาจลบเลือน
"ขออนุญาตรายงานขอรับท่านแม่ทัพ"
เสียงขององครักษ์จางนายทหารคนสนิทดังขึ้นทำลายความเงียบ หลี่หยางสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะวางพู่กันลง ปรับสีหน้าให้เคร่งขรึมเ็าดังเดิม
"ว่ามา"
"เมื่อครู่ข้าน้อยผ่านไปทางเรือนเล็ก ...เห็นสาวใช้ของฮูหยินกำลังต้มยาหม้อใหญ่ สอบถามได้ความว่าฮูหยินมีไข้ขึ้นสูง ร่างกายบอบช้ำหนักจนลุกจากเตียงไม่ไหว เกรงว่า..."
องครักษ์หนุ่มลังเลเล็กน้อยด้วยความเวทนา
"เกรงว่าร่างกายของนางอาจจะรับไม่ไหวหากต้อง..."
คำพูดนั้นทำให้คิ้วเข้มของหลี่หยางกระตุก ภาพของไป๋ลั่วที่นอนหมดสติไปคาอกเขาเมื่อคืนวานผุดขึ้นมาในหัว ร่างกายขาวผ่องที่เต็มไปด้วยรอยจ้ำเื ริมฝีปากที่บวมเจ่อ และคราบน้ำตาที่เปรอะเปื้อนแก้ม
ชั่ววูบหนึ่งความรู้สึกผิดแล่นปราดเข้ามาเกาะกุมจิตใจ สตรีตัวเล็กๆ คนหนึ่งต้องมารองรับอารมณ์ดิบเถื่อนและตัณหาที่เกิดจากพิษร้ายของเขาถึงสองคืนติด ต่อให้เป็ชายอกสามศอกก็ยังยากจะทานทน นับประสาอะไรกับสตรีในห้องหอที่บอบบางเยี่ยงนาง
หรือข้าทำรุนแรงเกินไปจริงๆ?
ทว่าความสงสารนั้นดำรงอยู่ได้เพียงชั่วลมหายใจ ก่อนที่มันจะถูกคลื่นความชิงชังลูกใหญ่ซัดสาดจนมลายหายไปจนสิ้น เมื่อชื่อของบิดานางผุดขึ้นมาในความคิด
หลี่หยางแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ แววตาที่เคยไหววูบกลับมาแข็งกร้าวเ็าดุจน้ำแข็ง
"นางเป็ลูกสาวของไป๋ซานขุนนางเฒ่าจอมเ้าเล่ห์ผู้นั้น... มารยาพันเล่มเกวียนคงเป็สิ่งที่นางได้รับการสั่งสอนมาั้แ่ตีนเท่าฝาหอย แค่แกล้งป่วยเรียกคะแนนความสงสาร เ้าก็หลงเชื่อแล้วหรือ?"
"ตะ... แต่ข้าน้อยเห็นกับตาว่า..."
"ออกไปซะ! ข้าจะทำงาน!" เขาตวาดเสียงกร้าว ตัดบทจนองครักษ์ต้องรีบถอยกรูดออกไป
เมื่อประตูห้องปิดลง หลี่หยางก็หลับตาแน่น ขบกรามจนเป็สันนูน ภาพความทรงจำในอดีตย้อนกลับมาฉายชัดราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน เหตุผลที่แท้จริงที่ทำให้เขาปักใจเชื่อว่าสตรีผู้นี้คือ 'นางแพศยา' ในคราบผ้าพับไว้
(ย้อนอดีต - สองปีก่อน)
งานเลี้ยงฉลองชัยชนะของกองทัพ ณ อุทยานหลวง
ในคืนนั้น หลี่หยางที่เพิ่งได้รับยศรองแม่ทัพเดินปลีกตัวออกมาจากงานเลี้ยงที่วุ่นวายเพื่อสูดอากาศบริสุทธิ์ในสวนอุทยาน แสงจันทร์สาดส่องลงมากระทบเงาร่างสองร่างที่ยืนแอบอิงกันอยู่ในมุมมืดหลังพุ่มไม้
สายตาของเขาดีเยี่ยมยิ่งกว่าเหยี่ยว เขาจำได้แม่นยำว่าสตรีในชุดสีกลีบบัวผู้นั้นคือ 'ไป๋ลั่ว' คุณหนูใหญ่ตระกูลไป๋ สตรีที่ใครๆ ต่างยกย่องว่าเป็กุลสตรีผู้งดงามและเพียบพร้อม
แต่ภาพที่เห็นตรงหน้ากลับตรงกันข้าม... ไป๋ลั่วกำลังยืนเบียดชิดกับบุรุษผู้หนึ่ง มือเรียวบางของนางเกาะกุมอยู่ที่ท่อนแขนของชายคนนั้นอย่างสนิทสนม ใบหน้าสวยหวานแหงนเงยขึ้นสบตาฝ่ายชายในระยะประชิด ร่างกายแทบจะแนบชิดเป็เนื้อเดียวกัน ดูราวกับคู่รักที่กำลังลักลอบพลอดรักกันในเงามืด
และบุรุษผู้นั้นไม่ใช่ใครอื่น... แต่เป็ 'องค์ชายรอง' ศัตรูตัวฉกาจที่คอยจ้องจะเล่นงานกองทัพตระกูลหลี่มาโดยตลอด!
"ช่างไร้ยางอาย..." หลี่หยางพึมพำด้วยความขยะแขยง เขาเห็นไป๋ลั่วกระซิบกระซาบบางอย่างข้างหูองค์ชายรอง ก่อนจะประคองร่างบุรุษผู้นั้นเดินหายเข้าไปในเรือนรับรองด้วยกัน
(กลับมาสู่ปัจจุบัน)
หลี่หยางลืมตาขึ้น ั์ตาวาวโรจน์ด้วยความโกรธแค้นเมื่อนึกถึงภาพนั้น
"หึ ...วันนั้นเ้าเสนอตัวให้องค์ชายรอง" เขาพึมพำกับความว่างเปล่า น้ำเสียงเต็มไปด้วยความดูแคลน "มาวันนี้ พอเห็นว่าข้าได้เป็แม่ทัพใหญ่ พ่อลูกจิ้งจอกอย่างพวกเ้าก็เปลี่ยนเป้าหมาย ส่งเ้ามาทอดกายให้ข้าถึงเตียง"
ความคิดของเขาเชื่อมโยงเื่ราวต่างๆ เข้าด้วยกันอย่างเป็ตุเป็ตะ ไป๋ซาน พ่อของนางเป็ขุนนางกังฉินที่้าควบคุมกองทัพ การส่งลูกสาวมาแต่งงานก็เพื่อเป็ 'นางนกต่อ' คอยสืบความเคลื่อนไหว และการที่นางยอมพลีกายอย่างว่าง่าย ยอมทนเ็ป ยอมถูกกระทำย่ำยีโดยไม่ปริปากบ่น ก็เพื่อให้เขาวางใจ เพื่อที่จะได้ล้วงความลับราชการไปบอกพ่อและชู้รักของนาง
"คิดจะใช้ร่างกายแลกความลับงั้นหรือ"
มือหนาหยิบพู่กันขึ้นมาอีกครั้ง แต่คราวนี้เขาหักมันทิ้งคามือจนด้ามไม้ไผ่แตกละเอียด
เปรี้ยะ!
"ในเมื่อเ้ากล้าลงทุนใช้แผนสาวงามเอาเรือนร่างของเ้าเป็เดิมพัน ข้าก็จะสนองให้สาสม ข้าจะตักตวงความสุขจากร่างกายของเ้าจนคุ้มค่า แต่จะไม่มีวันมอบหัวใจหรือความลับใดๆ ให้เ้าเด็ดขาด ไป๋ลั่ว!"
รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏขึ้นบนใบหน้าแม่ทัพหนุ่ม ความสงสารที่เคยมีเมื่อครู่มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความมุ่งมั่นที่จะใช้ร่างกายนางเป็เครื่องมือระบายความใคร่ และใช้ความเ็ปของนางเป็เครื่องมือแก้แค้นตระกูลไป๋ให้สาสม
"เตรียมตัวไว้เถอะ... คืนนี้ข้าจะไม่ปรานีเ้าแน่ นางจิ้งจอกร้อยเล่มเกวียน!"