วันเวลาผ่านมานานนับเดือนซีซีและซีเหมยเรียนรู้ทุกสิ่งในที่ๆเธอทั้งสองอาศัยอยู่พวกเธอต่างแปลกใจในสิ่งที่พบเจอภพนี้มีสิ่งที่เรียกว่าพลังภายในและความสามารถที่เกินบรรยายพวกเธอต่างกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้โชคดีที่พ่อบุญธรรมของเธอนั้นใจดีรับปากว่าจะสอนทุกสิ่งให้พวกเธอซึ่งแตกต่างจากสตรีนางอื่นที่มักจะสนใจแค่เื่ทำอาหารและเย็บปักถักร้อยมากกว่า
สิ่งแรกที่พวกเธอได้เรียนรู้คือการรวมลมปราณที่วิ่งทั่วทั้งร่างของพวกเธอให้อยู่นิ่งเสียก่อนไม่งั้นธาตุไฟอาจเข้าแทรกได้
ซีซีใช้เวลาแค่สองอาทิตย์ในการฝึกส่วนซีเหมยใช้เวลาสามอาทิตย์เพราะเธอมัวแต่สนใจสิ่งรอบข้างจนไม่สามารถรวบรวมสมาธิได้เหมือนนิสัยที่ชอบอยู่เงียบๆคนเดียวในชาติก่อนจะหล่นหายไปเสียแล้วกว่าจะฝึกถึงขั้นที่ท่านพ่อกำหนดให้ซีซีก็ฝึกวิชาตัวเบาล่วงหน้าก่อนหลายวันแล้ว
"ทำยังไงดีวิชาตัวเบาของข้าไปไม่ถึงไหนเลย"
ซีเหมยพูดพลางกลิ้งไปมาบนที่นอนั้แ่มาอยู่ที่นี่ก็เธอมีความสุขมากไม่ต้องทนทรมานกับโรคประจำตัวอีกต่อไปแถมยังมีพลังและฝึกวิชาได้ด้วย
"ลงจากเตียงแล้วไปอาบน้ำก่อนพวกเราต้องรีบเข้านอนพรุ่งนี้ยังต้องตื่นแต่เช้าอีก"
"ก็มันตื่นเต้นนี่เ้าค่ะพรุ่งนี้จะได้ออกจากบ้านเสียทีจะได้ไปดูโลกภายนอกกันแล้ว"
พรุ่งนี้ท่านพ่อของพวกนางจะพาไปฝึกวรยุทธ์ที่ตีนเขามันเป็ที่ดินที่ฮ่องเต้ประทานให้เมื่อนานมาแล้วท่านพ่อแสร้งออกอุบายว่าจะไปดูที่เพื่อปลูกบ้านพักให้บุตรบุญธรรมทั้งสองเพื่อเป็การไม่สงสัยของผู้ไม่หวังดีทั้งหลาย
"เ้าค่ะๆท่านพี่ซีซี"
ซีเหมยพูดกวนๆก่อนรีบวิ่งเข้าห้องน้ำไปเธอนึกขำกับคำเรียกขานของอีกฝ่ายในตอนวันแรกที่รับพวกเธอเป็ลูกบุญธรรมฮูหยินถามว่าใครมีอายุมากกว่ากันเพื่อที่จะได้เรียงตามศักดิ์ถูกซีเหมยถึงกับรีบออกตัวว่าอายุนางน้อยเดือนกว่าควรเป็น้องฮูหยินเองพอได้เห็นท่าทางที่ยกไม้ยกมือตอบก็รู้สึกเอ็นดูนางมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม ที่จริงซีซีกับซีเหมยนั้นก็เหมือนห่างกันหนึ่งปีเธอเกิดวันที่1มกราคมส่วนยัยซีเหมยเกิดวันที่31ธันวาคมถึงจะพ.ศเดียวกันแต่ก็ต่างกันมากโข
เช้านี้ที่จวนเ้าเมืองคึกคักเป็พิเศษเ้าเมืองที่งานยุ่งไม่ค่อยมีเวลาออกจากจวนได้มีวันที่ออกจากจวนเสียทีแถมการยังพาสองสาวออกไปด้วยทำให้หนุ่มน้อยใหญ่ต่างรอพบเจอสักครั้งเพราะเสียงคำร่ำลือถึงความงามของสองสาวดังไปทั่วเมืองแล้วทุกวันข้ารับใช้ผู้ชายต้องคอยตรวจตราไม่ให้คนลอบเข้าจวนเพียงเพื่อมาพบหน้าคุณหนูของพวกเขาช่างไม่เกรงกลัวจะถูกลงโทษกันบ้างเลย
พอได้เวลาท่านเ้าเมืองก็ขี่ม้านำหน้าขบวนโดยมีทหารคอยคุ้มครองข้างกายแถมรถม้าที่ตกแต่งอย่างโอ่อ่าก็มีร่างของหญิงสาวทั้งสองนางอยู่ในนั้นหนุ่มน้อยใหญ่ต่างชะเง้อมองแต่ก็เห็นเพียงแค่เงารางๆ
ต่างก็พากันผิดหวังไปตามๆกันแต่เมื่อรถม้าเคลื่อนผ่านกลับมีกลิ่นหอมอ่อนๆที่แสนเย้ายวนมาปลอบใจเหล่าชายหนุ่มทั้งหลายแทนไม่ถึงกับเสียเวลาไม่เจอหน้าได้แค่กลิ่นก็ยังดี
นางทั้งสองกำลังง่วนกับการกินขนมที่แม่บุญธรรมทำไว้ให้พวกเธอกินระหว่างทางต่างหาได้สนใจสิ่งรอบกายเพราะการเป็จุดเด่นคงไม่ใช่เื่ดี(ช้าไปแล้ว)
สองชั่วโมงกับการนั่งรถม้าทำให้ก้นของพวกเธอแทบระบบพาหนะอันนี้คงไม่เหมาะกับคนยุคใหม่อย่างพวกเธอคิดถึงรถยนต์ชะมัดเลยแต่ไม่ทันบ่นเสร็จรถม้าก็หยุดวิ่งเสียแล้ว
"ถึงที่หมายแล้วขอรับคุณหนู"
เสียงทหารดังขึ้นก่อนที่สาวใช้ที่ตามมาจะเปิดม่านยื่นมือรับเป็หลังยึดให้ทั้งสองท่านลงจากรถม้า สถานที่ๆพวกเธอมาเป็ป่าไผ่ที่กว้างมากนึกว่าจะมีแค่ในหนังเสียอีกทั้งสองต่างยิ้มเมื่อนึกถึงหนังเื่โปรดที่พวกเธอเคยดูกันฉากใหญ่ของเื่นั้นๆก็ชอบมีป่าไผ่เป็โลเคชั่นหลักจนจบเื่
"พวกเ้าทั้งสองเดินตามพ่อมาทหารดูแลบริเวณโดยรอบไว้ข้า้าความเป็ส่วนตัว"
ท่านพ่อเดินนำเข้าไปอีกสักเล็กน้อยก็โผล่อีกฟากของป่าไผ่โธ่ อุส่าคิดว่าจะได้ซัดพลังตัดต้นไผ่ซะหน่อย
ท่าทางที่ผิดหวังของทั้งสองสาวช่างน่าขันแกมน่าเอ็นดูนิดๆทำเอาท่านเ้าเมืองต้องกระแอมเรียกสติ
"อืม ที่นี่เป็ที่ฝึกวรยุทธ์ของพ่อมันคงจะรองรับพลังของพวกเ้าได้ไหนลองแสดงพลังของพวกเ้าให้พ่อดูหน่อย"
ทั้งสองสาวหลับตายืนนิ่งสักครู่ก่อนที่จะปล่อยแรงกดดันพลังออกมาและมีท่าทางที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
แรงกดดันทำไมมันมากขนาดนี้กันมากกว่าครั้งแรกที่เห็นในจวนเสียอีก
"พอก่อนลูกประเดี๋ยวสัตว์ที่อาศัยอยู่แถวนี้คงได้แตกตื่นกัน" ท่านเ้าเมืองรีบหยุดบุตรสาวเมื่อพวกสัตว์ป่าโดยรอบส่งเสียงร้องออกมา
"ท่านพ่อข้ายังมีเื่ให้ท่านช่วยดูเ้าค่ะพวกข้าไม่แน่ใจแต่อยากให้ท่านได้เห็นก่อน"ซีซีรีบแจ้งต่อพ่อบุญธรรมของตน
"พวกเ้ายังมีสิ่งใดที่เก็บซ่อนพ่ออยู่อีกหรือ"ตงโฉหาได้โกรธไม่ ลองพวกนางไม่กล้าบอกคงต้องเป็เื่ที่สำคัญมากแน่ๆ
ซีซีหันไปพยักหน้าให้ซีเหมยก่อนที่จะหยิบดาบออกมาจากกำไลของพวกนางมันเหมือนการเล่นกลที่สามารถหยิบสิ่งของออกมาโดยไม่ได้พกมันไว้ซึ่งพวกนางก็ชอบนะ
"พวกเ้าทำได้อย่างไร"แม้มีวรยุทธ์สูงก็ไม่อาจซ่อนดาบไว้กับตัวได้ถ้าไม่ใช้สิ่งของวิเศษหรือกำไลจะเป็สมบัติวิเศษ!!โอ้บุตรสาวช่างมีวาสนาแท้ๆ
"คงเป็พรของท่านเทพนะเ้าค่ะยังมีอีกนะเ้าค่ะ"
สีหน้าใของเ้าเมืองตงโฉที่เกิดมาไม่เคยพบเื่ประหลาดเท่าครั้งนี้อีกแล้วลูกสาวทั้งสองใช่มนุษย์จริงๆหรือเก่งเกินไปแล้ว
พูดจบทั้งสองต่างร่ายรำเพลงดาบที่อยู่ในหัวของพวกนางออกมาเป็ท่วงท่าที่อ่อนช้อยงดงานแต่ดุดันแข็งแกร่งช่างเป็เพลงดาบที่อันตรายเสียจริงสิ่งเหล่านี้หากใช้ไปในทางที่ถูกคงจะมีประโยชน์มากแต่หากถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดล่ะตงโฉได้แต่ส่ายหัวไม่บุตรีของเขาจะไม่มีทางหลงผิดเป็แน่
ท่วงท่าสุดท้ายจบลงพวกนางก็เดินมาหาท่านพ่อทันที
"เป็อย่างไรบ้างเ้าค่ะท่านพ่อช่วยชี้แนะด้วยเ้าค่ะ"
หาได้มีที่ติไม่งดงาน ดุดัน แข็งแรง จะมีเพียงแค่เสริมสิ่งที่มีอยู่ให้ชัดเจนกว่าเดิมเท่านั้น
"เพลงดาบที่เ้าใช้คือเพลงดาบอะไร" เขาหันไปถามซีซีก่อนเพราะดูเหมือนซีเหมยจะเหนื่อยหอบอยู่
"เป็เพลงดาบบุปผาซ่อนเงาค่ะท่านพ่อแล้วดาบที่ลูกถืออยู่คือดาบไร้เงาเ้าค่ะ"
"ส่วนของลูกเป็เพลงดาบแสงจันทร์เริงระบำ ดาบที่ใช้คือดาบเสี้ยวจันทร์เ้าค่ะ"
ซีเหมยที่หายเหนื่อยแล้วรีบต่อท้ายในส่วนของนางทันทีก่อนจะยิ้มแย้มส่งให้พี่สาว
เป็เพลงดาบที่ร้ายอาวุธที่ใช้ยิ่งร้ายกว่าเขามองพินิตดาบของซีซีและซีเหมย
"พ่อขอดูดาบของเ้าหน่อยซิซีซี"
นางยื่นดาบให้ท่านพ่อดูอย่างว่าง่ายนางก็อยากได้คำอธิบายจากคนเห็นโลกมามากอย่างท่านพ่อของเธอ
"ตัวด้ามจับมีลายหงส์สลักอยู่พู่แดงคมดาบสีดำเงาน้ำหนักเบาแต่มองดูดีๆตัวดาบนั้นใสมองทะลุผ่านได้อืมช่างน่าพิศวงแท้ ตงโฉลองนำไปฟันเข้าที่ก้อนหินใหญ่ก็ปรากฏว่าหินขาดเป็สองท่อนตามคมของมีดอืมน่าสนใจเขายื่นดาบคืนให้ซีซีก่อนที่จะหันมาทางซีเหมยบุตรีคนเล็ก
"ขอพ่อดูดาบของเ้าทีซีเหมย "
ซีเหมยรีบยื่นให้ทันทีเธอก็อยากรู้เหมือนกันว่าดาบของเธอจะพิเศษเหมือนของซีซีหรือไม่
"อืมของเ้าด้ามจับมีลายนกยูงรำแพนหางพู่สีฟ้าเข้ม คมดาบสีม่วงใสมองทะลุได้เหมือนกัน" ว่าจบเขาก็ลองใช้ดาบฟันเข้าที่ก้อนหินใหญ่และผลก็ออกมาเหมือนกัน
"พวกเ้าจะต้องรักษาตัวให้อยู่ในคลองธรรมอย่าได้คิดอ่านไปในทางไม่ดีเพราะสิ่งที่ได้มานั้นมีค่าและอันตรายไปในตัวเหมือนดาบสองคม"
หวังว่าพวกนางทั้งสองจะเข้าใจความหวังดีของเขา
"เ้าค่ะท่านพ่อพวกเราจะเป็คนดี"แต่ถ้าใครคิดร้ายทำให้ครอบครัวเธอเดือดร้อนก็ขอเว้นไว้ละกัน
"ข้ากลัวใจเ้าที่สุดซีซีจากที่เห็นฝีมือเ้าเพลงดาบของเ้ามันซื่อตรงตามความรู้สึกของเ้าเกิดไป"
"ข้าไม่เข้าใจสิ่งที่ท่านพ่อกล่าว"
"ความรู้สึกที่อยากปกป้องความรักยุติธรรมของเ้ามันดีแต่บางสิ่งก็ต้องปล่อยวางให้เป็ตามลิขิต์อย่าได้ยึดติดกับสิ่งที่ไม่มีจริงเลย"
ท่านพ่อคงจะเดาออกว่านางรู้เื่ของตระกูลรองที่หวังจะแย่งชิงตำแหน่งเ้าเมืองแถมยังส่งคนมาลอบฆ่าพ่อของเธออย่างต่อเนื่องไม่ให้เธอโมโหได้ยังไงก็ท่านพ่อออกจะเป็คนดีเธอคงไม่ยอมให้ถูกกระทำฝ่ายเดียวหรอก
"ท่านพ่ออย่าคิดมากเลยเ้าค่ะข้ามีเื่สงสัยอยู่อีกข้อ"ซีเหมยรีบเปลี่ยนเื่เธอรู้ใจของซีซีดีกว่าใครตระกูลรองคงไม่ได้อยู่เป็สุขและแน่นอนเธอต้องร่วมมือในการแก้แค้นครั้งนี้อยู่แล้ว
"ยังมีอะไรที่เ้าไม่เข้าใจหรือ"ตงโฉหันมาถามซีเหมยบุตรีคนเล็กของเขา
"พรสามข้อที่ท่านให้ไปเลือกหินสีนะคะท่านพ่อคิดเห็นว่าอย่างไรข้าคิดอย่างไรก็ไม่เข้าใจเลย"
"อืมหินสีที่ท่านเทพหนี่วาให้พวกเ้าเลือกนะหรือถ้าพ่อเดาไม่ผิดในการเลือกแต่ละก้อนแต่ละครั้งแต่ละสีคงมีความหมายแฝงอยู่ที่พวกเ้าเลือกก้อนแรกสีอะไรหรือ"แม้จะได้ฟังมาบ้างแต่เขาก็ไม่ได้ถามถึงอีกเลยั้แ่วันที่พูดคุยกันครั้งแรก
"ของข้าสีแดง"ซีซี
"ของข้าสีฟ้า"ซีเหมย
"อืมสีแดง สีฟ้าก็น่าจะเป็พลังธาตุของพวกเ้าสีแดงคือไฟสีฟ้าคือน้ำแล้วก้อนที่สองล่ะ"
"ของข้าสีดำ"ซีซี
"ของข้าสีม่วง"ซีเหมย
"สีดำ สีม่วงน่าจะเป็การเลือกเพลงดาบและอาวุธของพวกเ้าแล้วก้อนสุดท้ายล่ะ"
"ของข้าสีขาว"ซีซี
"ของข้าสีชมพู"ซีเหมย
"อันสุดท้ายที่พวกเ้าเลือกนั้นน่าจะเป็นิสัยของพวกเ้าสีขาวความชอบยุติธรรมและเสียสละให้ส่วนรวมสีชมพูการให้อภัยและความรักที่มีให้ทุกคนดูเหมือนสิ่งนี้พ่อจะมั่นใจที่สุดแล้วล่ะ"ท่านพ่อของพวกนางช่างวิเคราะห์ได้โดนใจเสียจริงแต่หารู้ไม่ว่าซีเหมยนั้นมีนิสัยดื้อเงียบถ้าหากใครมาทำอะไรให้คนในครอบครัวเธอเจ็บแล้วละก็เธอก็เลือกที่จะกลายร่างเป็จงอางหวงไข่ทันที
สายตาของบุตรคนเล็กช่างไม่น่าไว้ใจเสียจริงหรือเขาจะคิดมากไปตงโฉได้แต่ปัดความรู้สึกนี้ทิ้งไป