“จื่อิ…จื่อิ…ข้าจะฆ่าท่าน!”
เสียงิญญาหลอนแผดเสียงโหยหวนข้างหูรอบกายจื่อิมืดมิด เปลือกตาริบหรี่จมอยู่ใต้ห้วงฝัน
แผ่นหลังของหญิงงามทำให้ถวิลหาทว่าสตรีคนงามกลับเคียดแค้นหมายจะเอาชีวิต แววตาที่มองมาไร้ซึ่งความรักใคร่ในมือถือกริดคล้ายจะคว้านหัวใจออกมาให้ได้!
“ไม่นะ!เสี่ยวชิงฟังข้าก่อน” จื่อิะโก้องจนคอเป็เอ็น ทว่าเสียงเ่าั้ไร้ประโยชน์ไม่มีใครได้ยิน ระหว่างเขาและนางคล้ายมีม่านกระจกขั้นกลางแต่จิตสังหารเข้มข้นของนางแผ่ซ่านจนน่าใ
“ตายซะเถอะ!!”เสียงสั้นห้วนหมายมั่นจะเอาชีวิต
เฮือก!!
จื่อิสะดุ้งตื่นจากฝันร้ายเหงื่อเย็นเกาะพราวบนใบหน้า ลูบม่านจักษุที่พร่าเลือนเห็นไป๋เจี้ยนยืนข้างกาย เดาได้ว่าจื่อิรู้สึกตัวตื่นเพราะไป๋เจี้ยนปลุก
“ข้าฝันแบบนี้อีกแล้ว”
จื่อิถอนหายใจออกมายาว ๆใบหน้าเคร่งเครียด หว่างคิ้วขมวดมุ่น หัวไหล่ลู่ตกเหมือนลูกนกเปียกฝนน้อยคนนักที่จะได้เห็นจื่อิในตอนที่อ่อนแอขนาดนี้
อันที่จริงเมื่อหลายปีก่อนมีเื่สลดเกิดขึ้น ซึ่งไม่ว่าวันเวลาผ่านไปนานแค่ไหนก็ไม่สามารถลบเลือนเื่ราวในอดีตได้ตรงกันข้ามคือกลายเป็แผลลึกทับถมในใจจื่อิไม่เสื่อมคลายน้ำเสียงปีศาจร้ายคอยหลอกหลอนตอกย้ำเจียนคลั่ง
ไม่นานนักสติไหลคืนสู่ร่างอย่างแรกที่ถามถึงคือหลินเซียว
“หลินเซียว!!เป็อย่างไรบ้าง”
จื่อิแทบไม่นึกถึงตัวเองร่างกำยำตะกายลงจากเตียง โซซัดโซเซคล้ายผู้เฒ่าหัดเดิน
“นางร้องไห้จนหมดสติไปขอรับ”
ไป๋เจี้ยนพูดเสียงเบา ดวงตาของเขาแดงก่ำประหนึ่งเพิ่งผ่านการร้องไห้หนักมาเช่นกัน
ยิ่งได้ยินคำพูดของไป๋เจี้ยนจื่อิร้อนใจไม่อาจชักช้า โทษตัวเองที่ก่อนหน้านี้อาการบ้าบอพวกนี้ดันมากำเริบไม่เช่นนั้นคนที่ปลอบโยนหลินเซียว อยู่ข้างกายหลินเซียวควรเป็ซ่งจื่อิคนนี้!
จื่อิเดินค้ำผนังห้องไล่ไปตามทางเดินอย่างทุลักทุเลมืออีกข้างกุมหน้าอก สีหน้าไม่สู้ดี ใต้ตาดำคล้ำฝีเท้าหยุดนิ่งบริเวณเรือนส่วนหน้า พบต้วนฮูหยินเดินสับเท้าไปมากระวนกระวายถัดไปสาวใช้สองคนก้มหน้า ถือชามน้ำแกงและถาดขนมหวานที่หลินเซียวชอบ
“นางเด็กอ้วนคนนั้นขังตัวเองหลายชั่วยามแล้วเราพังเข้าไปเถอะ” ต้วนฮูหยินขอความเห็นจากสาวใช้คนสนิท
“แบบนั้นจะยิ่งทำให้หลินเซียวใเ้าค่ะ”
มือซ้ายยกขึ้นมากดขมับเบา ๆต้วนฮูหยินเป็ทุกข์ใจ ครู่หนึ่งปรายหางตาพบจื่อิเข้าผู้เป็มารดาเร่งปรี่ตัวเข้าหาบุตรชายอย่างกระตือรือร้นทว่าต้วนฮูหยินไม่ได้ถามไถ่อาการป่วยกำเริบของจื่อิแม้แต่น้อย เอาแต่พูดเื่หลินเซียวไม่ขาดปาก
ท่าทีและสายตาของต้วนฮูหยินเห็นหลินเซียวเป็ลูกหลานเข้าไปทุกวัน
“ิเอ๋อร์ลูกมาก็ดีแล้วช่วยมารดาของเ้าเอาใจหลินเซียวหน่อยเถอะ”
จื่อิ -*-! “เอาใจหลินเซียว??”
ได้ยินสิ่งนี้หลุดจากปากมารดาอาการป่วยกำเริบก่อนหน้ามลายสิ้นหายเป็ปลิดทิ้ง
เอาล่ะ! หลินเซียวอยู่คนเดียวนานเกินไปแล้ว
จื่อิออกหน้าผละบานประตูอย่างระมัดระวังปฏิเสธไม่ได้ว่าห้วงคำนึงแรก คาดว่าภายในห้องจะต้องรกรังไปด้วยซากปรักหักพัง ข้าวของกระจัดกระจายแต่ทว่าครั้นเปิดประตูเข้าไป ด้านในเงียบเหงาเย็นเยียบผิดปกติ
บนเตียงนอนขนาดเล็กไม่มีใครอยู่ ขนมบนโต๊ะน้ำชาเหลือครบทุกชิ้นหลินเซียวแทบไม่แตะต้องอะไรเลย ตรงนั้นมีเพียงหน้าต่างหนึ่งบานเปิดรับลมหลินเซียวรู้ความไม่ทำลายข้าวของเลย ทั้งที่นางเสียใจมากขนาดนั้นควรระบายอารมณ์ออกมาถึงจะถูก
“ไม่ใช่ทุกคนจะระบายอารมณ์ด้วยการฆ่าคนและใช้ความรุนแรงตัดสินปัญญาเฉกเช่นบุรุษหรอกนะขอรับ”
จู่ ๆไป๋เจี้ยนผุดประโยคนี้ออกมาราวกับว่าอ่านใจจื่อิออกทว่าประโยคสั้นเพียงเท่านี้กลับตำใจจื่อินักลืมไปเลยว่าหลินเซียวเป็แค่เด็กไร้เดียงสาคนหนึ่ง บางครั้งเ้าเล่ห์เหมือนจิ้งจอกบางครั้งฉลาดเหมือนปราชญ์ บางครั้งี้เีเหมือนหมู บางครั้งน่าชังนักแต่ว่านางก็เป็แค่เด็กคนหนึ่ง ที่จากบ้านมาไกล พรากจากคนที่รักบัดนี้มาเสียมารดาไปอีก
ั์ตาจื่อิเศร้าหม่นฉาบไปด้วยคลื่นของความเห็นใจไม่นานนักม่านตาที่หดแคบเบิกกว้างพลัน เห็นร่างกลมนั่งขดตัวหลังม่านลาง ๆปลายรองเท้าโผล่ขยุกขยิก จื่อิกวาดม่านมุ้งออก หลินเซียวนั่งกอดเข่าหัวสั่นหงัก
ใช่แล้วหลินเซียวน้อยของพวกเราแอบร้องไห้คนเดียวเงียบ ๆ
ดวงตากลมโตชุ่มชโลมด้วยหยาดน้ำตาปลายจมูกเปรอะน้ำมูกยืด ครั้นแหงนหน้าหากัน ความเสียใจทั้งปวงจุกอกเด็กน้อยพรั่งพรูออกมาดั่งธารน้ำไหลจากหน้าผาสูง ปากเล็กอ้ากว้าง แขนสั้นป้อมแผ่หลากอดหน้าขาจื่อิ "ท่านพ่ออย่าทิ้งหลินเซียวไป"
เด็กน้อย้าบิดาน่าเวทนายิ่ง!
จื่อิอุ้มก้อนหลินเซียวขึ้นบนอกแขนสองข้างอุ้มเด็กจนเคยชิน เนื้อแขนแข็งแกร่งไม่บดเนื้อนุ่มของเด็กเหมือนครั้งก่อนจื่อิอ่านตำราการอุ้มเด็กจนแตกฉาน ตอนนี้อุ้มหลินเซียวได้ถูกวิธีมือหนึ่งโอบหลังหัว จากนั้นค่อยเลื่อนลงมาลูบกลางหลัง
“เอาล่ะบิดาของเ้าอยู่ที่นี่แล้ว ไม่ร้องนะ”
การปรากฏตัวของจื่อิบรรเทาความเสียใจของหลินเซียวได้บ้าง เด็กน้อยเริ่มสงบลง ยอมให้ท่านย่าป้อนยายอมให้พี่สาวใช้ป้อนขนม ทว่าดวงตาสดใสเศร้าหม่นเปื้อนคราบน้ำตารอมร่อ
จื่อิอยู่เป็เพื่อนหลินเซียวหลายชั่วยามกระทั่งเด็กหญิงผล็อยหลับคาตัก บัดนี้ปลีกตัวออกมานั่งสงบใจใต้ชาญศาลาพูดกับไป๋เจี้ยนหนักแน่นหมายจะตามหาคน
“ต้องรีบสืบหาบิดาตัวจริงให้พบ!”
นั่นเป็หนทางเดียวที่จะทำให้เด็กหญิงหลุดพ้นจากความโศกเศร้าเสียใจ!
ไป๋เจี้ยนค้อมศีรษะประสานมือตามระเบียบนอบน้อมแล้วกล่าวว่า
“อย่างนั้นงานเลี้ยงวันพรุ่งนี้?”
จื่อิลืมไปเลยว่าพรุ่งนี้คือวันเกิดของตนทุกปีจัดงานเลี้ยงเสริมบารมี อย่างนั้นก็ให้ทุกอย่างดำเนินเหมือนเฉกเช่นเคยเถอะจื่อิคลึงนิ้วมือนวดขมับ มือหนึ่งปัดให้ไป๋เจี้ยนไปทำตามหน้าที่
“รับทราบขอรับ”
*****
เช้าวันต่อมา อรุณเบิกฟ้าเสียงนกเจื้อยแจ้วร้องขับขานเป็ลำนำ
ขึ้นสิบห้าค่ำ เดือนสิบเอ็ด สารทลาลับสู่เหมันต์ฤดูหน้าหนาวปีนี้มาเร็วเสียจริง
ประเมินโมงยามบนน่านฟ้าคาดคะเนว่าเป็ยามเฉิน จวนราชเลขาสกุลซ่งครึกครื้นแต่เช้าแเื่จำนวนมากแวะเวียนมายินดี ส่วนใหญ่ถือของขวัญราคาแพงมอบเป็น้ำใจ
คำอวยพรจากสหายฉู่“ขอท่านแม่ทัพสมหวังดังปรารถนา”
จื่อิ “เกรงใจไปแล้ว คนกันเองทั้งนั้น”
ซ่งจื่อิในชุดสีน้ำครามเข้มสลับทองน่าเกรงขามเครื่องหัวประดับปิ่นหยกเรียบง่าย ลักษณะภายนอกฉาบด้วยอำนาจบารมีทว่าจื่อิยิ้มแย้มผ่อนปรนต้อนรับแขก ถือลักษณะเ้าบ้านเ้าเรือนที่ดี
ไม่นานนักปากทางเข้าเริ่มว่างเว้น เรือนรับรองโอ่อ่ามีเสียงสังคีตแว่ว นางระบำกล่อมเกลาแขก สุราดีประเคนไม่ขาดตกบกพร่องงานเลี้ยงที่ว่าเล็ก เมื่อประเมินด้วยตาเนื้อก็ใหญ่โตทีเดียว
วันเกิดของต้าซือหม่าต้าเจียงจวินจัดแค่ปีละหน ใครบ้างกล้าปฏิเสธไมตรี ขุนนางหัวขาวหัวดำหยิบยื่นคำเยินยอปอปั้นไม่ขาดปาก
งานเลี้ยงเพิ่งดำเนินไปครึ่งชั่วยามหลินเซียวอดทนต่อกลิ่นหอมของอาหารไม่ไหวั้แ่เมื่อวานกินแค่ยากับขนมไม่กี่ชิ้นเท่านั้น จิตใจห่อเหี่ยวบอกว่าไม่สนทว่าพุงน้อยคำรามโครกครากเหมือนสิงโต
“ทุกคนมาค้าขายกับท่านพ่อหรือ?”
หลินเซียวผลุบโผล่หลังประตู คิ้วหนึ่งข้างเลิกขึ้นเอียงคอสงสัยแล้วจึงถาม
“ไม่ใช่เ้าค่ะทุกคนมาร่วมฉลองวันเกิดให้นายท่าน” สาวใช้ข้างกายชี้แจงอย่างนั้น
วันเกิดของท่านพ่อ? O.O
“ทำไมหลินเซียวไม่รู้ล่ะ”
สาวใช้ -...- “ก็คุณหนูร้องไห้ทั้งวัน”
เด็กน้อยรู้สึกผิดที่เศร้าโศกเสียใจ จนไม่ได้อวยพรวันเกิดให้ท่านพ่อหลินเซียวพยักหน้าเข้าใจ จากนั้นกุมหน้าท้องที่หิวโหยวิ่งปรู้ดออกจากเรือนพลการ
ไม่นานนักหลินเซียววิ่งซอยเท้ามาหยุดยืนหน้าเรือนรับแขก ดวงตาคู่นั้นแวววาวเป็ประกายทั่วทั้งเรือนประดับโคมไฟงดงาม ช่อดอกไม้หลากสีวางเรียงแถวเป็กระจุกพี่สาวคนสวยเต้นได้ดี ยิ้มสวยมาก!
หลินเซียวกลับมายิ้มได้อีกครั้งหลินเซียวตัดสินใจเดินเข้าไปในงาน ปะปนกับผู้อื่นในตอนนี้เองหลินเซียวพบกับชายผู้หนึ่ง สังเกตว่ามือของเขามือแหวนหยกสวมใส่
ใจของเด็กหญิงสั่นมาก แววตาห่านเบิกกว้างนิ้วนุ่มนิ่มชูขึ้นมาขยี้ม่านจักษุ
“เจอแล้ว ท่านพ่อของหลินเซียว!”