เมื่อเห็นหญิงชราดวงตาของชายหนุ่มก็เป็ประกายขึ้นทันที เขาเหลือบมองต่งเสี่ยวเสี่ยวความหงุดหงิดแล้วรีบเดินเข้าไปหาหญิงชราด้วยท่าทีร้อนรน
ใบหน้าของเขาเปื้อนยิ้ม"คุณยายครับ หมอเสิ่นออกไปรักษาคนไข้ข้างนอกยังไม่กลับมาเลยครับ คุณยายจะรอข้างในก่อนไหมครับ?"
"รออะไรกันเล่า!"
เสียงแหลมดังขึ้นขัดจังหวะ
"แม่คะ" ผู้หญิงที่แต่งตัวทันสมัยสวมรองเท้าส้นสูง แต่งหน้าจัดจ้าน เดินเข้ามา "แม่จะเอายังไงกันแน่?ถ้ารอให้หมอแก่ๆ คนนั้นกลับมารักษาลูกชายหนูป่านนั้นเขาคงตายไปแล้ว!"
"หุบปาก!" หญิงชราขมวดคิ้ว "เฉินเฉินเป็หอบหืดต้องรักษาด้วยแพทย์แผนจีนเท่านั้น ต่อให้ไปโรงพยาบาลแผนตะวันตกก็ไม่ค่อยได้ผลหรอก"
"แม่!" หญิงสาวแผดเสียง"แม่จะรั้นไปถึงไหนกันคะ ถ้าแม่ยังเป็แบบนี้ เขาตายแน่!"
"หลิวซิ่วอิง แกออกไปจากที่นี่เลยนะ!"หญิงชราโกรธจนมือสั่น "มีแม่ที่ไหนพูดกับลูกตัวเองแบบนี้!ถ้าไม่ใช่เพราะแกออกไปเล่นไพ่นกกระจอกเมื่อบ่ายนี้ เฉินเฉินคงไม่..."
เมื่อถูกพูดแทงใจดำหญิงสาวเงื้อมมือมาพยายามจะแย่งลูกจากหญิงชรา
ชายหนุ่มที่เพิ่งต้อนรับต่งเสี่ยวเสี่ยวเมื่อครู่ยืนมองอยู่ข้างๆ ยืนกอดอกพิงกำแพง มองดูภาพตรงหน้าเหมือนกำลังดูละคร
เขาไม่มีสามัญสำนึกในฐานะหมอผู้มีหน้าที่รักษาชีวิตผู้คนเลยสักนิด
ต่งเสี่ยวเสี่ยวเห็นเด็กชายในอ้อมแขนหญิงชรากำลังหายใจหอบถี่ หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงเร็วมาก ใบหน้าเริ่มเขียวคล้ำมือเท้าเริ่มกระตุก
นี่เป็อาการของโรคหืดหอบจริงๆแถมยังรุนแรงมากด้วย ใบหน้าของเขาแดงจัดและดูเหมือนว่าอีกไม่นานเขาอาจจะหายใจไม่ออกแล้ว
ต่งเสี่ยวเสี่ยวรีบก้าวเท้าไปข้างหน้า
"หยุดนะ!"
จู่ๆชายร่างท้วมที่หัวล้านเกือบหมดแล้วคนหนึ่งก็วิ่งพรวดเข้ามาเขาชี้หน้าหญิงสาวที่แต่งตัวทันสมัยคนนั้น "รีบไสหัวไปซะ!เราหย่ากันแล้ว เธอยังมาที่นี่ทำไม?!'"
"ลูกไปอยู่กับเธอแค่วันเดียวเธอดูแลลูกยังไงกัน ถ้าลูกเป็อะไรไป ฉันจะจัดการเธอซะ!" ชายร่างท้วมด่าทอเสียงดัง ตัวของเขาสั่นเทิ้มต่งเสี่ยวเสี่ยวหรี่ตาลงพิจารณาเล็กน้อย
ผู้ชายคนนี้ก็ดูป่วยเหมือนกัน
หญิงสาวเลิกแย่งลูกจากหญิงชรากลับมายืนกอดอกด้วยท่าทีหยิ่งๆ "ใครใช้ให้ลูกไปหาฉันกันล่ะ?"
"นึกว่าฉันอยากให้ไปนักรึไง!"หญิงสาวพูดพลางแค่นเสียงและกลอกตาแม้แต่ต่งเสี่ยวเสี่ยวที่ยืนอยู่มุมห้องก็ถูกตวัดตาใส่
จากนั้นจึงสะบัดก้นเดินออกจากร้านไปขึ้นรถสีดำที่จอดอยู่ข้างนอก
"หมอเสิ่นไม่อยู่จริงๆ เหรอคะ?"หญิงชราโกรธจนแทบบ้า แต่ก็รู้ว่านี่ไม่ใช่เวลามาทะเลาะกันเธอมองชายหนุ่มด้วยสายตาอ้อนวอน
ชายหนุ่มหาวหวอดๆ"คุณยายครับ หมอเสิ่นออกไปข้างนอก เดี๋ยวอีกสักพักก็กลับมาครับเชิญรอข้างในก่อนนะครับ"
"รอไม่ได้หรอก!" ชายร่างท้วมร้อนใจเหงื่อท่วมตัว "แม่ครับหรือว่าเราไปโรงพยาบาลก่อนดีไหมครับ อย่างน้อยก็ประคองอาการเฉินเฉินไว้ก่อนแล้วพรุ่งนี้ค่อยกลับมาหาหมอเสิ่น?"
หญิงชราลังเลอย่างเห็นได้ชัด
"พ่อหนุ่มเธอเรียนกับหมอเสิ่นมานานแล้ว เธอช่วย..." หญิงชราพูดได้เพียงครึ่งเดียวชายร่างท้วมก็รีบร้อนขัดจังหวะ "ไม่ได้ ไม่ได้จะให้หมอเถื่อนรักษาลูกชายผมไม่ได้เด็ดขาด"
ดวงตาของชายหนุ่มเป็ประกายหญิงชราคนนี้พาหลานชายมาหาอาจารย์ของเขาบ่อยเขารู้ดีว่าอาจารย์ของเขามักจะฝังเข็มตรงไหนบ้าง...
"แน่นอนครับ" ชายหนุ่มลดมือลง "ผมเรียนกับอาจารย์มานานอีกอย่างเฉินเฉินก็เป็คนไข้ประจำของเรา ผมทำได้ครับ"
ท่าทางของชายหนุ่มดูเหยาะแหยงต่งเสี่ยวเสี่ยวได้ยินแบบนั้นแล้วก็ขมวดคิ้ว
เขาทำได้จริงๆ เหรอ?
ตอนที่ต่งเสี่ยวเสี่ยวเรียนแพทย์แผนจีนอาจารย์แพทย์แผนจีนเคยบอกว่า ไม่ว่าที่ไหนเมื่อไหร่ต้องถือเอาการช่วยชีวิตคนเป็หน้าที่ของตัวเอง
ต้องมีเมตตาจิตกว้างขวางและมีคุณธรรมอันยิ่งใหญ่
"ตามผมมาครับ" ชายหนุ่มคิดแผนการในใจ เขารู้ฐานะของหญิงชราและรู้ด้วยว่าชายร่างท้วมร่ำรวยแค่ไหน
ถ้าเขาสามารถรักษาเด็กคนนี้ตามวิธีที่อาจารย์เคยทำได้พอได้ค่ารักษาในคืนนี้ เขาก็จะหนีไปจากที่นี่และใช้ชีวิตอย่างอิสระ!
เขาจะได้ไม่ต้องทนอยู่ในคลินิกเล็กๆนี่ไปตลอดชีวิต
เขาพาคนทั้งสองเดินเข้าไปข้างในต่งเสี่ยวเสี่ยวก็เดินตามชายร่างท้วมไปด้วย
ชายร่างอ้วนดูรู้สึกไม่สบายใจจริงๆระหว่างที่เดินเข้าไป สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความกังวล"แม่ครับ หรือว่าเราไปคลินิกแพทย์แผนจีนที่อื่นดีไหมครับ?"
ชายร่างท้วมรู้ดีว่าแม่ของตนเองดื้อรั้นขนาดไหนแต่เขาก็ยังรู้สึกว่าชายหนุ่มคนนี้ไม่น่าไว้ใจ
"พอได้แล้วตอนนี้เฉินเฉินสำคัญที่สุด"
หญิงชราพยายามเกลี้ยกล่อมอีกครั้งก่อนจะวางเด็กลงบนเตียงที่ใช้รักษาคนไข้เป็ประจำชายหนุ่มหยิบชุดเข็มเงินออกมาจากลิ้นชัก ทำท่าทางเหมือนเป็ผู้เชี่ยวชาญ
พอต่งเสี่ยวเสี่ยวเห็นเข็มเงินดวงตาของเธอก็เป็ประกาย นี่เป็เข็มเงินชั้นดี ถ้าเธอมีไว้สักชุดก็คงดี!
ชายหนุ่มกำลังฝันหวานแต่พอเห็นเด็กน้อยชักเกร็งทั้งตัว หน้าแดงก่ำมือของเขาก็สั่นจนไม่รู้จะลงเข็มตรงไหน
หญิงชรายืนพนมมือหลับตาลงอธิษฐานอย่างตั้งใจ นี่เป็สิ่งที่หญิงชราในยุคนี้มักจะชอบทำกัน
ต่งเสี่ยวเสี่ยวได้แต่ส่ายหัวมือของชายหนุ่มสั่นไม่หยุด พอเห็นเด็กน้อยชักเกร็ง เขากลับไม่กล้าฝังเข็มลงไป
เธอแค่นเสียง "ถ้ายังฝังเข็มไม่ถูกอีก เด็กคนนี้คงไม่รอดแล้ว!”
ต่งเสี่ยวเสี่ยวยืนกอดอกอยู่ที่ประตูชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมาเห็นเธอ ก็ไล่เธอออกไปทันที "เธอเป็ใครกัน! ที่นี่เป็ห้องรักษา คนนอกห้ามเข้ามา เธอไม่รู้กฎเหรอ?!”
"ฉันไม่รู้กฎหรอก"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวยิ้มอีกครั้ง"ไม่มีความสามารถ แต่กลับกล้าจับเข็มเงินเล่มนี้จุดนั้นคือจุดเฟิงกวน [1] ถ้านายฝังเข็มลงไปเด็กที่เป็หอบหืดจะชักไม่หยุด ไม่เกินสิบห้านาที..."
ต่งเสี่ยวเสี่ยวยังพูดไม่ทันจบชายหนุ่มก็ฝังเข็มเงินลงไปในจุดที่ต่งเสี่ยวเสี่ยวเพิ่งพูดถึง
"เธออย่ามาพูดจาเหลวไหล"เขาเงยหน้าขึ้นด่าหลังจากฝังเข็มลงไปแล้ว "อาจารย์ของผมก็ฝังเข็มตรงจุดนี้เวลาที่รักษาเด็กคนนี้!"
พูดยังไม่ทันขาดคำเด็กที่นอนอยู่บนเตียงก็เริ่มตัวสั่นมากขึ้น แถมยังหายใจติดขัดกว่าเดิมใบหน้าก็ม่วงคล้ำขึ้นเรื่อยๆ
ชายหนุ่มใชายร่างท้วมรีบวิ่งเข้าไปะโเสียงดัง "เฉินเฉินเฉินเฉิน!"
หญิงชรารีบวิ่งเข้าไปด้วยมือของชายหนุ่มสั่นไปโดนของบนตู้ข้างๆ ของหล่นลงมากระจัดกระจายเต็มพื้นห้อง
"ถ้าลูกชายฉันเป็อะไรไปฉันไม่เอาแกไว้แน่!" ชายร่างท้วมพูดพลางจะอุ้มลูกออกไปต่งเสี่ยวเสี่ยวก็ก้าวเท้าเข้าไปข้างหน้า "ฉันทำเอง!"
เธอพูดพลางหยิบเข็มเงินขึ้นมามือหนึ่งกดลงบนหน้าอกของเด็กชาย จากนั้นก็ฝังเข็มลงไปอย่างรวดเร็ว
ชายร่างท้วมยังไม่ทันได้พูดอะไรเข็มเงินสามเล่มก็ฝังเข้าไปบนร่างกายแล้ว
เข็มเงินสามเล่มฝังลงบนหน้าอกอย่างมั่นคงเด็กชายตัวน้อยหยุดชักกระตุกแล้ว สีหน้าที่เคยเขียวคล้ำก็ค่อยๆ กลับมาเป็ปกติ
ต่งเสี่ยวเสี่ยวเดินเข้ามาก่อนจะดึงเข็มเงินที่ชายหนุ่มฝังเอาไว้ออก แล้วหัวเราะเบาๆ"หมอแก่ๆ ในคลินิกคนนั้นตาบอดขนาดไหนกันนะถึงได้รับคนแบบนายมาเป็ลูกศิษย์?"
เชิงอรรถ
[1] จุดเฟิงกวนเป็จุดสำคัญที่เกี่ยวข้องกับ ลมและระบบไหลเวียนของพลังงานในร่างกาย