“เสร็จแล้วเหรอ”
เสียงทักทายดังขึ้นหน้าตึกทักษะ ตงฟางที่มองไปยังดวงจันทร์บ่งบอกเวลาว่าเขาอ่านหนังสือั้แ่เช้าจนถึงกลางดึก จึงรีบหันหน้าไปหาคนที่ทักทายเขา
“คุณลุงครับ ผมมีปัญหาอยากจะถาม”
“ไม่เรียกตาแก่แล้วเหรอ ไอ้เด็กเวร”
“ใคร ผมไม่เคยเรียกใครตาแก่เลยนะ คุณลุงน่าจะฟังผิด”
“เอาล่ะถามมา แกอยากจะรู้อะไร”
“คือว่าวันนี้ผมอ่านหนังสือเยอะมาก ผมอยากรู้ว่าทักษะโลหิตสลายกระดูก มันมีขั้นที่สูงกว่าที่เขียนในชั้น 2 ไหม”
“มีสิยิ่งชั้นที่สูงขึ้นไปก็มีให้แก อยู่ที่แกจะหาเจอหรือเปล่า”
“ขอบคุณครับ อ๋อ อีกอย่างมีทักษะมารให้ฝึกไหมครับ”
ชายสวมชุดขาวลืมตามามองจ้องตงฟาง ก่อนจะปลดปล่อยเสียงหัวเราะออกมาด้วยความสะใจ
“ฮ่าๆๆ ไอ้หนู ถ้าแกอยากจะเก่งทางลัดมันยังเร็วเกินไป”
“หมายความว่ายังไงอย่างนั้นเหรอครับ”
“ทักษะมาร เป็ทักษะที่ใครต่างก็อยากได้มัน เพราะทำให้เลื่อนระดับพลังได้รวดเร็วมาก แต่วิธีการฝึกต้องแลกมากับชีวิตมากมาย แม้แกจะฆ่าสัตว์อสูรเพิ่มพลังได้ หากแกรู้ว่าการฆ่ามนุษย์เพิ่มพลังได้มากกว่าสัตว์อสูร แกคงเลือกฆ่าคน”
“แล้วมันมีทักษะไหมครับ” ตงฟางยังคงอยากรู้
“มี ทักษะมารที่แกอยากได้อยู่ชั้นบนสุดของตึกทักษะ ถ้าอยากได้ก็รีบๆแข็งแกร่งแล้วขึ้นไปดูมัน”
“ทำไมถึงต้องวางเอาไว้สูงขนาดนั้นกัน”
“ก็เพราะว่าพวกแกที่เป็เด็ก ยังไม่สามารถแยกแยะความผิดชอบชั่วดีได้ ตอนนี้ยังคงเต็มไปด้วยความโลภ หากแกได้เรียนรู้มันจะกลายเป็ผลเสียกับแก”
ตงฟางเลิกหวังกับทักษะมาร แม้เขาอยากจะได้มันแต่ชั้นสูงสุดของตึกทักษะ้าระดับพลังที่มากกว่านี้ ดังนั้นเขาจึงคิดว่าจะใช้ทักษะโลหิตสลายกระดูกไปก่อน แล้วตอนนี้ก็มีทักษะอีกมากมายให้เขาทดลองฝึก หากเขาฝึกได้เขาจะมีทักษะเอาไว้ใช้งาน โดยไม่จำเป็ต้องพึ่งทักษะมาร
สาเหตุที่เขาอยากได้ทักษะมาร นั่นก็เพราะว่าสายเืของเขาเป็สายเืัมารา เขาคิดว่าหากได้ทักษะมารมาฝึกจะทำให้เขามีเส้นทางทำให้พลังสายเืที่มีอยู่แค่ครึ่ง พัฒนาจนเต็มร้อยได้
“งั้นไปก่อนนะตาแก่”
“จะไปไหนก็ไป ไอ้เด็กเหลือขอ”
ตงฟางฉีกยิ้มแล้วเดินกลับไปยังห้องของตัวเอง ตอนนี้เขาทำภารกิจสำเร็จไปแล้วหนึ่งอย่างคือการตามหาทักษะพิษ ต่อไปเป็การทดลองทักษะมากมาย หากเขาได้คำตอบเขาจะเดินทางไปตึกสมุนไพรและยา การอาศัยอยู่ในสถาบันเขาจำเป็ต้องใช้ความรู้ที่พ่อสอนมา ค้าขายในสถาบันเลี้ยงชีพตน
“ลู่จิว หน้าแกไปโดนอะไรมา”
ตงฟางมองหน้าลู่จิวที่กำลังบวมเป่งเหมือนกับถูกใครชกมา
“อ๋อ ไม่มีอะไรก็แค่โดนต่อยตอนซักผ้า”
“แล้วใครต่อยแก”
“พวกรุ่นพี่ปีก่อนนั่นล่ะ ฉันซักผ้าเสร็จเร็วพวกมันบังคับให้ซักเพิ่ม ฉันไม่อยากทำก็เลยโดนซัด”
“แล้วพวกมันเป็ยังไงบ้าง”
“ขนจมูกหล่นไปเส้นหนึ่ง นี่ ฉันเก็บมาให้แกดูด้วย”
ตงฟางกุมขมับเขารู้ว่าลู่จิวไม่มีความสามารถชกต่อยกับรุ่นพี่ได้แน่นอน จากพลังระดับชำระชีพจรอันต้อยต่ำของลู่จิว เขาจึงไม่หวังอะไรมาก แต่การถูกชกของลู่จิวยังคงอยู่ในแผนของเขา ตงฟางจึงฉีกยิ้มให้ไป
“งั้นวันนี้ฉันให้แก 20 หินิญญาก็แล้วกันเพื่อเป็การปลอบใจ ถ้าพรุ่งนี้แกโดนต่อยอีกฉันจะให้ 20 ก้อนเหมือนเดิม”
“หมายความว่ายังไง”
“ก็หมายความว่าถ้าพวกมันหาเื่แกอีก ฉันจะให้ 20 หินิญญา บอกก่อนเลยนะ ว่าการเจ็บตัวของแกไม่เสียเปล่าแน่นอน ฉันรับประกันได้เลย”
“แกเจอลู่ทางใช้ชีวิตในสถาบันแล้วเหรอ”
“ใช่ แต่แกต้องยอมเจ็บตัวก่อน เอาล่ะนอนได้แล้วพรุ่งนี้จะต้องตื่นไปทำงาน”
“ตกลงเพื่อน”
ลู่จิวเข้านอนด้วยความรวดเร็ว ตงฟางก็กลับเข้าไปในห้องเช่นเดียวกัน ทว่าเขากลับไม่ได้เริ่มนอน สิ่งที่เขาทำคือการนึกถึงทักษะสักอย่าง เขา้าทดสอบดูว่าร่างกายของเขาปฎิเสธทักษะเหล่านี้ไหม
วูฟ~!
พลังงานิญญาหลั่งไหลไปยังนิ้วชี้ ทักษะที่เขากำลังฝึกอยู่นี้มีชื่อว่าทักษะกรงเล็บทะลายหิน หากฝึกสำเร็จเขาสามารถใช้นิ้วแทนอาวุธได้ ทันใดนั้นความเ็ปทรมานก็พุ่งกระจายไปทั่วร่างจนทำให้ตงฟางเลิกฝึก
“ให้ตายสิ แบบนี้ก็แย่สุดๆไปเลย”
ตงฟางรู้สึกท้อเล็กน้อย เขาจำเป็ต้องฝึกทักษะมารให้ได้โดยเร็ว หากไม่สามารถหาในสถาบันได้เขาจำเป็ต้องหาจากด้านนอก แล้วมันก็ต้องเป็ทักษะดูดซับพลังไม่ใช่การกินเครื่องในเหมือนพี่สาวหนิงลี่
วูฟ
ทักษะต่อไปเริ่มฝึกอีกครั้ง ด้วยการเคลื่อนพลังไปยังขา ทันใดนั้นความเ็ปก็ปะทุออกมาจนตงฟางรู้สึกเจ็บไปทั่วทั้งตัว
“มันต้องมีสักทักษะสิน่า”
หากเขาสามารถฝึกทักษะดารา์ 108 ฝ่ามือได้ เขาคิดว่ามันจะต้องมีทักษะที่เข้ากับร่างกายเขาได้อย่างแน่นอน ทว่าตงฟางกลับต้องทิ้งความคิดไป หลังจากทักษะมากมายที่เขาจดจำมาฝึก ก่อให้เกิดความเ็ปไปทั่วร่าง ยังดีที่การทดลองโคจรทักษะโลหิตสลายกระดูกไม่มีผลเสียต่อร่างกายของเขา
แต่การจะฝึกเขาจำเป็ต้องฉีดพิษเข้าสู่ร่างกายตนเอง จะฉีดผ่านเส้นเืหรือว่าจะกินก็ได้ ดังนั้นเขาจึงเก็บทักษะไว้ฝึกภายหลังเพราะร่างกายของเขาไม่ยอมให้เขาใช้เืตัวเองในการฝึก
“คงต้องฝากชีวิตไว้กับพลังจิตหากจะฆ่า ว่าแต่ทักษะดารา์ 54 ฝ่ามือฆ่าคนได้ไหมนะ”
ตงฟางเคยใช้ทักษะดารา์ 54 ฝ่ามือกับการหลอมยาเพียงเท่านั้น ความสามารถของมันคือการควบคุมเปลวไฟ อย่างไรก็ตามเขากลับคิดว่ามันน่าจะฆ่าคนได้ เพราะการเพิ่มหรือลดความร้อน หากเขาใช้ให้ดีสามารถฆ่าคนได้ทั้งเป็ เพียงแต่ผู้ใช้ต้องมีความสามารถสูงมากๆ
การเพิ่มหรือลดอุณหภูมิจำเป็ต้องตบฝ่ามือไปยังฝั่งตรงข้ามของหม้อหลอมยาด้วยความรวดเร็ว แล้วการที่เขาเปลี่ยนจากหม้อหลอมยาเป็มนุษย์หรือสัตว์อสูรทำให้พื้นที่ใช้ทักษะใหญ่มากยิ่งขึ้น
“เดี๋ยวก่อนนะ ถ้าพื้นที่มันใหญ่ เราก็แค่ใช้ไฟที่รุนแรงั้แ่แรกก็จบแล้วหนิ”
ตงฟางยิ้ม เขาสามารถใช้กองไฟฆ่าคนได้ด้วยการเพิ่มความร้อนให้สูงจนสามารถหลอมยาระดับ 2 แต่ไม่มีใครยอมยืนอยู่นิ่งๆให้เขาโจมตีอย่างแน่นอน เขาจึงต้องเปลี่ยนวิธีด้วยการใช้ไฟที่ร้อนั้แ่แรกโจมตี ดังนั้นวิธีการได้ไฟร้อนมากๆมาใช้งานนี้ จึงมีวิธีเดียวที่เขานึกขึ้นได้ นั่นคือการยืมพลังของยันต์มาใช้สร้างไฟขึ้นมา
เพียงแค่เขาสร้างไฟแล้วใช้ทักษะดารา์ 108 ฝ่ามือเข้าควบคุมเปลวไฟ เขาสามารถใช้ทักษะฆ่าคนได้แล้ว
“โอเค ไว้พรุ่งนี้ไปลองกัน”
—-------------------
ปึงปึงปึง
“ตงฟาง ฉันไปก่อนนะ หากแกหิวข้าวให้ไปโรงอาหารล่ะ มันมีให้กินฟรีแต่ถ้าไปไม่ทันแกต้องซื้อ”
“ขอบใจ”
ทุกอย่างของศิษย์ทั่วไปล้วนใช้ระบบส่วนรวม ห้องน้ำ โรงอาหาร ทุกๆอย่างใช้ร่วมกันหมด ตงฟางที่ถูกปลุกเขาจึงลุกไปล้างหน้าแล้วเดินไปยังเกาะลอยฟ้าอีกเกาะทันที การใช้ทักษะของเขามันจำเป็ต้องมีพื้นที่ในการทดสอบ หากเขาฝึกหน้าห้องพัก เกิดมีข้าวของเสียหายเขาจำเป็ต้องจ่ายทั้งหมด โดยเกาะลอยฟ้าที่เขาไปคือหอแห่งการฝึกฝน ภายในสถานที่แห่งนั้นมีห้องแบ่งให้นักศึกษาทุกคนได้ใช้งานกัน
ไม่เพียงแค่เข้าฝึกทักษะเท่านั้น มันยังเป็หอที่สามารถใช้ดูดซับพลังิญญาได้อีกด้วย เพียงแต่ว่าห้องที่มีพลังิญญาจะต้องจ่ายด้วยเงินมหาศาล ตงฟางยังไม่รีบดูดซับิญญา เขาต้องทำความเข้าใจกับสถาบันและทำความเข้าใจกับตัวเองก่อน การรู้จุดอ่อนแล้วรีบแก้ จะทำให้เขามีชีวิตอยู่รอดได้นานยิ่งขึ้น
“ไม่มีคนเฝ้าสินะ งั้นก็เข้าห้องไหนก็ได้”
ตงฟางเดินเข้าไปในหอแห่งการฝึกฝนพลางเลือกห้องเข้าไปใช้งาน โดยห้องที่เขาได้นั้นมีเวลาการใช้งานอยู่ที่ 1 ชั่วโมง แต่เขาสามารถกลับเข้ามาในห้องได้ใหม่หากไม่มีคนต่อแถวใช้งาน
“แค่หนึ่งชั่วโมงก็เพียงพอแล้ว”
ทักษะที่ฝึกในห้องเมื่อวานถูกกระตุ้นเพื่อเปิดใช้งานอีกครั้งหนึ่ง ตงฟางอยากทดสอบว่าเขาจะผ่านไปได้ไหมปรากฎว่าทุกทักษะใช้งานไม่ได้ เขาไม่สามารถเคลื่อนพลังิญญาตามทักษะเ่าั้เลย แม้จะเป็ทักษะธนู ทักษะใช้อาวุธลับก็เช่นเดียวกัน มีเพียงแค่การร่ายรำเท่านั้นที่เขาฝึกจากมันได้ ดังนั้นเขาจึงยืดเส้นยืดสายด้วยศิลปะการต่อสู้ชีวิตก่อนเพื่อทบทวน ปิดท้ายด้วยการทดลองใช้งานฝ่ามือดารา์
บู้ม บู้ม บู้ม บู้ม
เสียงฝ่ามือกระแทกอากาศเกิดขึ้นถี่รัว เดิมทีดารา์มุ่งเน้นโจมตีเป็วงกลมรอบวัตถุ ตงฟางกลับนำมันมาโจมตีเป็ทักษะฝ่ามือ โดยผสมผสานศิลปะการต่อสู้แขนงต่างๆลงไป บางครั้งมีการฟันศอก แทงเข่า รวมไปถึงม้วนตัวเตะ
ถึงแม้ดารา์ผู้ใช้จะต้องใช้ทักษะผ่านฝ่ามือ แต่มันกลับไม่ได้ห้ามให้เขาใช้ผ่านส่วนอื่นๆของร่างกาย ตงฟางจึงค่อยๆปรับใช้งานพวกมันไปกับส่วนที่ฆ่าศัตรูได้เมื่อกระแทก ไม่ว่าจะเป็หมัด เท้า เข่า ศอก ล้วนมีพลังงานของทักษะดารา์ปกคลุม หากเขามีเปลวไฟส่วนต่างๆที่เขาโจมตีออกไปไม่เพียงแค่ส่งผ่านพละกำลังเท่านั้น มันยังส่งพลังธาตุออกไปด้วย ทำให้ศิลปะการต่อสู้โลกเดิมของเขาทรงพลังด้วยการมีทักษะดารา์ 108 ฝ่ามือเป็ตัวควบคุม
บู้ม~!
ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความสดใสจากการเป็คนตลกเฮฮา เปลี่ยนไปเป็ดวงตาเ็ามีไอสังหารเผยออกมากับแววตาที่มองจ้องไปบนอากาศ ด้วยการผ่านสนามรบผู้ใช้พลังจิตมามากรวมกับการฆ่าคนไปหลายแสน ทำให้จิตสังหารดั้งเดิมของตงฟางกลับคืนมา
ปัง~!
ประตูห้องฝึกเปิดออกกระทันหันบอกให้รู้ว่าหมดเวลาใช้งานแล้ว ตงฟางจึงเช็ดเหงื่อบนใบหน้าแล้วรีบเดินไปยังตึกสมุนไพรและยาทันที เขาต้องรีบเปรียบเทียบความรู้ในหัวของเขาที่มีกับความรู้ยาและสมุนไพรในสถาบัน จากนั้นจะเริ่มแผนการทั้งหมดที่คิดไว้ในหัว
“ยังไม่ถือว่าสอบตก”
รอยถลอกบนกำปั้นค่อยๆจางลงไปจากการกระตุ้นพลังจิตเข้าไปรักษาิัที่แตกร้าวจากการชกกำแพง ตอนนี้ร่างกายของตงฟางเรียกได้ว่าฟื้นคืนมาแล้ว จากการใช้ทุกอย่างที่มีในห้องเมื่อครู่
“หยุด ศิษย์ทั่วไปไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าตึกสมุนไพรและยา”
เสียงร้องะโก้องจากคนสวมใส่ชุดเกราะสีขาวเฝ้าหน้าทางเข้าตึกขนาดใหญ่มีป้ายเขียนด้วยแสงสีทองเอาไว้ว่ายาและสมุนไพร ตงฟางกำลังจะก้าวไปต้องหยุดเท้าตัวเองลง
“เออพี่ชาย ผมพึ่งมาใหม่จึงไม่รู้กฎมากนัก บอกผมได้ไหมว่าทำไมถึงเข้าไปไม่ได้ ไม่ใช่ว่าทุกคนมีสิทธิเรียนรู้เื่สมุนไพรเหรอ อีกอย่าง ข้างในก็เปิดขายยาไม่ใช่หรือไง หากผมมาซื้อยาล่ะ”
“ไหนเงิน”
“นี่ไง”
“งั้นก็เข้าไป อย่าก่อความวุ่นวาย” ตงฟางยกมือเกาหัว ดูท่าการเป็ศิษย์ทั่วไปจะถูกมองจากศิษย์ระดับอื่นๆว่าพวกยาจกและเป็พวกมักสร้างปัญหา ยังดีที่เขามีหินิญญาติดตัวมาบ้างจึงสามารถเข้าไปด้านในได้
“กลิ่นนี้มัน คิดถึงบ้านแล้วสิ”
กลิ่นสมุนไพรและกลิ่นยาลอยเตะจมูกหลังจากก้าวเข้ามาในตึกยา ทันใดนั้นตงฟางก็เริ่มกวาดตามองดูตึกยาและสมุนไพร จนพบว่ามันถูกแบ่งเป็ชั้นไม่ต่างจากตึกทักษะ ยิ่งสูงยิ่งมีสมุนไพรหายากและยาระดับสูงให้ซื้อ
“พี่ชายๆ ถ้าอยากได้หนังสือหลอมยาและหนังสือจำแนกสมุนไพรหาได้จากไหนเหรอ” ตงฟางชะโงกหน้าถามชายที่อยู่ใกล้ๆ
“หนังสือหลอมยาไม่มีขายหรอกนะ ต้องทำงานไปเรื่อยๆจนกว่าอาจารย์ภายในตึกนี้จะเห็นคุณค่าถึงอนุญาตให้เข้าถึงวิธีหลอมยา ส่วนหนังสือจำแนกสมุนไพรอยู่ในชั้นหนังสือตรงนั้น อ่านแล้วเก็บเข้าชั้นด้วย”
“หนังสือเกี่ยวกับสมุนไพรทั้งหมดเลยเหรอ”
“ใช่ มันไม่ใช่ความลับอะไร รู้ไปก็เท่านั้น มันจึงถูกนำมาวางตรงนี้”
ตงฟางพยักหน้าแล้วเดินเข้าไปเปิดดูหนังสือ เขา้าเปรียบเทียบความรู้ในหัวว่าเขามีความรู้เื่สมุนไพรมากขนาดไหน
“เดี๋ยวก่อน นี่ตาแก่หลี่หยุนกำลังสร้างสัตว์ประหลาดหรือยังไงกัน”