กลิ่นหอมกรุ่นของเมล็ดกาแฟที่อบใหม่ไม่สามารถกลบกลิ่นของความหวาดระแวงที่เกาะกุมอยู่ในใจของข้าวปั้นได้เลยตลอดทั้งวันเธอพยายามทำทุกอย่างให้เป็ปกติ ทั้งจัดดอกไม้ จัดโต๊ะ และเช็ดเคาน์เตอร์แต่สายตาของเธอกลับจับจ้องไปที่ประตูหน้าร้านราวกับกำลังรอคอยภัยคุกคามที่มองไม่เห็น
ั้แ่เช้าวันนี้ที่เธอหนีออกมาจากคอนโดมิเนียมของ
แทนคุณ ในสภาพที่สติแทบจะแตกสลาย เธอก็ไม่ได้รับโทรศัพท์หรือข้อความใด ๆ จากเขาเลยความเงียบของเขายิ่งน่ากลัวกว่าการคุกคามด้วยวาจาเสียอีก
ข้าวปั้นเดินไปหลังเคาน์เตอร์และหยิบโน้ตบุ๊กเครื่องเก่าขึ้นมาเปิด เธอเปิดหน้าต่างเว็บไซต์หลายหน้าแต่สิ่งที่เธอค้นหาไม่ใช่สูตรกาแฟใหม่ ๆ อีกต่อไป
สุรเดช...
คดีฟ้องร้อง อนันตไพศาล...
ไฟไหม้ บ้านไม้เก่า พ.ศ. 25XX...
เธอค้นหาทุกอย่างที่สามารถเชื่อมโยงพ่อของเธอเข้ากับตระกูลอนันตไพศาลได้แต่ผลลัพธ์ที่ปรากฏกลับเป็เื่ราวคลุมเครือและเก่าแก่มากจนไม่มีความเชื่อมโยงที่ชัดเจนกับแทนคุณทายาทธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่เธอรู้จักในปัจจุบัน
‘เขาอยู่เื้ัเื่นี้จริง ๆ เหรอ’ข้าวปั้นถามตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เขาเข้ามาในชีวิตเธอเพื่ออะไร...เพื่อชดใช้ความผิดในอดีต หรือเพื่อกำจัดเธอที่เป็หลักฐานของความผิดนั้นกันแน่?
ความรู้สึกสับสนถาโถมเข้าใส่เธออย่างรุนแรงเธอรู้ดีว่าเธอต้องหนี ต้องหนีให้ห่างจากผู้ชายคนนี้ให้เร็วที่สุดแต่ทุกครั้งที่เธอคิดถึงการหนีภาพความเร่าร้อนจากอ้อมกอดของเขาก็ย้อนกลับมาหลอกหลอนความปรารถนาอันรุนแรงที่เขาใช้ปิดผนึกความจริงในจิตใจของเธอนั้นยังคงตราตรึงอยู่ในทุกเซลล์ของร่างกาย
ข้าวปั้นตัดสินใจปิดคอมพิวเตอร์ลงอย่างแรงความจริงไม่สามารถหาได้จากโลกออนไลน์ เธอรู้ดีว่าคำตอบมีเพียงคนเดียวที่รู้...และคนคนนั้นก็คือแทนคุณ ผู้ที่ใช้ทั้งความปรารถนาและอำนาจในการกักขังเธอไว้
ขณะที่ข้าวปั้นกำลังพยายามเรียกสติกลับคืนมาเสียงกระดิ่งที่ประตูร้านก็ดังขึ้น
ชายคนหนึ่งก้าวเข้ามาในร้านเขาสวมชุดสูทสั่งตัดสีเทาอ่อนที่ดูภูมิฐานั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้าใบหน้าของเขาดูดี แต่รอยยิ้มที่มอบให้ข้าวปั้นนั้นดูสุภาพมากเกินไปจนรู้สึก
เสแสร้ง ดวงตาของเขาเป็ประกายระยิบระยับราวกับกำลังประเมินทุกสิ่งในร้าน
“สวัสดีครับคุณ”ชายคนนั้นกล่าวทักทายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “ร้านกาแฟบรรยากาศดีมากเลยนะครับผมชื่อวิทย์ครับ”
วิทย์เดินเข้ามาที่เคาน์เตอร์อย่างช้า ๆและจ้องมองข้าวปั้นด้วยสายตาที่ดูเป็มิตรแต่ข้าวปั้นกลับรู้สึกว่าตัวเองถูกจับจ้องจนไม่สบายตัว
“สนใจรับกาแฟอะไรดีคะ”ข้าวปั้นถามอย่างเป็ทางการ พยายามควบคุมสีหน้าของตัวเองให้เป็ปกติที่สุด
วิทย์หัวเราะเล็กน้อย “กาแฟเหรอครับ? ผมว่าชีวิตมัน
จืดชืดเกินไปสำหรับกาแฟแล้วล่ะครับ” เขาพูดพร้อมกับเท้าแขนลงบนเคาน์เตอร์แล้วโน้มตัวเข้ามาเล็กน้อย “ผมกำลังมองหาของหวานที่น่าสนใจมากกว่าน่ะครับ”
คำพูดของเขาทำให้ข้าวปั้นรู้สึกเย็นวาบไปถึงสันหลังแต่สีหน้าของเธอยังคงนิ่ง
“ที่นี่มีแต่ขนมกับกาแฟค่ะ” เธอตอบอย่างสั้น ๆ
วิทย์ยิ้มกว้างอย่างเ้าเล่ห์“คุณนี่ใจแข็งจังนะครับ... เหมือนกับใครบางคนที่ผมรู้จักเลย”เขาลากเสียงยาวอย่างจงใจ ก่อนจะเปลี่ยนเื่อย่างรวดเร็ว “จริงสิ...ผมได้ยินมาว่าร้านของคุณมีลูกค้าประจำที่ค่อนข้างน่าสนใจนะครับ... เขาคนนั้น...คือคุณแทนคุณ อนันตไพศาล ใช่ไหมครับ”
ข้าวปั้นชะงักไปทันที “ไม่ทราบค่ะ”เธอปฏิเสธเสียงแข็ง
“โธ่... อย่าใจร้ายกับผมเลยครับ”วิทย์ทำหน้าเศร้าสร้อย “คุณแทนคุณน่ะ เขาเป็สัตว์ร้ายที่หิวโหยนะครับเวลาที่เขา้าอะไร... เขาจะเข้ามาทุกสิ่งอย่างรุนแรงไม่เว้นแม้กระทั่ง... คนที่เปราะบางอย่างคุณ”
วิทย์จงใจใช้คำพูดที่ตอกย้ำความกลัวที่อยู่ในใจของข้าวปั้นเขากำลังพยายามปลูกฝังความสงสัยและความหวาดระแวงให้เธอ
“ถ้าคุณเป็เหยื่อของเขา...คุณควรจะมองหาผู้ปกป้องที่แท้จริงนะครับ”วิทย์พูดพร้อมกับยื่นนามบัตรสีดำสนิทให้เธอ“ผมยินดีที่จะเสนอความช่วยเหลือให้คุณทุกรูปแบบครับ... คุณข้าวปั้น”
ข้าวปั้นมองนามบัตรใบนั้นด้วยความสับสนวิทย์คนนี้คือใครกันแน่? เขาคือคุณวีระที่เป็คู่แข่งธุรกิจของแทนคุณหรือเปล่า?หรือเขาเป็คนของใครอีกคนที่กำลังพยายามเข้ามาแทรกแซง?
ในขณะที่ข้าวปั้นกำลังลังเลว่าจะรับนามบัตรนั้นดีหรือไม่เสียงทุ้มคุ้นเคยที่ดังมาจากทางเข้าร้านก็ทำให้เธอสะดุ้งสุดตัว
“พี่สาว!”
ภูผาน้องชายของข้าวปั้นก้าวเข้ามาในร้านด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจเขาเพิ่งเลิกเรียนและตั้งใจจะมาหาพี่สาวที่ร้านแต่กลับมาเจอภาพที่ข้าวปั้นกำลังถูกชายแปลกหน้าคุกคามด้วยวาจา
ภูผาเดินตรงมาหาข้าวปั้นทันทีและยืนขวางระหว่างเธอกับวิทย์อย่างไม่มีความเกรงใจ
“สวัสดีครับคุณลูกค้า” ภูผาพูดด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่สายตากลับฉายแววไม่พอใจอย่างชัดเจน“ผมรบกวนคุณช่วยออกห่างจากพี่สาวผมสักหน่อยได้ไหมครับ”
วิทย์ยิ้มเยาะอย่างดูถูก “โอ้...น้องชายเหรอครับ” เขามองภูผาั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้า ก่อนจะหัวเราะในลำคอ“คุณหนูที่ยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมอย่างคุณไม่น่าจะรู้เื่ธุรกิจที่พี่สาวของคุณกำลังเผชิญอยู่นะครับ”
“ผมไม่รู้เื่ธุรกิจอะไรของคุณ”ภูผาตอบเสียงเ็า “แต่ผมรู้ว่าใครกำลังทำให้พี่สาวของผมไม่สบายใจคุณไม่มีสิทธิ์มาทำให้พี่สาวผมหวาดกลัว”
“พี่สาวครับ... อย่าไปสนใจเขานะ”ภูผาหันไปจับมือ
ข้าวปั้นแน่นเพื่อส่งความอบอุ่นและให้กำลังใจ “ไป... กลับบ้านกันเถอะครับ”
วิทย์กำลังจะอ้าปากพูดอะไรบางอย่างแต่ทันใดนั้นเอง ประตูร้านก็ถูกเปิดออกอย่างรุนแรงอีกครั้งพร้อมกับการปรากฏตัวของคนที่ข้าวปั้นกลัวที่สุดในตอนนี้... แทนคุณ
แทนคุณเดินเข้ามาในร้านด้วยสีหน้าเรียบเฉยที่อ่านไม่ออกแต่ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความโกรธที่พร้อมจะเผาไหม้ทุกสิ่งที่ขวางหน้าเขาเห็นภาพที่วิทย์ยืนอยู่ใกล้ชิดกับข้าวปั้นและมีภูผายืนปกป้องพี่สาวอยู่
“คุณวิทย์...”แทนคุณพูดด้วยน้ำเสียงเ็าจนร้านกาแฟอุณหภูมิลดลงหลายองศา “คุณมาทำอะไรที่นี่”
วิทย์หันไปเผชิญหน้ากับแทนคุณอย่างใจเย็น“อ้าว... คุณแทนคุณนี่เอง” เขายกยิ้มอย่างไม่สะทกสะท้าน“พอดีผมมาชมร้านกาแฟที่น่ารักของคุณข้าวปั้นน่ะครับผมก็แค่เตือนเธอเื่สัตว์ร้ายที่อาจจะมาทำร้ายเธอได้ทุกเมื่อ”
แทนคุณก้าวเข้ามาหาวิทย์อย่างช้า ๆรัศมีอำนาจของเขาทำให้วิทย์ต้องถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว
“ร้านนี้...ไม่ต้อนรับสุนัขจรจัดที่ไร้ที่อยู่ครับ” แทนคุณตอบอย่างเหยียดหยาม“คุณควรจะเอาเวลาไปดูแลธุรกิจที่กำลังจะล้มละลายของตัวเองให้ดีกว่ามาวุ่นวายกับเื่ของคนอื่น”
วิทย์กัดฟันกรอดด้วยความโกรธแต่ก็ไม่กล้าตอบโต้
แทนคุณหันไปมองข้าวปั้นและภูผา
“ข้าวปั้น...ไปจัดกาแฟให้คุณวิทย์แก้วสุดท้ายก่อนที่เขาจะไป”แทนคุณสั่งด้วยน้ำเสียงที่เน้นย้ำถึงอำนาจและการควบคุมพื้นที่ ก่อนจะหันไปสั่งภูผา“ภูผา... คุณควรจะ
กลับหอไปทบทวนบทเรียนได้แล้ว อย่ามาทำตัววุ่นวายที่นี่”
ภูผาเงยหน้าขึ้นมองแทนคุณด้วยสายตาที่ไม่ไว้วางใจเขาเห็นถึงอำนาจที่แทนคุณใช้ควบคุมพี่สาวของเขาอย่างชัดเจน
“ผมไม่ไปจนกว่าพี่สาวผมจะปลอดภัย”ภูผาตอบอย่างดื้อรั้น
แทนคุณหัวเราะในลำคอ “ปลอดภัยเหรอ”เขาเดินเข้าไปหาภูผาและแตะบ่าของเด็กหนุ่มเบา ๆแต่การกระทำนั้นกลับเต็มไปด้วยการคุกคาม“ที่นี่ไม่มีอะไรน่ากลัวแล้ว...ยกเว้นแต่คุณจะทำให้ผมโกรธขึ้นมา”
ข้าวปั้นรีบเข้ามาขวางระหว่างทั้งสองคน “ภูผา...กลับไปก่อนนะพี่สาวไม่เป็ไร” เธอพูดเสียงสั่น
ภูผามองพี่สาวด้วยความกังวลก่อนจะยอมถอยออกไปอย่างไม่เต็มใจ แต่ก่อนจะออกไปภูผาหันไปมองแทนคุณด้วยสายตาแข็งกร้าวเขาคือศัตรูที่อันตรายที่สุดของพี่สาวเขา...และเขารู้ดี
เมื่อภูผาออกไป วิทย์ก็ถอนหายใจอย่างหงุดหงิดและหันไปมองข้าวปั้น “ผมไปก่อนนะครับคุณข้าวปั้น” วิทย์จงใจยิ้มให้เธออย่างนุ่มนวล“จำไว้... ถ้ามีอะไรให้ช่วย... ”
“ไม่มี!” แทนคุณตอบแทนข้าวปั้นอย่างรวดเร็ว“ออกไป!”
วิทย์หัวเราะเล็กน้อยก่อนจะเดินออกจากร้านไปอย่างช้าๆ ทิ้งให้แทนคุณและข้าวปั้นอยู่กันเพียงลำพัง
ทันทีที่ประตูร้านปิดลงเสียงทุ้มต่ำของแทนคุณก็ดังขึ้นอย่างเยือกเย็น
“คุณทำอะไรของคุณข้าวปั้น!”แทนคุณถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธ “ทำไมถึงไปยุ่งกับศัตรูของผม!”
ข้าวปั้นเงยหน้ามองเขาด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยน้ำตา“ทำไมฉันต้องกลัวศัตรูของคุณด้วย! คุณเป็ใครกันแน่! คุณปิดบังอะไรฉันไว้!”
แทนคุณไม่ตอบ แต่เขาก้าวเข้ามาหาเธออย่างรวดเร็วก่อนจะดึงร่างของเธอเข้ามากอดไว้แน่นจนเธอแทบจะหายใจไม่ออกอ้อมกอดนี้ไม่ได้ทำขึ้นเพื่อความรักแต่ทำขึ้นเพื่อปิดกั้นเสียงเรียกร้องความจริงในใจของเธอ
“ชู่ว...” แทนคุณกระซิบชิดใบหูของเธอเสียงของเขาอ่อนโยนจนน่าประหลาดใจ ต่างจากแววตาที่เต็มไปด้วยไฟโทสะเมื่อครู่“คุณกลัวอะไร... คุณควรจะกลัวแค่ผมคนเดียวก็พอแล้ว”
ข้าวปั้นพยายามดิ้นรนให้หลุดพ้นจากอ้อมกอดที่กักขังนั้นแต่แรงของเขากลับมีมากกว่าเธอหลายเท่า
“ฉันเกลียดคุณ!” เธอพึมพำ
“คุณโกหก” แทนคุณยิ้มเยาะอย่างเ้าเล่ห์“คุณไม่ได้เกลียดผม... คุณแค่กลัวสิ่งที่เกิดขึ้นในใจคุณ”
แทนคุณเริ่มลูบไล้ไปตามแผ่นหลังของเธออย่างช้า ๆมือของเขาเคลื่อนจากไหล่ลงมาที่เอวอย่างจงใจความรู้สึกวาบหวามจากััที่คุ้นเคยทำให้ข้าวปั้นสั่นสะท้านไปทั้งตัวความสับสนของเธอเพิ่มขึ้นจนเธอแทบจะควบคุมตัวเองไม่ได้
“หยุดนะ” เธอร้องออกมาเสียงแ่แต่เสียงของเธอกลับขาดห้วงเพราะความปรารถนาที่กำลังก่อตัวขึ้น
“ผมจะหยุดทำไม” แทนคุณกระซิบชิดริมฝีปากของเธอก่อนจะก้มลงจูบเธออย่างอ่อนโยนที่สุด แต่การจูบนั้นกลับเต็มไปด้วยการเรียกร้องจูบของเขาคือการตอกย้ำว่า...ไม่ว่าความจริงจะมืดมิดแค่ไหนร่างกายของเธอก็ยังคงเป็ของเขา
เขาจับใบหน้าของเธอไว้มั่นและจูบเธออย่างลุ่มลึกมากขึ้น มือข้างหนึ่งของเขาเริ่มมือไวลูบไล้ลงต่ำไปที่บั้นเอวของเธออย่างช้า ๆการััของเขาคือการที่ทำให้เธอรู้สึกถึงความเร่าร้อนที่เธอไม่ควรตอบสนอง
“อย่าให้ความกลัวมาทำลายสิ่งที่อยู่ตรงหน้าคุณ”แทนคุณพึมพำ “ผมอยู่ตรงนี้... เพื่อปกป้องคุณ... และเป็เ้าของคุณ”
เขาใช้ร่างกายที่อบอุ่นของเขาเป็กำแพงปิดกั้นโลกภายนอกทั้งหมดทำให้ข้าวปั้นรู้สึกว่ามีเพียงเขาและเธอเท่านั้นในโลกนี้ความรู้สึกอ่อนไหวที่ถูกกระตุ้นอย่างรุนแรงทำให้ความกลัวในใจของเธอลดลงอย่างน่าประหลาดใจเขากำลังใช้ความปรารถนาของเธอเป็เครื่องมือในการควบคุม
“คุณไม่จำเป็ต้องหาความจริง”แทนคุณผละออกมาเล็กน้อย แต่ยังคงตรึงเธอไว้ในอ้อมแขน “หน้าที่ของคุณคือ...เชื่อผม”
แทนคุณจ้องมองเข้าไปในดวงตาของเธออย่างลึกล้ำและกดจูบลงบนหน้าผากของเธออย่างแ่เบา เป็การตอกย้ำว่าเธอเป็ของเขาอย่างสมบูรณ์
ข้าวปั้นยืนนิ่งอยู่ในอ้อมกอดของเขาหัวใจของเธอเต้นอย่างบ้าคลั่งความรู้สึกที่เพิ่งได้รับทำให้เธออ่อนแอและสับสนอย่างถึงที่สุด
วิทย์บอกว่าเขาเป็สัตว์ร้ายที่หิวโหย...ภูผาบอกให้เธอระวัง...
แต่แทนคุณกลับใช้ร่างกายของเขามาปกป้องเธอจากศัตรูภายนอกและใช้ความปรารถนาเพื่อปลอบประโลมความกลัวภายใน
เขาคือผู้ปกป้องที่แท้จริงของเธอหรือเขากำลังใช้สถานการณ์นี้เพื่อซ่อนความจริงอันมืดมิดเกี่ยวกับพ่อของเธอไว้ภายใต้ความเร่าร้อนกันแน่?
เขาปกป้อง... หรือปิดบัง?
หัวใจข้าวปั้นเริ่มสับสน!ศัตรูใหม่โผล่มาตอกย้ำว่าแทนคุณคือสัตว์ร้ายแต่เขากลับใช้ััอันเร่าร้อนปกป้องและปลอบโยนเธอ... ตกลงเขาคือ ผู้ปกป้องหรือแค่ใช้ ความปรารถนา ซ่อนความจริงมืดมิดเกี่ยวกับพ่อของเธอกันแน่?