ตอนที่ 18 สร้างเตียงเตา
เฉินเสี่ยวไช่ค่อยๆ เคี้ยวถังหูลู่อย่างทะนุถนอม “พี่ใหญ่ ท่านรวยแล้ว!”
เฉินเสี่ยวไช่อมผลไม้ลูกหนึ่งไว้ในปาก ลิ้มรสความหวานละมุนซ้ำไปซ้ำมา
ราคาของถังหูลู่ค่อนข้างแพง พี่ใหญ่จะซื้อกลับมากินเฉพาะตอนหาเงินได้เยอะ ก่อนหน้านี้ตอนที่พี่ใหญ่ล่าเสือได้ ก็เคยซื้อกลับมาให้เขากับน้องชายกิน
เฉินเสี่ยวหมี่พูดด้วยรอยยิ้ม “แค่หาเงินเพิ่มได้เล็กน้อย”
เฉินเสี่ยวไช่ถามด้วยความดีใจเล็กน้อย “หรือว่าเนื้อหมูในเมืองขึ้นราคาแล้ว”
เฉินเสี่ยวหมี่พยักหน้าพูด “ประมาณนั้นแหละ”
เฉินเสี่ยวหมี่คำนวณในใจ ซื้อลู่หลินเข้ามาด้วยเงินสิบตำลึง แต่ได้ประหยัดค่าภาษีไปสามตำลึง ส่วนลูกแก้วนี้ขายได้หกตำลึง มีส่วนต่างเพียงแค่หนึ่งตำลึงเท่านั้น
อย่างไรเสียลู่หลินก็เป็ผู้ใหญ่ที่ทำงานได้ หลังจากคนผู้นี้เข้ามาอยู่ในบ้าน อาหารการกินในบ้านก็ดีขึ้นไม่น้อย คิดๆ ดูก็เกือบคืนทุนแล้ว ทั้งยังอาจได้กำไร
เมื่อพบว่ามีกำไร เฉินเสี่ยวหมี่อดไม่ได้ที่จะรู้สึกลิงโลดอยู่บ้าง
พอเฉินเสี่ยวไช่เห็นรอยยิ้มของเฉินเสี่ยวหมี่ก็รู้สึกมีความสุขตามไปด้วย
หลังจากบิดาตายไป เฉินเสี่ยวไช่ก็ไม่ค่อยเห็นเฉินเสี่ยวหมี่ยิ้มอีก ชาวบ้านต่างบอกว่าพี่ใหญ่เป็คนหยาบกระด้าง ไม่มีความเป็พี่ชาย แต่เฉินเสี่ยวไช่กลับรู้สึกว่าพี่ใหญ่ดูดีมาก
“พี่ใหญ่ ท่านก็กินด้วยสิ” ถังหูลู่หนึ่งไม้มีซานจา[1]สี่ลูก เฉินเสี่ยวไช่กินไปหนึ่งลูกแล้วยื่นให้เฉินเสี่ยวหมี่ เขาก็กัดหนึ่งลูกโดยไม่ได้ปฏิเสธ สองพี่น้องกินอย่างมีความสุข
ลู่หลินมองเฉินเสี่ยวหมี่กับเฉินเสี่ยวไช่ที่กำลังเพลิดเพลินกับถังหูลู่ พลางคิดในใจว่า ‘ยุคโบราณขาดแคลนทรัพยากรมาก ถังหูลู่ถึงเป็ที่นิยมเช่นนี้ ในร้านขายของชำของเขาดูเหมือนมีพุทราเชื่อมกับพุทราแดงอยู่จำนวนหนึ่ง’
เมื่อมีเงิน เฉินเสี่ยวหมี่ก็ไม่รีบร้อนออกล่าสัตว์แล้ว
เฉินเสี่ยวหมี่ซื้อแผ่นกระเบื้องกับก้อนอิฐมาจำนวนหนึ่งเพื่อเตรียมซ่อมแซมบ้าน หากเข้าฤดูหนาวแล้วบ้านมีรอยรั่วจะเป็ปัญหาใหญ่
“เสี่ยวหมี่ พวกเราสร้างเตียงเตากันดีหรือไม่” ลู่หลินถาม
เฉินเสี่ยวหมี่เหลือบมองลู่หลินแล้วถามด้วยความสงสัย “เตียงเตาคืออะไร”
ลู่หลินคิดแล้วตอบ “เตียงเตาก็คือเตียงที่ก่อขึ้นด้วยดินหรืออิฐ สามารถก่อไฟไว้ใต้เตียงในฤดูหนาว นอนบนนั้นแล้วจะอุ่นมาก ช่วยให้ไม่ป่วยง่าย”
เมื่อเฉินเสี่ยวหมี่ได้ยินว่ามันช่วยให้ไม่ป่วยง่ายก็รู้สึกสนใจ เฉินเสี่ยวม่ายร่างกายอ่อนแอมาก เมื่อถึงฤดูหนาวจะป่วยง่าย หากป่วยกลางฤดูหนาว การตามหมอมารักษานั้นลำบากยิ่ง ฤดูใบไม้ร่วงปีนี้มาถึงค่อนข้างเร็ว เฉินเสี่ยวหมี่คาดว่าฤดูหนาวอาจหนาวกว่าเดิม
“เ้ารู้จักสิ่งนี้ได้อย่างไร” เฉินเสี่ยวหมี่ถาม
“มันถูกกล่าวไว้ในหนังสือ ข้าเจอตอนแอบอ่านหนังสือของพี่ชายใหญ่” ลู่หลินพูด
เฉินเสี่ยวหมี่จึงพูดว่า “เช่นนี้นี่เอง”
ในยุคโบราณ ปัญญาชนจะได้รับความเคารพอย่างยิ่ง ถึงแม้ลู่เฉิงอวี้ของตระกูลลู่จะเป็แค่ถงเซิงหลาง แต่ก็มีหน้ามีตาอย่างยิ่ง ทุกครอบครัวในหมู่บ้านมักเชิญลู่เฉิงอวี้เมื่อมีงานมงคล เพราะการมีถงเซิงหลางมาร่วมงาน ครอบครัวเ้าบ้านก็จะมีหน้ามีตายิ่งขึ้น
“ตระกูลลู่ก็ไม่มีเตียงเตากระมัง” เฉินเสี่ยวหมี่พูดอย่างไม่ค่อยเข้าใจนัก
ลู่หลินพูดด้วยรอยยิ้ม “พี่ชายใหญ่ของข้าสนใจเพียงสอบติดขุนนาง เขาไม่สนใจเื่อื่น”
เฉินเสี่ยวหมี่คิดตามแล้วรู้สึกว่าเป็เช่นนี้จริงๆ “เช่นนั้นเ้าบอกวิธีสร้างเตียงเตามา ข้าจะช่วยสร้าง”
เมื่อลู่หลินได้ยินว่าเฉินเสี่ยวหมี่ตกลง ในใจก็ยินดีเล็กน้อย จากนั้นดีดลูกคิดคำนวณในใจ
ลู่หลินชอบเฉินเสี่ยวหมี่ไม่น้อย กำลังคิดว่าเมื่อไรจะได้สานสัมพันธ์ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เตียงของตระกูลลู่ทั้งเก่าทั้งผุพัง ลู่หลินเห็นแล้วขัดตามานานแล้ว
ลู่หลินคิดจะสร้างเตียงเตาให้ใหญ่และกว้างสักหน่อย เมื่อสร้างเตียงเตาเสร็จจะนอนได้สี่คน เขาก็สามารถนอนได้
หากเขาได้นอนบนเตียงจะไล่ให้เฉินเสี่ยวไช่กับเฉินเสี่ยวม่ายไปนอนตรงปลายเท้า แล้วกั้นผ้าม่านไว้ตรงกลาง
ขณะที่บ้านตระกูลเฉินกำลังทำงานกันอย่างกระตือรือร้น ทางบ้านตระกูลลู่กลับไม่ค่อยดีนัก
ครั้งก่อนลู่หลินปฏิเสธที่จะช่วยเหลือตระกูลลู่ นายหญิงผู้เฒ่าตระกูลลู่ก่นด่าอยู่นานมาก บอกว่าลู่หลินเป็คนลืมบุญคุณ ไม่แน่ว่าเมื่อไรอาจถูกหมาป่าบนูเากินเข้าไปก็ได้
แต่คาดไม่ถึงว่าไม่เพียงลู่หลินไม่ได้ถูกหมาป่ากิน ทางบ้านตระกูลลู่ยังกำลังซ่อมแซมบ้านอย่างยิ่งใหญ่
ก่อนหน้านี้ชาวบ้านต่างเห็นเฉินเสี่ยวหมี่แบกตะกร้าสะพายหลังใบใหญ่กลับมาจากในเมือง
ชาวบ้านคาดเดาว่าอีกฝ่ายคงหาเงินได้ไม่น้อยจากการล่าสัตว์อีกแล้ว จึงอิจฉาเฉินเสี่ยวหมี่อย่างยิ่ง
เมื่อทังซื่อป้าสะใภ้ใหญ่ของลู่หลินรู้ว่าบ้านเฉินเสี่ยวหมี่มีชีวิตที่ไม่เลว ก็รู้สึกเสียดายเล็กน้อยที่ก่อนหน้านี้ไม่ได้เรียกสินสอดมากกว่านี้
ลู่หลินกับเฉินเสี่ยวหมี่ใช้เวลาถึงสองวันกว่าจะสร้างเตียงเตาเสร็จ เพราะทั้งคู่เพิ่งเคยทำเป็ครั้งแรก งานจึงค่อนข้างหยาบ แต่เมื่อลองขึ้นไปนอนก็รู้สึกสบายมาก
กลางคืนในฤดูใบไม้ร่วงเริ่มหนาวแล้ว ตอนมืดเฉินเสี่ยวหมี่ลองก่อไฟใต้เตียงเตา พบว่านอนแล้วรู้สึกอบอุ่นและสบายอย่างยิ่ง เขาไม่กล้าเชื่อว่าบนโลกนี้จะมีสิ่งที่ดีขนาดนี้
เฉินเสี่ยวหมี่พลันรู้สึกชื่นชมบุรุษที่ตนแต่งเข้ามา
เฉินเสี่ยวหมี่รู้สึกว่าดูเหมือนลู่หลินจะฉลาดมาก ไม่ค่อยเข้าใจว่าเหตุใดตระกูลลู่ถึงมอบบุรุษที่ฉลาดเช่นนี้ให้เขา เฉินเสี่ยวหมี่คิดไปคิดมาก็รู้สึกว่าเดิมทีลู่หลินเหมือนไม่ค่อยฉลาดนัก แต่หลังจากตกน้ำกลับฉลาดขึ้นมา
หลังจากซ่อมแซมบ้านเสร็จ เงินทั้งหมดของเฉินเสี่ยวหมี่ก็เหลือเพียงหกตำลึง
เงินหกตำลึงน่าจะเพียงพอสำหรับซื้อเสบียงอาหารในฤดูหนาว แต่ถ้า้าอะไรเพิ่ม หรือสิ่งของที่ช่วยให้อยู่สบายขึ้น ก็จะค่อนข้างฝืดเคือง
เฉินเสี่ยวหมี่รู้สึกว่ายังต้องหาเงินเพิ่มอีกสักหน่อย เผื่อคนใดคนหนึ่งปวดศีรษะตัวร้อนต้องเชิญหมอ จะได้ไม่ลำบากเกินไป
เชิงอรรถ
^ ผลไม้ชนิดหนึ่ง ผลกลมสีแดงสดใส มีรสหวาน ลักษณะคล้ายพุทรา