บทที่ 5 เกรงว่าจะไม่ใช่คนโง่
ลู่ฮ่าวหรี่ตามองเธอแล้วถามว่า “ไม่กลัวฉันหรือ?”
“กลัวอะไร?” เจียงหนานเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ใบหน้าฉายแววฉงน
เขาตอบ “ฉันหน้าเสียโฉมแล้ว”
ตอนได้ยินเขาพูดประโยคนี้ เธอพลันรู้สึกเจ็บแปลบในใจ
กระนั้นเจียงหนานก็ข่มกลั้นความเ็ปไว้ โบกไม้โบกมือด้วยสีหน้าไม่ใคร่ใส่ใจนัก “ไม่เป็ไร ผู้ชายมีรอยแผลสิ ถึงจะสมกับเป็ชายอกสามศอก”
ลู่ฮ่าว “!!!”
สาวเ้าเนื้อไม่หวาดกลัวเขาเลยแม้แต่น้อย แถมยังกระตือรือร้นอย่างยิ่ง!
จริงสิ หน้าของเขายังพันด้วยผ้าก๊อซอยู่เลย
ผ้าผืนนี้บดบังใบหน้าจนมองไม่เห็นสิ่งใด
ั์ตาของลู่ฮ่าวฉายแววสงสัยใคร่รู้ เขาไม่พูดให้มากความ วาดมือซ้ายอันเรียวยาวขึ้น ถอดหมวกที่อยู่บนศีรษะ แล้วดึงผ้าก๊อซบนดวงหน้าออก...
เจียงหนานที่กำลังจ้องมองเขา “...”
เวลานั้น นอกจากเสียงผ้าก๊อซฉีกขาดแล้ว ภายในห้องก็มีเพียงเสียงหายใจของทั้งสองเท่านั้น
เจียงหนานเห็นาแอุกฉกรรจ์ตรงหน้า มือที่ห้อยอยู่ข้างลำตัวสั่นเทาเล็กน้อย
ในชีวิตที่แล้ว เธอกลัวใบหน้าของเขาจนเป็ลมหมดสติไปในคืนแต่งงาน
ต่อมา เมื่อพบเขาอีกครั้ง เธอก็เห็นรอยแผลชวนน่าพรั่นพรึง
ลู่ฮ่าวมักสวมหน้ากากอยู่เสมอ
ยามนี้ หัวใจของเธอแสบร้อนราวกับถูกคมมีดแทงทะลุทะลวง
เขากล้าทำในสิ่งชอบธรรม กระทั่งตัวเองตกอยู่สภาพเช่นนี้ มันคุ้มค่าแล้วงั้นหรือ?
ส่วนลู่ฮ่าว หลังโดนเธอจ้องเขม็ง ั์ตาของเขาทวีเข้มปลาบขึ้น
อาการตื่นตระหนกจนขวัญหนีดีฝ่อที่คาดการณ์ไว้ไม่ได้เกิดขึ้น
เกรงว่าแม่สาวอ้วนฉุคนนี้จะไม่ใช่คนโง่?
กระนั้นลู่ฮ่าวก็ปัดความคิดนี้ทิ้งอย่างรวดเร็ว
เพราะในแววตาของเธอมีคลื่นอารมณ์บางอย่างคลออยู่
ไม่ใช่ทั้งความตื่นตระหนก ไม่ใช่ทั้งความประหลาดใจ แต่กลับเป็ความปวดร้าว?
คนโง่จะไม่เผยแววตาเช่นนี้
เมื่อเห็นว่าเธอเหม่อลอย ลู่ฮ่าวก็โยนผ้าก๊อซลงบนโต๊ะ าแที่ยังไม่ตกสะเก็ดมีเนื้อเืเหวอะหวะสยดสยองน่ากลัวปรากฏตรงหน้าเธออย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง
เขาไม่เชื่อว่าเธอจะไม่กลัว!
ขึ้นอยู่กับว่าเธอจะทนได้นานแค่ไหน
เจียงหนานคิดไม่ถึงว่าชายหนุ่มจะกระทำกิริยาโหดร้ายขนาดนี้เพื่อที่จะไม่แต่งงานกับเธอ
ทุ่มสุดตัวจริง ๆ ตาคนนี้
เธอรู้ว่าเขามีคนในดวงใจ ไม่มีทางจะชอบเธอในตอนนี้
แต่ไม่ได้คาดคิดว่าจะใช้วิธีสุดโต่งแบบนี้
โหดพอตัว!
เจียงหนานปิดเปลือกตาลง หยิบผ้าก๊อซที่เปื้อนเืบนโต๊ะแล้วยื่นให้เขา “คุณพันผ้าก๊อซไว้จะดีกว่า อย่าปล่อยให้แบคทีเรียลอยไปติดปากแผล ไม่อย่างนั้นจะติดเชื้อเอาได้นะ”
“เธอไม่กลัวหรือ?” เขามองดูผ้าก๊อซเปื้อนเืแล้ว ตัวลู่ฮ่าวเองยังรังเกียจเลย
เจียงหนานเลิกคิ้ว “ไม่กลัวหรอก”
“เธอจะยอมอยู่กับใบหน้าแบบนี้ไปตลอดชีวิตหรือ?” เขาจับจ้องเธอ มองออกถึงการแสร้งทำเป็สุขุมเยือกเย็นจากใบหน้ากลมป่องนั่น
หญิงสาวตรงหน้ายังคงแววตาสงบนิ่งเอาไว้ ใบหน้าอ้วนกลมเผยว่าไม่ใคร่ใส่ใจเช่นเดิม “ไม่เห็นจะเป็อะไร ใบหน้าจะชวนมองหรือไม่ สุดท้ายก็เป็เพียงเปลือกนอก สิ่งสำคัญที่สุดคือความงามจากภายในต่างหาก”
ลู่ฮ่าว “...”
ลู่ฮ่าวไม่สามารถทำให้เธอกลัวจนท้อถอยด้วยาแโชกเื ทำได้เพียงหาผ้าก๊อซผืนใหม่และยาทาแผลเบตาดีนมาทำแผลแล้วพันผ้าก๊อซบนใบหน้าอย่างชำนาญ
เสร็จแล้วเขาก็มองเธอ กล่าวด้วยน้ำเสียงละอายว่า “บอกตามตรง ฉันมีคนในใจแล้ว”
“ในเมื่ออยู่ในบ้านหลังนี้แล้วไม่ได้มีใครทำดีด้วย เธอก็ควรออกไปตามหาความสุขของตัวเอง”
ถึงแม้เขาจะกลายเป็แบบนี้ ไม่มีคุณสมบัติพอให้ทำตามสัญญานัดหมายสิบปีกับเด็กหญิงตัวน้อยก็ตาม
ในหัวใจของเขาก็ไม่มีพื้นที่เหลือไว้ให้ใครอีกต่อไป
เจียงหนานแววตาหม่นหมอง “ทำไมคุณไม่พูดคำพวกนี้ก่อนแต่งงานล่ะ? งานเลี้ยงจัดไปแล้ว มันไม่ยุติธรรมกับฉันเลยนะ”
“ฉันอยากบอก แต่ไม่มีโอกาส”
เขาเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลเพราะแผลไฟไหม้ กลับมาเมื่อวานก็ถูกส่งตัวเข้าห้องหอแล้ว
เจียงหนานมองเขาด้วยรอยยิ้มบาง ๆ ตรงมุมปาก “ฉันก็ไม่ขอปิดบัง ฉันมีคนในใจแล้วเหมือนกัน เขาเป็พี่ชายสุดหล่อ ชีวิตนี้ถ้าไม่ใช่เขาฉันก็จะไม่แต่งงาน”
ดวงตาลู่ฮ่าวขยับไหวเล็กน้อย หลังได้ฟังคำพูดของเธอ
พี่ชายสุดหล่อ? ถ้าไม่ใช่เขาก็จะไม่แต่งงาน?
ลู่ฮ่าวคล้ายจะเห็นความหวังในการแก้ปัญหานี้แล้ว
ทว่าเจียงหนานกลับเปลี่ยนหัวข้อสนทนากะทันหัน “แต่ตอนนี้ฉันไปจากครอบครัวของคุณไม่ได้หรอก ไม่อย่างนั้นพวกคนสูบเืสูบเนื้อในครอบครัวของฉันคงจับฉันแต่งงานกับคนอื่นอีกเป็แน่ แถมได้สินสอดทองหมั้นเพิ่มอีก”
ลู่ฮ่าวกระแอมเบา ๆ ทีหนึ่ง เสนอความคิดเห็นว่า “เธอไปหาพี่ชาย… คนนั้นของเธอก็ได้นี่”
เจียงหนานส่ายหัว “เขาไปไกลแล้ว ฉันรอเขากลับมาอยู่”
นาทีนี้ เธออยากบอกเขาเหลือเกินว่า เธอคือเด็กสาวที่เขาช่วยไว้จากการถูกลักพาตัวครานั้น
พวกเขามีพันธสัญญาสิบปีก็จริง
แต่ในหัวเธอกลับบอกว่า เธอจะเผยความลับในตอนนี้ไม่ได้
รูปลักษณ์เธอยามนี้ มีตรงไหนเหมือนสาวน้อยแสนสวยเมื่อสิบปีก่อนบ้าง?
ครั้งหนึ่ง เธอเคยสัญญากับเขาว่าจะตั้งใจขยันทำงาน แล้วเข้มแข็งกว่านี้ อีกสิบปี เธอจะได้กลายเป็ตัวเองในแบบที่ดีที่สุดเพื่อไปพบเขา
ทว่าเธอกลับผิดคำพูดเสียเอง
ใน่สิบปีที่ผ่านมา เธอโดนคนครอบครัวนั้นบั่นทอนทรมานจนตกอยู่ในสภาพจนตรอกแบบนี้
ถ้าเธอบอกว่าเธอคือหลันหลัน เด็กสาวแสนสวยในตอนนั้น มันจะต่างอะไรกับการวิ่งตรงไปในที่เกิดเหตุรถชนขนาดใหญ่บนอินเทอร์เน็ต?
นอกจากนี้ ชาติก่อน เนื่องจากลู่ฮ่าวหน้าเสียโฉมและด้อยค่าในตัวเอง เขาก็ไม่ได้ไปตามสัญญานัดหมายสิบปีเช่นกัน
เขาก็ไม่อยากให้เด็กหญิงตัวน้อยของเขาเห็นตัวเองในสภาพแบบนี้
ตอนนี้เธอสามารถอยู่ต่อได้ในฐานะลูกสะใภ้ ลดน้ำหนักอย่างแข็งขัน จากนั้นคว้าโอกาสที่ดีงามที่สุดเพื่อรักษาใบหน้าและแขนขวาให้เขา
ใช่แล้ว ชาติก่อนเธอเรียนแพทย์ สายอาชีพเดียวกันกับลู่ฮ่าว
ลู่ฮ่าวเป็แพทย์แผนตะวันตก เธอเป็แพทย์แผนจีน
รอกระทั่งต่างฝ่ายต่างรอดพ้นจากชะตากรรมนี้ รอวันที่พวกเขาได้แปรเปลี่ยนรูปโฉมให้ดีกว่านี้ แล้วค่อยเปิดเผยตัวตนก็ยังไม่สาย
บางทีอาจไม่ต้องเปิดเผยตัวตน พอเธอลดน้ำหนักสำเร็จ เขาก็คงจำเธอได้เอง
เธอกล่าวต่อว่า “ถึงฉันออกไปจากบ้านคุณตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์อะไรกับคุณอยู่ดี ครอบครัวคุณอุตส่าห์ตรากตรำเสียเงินจำนวนมากขนาดนั้นเพื่อแต่งฉันเข้ามา ถ้าฉันจากไป ครอบครัวฉันต้องไม่คืนค่าสินสอดแน่ ถึงตอนนั้นคงเสียทั้งตัวคนทั้งทรัพย์สิน ได้ไม่คุ้มเสีย ที่สำคัญคือคุณปู่ของคุณ ท่านอาจได้รับการกระทบกระเทือนจิตใจก็ได้”
“ความรักของท่านที่มีต่อหลานชายอย่างคุณ ถ้าฉันจากไป เขาต้องให้ผู้หญิงคนอื่นในครอบครัวฉันมาแทนที่แน่ คุณอาจจะไม่รู้ ครอบครัวฉันมีน้องสาวอีกสามคน คนหนึ่งใจดำปากร้าย คนหนึ่งเสเพลไร้ศีลธรรม อีกคนใสซื่อเหนียมอาย เอาแต่ร้องห่มร้องไห้”
ลู่ฮ่าว “...”
ก็คือ เธอจะบอกว่าลูกสาวของตระกูลเจียง ไม่มีใครปกติสักคนเลยหรือ?
เธอแหงนศีรษะขึ้น ดวงตายกรีขีดเส้น “พูดไปพูดมา ฉันเหมาะกับคุณที่สุดแล้ว ฉันมีความคิดเป็ของตัวเอง รักอิสระ อนาคตอาจยืนได้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องพึ่งพาคุณแล้วก็ได้ คุณไม่เสียใจแน่ที่เลือกร่วมมือกับฉัน”
ลู่ฮ่าวให้ความสนใจ “ร่วมมือ?”
“ใช่” เธอตอบ “การแต่งงานของเราก็เป็แค่่เวลาเปลี่ยนผ่าน เราแสร้งทำเป็รักใคร่ ได้ผลประโยชน์ร่วมกัน รอวันที่คุณกลับในเมืองได้เมื่อไรก็ค่อยพาฉันออกไป ต่างคนต่างแยกย้าย ฉันจะไม่รบกวนคุณอีกเด็ดขาด”
ที่ว่าต่างคนต่างแยกย้ายนั้นไม่มีทางซะหรอก
เธอทำให้เขามั่นใจก่อน แล้วค่อยพัฒนาความรู้สึกก็ยังได้
ส่วนลู่ฮ่าวนั้น เมื่อฟังมาถึงจุดนี้ แววตาก็ผ่อนคลายลงหลายส่วน